Share

ข่าวลือ

Penulis: 橙花
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 08:08:59

10วันต่อมา

ซูเมี่ยวจินอยู่รักษาตัวที่บ้านตระกูลฉางจนหายดีแล้ว เธอช่วยงานในบ้านหลายอย่างระหว่างรักษาตัว ทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างก็ชอบเธอกันทั้งนั้น คนในหมู่บ้านหลายคนเคยแวะเวียนมาแอบดูซูเมี่ยวจิน แต่เธอไม่เคยสนใจมองหรือทำความรู้จักคนเหล่านั้น จนชาวบ้านไม่กล้ามายุ่งกับเธออีกเมื่อเห็นสายตาเย็นชาและไม่เป็นมิตรจากเธอ

ค่ำวันนั้นหลังจากทุกคนกลับมาจากทำงานและไปโรงเรียน ซูเมี่ยวจินที่ยังไม่ง่วงช่วยล้างถ้วยชามกับฉางเล่ยในห้องครัว ระหว่างที่พวกเขากำลังล้างอยู่ เสียงของพ่อแม่ฉางก็ดังออกมาอย่างกังวล

“พ่อ ชาวบ้านเริ่มพูดกันหนาหูเรื่องเมี่ยวจินแล้วนะ เราจะทำยังไงกันดี”

“เฮ้อ! แล้วแม่จะให้ทำยังไงเล่า ในเมื่อแม่หนูเมี่ยวจินก็ไม่มีที่ไปแถมยังไม่มีครอบครัวอีก เราจะปล่อยให้เธอออกไปตกระกำลำบากเพราะขี้ปากชาวบ้านอย่างนั้นหรือ ถ้าเราทำแบบนั้นจะไม่รู้สึกผิดหรือไง”

“พ่อ แม่ อย่าไล่พี่เมี่ยวจินออกไปเลยนะคะ แค่คำพูดยายแก่พวกนั้นที่ชอบสอดรู้สอดเห็น พวกเราไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้นี่คะ”

“ไม่ได้หรอกเซียงจู ชื่อเสียงของผู้หญิงสำคัญนะ ตอนนี้ในหมู่บ้านคิดกันไปว่าเราจะให้เมี่ยวจินมาเป็นสะใภ้กันหมด แถมยังดูถูกพวกเราว่าไม่คิดจะเสียค่าสินสอดแต่กักขังคนเอาไว้ในบ้านอีก เรื่องนี้เราต้องคุยกับเมี่ยวจินดี ๆ ว่าจะแก้ปัญหายังไง”

ฉางเล่ยหันมองซูเมี่ยวจินที่ดูจะไม่สนใจเรื่องที่ครอบครัวของเขาคุยกันเลย ความจริงเขาก็สงสารเธอที่ต้องมาตกเป็นหัวข้อสนทนาของชาวบ้านแทบทุกวัน เพียงแต่เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องนี้ ครั้นจะให้เธอออกไปจากบ้าน เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนต่อ พวกเขาจึงรับเธอเอาไว้ อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยที่บ้านของพวกเขา

“คุณมองฉันทำไมกันฉางเล่ย” ซูเมี่ยวจินก้มหน้าล้างถ้วยโดยไม่หันมอง เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่จึงถามขึ้น

“คุณไม่สนใจเลยเหรอว่าชื่อเสียงจะเสียไปเพราะผมน่ะ” ฉางเล่ยถามอย่างกังวล

“ฉันจะสนใจทำไมกัน คุณก็รู้ว่าฉันไม่มีที่ไป หรือคุณจะใจร้ายไล่ฉัน” ซูเมี่ยวจินเงยหน้าหันไปมองชายร่างใหญ่ที่ดูแลเธออย่างดีมาตลอดหลายวัน

“ผมจะไล่คุณไปได้ยังไงกัน เพียงแต่เป็นห่วงความรู้สึกของคุณต่างหากที่ถูกชาวบ้านเอาไปนินทากันสนุกปาก” ฉางเล่ยอธิบายอย่างใจเย็น

