Share

ข่าวลือ

Penulis: 橙花
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 08:08:59

10วันต่อมา

ซูเมี่ยวจินอยู่รักษาตัวที่บ้านตระกูลฉางจนหายดีแล้ว เธอช่วยงานในบ้านหลายอย่างระหว่างรักษาตัว ทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างก็ชอบเธอกันทั้งนั้น คนในหมู่บ้านหลายคนเคยแวะเวียนมาแอบดูซูเมี่ยวจิน แต่เธอไม่เคยสนใจมองหรือทำความรู้จักคนเหล่านั้น จนชาวบ้านไม่กล้ามายุ่งกับเธออีกเมื่อเห็นสายตาเย็นชาและไม่เป็นมิตรจากเธอ

ค่ำวันนั้นหลังจากทุกคนกลับมาจากทำงานและไปโรงเรียน ซูเมี่ยวจินที่ยังไม่ง่วงช่วยล้างถ้วยชามกับฉางเล่ยในห้องครัว ระหว่างที่พวกเขากำลังล้างอยู่ เสียงของพ่อแม่ฉางก็ดังออกมาอย่างกังวล

“พ่อ ชาวบ้านเริ่มพูดกันหนาหูเรื่องเมี่ยวจินแล้วนะ เราจะทำยังไงกันดี”

“เฮ้อ! แล้วแม่จะให้ทำยังไงเล่า ในเมื่อแม่หนูเมี่ยวจินก็ไม่มีที่ไปแถมยังไม่มีครอบครัวอีก เราจะปล่อยให้เธอออกไปตกระกำลำบากเพราะขี้ปากชาวบ้านอย่างนั้นหรือ ถ้าเราทำแบบนั้นจะไม่รู้สึกผิดหรือไง”

“พ่อ แม่ อย่าไล่พี่เมี่ยวจินออกไปเลยนะคะ แค่คำพูดยายแก่พวกนั้นที่ชอบสอดรู้สอดเห็น พวกเราไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้นี่คะ”

“ไม่ได้หรอกเซียงจู ชื่อเสียงของผู้หญิงสำคัญนะ ตอนนี้ในหมู่บ้านคิดกันไปว่าเราจะให้เมี่ยวจินมาเป็นสะใภ้กันหมด แถมยังดูถูกพวกเราว่าไม่คิดจะเสียค่าสินสอดแต่กักขังคนเอาไว้ในบ้านอีก เรื่องนี้เราต้องคุยกับเมี่ยวจินดี ๆ ว่าจะแก้ปัญหายังไง”

ฉางเล่ยหันมองซูเมี่ยวจินที่ดูจะไม่สนใจเรื่องที่ครอบครัวของเขาคุยกันเลย ความจริงเขาก็สงสารเธอที่ต้องมาตกเป็นหัวข้อสนทนาของชาวบ้านแทบทุกวัน เพียงแต่เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องนี้ ครั้นจะให้เธอออกไปจากบ้าน เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนต่อ พวกเขาจึงรับเธอเอาไว้ อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยที่บ้านของพวกเขา

“คุณมองฉันทำไมกันฉางเล่ย” ซูเมี่ยวจินก้มหน้าล้างถ้วยโดยไม่หันมอง เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่จึงถามขึ้น

“คุณไม่สนใจเลยเหรอว่าชื่อเสียงจะเสียไปเพราะผมน่ะ” ฉางเล่ยถามอย่างกังวล

“ฉันจะสนใจทำไมกัน คุณก็รู้ว่าฉันไม่มีที่ไป หรือคุณจะใจร้ายไล่ฉัน” ซูเมี่ยวจินเงยหน้าหันไปมองชายร่างใหญ่ที่ดูแลเธออย่างดีมาตลอดหลายวัน

“ผมจะไล่คุณไปได้ยังไงกัน เพียงแต่เป็นห่วงความรู้สึกของคุณต่างหากที่ถูกชาวบ้านเอาไปนินทากันสนุกปาก” ฉางเล่ยอธิบายอย่างใจเย็น

“พวกเขานินทาก็นินทาไปสิ อย่างมากเราก็แต่งงานกันเสียก็สิ้นเรื่อง พวกเขาจะได้เลิกพูดว่าพวกคุณขังฉันเอาไว้เสียที” ซูเมี่ยวจินเอ่ยทีเล่นทีจริง แต่ฉางเล่ยกลับตกใจจนเกือบทำชามหล่นจากมือ

