เข้าสู่ระบบบทที่ 12 เจ้าก้อนแป้ง1
ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนก็แว่วเสียงกรีดร้องดังออกมาเป็นระยะ เสียงของความเจ็บปวดที่ดังมาจากห้องหนึ่งภายในเรือนเหลียนฮวา ทำให้คนที่ยืนรออยู่หน้าห้องนั้นถึงกับอกสั่นขวัญแขวนด้วยความกังวลใจ
“ท่านลุงอันฉี พี่ใหญ่จะปลอดภัยหรือเปล่าขอรับ นี่ก็ 2 ชั่วยามแล้วนะขอรับ” ซูเหวินที่เดินย่ำไปมาอยู่หน้าห้องถามผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่ยามนี้เป็นที่พึ่งให้กับเขาได้
“ครรภ์แฝดมักคลอดยาก แต่ข้าน้อยเชื่อว่าคุณหนูใหญ่จะต้องปลอดภัยขอรับ” หูอันฉีแม้กังวลมากเพียงใดแต่ก็มิอาจแสดงให้คนอื่นหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นได้ ครรภ์แฝดเดิมทีก็ลำบากมากแล้ว แต่นี่มีถึงสามคนย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นไปอีก เขาก็ได้แต่ภาวนาว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
“พี่รองทำไมหลานๆยังไม่ออกมาอีกเจ้าค่ะ เจียวเอ๋อกลัว ฮือๆๆๆ” ซูเจียวที่รออยู่อดปล่อยโฮออกมาด้วยความกลัวจะสูญเสียไม่ได้ นางเคยได้ยินว่าสตรีที่คลอดครรภ์แฝดมักอายุสั้นและอาจจะตกเลือดตายยามคลอดบุตร
ซูเหวินเมื่อเห็นน้องสาวร้องไห้ก็เข้าไปโอบกอดทันที มือเล็กที่เริ่มหยาบกร้านจากการฝึกวรยุทธ์ค่อยๆลูบศีรษะและแผ่นหลังของน้องสาวอย่างแผ่วเบา
‘ยังดีที่น้องสามหลับอยู่ที่เรือนจวี๋ฮวา ไม่งั้นคงร้องไห้ไปอีกคน’ เขาเองก็หวาดกลัวจนแทบจะร้องไห้ ยิ่งเสียงพี่สาวเจ็บปวดมากเพียงใด ยิ่งกัดกินใจเขา แต่เขาจะอ่อนแอมิได้ ยังมีน้องสาวอีกสองคนที่เขาต้องปกป้องดูแล
ภายในห้องคลอดที่ยามนี้ตึงเครียดอย่างหนัก หมอตำแยทั้งสามคนต่างแบ่งหน้าที่กันอย่างเคร่งครัด คนหนึ่งนวดบริเวณท้องจัดท่าให้เด็กออกง่ายที่สุด อีกคนคอยดูแลคุณหนูใหญ่ ส่วนอีกคนก็เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
หยาดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้างดงามของหญิงสาวเหมือนผ่านการใช้แรงอย่างหนักหน่วง ซูเม่ยที่ยามนี้เจ็บท้องเป็นอย่างมากได้แต่สูดหายใจลึกๆและหลุดเสียงหวีดร้องออกมาบางคราที่เจ็บมากขึ้น 2 ชั่วยามที่ผ่านไปเหมือนนานนับวันทำให้นางเริ่มอ่อนแรงลง
ชิงชิงที่ยืนอยู่ข้างเตียงตลอดเวลาเมื่อเห็นท่าทีอ่อนแรงก็รินน้ำในขวด 1 จอกชาป้อนชิดริมฝีปากของคุณหนูใหญ่ น้ำกลิ่นหอมค่อยๆไหลผ่านลำคอบางทำให้เรี่ยวแรงที่ลดน้อยลง กลับฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณหนูใหญ่เมื่อข้าน้อยให้สัญญาณ เริ่มเบ่งทันทีนะเจ้าคะ” หมอตำแยจงที่คอยดูแลร่างกายของซูเม่ยเอ่ยทันทีเมื่อเห็นปากมดลูกที่เปิดพร้อมจะคลอดแล้ว
หมอตำแยหานที่ดูแลเรื่องเครื่องมือทำคลอดก็เข้ามายกมือบางขึ้นจับผ้าที่แขวนไว้กับขื่อ ส่วนหมอตำแยหงก็เตรียมของสำหรับทารกที่จะคลอดออกมา ทั้งสามคนทำงานอย่างคล่องแคล่ว
“หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!!!”
ซูเม่ยที่ความเจ็บเพิ่มมากขึ้นก็ออกแรงเบ่งตามสัญญาณของหมอตำแยจง ฟันคมขบกัดบนก้อนผ้าแน่น มือบางดึงผ้าบนขื่อจนนิ้วแข็งเกร็ง แต่ก็ไม่ละความพยายามออกแรงเบ่งตามจังหวะสัญญาณ
“หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!!!”