“พวกเขานินทาก็นินทาไปสิ อย่างมากเราก็แต่งงานกันเสียก็สิ้นเรื่อง พวกเขาจะได้เลิกพูดว่าพวกคุณขังฉันเอาไว้เสียที” ซูเมี่ยวจินเอ่ยทีเล่นทีจริง แต่ฉางเล่ยกลับตกใจจนเกือบทำชามหล่นจากมือ

“เอ่อ… คุณอย่าพูดเล่นแบบนี้สิ” ฉางเล่ยหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย ใช่ว่าเขาไม่ชอบเธอเสียหน่อย เพียงแต่เขาไม่กล้าพูดเรื่องนี้เท่านั้นเอง

“ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ฉางเล่ย คุณเป็นคนดีและยังช่วยชีวิตฉันเอาไว้อีก ถึงฉันจะแต่งงานกับคุณจริง ๆ มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายนี่นา หรือว่าคุณรังเกียจที่ฉันเป็นเด็กกำพร้ากันล่ะ” ซูเมี่ยวจินพูดอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะระบบบ้านั่นกำลังบ่นเธอว่าชักช้าอย่างกับเต่าคลานเรื่องแต่งงาน

“ไม่ ไม่ ผมไม่เคยรังเกียจคุณ เพียงแต่คุณก็รู้ว่าบ้านผมยากจน ผมไม่อยากทำให้คุณต้องลำบากไปด้วย” ฉางเล่ยเอ่ยอย่างพาซื่อ

“ฉันไม่เห็นจะลำบากสักหน่อย หลายวันมานี้พวกคุณดูแลฉันอย่างดีมาตลอด”

ฉางเล่ยคิดตามที่ซูเมี่ยวจินพูดแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เขาใช่ว่าจะไม่ดีใจที่เธอพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา แต่ตอนนี้ที่บ้านไม่ได้มีเงินมากขนาดจะจัดงานแต่งงานดี ๆ ให้กับเธอได้ ฉางเล่ยจึงไม่กล้าเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน

ซูเมี่ยวจินเห็นว่าเขาเงียบไป เธอขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยว่าทำไมผู้ชายซื่อบื้อนี่ถึงไม่ตอบรับและขอเธอแต่งงานเสียที ทั้งที่เธอก็พูดมาขนาดนี้แล้ว

ไม่นานนักทั้งสองคนก็เก็บถ้วยชามที่เช็ดแล้วเข้าที่ จากนั้นจึงเดินออกไปที่โต๊ะกลางบ้าน ซึ่งตอนนี้ทุกคนยังคงนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงเรื่องของซูเมี่ยวจิน

“เมี่ยวจิน มานั่งตรงนี้สิลูก” หลิวเอ้อหลิงกวักมือเรียกอย่างสนิทสนม

“ค่ะคุณป้า พวกคุณป้ามีอะไรอยากคุยกับหนูหรือเปล่าคะ”

“อืม… ในหมู่บ้านหาว่าพวกเราขังหนูเอาไว้เพื่อเป็นสะใภ้น่ะ ป้าเห็นว่าเรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของเมี่ยวจินเสียหาย ป้าเลยอยากถามความเห็นของหนูว่าอยากให้พวกป้าทำยังไงกับเรื่องนี้ดี เมี่ยวจินก็รู้ว่าบ้านเราเป็นยังไง ถึงเราจะไม่สนใจคำพูดพวกเขา แต่ก็ยากที่จะเงยหน้าสู้สายตาคนอื่นได้” หลิวเอ้อหลิงทอดถอนหายใจยาว

