Beranda / ระบบ / ซูเมี่ยวจิน / น้องสาวว่าที่สามีน่ารัก

Share

น้องสาวว่าที่สามีน่ารัก

Penulis: 橙花
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 08:08:40

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเมี่ยวจินตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่ดีขึ้นมาก เธอลุกจากที่นอนหลังจากเมื่อคืนนี้ฉางเล่ยออกไปนอนด้านนอก เพื่อไม่ให้เธอเสียชื่อเสียง ซูเมี่ยวจินสำรวจดูรอบห้องอันว่างเปล่าก็ได้แต่ทอดถอนหายใจอีกครั้ง เธอต้องรีบหาวิธีทำให้ฉางเล่ยขอแต่งงานให้ได้โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นครอบครัวนี้จะต้องลำบากไปอีกนานเป็นแน่

ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ครอบครัวฉางทั้งสี่ต่างตื่นมาช่วยกันเตรียมอาหารกันแล้ว ฉางเซียงจูยังต้องรีบเดินทางเข้าอำเภอเพื่อไปเรียนให้ทันเวลาเหมือนกับทุกวัน เสียงพูดคุยเบา ๆ ของคนทั้งสี่ดังเข้าไปในหูของซูเมี่ยวจิน เธอรีบออกจากห้องไปทักทายทุกคนพร้อมรอยยิ้มบาง

“เมี่ยวจินไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะ อีกไม่นานอาหารก็เสร็จแล้ว” หลิวเอ้อหลิงหันไปบอกซูเมี่ยวจินที่ยืนอยู่หน้าประตูครัวเล็กของบ้าน ตอนนี้ในครัวมีคนทั้งบ้านอยู่จนทำให้พื้นที่คับแคบและเดินเหินลำบาก

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูอาการดีขึ้นมากแล้วคุณป้า ให้หนูช่วยยกอาหารไปตั้งโต๊ะให้ดีกว่านะคะ ช่วยกันหลายคนจะได้กินข้าวพร้อมกัน” ซูเมี่ยวจินส่ายหน้า

“พี่สาวสวยจัง แม่คะ ให้พี่สาวช่วยเถอะค่ะ หนูจะช่วยพี่สาวยกกับข้าวไปเอง” เสียงใสของฉางเซียงจูดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ตกลง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ยกอาหารพวกนี้ไปก่อน” หลิวเอ้อหลิงยกจานผัดผักและถ้วยแกงไก่ให้สองสาวต่างวัย

ฉางเซียงจูและซูเมี่ยวจินช่วยกันยกอาหารสองอย่างไปวางบนโต๊ะ ก่อนที่ซูเมี่ยวจินจะหันหลังเดินกลับไปยกอาหารอีก ฉางเซียงจูกลับจับมือเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้เสียก่อน

“พี่สาวไม่ต้องไปแล้ว อาหารในครัวเหลืออีกไม่กี่อย่างค่ะ มานั่งคุยกับหนูรอกันเถอะ เมื่อคืนไม่ได้ทักทายพี่สาว เช้านี้หนูต้องรีบไปโรงเรียนอีก” ฉางเซียงจูเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง

ซูเมี่ยวจินเห็นลักยิ้มสองข้างของสาวน้อยเข้าก็ตกหลุมในความน่ารักและพูดเก่งของฉางเซียงจูอย่างจังจนเธออดยิ้มตามไม่ได้

“น้องสาวเรียนชั้นไหนแล้ว” ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ซูเมี่ยวจินก็ยังคงถามตามมารยาท

“หนูอยู่ ม.6 แล้วค่ะ กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้า”

“อืม… ตั้งใจเรียนนะ ได้ยินพี่ชายเธอบอกว่าเธอเรียนเก่งนี่” ซูเมี่ยวจินพูดถึงเรื่องที่ฉางเล่ยเคยเล่าให้เธอฟังก่อนหน้านี้

“ไม่เก่งมากหรอกค่ะพี่สาว แต่หนูคิดว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าจะต้องสอบผ่านได้แน่ค่ะ แค่ตั้งใจอ่านหนังสือเพิ่มให้มากหน่อย”

“ดีแล้ว พี่สาวจะคอยเป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ”