“เอ่อ… คุณอย่าพูดเล่นแบบนี้สิ” ฉางเล่ยหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย ใช่ว่าเขาไม่ชอบเธอเสียหน่อย เพียงแต่เขาไม่กล้าพูดเรื่องนี้เท่านั้นเอง

“ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ฉางเล่ย คุณเป็นคนดีและยังช่วยชีวิตฉันเอาไว้อีก ถึงฉันจะแต่งงานกับคุณจริง ๆ มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายนี่นา หรือว่าคุณรังเกียจที่ฉันเป็นเด็กกำพร้ากันล่ะ” ซูเมี่ยวจินพูดอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะระบบบ้านั่นกำลังบ่นเธอว่าชักช้าอย่างกับเต่าคลานเรื่องแต่งงาน

“ไม่ ไม่ ผมไม่เคยรังเกียจคุณ เพียงแต่คุณก็รู้ว่าบ้านผมยากจน ผมไม่อยากทำให้คุณต้องลำบากไปด้วย” ฉางเล่ยเอ่ยอย่างพาซื่อ

“ฉันไม่เห็นจะลำบากสักหน่อย หลายวันมานี้พวกคุณดูแลฉันอย่างดีมาตลอด”

ฉางเล่ยคิดตามที่ซูเมี่ยวจินพูดแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เขาใช่ว่าจะไม่ดีใจที่เธอพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา แต่ตอนนี้ที่บ้านไม่ได้มีเงินมากขนาดจะจัดงานแต่งงานดี ๆ ให้กับเธอได้ ฉางเล่ยจึงไม่กล้าเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน

ซูเมี่ยวจินเห็นว่าเขาเงียบไป เธอขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยว่าทำไมผู้ชายซื่อบื้อนี่ถึงไม่ตอบรับและขอเธอแต่งงานเสียที ทั้งที่เธอก็พูดมาขนาดนี้แล้ว

ไม่นานนักทั้งสองคนก็เก็บถ้วยชามที่เช็ดแล้วเข้าที่ จากนั้นจึงเดินออกไปที่โต๊ะกลางบ้าน ซึ่งตอนนี้ทุกคนยังคงนั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียดถึงเรื่องของซูเมี่ยวจิน

“เมี่ยวจิน มานั่งตรงนี้สิลูก” หลิวเอ้อหลิงกวักมือเรียกอย่างสนิทสนม

“ค่ะคุณป้า พวกคุณป้ามีอะไรอยากคุยกับหนูหรือเปล่าคะ”

“อืม… ในหมู่บ้านหาว่าพวกเราขังหนูเอาไว้เพื่อเป็นสะใภ้น่ะ ป้าเห็นว่าเรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของเมี่ยวจินเสียหาย ป้าเลยอยากถามความเห็นของหนูว่าอยากให้พวกป้าทำยังไงกับเรื่องนี้ดี เมี่ยวจินก็รู้ว่าบ้านเราเป็นยังไง ถึงเราจะไม่สนใจคำพูดพวกเขา แต่ก็ยากที่จะเงยหน้าสู้สายตาคนอื่นได้” หลิวเอ้อหลิงทอดถอนหายใจยาว

“ทุกคนไม่ต้องสนใจคำพูดพวกเขาหรอกนะคะ อีกอย่าง หนูเต็มใจที่จะแต่งงานกับฉางเล่ย ถ้าหากว่าพวกคุณไม่รังเกียจ” ซูเมี่ยวจินเอ่ยอย่างจริงจัง เธอรอให้ฉางเล่ยขอเธอแต่งงานไม่ไหวแล้ว เรื่องนี้เธอเลยพูดออกมาเองจะดีกว่า พวกชาวบ้านจะได้เลิกนินทาครอบครัวฉางเสียที

“เมี่ยวจินแน่ใจเหรอว่าจะแต่งงานกับฉางเล่ยจริง ๆ หนูก็เห็นสภาพบ้านพวกเราแล้ว เรากลัวว่าหนูจะต้องลำบาก” ฉางชิงหยูเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก

“แน่ใจค่ะคุณลุง ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าหนูจะลำบากหรอกนะคะ ตั้งแต่ได้รับการดูแลจากพวกคุณ หนูก็ไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อย” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางตอบ

“แต่เราไม่มีเงินสินสอดมากมายมอบให้หนูนะ เงินแต่งงานก็คงต้องใช้เวลาหาอีกสักพักใหญ่เลยล่ะ” หลิวเอ้อหลิงบอกเหตุผลที่พวกเขาลำบากใจไปตรง ๆ