“ทุกคนไม่ต้องสนใจคำพูดพวกเขาหรอกนะคะ อีกอย่าง หนูเต็มใจที่จะแต่งงานกับฉางเล่ย ถ้าหากว่าพวกคุณไม่รังเกียจ” ซูเมี่ยวจินเอ่ยอย่างจริงจัง เธอรอให้ฉางเล่ยขอเธอแต่งงานไม่ไหวแล้ว เรื่องนี้เธอเลยพูดออกมาเองจะดีกว่า พวกชาวบ้านจะได้เลิกนินทาครอบครัวฉางเสียที

“เมี่ยวจินแน่ใจเหรอว่าจะแต่งงานกับฉางเล่ยจริง ๆ หนูก็เห็นสภาพบ้านพวกเราแล้ว เรากลัวว่าหนูจะต้องลำบาก” ฉางชิงหยูเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก

“แน่ใจค่ะคุณลุง ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าหนูจะลำบากหรอกนะคะ ตั้งแต่ได้รับการดูแลจากพวกคุณ หนูก็ไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อย” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางตอบ

“แต่เราไม่มีเงินสินสอดมากมายมอบให้หนูนะ เงินแต่งงานก็คงต้องใช้เวลาหาอีกสักพักใหญ่เลยล่ะ” หลิวเอ้อหลิงบอกเหตุผลที่พวกเขาลำบากใจไปตรง ๆ

“เรื่องเงินสินสอดไม่จำเป็นสำหรับหนูหรอกนะคะ ขอแค่ทุกคนไม่รังเกียจที่หลังจากนี้ต้องรับหนูเข้ามาอยู่ในบ้านก็พอแล้วล่ะค่ะ ส่วนเรื่องงานแต่งงาน หนูจะช่วยฉางเล่ยเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อหาเงินเอง ในเมื่อหนูหายดีแล้วก็ไม่ควรอยู่เฉย ๆ”

ครอบครัวฉางทั้งสี่หันมองกันไปมา เมื่อคิดกันอยู่สักพัก พวกเขาก็พยักหน้าตกลงเรื่องแต่งงานของฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจิน

“ถ้าหากเมี่ยวจินอยากทำแบบนั้นก็ได้ ขอบคุณมากนะที่ไม่รังเกียจบ้านฉางเรา”

“คุณป้าอย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ หนูจะรังเกียจพวกคุณได้ยังไงกัน”

ทั้งสี่คนพูดคุยกันต่อถึงเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการแต่งงานอีกเล็กน้อย กระทั่งฉางเล่ยนึกได้ว่าซูเมี่ยวจินยังไม่มีเอกสารส่วนตัว เพราะเธอบอกเขาว่ามันหายไปตอนที่เธอบาดเจ็บหมดแล้ว

“เรื่องเอกสารของเมี่ยวจิน พ่อจะลองไปถามผู้ใหญ่บ้านดูให้นะ”

“ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ หนูก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางให้ทุกคน

“ไม่ต้องกังวลนะ ผู้ใหญ่บ้านรู้ดีว่าเราช่วยหนูมาตั้งแต่แรก เขาคอยถามอาการป่วยของเมี่ยวจินอยู่เสมอ ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนดีมากเลยล่ะ” หลิวเอ้อหลิงอธิบาย

“ทราบแล้วค่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ทุกคนยังต้องไปทำงานกันอีก เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่าไหมคะ” ซูเมี่ยวจินเห็นว่าพวกเขาคุยกันจนลืมเวลา เธอจึงเตือนด้วยความหวังดี พรุ่งนี้เธอจะขึ้นเขาไปกับฉางเล่ยเพื่อล่าสัตว์

“ตกลงจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” หลิวเอ้อหลิงพยักหน้ารับ

ทั้งห้าต่างแยกย้ายกันไปในเวลาไม่นาน คืนนั้นฉางเล่ยอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เขาไม่คิดว่าซูเมี่ยวจินที่สวยขนาดนี้จะยอมตกลงแต่งงานกับเขาจริง ๆ ทำเอาฉางเล่ยนอนแทบไม่หลับทั้งคืนด้วยความดีใจ

