Masukบทที่ 11 หมู่บ้านเฟยซาน3
“ไม่ต้องให้พวกเขากดดันมากนัก ก่อนการเดินทางให้คนที่จะไปสอบเข้ามาพบข้าก่อนเดินทางด้วยนะเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะต้องพูดกับพวกเขาเล็กน้อย” ซูเม่ยไม่ได้ตั้งความหวังกับคนของตัวเองมากนัก เพราะพวกเขาฝึกฝนได้ไม่กี่เดือน แต่ก็นับว่าแต่ละคนมีพรสวรรค์ไม่น้อยเลย
“ข้าน้อยแอบคาดหวังว่าพวกเขาจะมีคนใดคนหนึ่งสอบผ่านถึงขั้นกลาง การเปิดกิจการหอสมุนไพรและโอสถจะได้เริ่มดำเนินการเสียที” หูอันฉีแม้ไม่อยากกดดันผู้ที่เข้าสอบแพทย์โอสถมากนักแต่ก็อดตั้งความหวังในใจไม่ได้ แพทย์โอสถขั้นสูงนั้นอาจจะยากไป เพราะขั้นสูงมักเป็นแพทย์อาวุโสในวังหลวง คนของตะกูลตวนมู่คงมิอาจถึงขั้นนั้น
“แม้จะมีคนสอบผ่านหรือสอบไม่ผ่านทั้งหมด หลังคลอดข้าก็จะเดินทางไปสอบด้วยตนเองเช่นกันเจ้าค่ะ” ซูเม่ยหมายมาดในใจ และนางก็มั่นใจในความสามารถที่สั่งสมมาทั้งสองชีวิตว่าจะได้ตราขั้นแพทย์โอสถมาครอบครองแน่นอน
“หากเป็นคุณหนูใหญ่ ไม่แน่อาจจะได้ตราขั้นถึงขั้นสูงก็เป็นได้ กิจการหอโอสถคงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วขอรับ” หูอันฉีแม้ไม่เคยเห็นทักษะการปรุงโอสถของคุณหนูใหญ่ แต่โอสถของคุณหนูย่อมประจักษ์แก่ใจทุกคนว่าวิเศษมากเพียงใด ไม่แน่ว่าในแผ่นดินนี้จะมีใครสามารถทำได้อย่างคุณหนูของเขาหรือไม่ แม้แต่คนผู้นั้นก็ตาม...
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ยังมีอีกเรื่องขอรับ ข้าได้รับข่าวจากขบวนเดินทางของฮุ่ยซิ่วกับเหวินชางแล้วขอรับ” ว่าแล้วหูอันฉีก็ตั้งจดหมายขนาดเล็กที่ถูกส่งมาโดยเหยี่ยวส่งสาร
“...” ซูเม่ยไม่รอช้าอ่านข้อความในกระดาษทันที ด้วยความตื่นเต้นปนกังวลใจ มือบางคลี่ม้วนกระดาษขนาดเล็กอย่างช้าๆ แต่แล้ว...