“เรื่องเงินสินสอดไม่จำเป็นสำหรับหนูหรอกนะคะ ขอแค่ทุกคนไม่รังเกียจที่หลังจากนี้ต้องรับหนูเข้ามาอยู่ในบ้านก็พอแล้วล่ะค่ะ ส่วนเรื่องงานแต่งงาน หนูจะช่วยฉางเล่ยเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อหาเงินเอง ในเมื่อหนูหายดีแล้วก็ไม่ควรอยู่เฉย ๆ”

ครอบครัวฉางทั้งสี่หันมองกันไปมา เมื่อคิดกันอยู่สักพัก พวกเขาก็พยักหน้าตกลงเรื่องแต่งงานของฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจิน

“ถ้าหากเมี่ยวจินอยากทำแบบนั้นก็ได้ ขอบคุณมากนะที่ไม่รังเกียจบ้านฉางเรา”

“คุณป้าอย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ หนูจะรังเกียจพวกคุณได้ยังไงกัน”

ทั้งสี่คนพูดคุยกันต่อถึงเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการแต่งงานอีกเล็กน้อย กระทั่งฉางเล่ยนึกได้ว่าซูเมี่ยวจินยังไม่มีเอกสารส่วนตัว เพราะเธอบอกเขาว่ามันหายไปตอนที่เธอบาดเจ็บหมดแล้ว

“เรื่องเอกสารของเมี่ยวจิน พ่อจะลองไปถามผู้ใหญ่บ้านดูให้นะ”

“ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ หนูก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางให้ทุกคน

“ไม่ต้องกังวลนะ ผู้ใหญ่บ้านรู้ดีว่าเราช่วยหนูมาตั้งแต่แรก เขาคอยถามอาการป่วยของเมี่ยวจินอยู่เสมอ ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนดีมากเลยล่ะ” หลิวเอ้อหลิงอธิบาย

“ทราบแล้วค่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ทุกคนยังต้องไปทำงานกันอีก เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่าไหมคะ” ซูเมี่ยวจินเห็นว่าพวกเขาคุยกันจนลืมเวลา เธอจึงเตือนด้วยความหวังดี พรุ่งนี้เธอจะขึ้นเขาไปกับฉางเล่ยเพื่อล่าสัตว์

“ตกลงจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” หลิวเอ้อหลิงพยักหน้ารับ

ทั้งห้าต่างแยกย้ายกันไปในเวลาไม่นาน คืนนั้นฉางเล่ยอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เขาไม่คิดว่าซูเมี่ยวจินที่สวยขนาดนี้จะยอมตกลงแต่งงานกับเขาจริง ๆ ทำเอาฉางเล่ยนอนแทบไม่หลับทั้งคืนด้วยความดีใจ

คนอื่น ๆ ในบ้านก็ดีใจไม่ต่างกัน แต่พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าฉางเล่ย ยิ่งกับฉางเซียงจูที่ชอบว่าที่พี่สะใภ้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้คุยกัน เธอยิ่งมีความสุขมากที่ในที่สุดเธอก็กำลังจะมีพี่สะใภ้แล้ว แถมพี่สะใภ้ของเธอยังสวยมากด้วย

[ยินดีกับเจ้านายที่พูดคุยเรื่องแต่งงานสำเร็จ]

[ชิ! พูดมากน่า เป็นนายไม่ใช่เหรอที่เอาแต่เร่งฉันน่ะ วันนี้ฉันเลยต้องเสียหน้าเป็นคนเอ่ยปากก่อน ถ้ารอฉางเล่ย ไม่รู้อีกกี่เดือนกี่ปีกันเขาถึงจะพูดเรื่องนี้]

[รอให้ถึงวันแต่งงานของเจ้านาย ระบบจะมีของขวัญแต่งงานให้ด้วยนะครับ รับรองว่าเจ้านายจะต้องพอใจแน่]

[ให้มันจริงเถอะ ฉันจะนอนแล้ว นายเงียบได้แล้ว]

[ครับ ๆ เจ้านายรีบพักผ่อน]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเมี่ยวจิน   ผลการประชุม