“เห็นศีรษะเด็กแล้วเจ้าค่ะ พยายามอีกนิด” หมอตำแยจง
เหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้างดงาม แม้ซีดเซียวจาการออกแรง แต่ไม่ได้บั่นทอนดวงหน้างดงามนี้ลงได้เลย ซูเม่ยที่ได้ยินเสียงว่าบุตรของนางกำลังจะออกมาก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง
“หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!!!”
“หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!!!”
ความเจ็บที่มากเป็นทวีจากช่วงแรก ทำให้ซูเม่ยออกแรงเบ่งจนสุดแรง และแล้ว.....
“อุแว้ อุแว้ อุแว้ !!!!!” เสียงร้องดังจ้าของทารกคนแรกที่คลอดออกมา ทำให้ทุกคนในห้องที่ส่งเสียงเบ่งไปพร้อมกับคุณหนูใหญ่ถึงกับโล่งออกไปนิดหนึ่งทันที หมอตำแยหานตัดสายสะดือเด็กทารกตัวน้อย พร้อมส่งไปให้หมอตำแยหงทำความสะอาดและห่อตัวเด็กด้วยผ้าไหมอย่างดี
“คนแรกเป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ” หมอตำแยหง
ซูเม่ยที่ยังเหนื่อยอ่อนแรงจากคนแรกเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มออกมา เพราะนางไม่เคยอัลตราซาวด์แล้วเห็นเพศของลูกๆเลย เด็กๆคล้ายแกล้งมารดาอย่างนางพากันปกปิดเสียมิดไม่ยอมให้ดูเลย
ชิงชิงก็ทำตามหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด ป้อนน้ำวารีมรกตอีก 1 จอกชา เมื่อได้จิบน้ำร่างกายที่อ่อนแรงก็ฟื้นคืนอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่ทุเลาลงหลังจากทารกคนแรกออกไปกลับมาเจ็บรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ซูเม่ยเป่าลมออกจากปาก พยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ แต่ความเจ็บนี้ไม่ปรานีนางเลย
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ทารกอีกคนใกล้จะคลอดออกมาแล้วเจ้าค่ะ” หมอตำแยจงที่ตอนนี้เหงื่อชุ่มเต็มดวงหน้ากลมของนางเอ่ยบอกหญิงสาวผู้ร่ำรวยตรงหน้า ครานี้เป็นการทำคลอดที่น่าหวั่นใจที่สุดสำหรับนางเลยก็ว่าได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินก็หนาและหนักมากเช่นกัน
“หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!!!” ทุกคนในห้องคลอดทั้งสาวใช้และหมอตำแย นับ 10 คนต่างส่งเสียงช่วยเบ่งคลอดกันถ้วนหน้า ออกแรงเบ่งได้สามครั้งเจ้าก้อนแป้งก้อนที่สองก็ออกมาดูโลกอย่างง่ายดายไม่นานเช่นคนแรก
“อุแว้ อุแว้ อุแว้ !!!!!” ทารกน้อยถูกส่งทำตามขั้นตอนจนครบเช่นคนแรก
“เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ” หมอตำแยหง
และไม่ทันได้ว่างเว้นชื่นชมบุตรชาย ความเจ็บปวดระลอกสุดท้ายก็ประทุขึ้นมา ครานี้เจ็บมากกว่าครั้งใด กลิ่นคาวเลือดทวีความแรงขึ้น ยามนี้ซูเม่ยรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง
“หมอตำแยๆๆๆ เลือด!!!” ชิงชิงที่อยู่ใกล้และคอยสังเกตอาการของคุณหนูใหญ่ เมื่อเห็นเลือดที่ไหลออกมาผิดปกติ ก็ร้องเรียกหมอตำแยทันที
“คุณหนูใหญ่ตกเลือด!!!” หมอตำแยทั้งสามต่างตกใจจนทำอะไรมิถูก เมื่อเห็นเลือดจำนวนมากเจิ่งนองจนเปียกชุ่มเตียง สีหน้าหวั่นวิตกของหมอตำแยพานให้คนรอบข้างเริ่มใจเสีย
“ทำอะไรสักอย่างสิ หมอตำแยจง!!!” ชิงชิงเมื่อเห็นท่าทีหันรีหันขวางของหมอตำแยทั้งสามก็รีบเข้าไปเขย่าตัวหมอตำแยที่อยู่ใกล้ตัวนางที่สุดทันที
“ต้องตามหมอรักษา พวกข้าเป็นแค่หมอตำแยไม่อาจรักษาอาการตกเลือดได้!!!” หมอตำแยหานเป็นคนตอบด้วยความร้อนรน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่เคยมีสตรีตกเลือดยามคลอดคนใดรอดแม้แต่รายเดียว
“คุณหนูใหญ่ อดทนไว้ก่อนนะเจ้าคะ บ่าว..บ่าวจะตามหมอ” ชิงชิงที่เริ่มสติแตกลนลานไปหมดจนลืมคำสั่งที่คุณหนูของตนเคยบอกไว้ แต่ก่อนที่ชิงชิงจะได้ออกไปกลับโดนมือบางของเจ้านายสาวรั้งตัวไว้
“ชิงชิง ปะ...เปิดขวด เปิดขวด” เสียงแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยิน ดังจากริมฝีปากบางที่ซีดเซียว
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







