เข้าสู่ระบบบทที่ 11 หมู่บ้านเฟยซาน1
หลังจากที่กลุ่มเดินทางไปเมืองฉางและเมืองซินเกียงออกเดินทางไปไม่นานนัก หูอันฉีก็กลับไปคุมงานก่อสร้างหมู่บ้านเฟยซานอีกครั้งหลังจากผ่านเหมันต์ฤดูที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงักไป การก่อสร้างที่เสร็จไปได้ 6 ส่วนจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
ส่วนแปลงเกษตรของจวนตระกูลตวนมู่ ที่ขยายการปลูกจนเต็มพื้นที่ได้ผลผลิตมากมาย ก็ได้คุณหนูใหญ่สั่งการให้นำไปขายที่ร้านฟู่จิน 8 ส่วนในทุกๆวัน จนตอนนี้ร้านฟู่จินเป็นที่รู้จักไปทั้งเมืองด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและราคาถูกชาวบ้านสามารถจับต้องได้
ซูเม่ยคิดจะขยายกิจการร้านค้าฟู่จินให้มีความหลากหลายมากขึ้น คล้ายห้างสรรพสินค้าในโลกก่อน แต่เป็นการขายเฉพาะวัตถุดิบด้านอาหารเพียงเท่านั้น นางจึงกวาดซื้อร้านที่ติดกับร้านฟู่จินอีก 3 ร้าน เพื่อขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นและเพิ่มสินค้าประเภทของแห้งหรือของแปรรูปเข้าไป ทั้งผักดองแบบต่างๆ เนื้อตากแห้งหลายรสชาติ กุนเชียง และผลไม้อบแห้ง ภายในไม่นานหลังจากสินค้าถูกวางขาย สัญญาการค้าจากกลุ่มการค้าหลายเมืองก็ส่งมาให้นางถึงจวน ทำให้สินค้าของร้านฟู่จินเมืองหยางเป็นที่รู้จักที่ทั่วแคว้นในเวลาไม่กี่เดือน
1 เดือนต่อมา
“คุณหนูใหญ่ขอรับ หมู่บ้านเฟยซานตอนนี้เหลือแค่เครื่องใช้ภายในเรือนแต่ละหลังเพียงเล็กน้อยพร้อมเข้าอยู่ไม่เกิน 2 วัน คุณหนูจะคัดเลือกคนอย่างไรดีขอรับ”
“คัดเลือกคนที่เป็นวรยุทธ์ ครอบครัวคนที่จะฝึกฝน รับทั้งบุรุษสตรีและเด็กจากความสมัครใจจำนวนจำกัดไม่เกิน 300 คน และค่อยเพิ่มจำนวนในอนาคต”
“ส่วนของแปลงสมุนไพรในหมู่บ้าน จะให้จัดคนอย่างไรดีขอรับ”
“ใช้คนในหมู่บ้านหมุนเวียนเป็นช่วงเวลาคล้ายการจัดเวรยามจะได้ไม่กระทบกับการฝึกฝน นอกจากฝึกฝนร่างกายแล้ว ต้องมีการเรียนเขียนอ่านด้วย อาจารย์ที่สอนต้องเป็นคนของเราอย่างสมบูรณ์”
“หากแบ่งคนออกไปหมู่บ้านเฟยซานแล้ว คงต้องจัดระเบียบงานในจวนใหม่อีกครั้ง เพราะคนงานคงหายไปหลายส่วนนะขอรับ”
“ท่านลุงอันฉีดูแลส่วนหมู่บ้านเฟยซาน ส่วนในจวนข้าจะคอยกำกับดูแลผ่านพ่อบ้านจางอีกที ท่านลุงมิต้องเป็นกังวล”
“ขอรับคุณหนูใหญ่”
“ข้ายังไหวเจ้าค่ะท่านลุงอันฉี” ซูเม่ยเมื่อเห็นสีหน้าที่ยังขมวดมุ่นก็เอ่ยให้ความมั่นใจว่าสภาพร่างกายยังดี แม้อายุครรภ์จะเข้า 8 เดือนแล้วก็ตาม
การจัดระเบียบครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอีกครั้ง ครานี้ทุกอย่างลงตัวดีมาก คนเกือบ 300 คนย้ายเข้าอยู่ในหมู่บ้านเฟยซานที่มีการจัดระเบียบอย่างดี เริ่มมีการปลูกพืชสมุนไพรหลายชนิดโดยเฉพาะโสมและเห็ดหลินจือที่มีราคาแพง ซึ่งทุกอย่างภายในหมู่บ้านเฟยซานถือเป็นความลับขั้นสูงสุด