    ตระกูลอ้ายเสนอให้ทุกคนลงทุนเงินตระกูลละหนึ่งร้อยล้านหยวนสำหรับการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัยจากต่างชาติ อาคารของโรงพยาบาลในพื้นที่สิบไร่จะแยกเป็นสามอาคาร คืออาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในและอาคารของผู้ป่วยวิกฤต ภายในโรงพยาบาลยังมีการสร้างศูนย์สุขภาพและห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์อีกสามอาคาร ลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับรถรับส่งของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลอ้ายคิดขึ้น เขาอยากให้ผู้ป่วยธรรมดาสามารถเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลได้สะดวก จึงคิดระบบขนส่งฟรีให้กับคนในเมืองหลวง โดยกำหนดเส้นทางขนส่งหลักมากถึงสิบเส้นทาง หากโครงการนี้สำเร็จ วงการแพทย์คงตื่นตัวขึ้นมากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและให้บริการทางการแพทย์ตระกูลชุ่ยนำเสนอข้อมูลของโรงเรียนเอกชนก็มีอาคารเรียนมากถึงเจ็ดอาคารรวมโรงยิมส่วนกลางสำหรับการแข่งขันกีฬาในร่มด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและลู่วิ่งก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน โรงเรียนแห่งนี้จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย หอพักขนาดใหญ่สามอาคาร อาคารละสามสิบชั้นจะช่วยให้นักเรียนที่มีบ้านไกลเรียนได้อย่างสะดวก ระบบการศึกษาจะส่งเสริมให้นักเรียนมี

  • ซูเมี่ยวจิน   โครงการใหม่

    “ผมคิดว่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ควรทำเป็นตลาดค้าส่งดีไหม” คังฟู่ลองเสนอ“ตลาดค้าส่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นี่นา ผมว่าคิดอย่างอื่นเถอะ” โจวหนานเซิงบอก“ในเมื่อทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราลองปรึกษาคนในบริษัทก่อนไหม แล้วค่อยนัดประชุมกันอีกทีหนึ่ง” ชุ่ยถงไม่อยากเสียเวลามากเกินไป เพราะอากาศเริ่มร้อน“ตกลง” คนอื่น ๆ พยักหน้าตกลงทันทีก่อนแยกย้ายกัน คังฟู่ชวนทุกคนไปกินข้าวร่วมกันแล้ว แต่ซูเมี่ยวจินบอกว่าเธอยังมีงานต้องทำ พวกเขาเลยต้องขอตัวกลับระหว่างทางกลับบริษัท ฉางเล่ยเองก็คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ดี หลายเดือนแล้วที่เขาคิดวนไปวนมาก็ยังไม่มีความคิดดี ๆ เลย“ภรรยา คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ครับ” ฉางเล่ยถามอย่างอดไม่ได้“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เราเองก็ต้องเรียกจางชวงซินกับหลิวซื่อหย่วน

  • ซูเมี่ยวจิน   พิธีเปิดโครงการ

    หนึ่งร้อยวันต่อมาโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนและห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จตามกำหนดการเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ด้วยพนักงานของบริษัทที่รับเข้ามาของซูเมี่ยวจินและความร่วมมือจากสี่ตระกูลใหญ่ ทำให้วันนี้พวกเขาจัดเตรียมพิธีเปิดได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรูและบ้านจัดสรรเองก็กำลังก่อสร้างไปได้มากกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็สามารถเปิดขายได้ทั้งหมดวันนี้แขกร่ำรวยและสื่อจากสำนักข่าวต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงแรมปิงก่วนเพื่อร่วมพิธีเปิดตามบัตรเชิญจากตระกูลคัง ตระกูลฉางมีซูเมี่ยวจิน ฉางเล่ย และพี่ชายทั้งสี่มาเข้าร่วมพิธีด้วย ก่อนหน้านี้พวกพี่ชายของฉางเล่ยได้ทำความรู้จักคนจากตระกูลคังและชุ่ยเอาไว้แล้ว เพราะซูเมี่ยวจินให้พวกเขาดูแลงานในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พวกเขาจึงสร้างความสัมพันธ์กับสองตระกูลเพื่อความสะดวกในการทำงานบรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นยังคงเป็นไปด้วยดี เพราะบอดี้การ์ดของซูเมี่ยวจินมาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าเศรษฐีในงานที