“พี่สาว… พี่สาวมีแฟนหรือยังคะ” ฉางเซียงจูกระซิบถามเพราะกลัวว่าแม่เธอจะได้ยิน

“หืม? ทำไมถามเรื่องนี้ล่ะ” ซูเมี่ยวจินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอคิดในใจว่าเด็กคนนี้ช่างอยากรู้อยากเห็นเสียจริง ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าเด็กตรงหน้าอยากเป็นแม่สื่อให้พี่ชายมากแค่ไหน เพียงแต่ซูเมี่ยวจินอยากกลั่นแกล้งเด็กน่ารักคนนี้เสียหน่อยเท่านั้นจึงยังไม่ตอบ

“เอ่อ… พี่สาวคิดว่าพี่ชายหนูเป็นยังไงบ้างคะ” ฉางเซียงจูตามความคิดของซูเมี่ยวจินไม่ทัน เธอจึงได้แต่ถามคำถามอ้อม ๆ แทน

“เขาใจดีกับพี่มาก และยังรักเธอมากด้วยนะน้องสาว” ซูเมี่ยวจินอดลูบหัวทุยของเด็กน่ารักตรงหน้าไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นพี่สาวชอบพี่ชายหนูหรือเปล่าคะ” ฉางเซียงจูถามพร้อมสายตาวิบวับอย่างลุ้น ๆ เหมือนเด็ก ทำเอาซูเมี่ยวจินเกือบจะหลุดขำ

“อืม… ถ้าเขาไม่รังเกียจที่พี่เป็นเด็กกำพร้านะ เขาช่วยชีวิตพี่เอาไว้ ยังไงพี่ก็อยากตอบแทนเขาแล้วก็ครอบครัวของน้องสาว” ซูเมี่ยวจินไม่อยากอ้อมค้อมอีก เธอจึงพูดตามที่คิดทันที อย่างน้อยถ้ามีน้องสาวของฉางเล่ยคอยช่วย เธอคิดว่าไม่นาน ฉางเล่ยจะต้องยอมขอเธอแต่งงานแน่

“คุยอะไรกันอยู่น่ะ กินข้าวได้แล้ว” เสียงหลิวเอ้อหลิงดังมาก่อนตัว ทำให้ทั้งสองที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่รีบผละออกจากกัน

“ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูแค่ถามพี่สาวนิดหน่อยเอง” ฉางเซียงจูพอรู้ว่าพี่ชายเธอน่าจะมีความหวังก็อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง เธอต้องทำให้พี่ชายกับพี่สาวรักกันให้ได้ พ่อกับแม่ของเธอจะได้วางใจเสียที

“ใช่ค่ะคุณป้า หนูถามน้องสาวเรื่องทั่วไปเท่านั้นค่ะ” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางตอบ เธอมองสามพ่อแม่ลูกที่กำลังยกอาหารมาวางบนโต๊ะด้วยตาเป็นประกาย

ฉางเล่ยมองดูสายตาของสาวสวยอย่างซูเมี่ยวจินเข้าก็เกิดเขินอายขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขานึกถึงเมื่อวานที่แบกเธอลงจากภูเขา หน้าอกใหญ่โตของเธอกระทบกับแผ่นหลังใหญ่ของเขาจนเขารู้สึกคันในหัวใจยากจะเกาจริง ๆ ยิ่งมองใบหน้าที่สะอาดสะอ้านและสวยดุของเธอตอนนี้ ทำให้ฉางเล่ยอดที่จะชมชอบเธอในใจไม่ได้

“รีบนั่งลงเร็วเข้าฉางเล่ย มัวมองอะไรอยู่น่ะ” หลิวเอ้อหลิงเห็นสายตาลูกชายที่เอาแต่จ้องซูเมี่ยวจินก็อดไม่ได้ที่จะปรามเขาไม่ให้เสียมารยาท

“ครับแม่ ขอโทษนะครับคุณซู” ฉางเล่ยยกมือเกาหัวอย่างเก้กัง

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าอย่าดุเขาเลยนะคะ” ซูเมี่ยวจินช่วยพูดแทนชายร่างใหญ่ที่ดูซื่อบื้อตรงหน้าอย่างอดไม่ได้ เธอคิดว่าหน้าตาดีของเธอช่วยได้ไม่น้อย หากว่าเขาสนใจเธอขึ้นมาจริง ๆ แผนการขอแต่งงานก็จะยิ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว

หลิวเอ้อหลิงหันมองสามีอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร ฉางชิงหยูได้แต่พยักหน้าให้เธอไม่ต้องคิดมาก ในเมื่อซูเมี่ยวจินไม่รังเกียจที่ลูกชายพวกเขาเสียมารยาท พวกเขาที่เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดต่ออีก

“กินข้าวกันเถอะ เซียงจูจะได้รีบไปโรงเรียน เรายังต้องออกไปทำงานกันอีก”

ทุกคนต่างพยักหน้ารับคำฉางชิงหยู ซูเมี่ยวจินไม่ได้กินข้าวเร็วอย่างเมื่อคืนอีกเพื่อรักษามารยาท อาหารเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ได้เลิศหรู แต่บรรยากาศอบอุ่นของครอบครัวฉางที่คอยตักอาหารให้นั้น ทำให้ซูเมี่ยวจินอดที่จะดีใจไม่ได้

“ร่างกายของเมี่ยวจินยังไม่หายดี วันนี้ก็พักผ่อนอยู่ที่บ้านดี ๆ นะ” หลิวเอ้อหลิงบอกหลังจากช่วยกันเก็บล้างถ้วยชามก่อนออกจากบ้านไปทำงาน

“ขอบคุณค่ะคุณป้า หนูจะช่วยทำความสะอาดบ้านรอนะคะ ร่างกายหนูดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ ทุกคนไม่ต้องกังวล” ซูเมี่ยวจินยิ้มตอบ

“แม่หนูไม่ต้องลำบากหรอก เรื่องพวกนี้ปล่อยให้ฉางเล่ยเป็นคนทำ หนูพักผ่อนให้ดีก็พอแล้วนะ” ฉางชิงหยูเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจคนป่วย

“ไม่ลำบากเลยค่ะคุณลุง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้หนูทำได้ คุณลุงกับคุณป้าออกไปทำงานอย่างสบายใจเถอะนะคะ หนูอยากทำงานตอบแทนพวกคุณบ้าง”

“พ่อครับ ถ้าคุณซูบอกแบบนี้ก็ปล่อยให้เธอได้ทำอะไรบ้างก็ได้ ร่างกายของเธอจะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วยนะครับ ดีกว่าเอาแต่นอนอยู่เฉย ๆ” ฉางเล่ยรีบช่วยพูดแทน

“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่ก็จะไม่ห้ามแล้ว แต่อย่าทำงานหนักนักล่ะ”

“ได้ค่ะคุณลุง พวกคุณรีบไปทำงานเถอะค่ะ”

ซูเมี่ยวจินยืนส่งคนอื่น ๆ ออกจากบ้าน ฉางเซียงจูที่กินข้าวเสร็จคนแรกรีบออกไปเรียนในอำเภอนานแล้ว ส่วนพวกเขาที่เหลือก็กินอาหารอย่างไม่รีบร้อนและเพิ่งช่วยกันทำความสะอาดถ้วยชามเสร็จจึงออกไปทำงาน

[เจ้านาย คุณยังไม่เร่งมือขอเขาแต่งงานอีกเหรอครับ]

[ฉันบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบร้อน นายจะเร่งอะไรนักหนาเล่า คนเพิ่งเจอกันแท้ ๆ]

[ครับ ๆ ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเจ้านายแล้ว]

ซูเมี่ยวจินส่ายหน้าไปมากับระบบที่เอาแต่เร่งเธอเรื่องแต่งงาน เธอมองกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กที่ยังคงสะอาดสะอ้านอยู่ก็นึกได้ว่าจะต้องช่วยทำความสะอาดเพิ่มอีกสักหน่อย ไหนจะต้องนำที่นอนไปตากแดดให้พวกเขาระหว่างวันด้วย เธอรู้สึกว่าที่นอนเริ่มอับชื้นหลังจากไม่ได้ตากแดดมานาน คงเพราะครอบครัวฉางต้องออกไปทำงานทุกวัน พวกเขาจึงไม่มีเวลาดูแลเรื่องพวกนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเมี่ยวจิน   ผลการประชุม

