เข้าสู่ระบบบทที่ 11 หมู่บ้านเฟยซาน2
หมู่บ้านเฟยซาน
“คุณชายรอง ต้องฝึกกำลังขาอีกหน่อยขอรับ หากรากฐานไม่ดีระหว่างฝึกวรยุทธ์อาจบาดเจ็บได้” หูอันฉีที่ผันตัวมาเป็นครูฝึกให้เหล่ายอดฝีมือตัวน้อยในอนาคตให้คำแนะนำแก่ศิษย์กิตติมศักดิ์ของเขา
“ข้าต้องทำเช่นไรบ้างขอรับ” ซูเหวินเอ่ยถามอย่างจริงจัง เขาไม่อาจอ่อนแอ ยังมีพี่สาว น้องสาว และหลานๆตัวน้อยให้ต้องปกป้องดูแล เรื่องหลานๆที่เขาเพิ่งทราบเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องพยายามมากยิ่งขึ้น
“ต่อไปนี้ทุกเช้าขึ้นชายต้องตื่นมาวิ่งรอบหมู่บ้าน 3 รอบต่อวัน หากเริ่มปรับตัวได้จำนวนรอบจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆขอรับ”
สูด!!!! เสียงสูดหายใจของเด็กทุกคนดังขึ้นพร้อมกัน กับระยะทางที่ต้องวิ่งในแต่ละวันของคุณชายรอง ที่จะมาเรียนการต่อสู้พร้อมกับพวกเขา
“ไม่ต้องตกใจ พวกเจ้าทุกคนต้องตื่นต้นยามเหม่า (5.00-7.00) มาวิ่งเช่นกัน”
“....” ใบหน้าแข็งค้างทุกคน
“บทเรียนแรก....การฝึกความแข็งแรงของร่างกาย”
หลังจากวันนั้นในทุกๆเช้าเหล่าจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ก็ออกมาวิ่งทุกเช้าจาก 3 รอบเพิ่มเป็น 4 และ 5 ตามมา นอกจากรุ่นเยาว์แล้วรุ่นใหญ่ก็ฝึกหนักเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเป็นลูกน้องของหูอันฉี ที่ต้องกระจายไปเป็นอาจารย์ฝึกกลุ่มต่างๆด้วย และต้องกลับมาฝึกรวมกันเพื่อพัฒนาฝีมือกับหัวหน้าหูในบางวันเช่นกัน
และไม่นานนักขบวนม้าเหงื่อโลหิตจากโรงม้าสำนักอาชาสวรรค์ที่สั่งไว้ก็มาถึง ซึ่งคราแรกนั้นวางแผนไว้ว่าจะเลี้ยงม้าทั้งหมดภายในจวนตระกูลตวนมู่ แต่เนื่องจากมีม้าที่ใช้เป็นประจำอาศัยอยู่จำนวนมากแล้ว จึงขยับขยายนำม้าศึกมาไว้ที่หมู่บ้านเฟยซานแทน
“ม้าสวยมากเลยขอรับท่านลุงอันฉี” ซูเหวินที่ยืนมองม้านับร้อยตัวทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เพิ่งเดินทางมาถึงด้วยดวงตาเปล่งประกายเหมือนเจอของถูกใจ
“ย่อมเป็นเช่นนั้นขอรับคุณชายรอง ม้าพันธุ์นี้มักมีไว้สำหรับกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และพวกขุนนางระดับสูงเท่านั้น เพราะมันเป็นม้าสำหรับออกศึกที่มีทั้งความแข็งแรง รวดเร็ว ปราดเปรียว และฉลาดหลักแหลม แต่มันก็เป็นม้าที่พยศและเลี้ยงยากเช่นกัน”
“...” ซูเหวินฟังอย่างตั้งใจแต่สายตาก็ไม่ละไปจากฝูงม้าเลยแม้แต่น้อย
“หากคุณชายรองชอบก็เลือกสักตัวมั้ยขอรับ เลือกตัวที่ยังไม่โตค่อยๆเลี้ยงสร้างความคุ้นเคยกับมัน ให้มันรับรู้อยู่เสมอว่าคุณชายรองเป็นเจ้านายของมัน ในอนาคตมันจะกลายเป็นม้าคู่ใจที่ซื่อสัตย์ที่สุด” หูอันฉีที่เห็นแววตาประกายของคุณชายรองก็ลองหยั่งเชิงถาม
“ได้หรือขอรับ” ซูเหวินเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่มิด หลุดมาดท่าทางราวกับผู้ใหญ่ กลายเป็นเด็กเห่อของเล่นใหม่เสียอย่างนั้น