คนอื่น ๆ ในบ้านก็ดีใจไม่ต่างกัน แต่พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าฉางเล่ย ยิ่งกับฉางเซียงจูที่ชอบว่าที่พี่สะใภ้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้คุยกัน เธอยิ่งมีความสุขมากที่ในที่สุดเธอก็กำลังจะมีพี่สะใภ้แล้ว แถมพี่สะใภ้ของเธอยังสวยมากด้วย

[ยินดีกับเจ้านายที่พูดคุยเรื่องแต่งงานสำเร็จ]

[ชิ! พูดมากน่า เป็นนายไม่ใช่เหรอที่เอาแต่เร่งฉันน่ะ วันนี้ฉันเลยต้องเสียหน้าเป็นคนเอ่ยปากก่อน ถ้ารอฉางเล่ย ไม่รู้อีกกี่เดือนกี่ปีกันเขาถึงจะพูดเรื่องนี้]

[รอให้ถึงวันแต่งงานของเจ้านาย ระบบจะมีของขวัญแต่งงานให้ด้วยนะครับ รับรองว่าเจ้านายจะต้องพอใจแน่]

[ให้มันจริงเถอะ ฉันจะนอนแล้ว นายเงียบได้แล้ว]

[ครับ ๆ เจ้านายรีบพักผ่อน]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเมี่ยวจิน   ครอบครัว

    เสียงพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบดังไปทั่วห้องรับแขกที่บ้านหลัก คนในตระกูลหลิวและตระกูลฉางอยู่ร่วมกันมาสองปีแล้ว ทำให้พวกเขาแทบจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันเลยทีเดียว ถึงแม้บ้านใหญ่กับบ้านรองตระกูลฉางจะยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจส่วนตัวก็ตามที แต่พวกเขาทั้งสองตระกูลยังคงไปมาหาสู่กันมาตลอดจากเมื่อก่อนที่พวกเขาจะทานข้าวร่วมกันทุกวันอาทิตย์ ก็กลายเป็นเดือนละครั้งแทน เพราะหน้าที่รับผิดชอบของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น การจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวจึงต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเด็ก ๆ ตระกูลฉางตอนนี้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันหมดแล้ว พวกเขาไม่ได้ให้บอดี้การ์ดไปรับส่งเหมือนตอนเด็กอีก แต่เลือกที่จะขับรถไปเรียนกันเอง เด็กทั้งสี่คนที่อายุมากที่สุดต่างมีเพื่อนของตัวเอง พวกเขาจึงไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกเดือนพวกเขาก็จะมาร่วมทานอาหารกับครอบครัวไม่เคยขาด“เมี่ยวจิน ลุงกับป้าอายุมากแล้ว เราสองคนอยากลาออกมาทำสวนผักที่บ้าน หลานคิดว่ายังไง” ฉางต้าหลางถามระหว่างที่กำลังร่วมโต๊ะมื้อค่ำ

  • ซูเมี่ยวจิน   สำเร็จ

    ปลายปี 1994โรงแรมของฉางหลิวซิงกับฉางหลิวหยางเปิดสาขาที่สองในเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยงไฮ้ พวกเขาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถหมุนเงินจนสร้างสาขาสองได้สำเร็จ คนในตระกูลฉางบินไปร่วมงานเปิดสาขาใหม่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีเพียงหลิวเอ้อหลิงกับฉางชิงหยูที่คอยดูแลหลิวฟงหยวนซึ่งชรามากแล้วไม่ได้มาด้วยนักข่าวมากมายมาทำข่าวที่นี่ด้วย พวกเขาเคยทำข่าวที่เสินเจิ้นมาครั้งหนึ่งแล้วจึงอยากรู้ว่าสาขาที่สองจะสามารถทำออกมาได้ตามมาตรฐานเดิมที่สูงลิ่วของคนตระกูลฉางได้หรือไม่ ยิ่งรัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวและการร่วมทุนกับต่างชาติมาได้สองปีกว่าแล้ว ทำให้โรงแรมที่พักเป็นที่ต้องการของทุกคนครั้งนี้ซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมอบของขวัญให้พวกเขาเป็นการปลดหนี้เงินยืมที่นำมาลงทุนธุรกิจทั้งหมด ทำเอาพี่น้องตระกูลฉางที่ได้ยินต่างร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว พวกเขาไม่คิดว่าเงินยืมที่กำลังเก็บกันอยู่จะไม่ต้องคืนแล้ว ทำให้กำไรหลังจากนี้จะกลายเป็นของครอบครัวพวกเขาทั้งหมด“ฮึก&