    ตระกูลอ้ายเสนอให้ทุกคนลงทุนเงินตระกูลละหนึ่งร้อยล้านหยวนสำหรับการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัยจากต่างชาติ อาคารของโรงพยาบาลในพื้นที่สิบไร่จะแยกเป็นสามอาคาร คืออาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในและอาคารของผู้ป่วยวิกฤต ภายในโรงพยาบาลยังมีการสร้างศูนย์สุขภาพและห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์อีกสามอาคาร ลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับรถรับส่งของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลอ้ายคิดขึ้น เขาอยากให้ผู้ป่วยธรรมดาสามารถเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลได้สะดวก จึงคิดระบบขนส่งฟรีให้กับคนในเมืองหลวง โดยกำหนดเส้นทางขนส่งหลักมากถึงสิบเส้นทาง หากโครงการนี้สำเร็จ วงการแพทย์คงตื่นตัวขึ้นมากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและให้บริการทางการแพทย์ตระกูลชุ่ยนำเสนอข้อมูลของโรงเรียนเอกชนก็มีอาคารเรียนมากถึงเจ็ดอาคารรวมโรงยิมส่วนกลางสำหรับการแข่งขันกีฬาในร่มด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและลู่วิ่งก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน โรงเรียนแห่งนี้จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย หอพักขนาดใหญ่สามอาคาร อาคารละสามสิบชั้นจะช่วยให้นักเรียนที่มีบ้านไกลเรียนได้อย่างสะดวก ระบบการศึกษาจะส่งเสริมให้นักเรียนมี

  • ซูเมี่ยวจิน   โครงการใหม่

    “ผมคิดว่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ควรทำเป็นตลาดค้าส่งดีไหม” คังฟู่ลองเสนอ“ตลาดค้าส่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นี่นา ผมว่าคิดอย่างอื่นเถอะ” โจวหนานเซิงบอก“ในเมื่อทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราลองปรึกษาคนในบริษัทก่อนไหม แล้วค่อยนัดประชุมกันอีกทีหนึ่ง” ชุ่ยถงไม่อยากเสียเวลามากเกินไป เพราะอากาศเริ่มร้อน“ตกลง” คนอื่น ๆ พยักหน้าตกลงทันทีก่อนแยกย้ายกัน คังฟู่ชวนทุกคนไปกินข้าวร่วมกันแล้ว แต่ซูเมี่ยวจินบอกว่าเธอยังมีงานต้องทำ พวกเขาเลยต้องขอตัวกลับระหว่างทางกลับบริษัท ฉางเล่ยเองก็คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ดี หลายเดือนแล้วที่เขาคิดวนไปวนมาก็ยังไม่มีความคิดดี ๆ เลย“ภรรยา คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ครับ” ฉางเล่ยถามอย่างอดไม่ได้“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เราเองก็ต้องเรียกจางชวงซินกับหลิวซื่อหย่วน

  • ซูเมี่ยวจิน   พิธีเปิดโครงการ

    หนึ่งร้อยวันต่อมาโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนและห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จตามกำหนดการเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ด้วยพนักงานของบริษัทที่รับเข้ามาของซูเมี่ยวจินและความร่วมมือจากสี่ตระกูลใหญ่ ทำให้วันนี้พวกเขาจัดเตรียมพิธีเปิดได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรูและบ้านจัดสรรเองก็กำลังก่อสร้างไปได้มากกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็สามารถเปิดขายได้ทั้งหมดวันนี้แขกร่ำรวยและสื่อจากสำนักข่าวต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงแรมปิงก่วนเพื่อร่วมพิธีเปิดตามบัตรเชิญจากตระกูลคัง ตระกูลฉางมีซูเมี่ยวจิน ฉางเล่ย และพี่ชายทั้งสี่มาเข้าร่วมพิธีด้วย ก่อนหน้านี้พวกพี่ชายของฉางเล่ยได้ทำความรู้จักคนจากตระกูลคังและชุ่ยเอาไว้แล้ว เพราะซูเมี่ยวจินให้พวกเขาดูแลงานในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พวกเขาจึงสร้างความสัมพันธ์กับสองตระกูลเพื่อความสะดวกในการทำงานบรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นยังคงเป็นไปด้วยดี เพราะบอดี้การ์ดของซูเมี่ยวจินมาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าเศรษฐีในงานที