“ขอรับ เชิญคุณชายรอง” หูอันฉีเดินนำซูเหวินไปยังคอกม้าขนาดใหญ่
เด็กชายเดินอยู่พักใหญ่ก็พบกับลูกม้าที่น่าสนใจ ลูกม้าสีดำขลับที่สบตากับเขาโดยไม่หลบ มันทำท่าราวกับเขาเป็นเพียงมนุษย์ต่ำต้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น และปลายตามองเขาในเวลาต่อมา
เจ้าม้าตัวน้อยพ่นลมออกจากจมูกดังฟืดฟาดหลายครั้ง เด็กชายค่อยๆเอื้อมมือไปแตะตรงหัวของมันก่อนจะลูบเบาๆ ป้อนหญ้าสดต้นอวบที่ถูกรดด้วยน้ำวารีมรกตเจือจาง เมื่อลูกม้าได้กลิ่นก็รีบกินอย่างรวดเร็ว
ท่าทางของลูกม้าเปลี่ยนไป มันเอาหัวมันดันมือเล็กๆของซูเหวินและเดินเข้ามาหาเขาคล้ายออดอ้อน จนซูเหวินหัวเราะคิกออกมาเมื่อมันเลียเข้าที่ใบหน้าของเขา
“ดูท่าแล้ว เจ้าตัวนี้คงจะชอบคุณชายรองขอรับ” หูอันฉีที่มองท่าทีของลูกม้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยความสนใจ
“ข้าเอาตัวนี้นะขอรับท่านลุงอันฉี ข้ารู้สึกว่ามันจะเป็นคู่หูที่ดีของข้าในอนาคตใช่มั้ย...เสี่ยวฟู่”
และทุกๆวันในหมู่บ้านเฟยซานจะเห็นคุณชายรองจูงลูกม้าเสี่ยวฟู่เดินเล่นทุกเย็นจนเป็นภาพที่ชินตากับความออดอ้อนของลูกม้าที่ไม่มีความพยศเย่อหยิ่งให้เห็นตามสายเลือดของมัน
หมู่บ้านเฟยซานที่ซ้อนเร้นอยู่ภายในหุบเขาเมื่อเข้าที่เข้าทางก็เริ่มมีการขยับขยายมากขึ้น ทั้งไร่สมุนไพรและกองกำลังที่ฝึกฝนจนสามารถใช้งานได้บางส่วนแล้ว และมีการรับคนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มขอทานตามเมืองต่างๆ ซึ่งไม่เป็นที่สนใจของผู้คน นับว่าตอนนี้ตระกูลตวนมู่มีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นแล้ว
“คุณหนูใหญ่ขอรับ จะเริ่มขยายกิจการร้านฟู่จินเลยหรือไม่ขอรับ” หูอันฉีเมื่อคนเริ่มใช้งานได้จึงเข้าปรึกษาแผนขั้นตอนถัดไปทันที
“คนของเราพร้อมหรือยังเจ้าคะท่านลุงอันฉี” ซูเม่ยที่ตอนนี้ได้แต่นั่งนอนเฉยๆ เพราะครรภ์ใหญ่มากจนเคลื่อนไหวลำบาก
“พร้อมแล้วขอรับ ตอนนี้ที่สามารถใช้งานได้มี 200 คน”
“อ่า ส่งออกไปทุกเมืองในแคว้นซ่ง กว้านซื้อที่ดินทำแปลงเกษตร ส่งสินค้าทั้งหมดเข้าร้านฟู่จินแต่ละเมือง แต่....ยกเว้นเมืองหลวงไว้ก่อนนะเจ้าคะ”
“ขอรับ หากเราควบคุมตลาดการค้าอาหารแห้งได้ ก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น”
“ต่อไปไม่ใช่แค่อาหารแห้ง...” ซูเม่ยเอ่ยด้วยสีหน้าครุ่นคิด เพราะนางวางแผนไว้ในหัวมากมายในอนาคต แต่แล้วเสียงของท่านลุงอันฉีก็ปลุกนางกลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง
“แล้วคนของเราที่เรียนวิชาแพทย์ คุณหนูจะให้ส่งไปสอบขั้นแพทย์โอสถเลยหรือไม่ขอรับเพราะตอนนี้มีราว 10 คนที่พร้อมแล้ว”
“หากพร้อมก็สอบเลยเจ้าค่ะ คนใดสอบผ่านขั้นต้นข้าจะมอบเงินให้ 100 ตำลึงทอง ขั้นกลาง 1,000 ตำลึงทอง และขั้นสูง 10,000 ตำลึงทอง”
“ขอรับ ข้าน้อยจะแจ้งแก่พวกเขาตามที่คุณหนูใหญ่กล่าว”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