  • ซูเมี่ยวจิน   ออกไปเติบโต

    สามวันต่อมาเอกสารโครงการของฉางหลิวซิงและฉางหลิวหย่งถูกส่งมาที่ห้องของซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ย งบประมาณที่ฉางหลิวซิงขอมาคือสิบล้านหยวน ส่วนฉางหลิวหย่งขอมาเพียงสองล้านหยวนเท่านั้น“คุณคะ พี่หลิวซิงกับพี่หลิวหย่งของบมาน้อยไปหรือเปล่า” ซูเมี่ยวจินขมวดคิ้วถาม“อืม… เท่าที่พวกเขาบอกรายละเอียดมา ผมคิดว่าเงินที่ขอก็น่าจะพอนะครับ ช่วงนี้รัฐบาลส่งเสริมให้คนทั่วไปทำธุรกิจได้พอดี รายจ่ายต่าง ๆ เลยน่าจะลดลง”“อย่างนั้นเหรอคะ ฉันกลัวว่าพวกเขาจะมีเงินไม่พอน่ะสิคะ” ซูเมี่ยวจินยังกังวล“คุณไม่ต้องห่วงนะครับ ผมคิดว่าพวกพี่ชายน่าจะคิดกันมาดีแล้ว อีกอย่างโรงแรมของพี่หลิวซิงกับพี่หลิวหยางก็จะสร้างแค่สาขาแรกก่อน ผมว่างบประมาณสิบล้านก็เหมาะสมที่จะสร้างโรงแรมระดับห้าดาวแล้วนะครับ ส่วนโรงงานของพี่หลิวหย่งกับพี่สะใภ้ พวกเขาติดต่อขอซื้อโรงงานเสื้อผ้าที่ปิดกิจการไปแล้วมาทำต่อ ค่าใช้จ่ายเลยน

  • ซูเมี่ยวจิน   แบ่งหุ้นบริษัท

    ปลายปี 1993ผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีถูกส่งมาให้ซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยตรงเวลาเหมือนกับทุกปี พวกเขาอ่านเอกสารกันอยู่ครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งช่วงบ่าย ซูเมี่ยวจินจึงหันไปถามฉางเล่ย“คุณคะ ตอนนี้ธุรกิจต่าง ๆ ของเราขยายจนเต็มที่แล้ว มีแค่บริษัทสาขาของเต๋อเป่าที่ฉันจะปล่อยให้เขารับผลประโยชน์คนเดียว คุณคิดว่าถ้าฉันแบ่งหุ้นให้คนในตระกูลจะดีไหมคะ พวกเขาทำงานกับเรามาหลายปีแล้ว”“หืม? แบ่งหุ้นยังไงเหรอครับ บริษัทเราไม่ได้เข้าตลาดหุ้นนี่นา” ฉางเล่ยถามกลับ“อืม… ก็เรากำหนดกันเองยังไงล่ะคะ อย่างคุณตอนนี้เป็นประธานบริษัท หุ้นของคุณก็ต้องมากกว่าคนอื่นอยู่แล้วค่ะ” ซูเมี่ยวจินยกตัวอย่างง่าย ๆ“แล้วมันต่างกับตอนนี้ยังไงเหรอครับ” ฉางเล่ยยังคงไม่เข้าใจ“ถ้าเราให้ทุกคนถือหุ้นในสัดส่วนเท่า ๆ กัน เวลาให้โบนัส คนที่มีหุ้นของบริษัทก็จะได้รับเงินม