  • ซูเมี่ยวจิน   สินทรัพย์ใหม่

    รถยนต์สามคันขับตามกันไป บอดี้การ์ดสองคนที่พักในอาคารบ้านใหญ่ฉางติดตามซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมาด้วย ส่วนเลขาทั้งสองแยกย้ายกันนั่งรถบริษัทไปกับหัวหน้าหน่วยแต่ละคนพร้อมกับบอดี้การ์ดเช่นกันทหารที่ซูเมี่ยวจินรับมาทั้งหมดยังไม่มีอาวุธส่วนตัว เธอต้องทำเรื่องขอซื้ออาวุธจากทางการก่อนจึงจะให้พวกเขาพกพาได้ เรื่องนี้โจวอู่หมิงบอกพ่อของเขาให้แล้วเช่นกัน ซึ่งการทำเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร“เข้าไปดูบ้านในซอยตรงข้ามโครงการก่อนนะ” ซูเมี่ยวจินสั่งการบอดี้การ์ดที่ขับรถ“ครับ นายหญิง” บอดี้การ์ดทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เรียกซูเมี่ยวจินว่านายหญิงรถสามคันขับตามกันเข้าไปในซอยก่อนถึงโครงการฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสองเลนสวนกันเท่านั้น หากในอนาคตรัฐบาลต้องการสร้างถนนใหม่ บ้านต้นซอยทั้งหมดจะถูกเวนคืนในราคาสูง ซูเมี่ยวจินไม่ได้หวังว่าจะได้บ้านต้นซอยแต่แรก เธอแค่อยากซื้อที่ดินเพิ่มแถวนี้เท่านั้นภายในซอยเงีย

  • ซูเมี่ยวจิน   เลือกบอดี้การ์ด

    หลี่จุนพาเจ้านายทั้งสองไปธนาคารในเวลาต่อมา ซูเมี่ยวจินใช้เงินจากบัญชีส่วนตัวซื้อรถกันกระสุน เธอจะรอให้รถคันใหม่มาถึงจึงจะนำรถคันเก่าไปซ่อมและเก็บไว้ให้พ่อกับแม่สามีใช้ในอนาคตก่อนมื้อเย็น ซูเมี่ยวจินโทรหาโจวอู่หมิงเพื่อสอบถามเรื่องบอดี้การ์ดที่เธอขอเอาไว้ก่อนกลับจากเถิงซง“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณพ่อเรียกคนที่ลาออกเตรียมไว้ให้พี่สะใภ้เลือกห้าสิบคนเลยนะครับ แต่ละคนฝีมือดีกันทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาลาออกไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน พอคนในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายอีก ถ้าจะกลับมารับใช้ชาติก็ไม่สามารถทำได้ พวกเขาเลยสมัครใจที่จะมาทำงานให้กับตระกูลของผมน่ะครับ” โจวอู่หมิงบอกรายละเอียดคนที่พ่อของเขาหามาให้เธอฟัง“อืม… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าพวกเขาหน่วยก้านดี ฉันอาจจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยก็ได้”“ขอบคุณพี่สะใภ้มากครับ ผมจะโทรบอกพ่อให้พาคนพวกนั้นไปพบพี่สะใภ้พรุ่งนี้ดีไหมครับ” โจวอู่หมิงบอกอย่างดีใจ เขาหวังว่า

  • ซูเมี่ยวจิน   ความคืบหน้า

    สองวันต่อมาหลังพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินก็กลับเข้าบริษัท พวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการจากลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่ทันทีที่เข้าไป“โครงการสร้างโรงแรมของเราทำไปได้ประมาณ 30% แล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ตระกูลคังส่งให้เราครับ” ฉางหลิวซิงบอกเป็นคนแรก“โครงการสร้างห้างสรรพสินค้าเองก็เช่นเดียวกันครับ ตระกูลคังน่าจะเกณฑ์คนมาจากเมืองต่าง ๆ เลยทำให้โครงการทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้” ฉางหลิวหยางบอกต่อจากพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม“คอนโดมิเนียมที่พี่ชายดูแลยังทำได้ไม่ถึงไหนเลยครับ คงเพราะจำนวนคนไม่เพียงพอจึงทำให้พวกเขาทำได้แค่ปรับพื้นที่รอตอกเสาเข็มอาคารหลังแรกเท่านั้น” ฉางหลิวหย่งรายงานโครงการที่เขารับผิดชอบอยู่“หมู่บ้านเราก็ยังไม่เริ่มการก่อสร้างเหมือนกันครับ คนงานเพิ่งปรับพื้นที่และนำดินมาถมที่ดินเพิ่มเติมอยู่ครับ” ฉางหลิวเติ้งบอกเป็นคนสุดท้าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status