  • ซูเมี่ยวจิน   สินทรัพย์ใหม่

    รถยนต์สามคันขับตามกันไป บอดี้การ์ดสองคนที่พักในอาคารบ้านใหญ่ฉางติดตามซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมาด้วย ส่วนเลขาทั้งสองแยกย้ายกันนั่งรถบริษัทไปกับหัวหน้าหน่วยแต่ละคนพร้อมกับบอดี้การ์ดเช่นกันทหารที่ซูเมี่ยวจินรับมาทั้งหมดยังไม่มีอาวุธส่วนตัว เธอต้องทำเรื่องขอซื้ออาวุธจากทางการก่อนจึงจะให้พวกเขาพกพาได้ เรื่องนี้โจวอู่หมิงบอกพ่อของเขาให้แล้วเช่นกัน ซึ่งการทำเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร“เข้าไปดูบ้านในซอยตรงข้ามโครงการก่อนนะ” ซูเมี่ยวจินสั่งการบอดี้การ์ดที่ขับรถ“ครับ นายหญิง” บอดี้การ์ดทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เรียกซูเมี่ยวจินว่านายหญิงรถสามคันขับตามกันเข้าไปในซอยก่อนถึงโครงการฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสองเลนสวนกันเท่านั้น หากในอนาคตรัฐบาลต้องการสร้างถนนใหม่ บ้านต้นซอยทั้งหมดจะถูกเวนคืนในราคาสูง ซูเมี่ยวจินไม่ได้หวังว่าจะได้บ้านต้นซอยแต่แรก เธอแค่อยากซื้อที่ดินเพิ่มแถวนี้เท่านั้นภายในซอยเงีย

  • ซูเมี่ยวจิน   เลือกบอดี้การ์ด

    หลี่จุนพาเจ้านายทั้งสองไปธนาคารในเวลาต่อมา ซูเมี่ยวจินใช้เงินจากบัญชีส่วนตัวซื้อรถกันกระสุน เธอจะรอให้รถคันใหม่มาถึงจึงจะนำรถคันเก่าไปซ่อมและเก็บไว้ให้พ่อกับแม่สามีใช้ในอนาคตก่อนมื้อเย็น ซูเมี่ยวจินโทรหาโจวอู่หมิงเพื่อสอบถามเรื่องบอดี้การ์ดที่เธอขอเอาไว้ก่อนกลับจากเถิงซง“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณพ่อเรียกคนที่ลาออกเตรียมไว้ให้พี่สะใภ้เลือกห้าสิบคนเลยนะครับ แต่ละคนฝีมือดีกันทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาลาออกไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน พอคนในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายอีก ถ้าจะกลับมารับใช้ชาติก็ไม่สามารถทำได้ พวกเขาเลยสมัครใจที่จะมาทำงานให้กับตระกูลของผมน่ะครับ” โจวอู่หมิงบอกรายละเอียดคนที่พ่อของเขาหามาให้เธอฟัง“อืม… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าพวกเขาหน่วยก้านดี ฉันอาจจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยก็ได้”“ขอบคุณพี่สะใภ้มากครับ ผมจะโทรบอกพ่อให้พาคนพวกนั้นไปพบพี่สะใภ้พรุ่งนี้ดีไหมครับ” โจวอู่หมิงบอกอย่างดีใจ เขาหวังว่า

  • ซูเมี่ยวจิน   ความคืบหน้า

    สองวันต่อมาหลังพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินก็กลับเข้าบริษัท พวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการจากลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่ทันทีที่เข้าไป“โครงการสร้างโรงแรมของเราทำไปได้ประมาณ 30% แล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ตระกูลคังส่งให้เราครับ” ฉางหลิวซิงบอกเป็นคนแรก“โครงการสร้างห้างสรรพสินค้าเองก็เช่นเดียวกันครับ ตระกูลคังน่าจะเกณฑ์คนมาจากเมืองต่าง ๆ เลยทำให้โครงการทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้” ฉางหลิวหยางบอกต่อจากพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม“คอนโดมิเนียมที่พี่ชายดูแลยังทำได้ไม่ถึงไหนเลยครับ คงเพราะจำนวนคนไม่เพียงพอจึงทำให้พวกเขาทำได้แค่ปรับพื้นที่รอตอกเสาเข็มอาคารหลังแรกเท่านั้น” ฉางหลิวหย่งรายงานโครงการที่เขารับผิดชอบอยู่“หมู่บ้านเราก็ยังไม่เริ่มการก่อสร้างเหมือนกันครับ คนงานเพิ่งปรับพื้นที่และนำดินมาถมที่ดินเพิ่มเติมอยู่ครับ” ฉางหลิวเติ้งบอกเป็นคนสุดท้าย

Bab Lainnya

Anda juga akan menyukai

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status