  • ซูเมี่ยวจิน   ส่งเด็ก ๆ

    วันต่อมา ซูเมี่ยวจินให้บอดี้การ์ดพาหลิวฟางไฉ ภรรยาเขา หลิวฟางจูและสามีของเธอไปสมัครเรียนภาคค่ำด้านบริหารที่โรงเรียนเดิม เธอต้องการให้พวกเขามีพื้นฐานการทำงานก่อนเข้าทำงานจริงในบริษัทในอีกหนึ่งปีข้างหน้า เพราะพวกเขาขอเวลาเรียนอย่างเดียวหนึ่งปี ในปีถัดไปพวกเขาจึงจะทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยเพื่อทำประโยชน์ให้บริษัทตระกูลฉางเด็กชายทั้งสี่ของตระกูลหลิวมีอายุไล่เลี่ยกัน พวกเขาตัดสินใจขอไปเรียนต่อต่างประเทศกับฉางเต๋อเป่าและฉางเต๋อชิง ซึ่งบรรดาผู้อาวุโสก็ไม่ได้ขัดข้อง เมื่อซูเมี่ยวจินอาสาเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเด็กทั้งสี่ในต่างประเทศเองตระกูลหลิวแม้ว่าจะเกรงใจซูเมี่ยวจินมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรให้ขัดเคืองใจกัน พวกเขาเพียงแต่กำชับเด็ก ๆ ให้ตั้งใจเรียน อย่ามัวแต่เที่ยวเล่น เพราะพวกเขากลัวว่าหากไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เด็ก ๆ อาจจะเสียการเรียนได้ก่อนออกเดินทางไปต่างประเทศ เด็กทั้งสี่คนไปทำหนังสือเดินทางและเตรียมพื้นฐานด้านภาษาในเวลาว่าง โดยมีฉางเต๋อชิงเป็นคนสอนภาษาให้พวกเขา ลูกพี่ลูกน้องของ

  • ซูเมี่ยวจิน   ร่ำรวย

    เครื่องบินส่วนตัวของซูเมี่ยวจินลงจอดตรงเวลาที่สนามบิน บอดี้การ์ดพร้อมรถยนต์สิบกว่าคันจอดรออยู่ที่โรงเก็บเครื่องบินมาพักใหญ่แล้ว เมื่อเห็นเครื่องลงจอดไม่ไกลนัก พวกเขาก็เคลื่อนรถไปที่บันไดลงเครื่องบินที่เปิดออก บอดี้การ์ดที่ลงจากเครื่องบินต่างถือสัมภาระของเจ้านายคนละไม้คนละมือ บอดี้การ์ดที่รออยู่ภาคพื้นดินวิ่งเข้าไปรับของและเดินสวนขึ้นไปช่วยเก็บสัมภาระเพื่อความรวดเร็ว คนในตระกูลหลิวไม่เคยเห็นบอดี้การ์ดและรถยนต์มากขนาดนี้มาก่อน พวกเขาต่างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตรงหน้าหลิวเอ้อหลิงที่เดินลงจากเครื่องพร้อมพี่ชายกับพี่สะใภ้ยิ้มบาง ก่อนจะหันไปบอกให้พวกเขาไม่ต้องตกใจ เพราะที่บ้านตระกูลฉางยังมีคนรับใช้อีกจำนวนมากที่ทำงานรับใช้พวกเขาอยู่“เฮ้อ พี่ไม่ชินเลยจริง ๆ พวกเขาคงไม่ดูถูกเราใช่ไหม” หลิวข่ายถามอย่างกังวล“พี่ใหญ่อย่าคิดมากเลยนะครับ พวกเขาไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกครับ พวกเราอยู่ที่บ้านก็ทำตัวไม่ต่างจากตอนอยู่ในชนบท” ฉางชิงหยูบอกตามความจริง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status