‘เมืองซินเกียงไม่พบร่องรอย กำลังไปสมทบเมืองฉาง’ ซูเม่ยรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่ก็เตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ยังมีอีกเมืองที่ยังไม่ส่งข่าว ดังนั้นนางยังคงมีความหวัง
“ยังมีเมืองฉางที่มีความเป็นไปได้สูงกว่าเมืองซินเกียง คงต้องรอข่าวอีกไม่เกิน 7 วันขอรับ เรายังมีความหวัง” หูอันฉีเห็นสีหน้าและแววตาที่ผิดหวังก็พูดปลอบใจทันที แม้จะเป็นการปลอบใจแต่ทุกคำกล่าวนั้นเป็นความจริง ตอนที่คาดการณ์ไว้ เมืองฉางนั้นมีโอกาสจะเจอนายท่านและฮูหยินมากกว่า เนื่องจากเมืองฉางเป็นเมืองชายแดนที่มีตลาดค้าทาสเถื่อนที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นซ่ง
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะท่านลุงอันฉี” ซูเม่ยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอนกายพิงเก้าอี้ช้าๆ
ช่วงนี้ซูเม่ยรู้สึกเจ็บท้องบ่อยขึ้น คล้ายอาการเจ็บเตือนของคนตั้งครรภ์ใกล้คลอด นางจึงเข้ามิติเพื่ออัลตราซาวด์อีกรอบปรากฏว่าเจ้าก้อนแป้งทั้งสามใกล้จะคลอดแล้ว นางจึงเตรียมอุปกรณ์การทำคลอดเผื่อฉุกเฉินในกรณีที่การทำคลอดในยุคนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับนาง อายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่ 9 อีกไม่กี่วัน ตอนนี้ในจวนมีหมอตำแยมาประจำการถึง 3 คน และหมออีก 1 คน เพื่อเตรียมความพร้อมเพราะนางอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ
“ชิงชิง หากข้าที่กำลังคลอดลูกอ่อนเพลียมาก จงป้อนน้ำในขวดนี้ให้ข้าครั้งละ 1 จอกชา” ซูเม่ยที่รู้สึกปวดท้องถี่ขึ้นจึงสั่งความบ่าวรับใช้ประจำตัวอย่างชิงชิงทันที
“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่” ชิงชิงมองขวดสีขาวขุ่นคล้ายขวดโอสถแต่มีขนาดใหญ่กว่า ก็จดจำไว้ในใจว่าต้องนำของในขวดนี้ป้อนให้คุณหนูของนาง
“และขวดนี้ หากข้ากำลังจะมีอันตรายถึงชีวิต จงเปิดมันทันที” ซูเม่ยหยิบขวดสีดำที่บรรจุควันยาสลบชนิดรุนแรงไว้ภายในขึ้นมา เผื่อฉุกเฉินนางจะได้หายตัวเข้ามิติโดยที่ไม่มีใครรู้
“คะ..คุณหนู อย่าพูดเช่นนี้ ชิงชิง....” สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นครรภ์ขนาดใหญ่ของคุณหนูที่มีทารกอยู่ถึง 3 คน แม้ตอนแรกนางจะดีใจ แต่เมื่อคิดถึงยามคลอดบุตรของสตรีนั้นแสนอันตรายก็สีหน้าซีดเผือด
“เข้าใจหรือไม่!!! ชีวิตของข้าอยู่ที่เจ้าแล้วนะชิงชิง” ซูเม่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียง สีหน้า และแววตาที่จริงจัง
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!!! ชิงชิงจะทำตามคุณหนูใหญ่สั่งอย่างเคร่งครัด” มู่หว่านชิงแม้จะกลัวจับใจ แต่ก็รับปากจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด
“แล้วพวกเจ้าก็เชื่อฟังแม่นะ อย่าดื้อ คลอดง่ายๆรู้หรือไม่” ซูเม่ยเมื่อพูดกับบ่าวตัวน้อยเสร็จ ก็ก้มลงพูดกับเจ้าก้อนแป้งทั้งสามที่กำลังถีบท้องของนางจนโย้ไปมา บางคราก็ถีบจนนางจุกไปเลยก็มี แต่พอนางตวาดก็หยุดคล้ายเด็กทำผิดโดนจับได้ จนอดหัวเราะออกมาไม่ได้
คืนนี้จันทราเต็มดวงดูงดงาม ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาราที่จรัสแสงระยิบระยับ แต่จวนตระกูลตวนมู่กลับวุ่นวายจนไม่มีใครได้ชื่นชมความงามยามค่ำคืน ผู้คนในจวนวิ่งวุ่นวายไปหมดโดยเฉพาะเรือนเหลียนฮวาที่เป็นที่พำนักของคุณหนูใหญ่ของจวน
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