ภายในจวนตระกูลตวนมู่ก็ได้เพิ่มแรงงานทำเกษตร และจัดตั้งระบบหัวหน้างานที่ชัดเจน เพื่อควบคุมแรงงานให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด จนเป็นสัดส่วนขั้นตอนที่น่าพอใจ
“พี่ใหญ่เจ้าคะเจ้าตัวเล็กดิ้นแรงจังเลย” ซูเจียวที่เพิ่งว่างเว้นจากการเรียนศาสตร์ศิลป์ทั้ง 4 ก็มานั่งคุยกับหลานตัวน้อยในท้องของพี่สาว
“อีกนานมั้ยเจ้าคะหลานตัวน้อยถึงจะออกมาเล่นกับเฟยเฟย”
“อีกแค่เดือนหนึ่งเท่านั้น น้องสาวของพี่ก็จะได้เลี้ยงหลานๆแล้ว” ซูเม่ยเมื่อเห็นความกระตือรือร้นของน้องสาวทั้งสอง นางก็อมยิ้มน้อยๆ พร้อมกับลูบท้องนูนกลมโตด้วยรอยยิ้มบางๆ
“หลานๆ หรือเจ้าคะ”
“...” ซูเม่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกริ่ม
“หลานๆที่มากกว่าหนึ่ง น้องเข้าใจถูกหรือไม่” ซูเจียวเมื่อฟังคำพูดก็พี่สาวก็เอะใจ แล้วถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น ซึ่งฉายออกมาทางดวงตาที่กลมโตขึ้น
“มากกว่าหนึ่ง!!!!/มากกว่าหนึ่ง!!!!” เสียงสองเสียงประสานกันไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคุณหนูเล็กของจวนอย่างหลินเฟย และชิงชิงบ่าวข้างกายของซูเม่ยที่ไม่ทราบเรื่องนี้เช่นกัน
“พวกเจ้าทำหน้าตาตลกเสียจริง” ซูเม่ยที่เห็นหน้าตาตระหนกของแต่ละคนก็กลั้นขำไม่ไหว เผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะของที่เตรียมไว้สำหรับคุณหนูคุณชายน้อยแค่ 1 คนเท่านั้น หากมี 2 คนก็ต้องเตรียมเพิ่มหลายอย่าง เดี๋ยวบ่าวจะไป...” ชิงชิงที่ทราบเรื่องก็ลนลานรีบจะไปเตรียมของใช้สำหรับเด็กเพิ่มแต่ก็ต้องทรุดกายลงไปนั่งกับพื้นอีกรอบ
“ใครบอกว่าแค่ 2 เล่า 3 ต่างหาก” ซูเม่ยเอ่ยขึ้นอย่างไม่จริงจัง
“สาม/สาม/สาม” ตึงงงงง เสียงเป็นลมของชิงชิงดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เพราะต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง
‘หลานตัวเล็กสามคน อ่า จวนช่างสดใสครึกครื้น’ ซูเจียว
‘เจ้าก้อนแป้งสามก้อน วิ่งไล่ตามพร้อมเรียก ท่านอาเล็กๆๆ แค่คิดก็สนุกแล้ว’ หลินเฟย
‘ของใช้เด็กต้องทำเพิ่มอีกอย่างละ 2 เสื้อผ้า เปลนอน เตียง ชุดเครื่องนอน อ่างอาบน้ำ บลาๆๆๆๆ ชิงชิงจะเป็นลม’
หลังจากที่ชิงชิงหายตื่นตระหนก คนทั้งจวนตระกูลตวนมู่ก็วุ่นวายอีกครั้งเมื่อทราบว่าคุณหนูใหญ่ของจวนมีครรภ์แฝดสาม เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านวิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม ห้องคลอด หมอตำแย พี่เลี้ยงเด็ก ห้องสำหรับเด็กอ่อนที่ต้องมีของใช้หลายอย่าง
“เฮ้อ.... กว่าพวกเจ้าจะคลอด แม่คงเวียนหัวมากเป็นแน่ เจ้าก้อนแป้งน้อยๆ” ซูเม่ยก้มลงพูดกับลูกๆของตนในท้อง และได้รับแรงถีบเบาๆเป็นการตอบกลับ เมื่อเห็นบรรดาคนรับใช้เดินกันให้วุ่นวายในเรื่อนของนาง เพื่อเตรียมของในห้องเด็กอ่อนเพิ่มเติม ซูเม่ยจึงหลบไปนั่งพักผ่อนที่ศาลาสวนไผ่โดยมีสาวใช้คนสนิทตามรับใช้ไม่ห่าง
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







