หน้าหลัก / รักโบราณ / ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์ / บทที่ 18 สำนักแพทย์โอสถกลาง4

แชร์

บทที่ 18 สำนักแพทย์โอสถกลาง4

ผู้เขียน: Little_Hua เสี่ยวฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-24 23:03:32

บทที่ 18 สำนักแพทย์โอสถกลาง4

ห้องการทดสอบแพทย์โอสถขั้นกลาง ชั้นที่สี่

เมื่อได้รับการแจ้งจากชั้นที่สาม  ทุกคนในชั้นที่สี่ต่างรอคอยการมาถึงของเด็กสาวที่ผ่านการทดสอบเป็นแพทย์โอสถขั้นต้นด้วยคะแนนเต็มซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย  แม้แต่ท่านปรมาจารย์โอสถในคราแรกที่ลองทำการทดสอบยังไม่สามารถเขียนทุกอย่างได้เสร็จทันเวลาเลย

แพทย์โอสถขั้นสูงที่อยู่ชั้นที่สามก็ตามมาในชั้นที่สี่ด้วย เพื่อเข้าดูการทดสอบนี้อย่างใกล้ชิด

ซูเม่ยที่มาถึงในชั้นที่สี่  ก็พบกับแพทย์โอสถขั้นสูงมากกว่า 10 คนที่อยู่ภายในห้องและมีนางเป็นผู้เข้าสอบเพียงคนเดียวเท่านั้น สองคนก่อนหน้าไม่สอบผ่านก็สอบตกกลับไปแล้ว

ภายในห้องมีสมุนไพรสดมากมายยิ่งกว่าการทดสอบขั้นต้นหลายเท่านัก และมีอุปกรณ์สำหรับการเตรียมสมุนไพรให้พร้อมสำหรับการใช้ในการปรุงโอสถ

"การทดสอบแพทย์โอสถขั้นกลาง  คือการเตรียมสมุนไพรสำหรับการปรุงยา"  เมื่อซูเม่ยนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในห้องโถงโล่ง  ก็มีเสียงดังขึ้นจากปากชายชราผมขาวท่านหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางแพทย์โอสถขั้นสูงทั้งหมด  ซึ่งชายผู้นั้นมีความแตกต่างด้วยอาภรณ์ที่สวมใส่มีสีขาวขลิบทอง  ส่วนคนอื่นเป็นสีขาวขลิบดำเท่านั้น

"...." ซูเม่ยเงียบอย่างตั้งใจฟัง

"เทียบยาในซองทั้งหมดนี้  เลือกเพียง 5  เทียบยา  จัดเตรียมสมุนไพรในเทียบยาให้พร้อมสำหรับการปรุงโอสถภายใน 1 ชั่วยาม"

ซูเม่ยมองสมุนไพรสดอย่างครุ่นคิด  โอสถบางประเภทใช้สมุนไพรทั้งสด   แห้ง  และกลั่นเป็นน้ำ  สมุนไพรสดนั้นไม่เป็นปัญหา  แต่สมุนไพรแห้งกับกลั่นเป็นน้ำ  ย่อมต้องใช้เวลาบางชนิดต้องตากแห้งโดยใช้แสงแดด  บางชนิดแค่ผึ่งลม  ส่วนการกลั่นเป็นน้ำใช้การต้ม เคี่ยว ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่ว่าหากใช้วิธีนั้น......จะได้หรือไม่

ซูเม่ยหันมองอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ให้   ก็พอจะพลิกแพลงการใช้งานได้บางส่วน  จึงคลายความกังวลใจลง

"ถ้าพร้อมแล้วก็มาหยิบเทียบยา"  ชายชราเมื่อเห็นผู้เข้าทดสอบกลับมาสงบนิ่งคล้ายกับขบคิดวิธีการไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้สุ่มเลือกเทียบยา

ซอง 5 ซองถูกซูเม่ยหยิบออกมาอย่างไม่ลังเลจากซองทั้งหมดเกือบ 30 ซอง  นางเดินกลับไปนั่งที่  เพื่อรอสัญญาณเริ่มการทดสอบ 

ชายชราในชุดขาวขลิบทองมองเด็กสาวเบื้องหน้าอย่างพินิจพิจารณา  แม้เด็กสาวผู้นี้จะไม่ใช่คนแรกที่สอบผ่านแพทย์โอสถขั้นต้นในวัยเพียง 16 ปี  แต่ก็ไม่เคยมีใครได้คะแนนเต็ม แม้แต่ผู้ทรงวัยวุฒิทั้งหลาย  เขาจึงค่อนข้างคาดหวังในการทดสอบครั้งนี้ของนางไม่น้อย

'จะเกิดอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะในรอบร้อยปีหรือไม่'

"เริ่มการทดสอบ!!!!"

ซูเม่ยลุกขึ้นพร้อมเปิดซองเทียบยา ทั้ง 5 ซอง  ปรากฏว่าเป็นเทียบยาสมานแผล  ยารักษาพิษแมงมุมดำ  ยาสมานกระดูก  ยาบำรุงเลือดลม  และยาห้ามเลือด   นางกวาดตามองสมุนไพรอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดก็พับเก็บใส่ซองตามเดิม

สมุนไพรในเทียบยามีทั้งเตรียมสด  แห้ง และเป็นน้ำ  นางจึงรีบดัดแปลงอุปกรณ์ที่ให้เป็นเตาสำหรับอบแห้งสมุนไพร  มือบางหยิบจับอุปกรณ์และสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว 

สมุนไพรที่ใช้ถูกคัดแยกเป็นห้ากองตามเทียบยาห้าซอง  สมุนไพรน้ำถูกเตรียมเป็นอันดับแรกเนื่องจากต้องเคี่ยวเป็นเวลานาน  แบบแห้งถูกส่งเข้าเตาอบในเวลาต่อมา  และแบบสดถูกจัดเตรียมเป็นอย่างสุดท้าย

ในขณะที่กำลังเคี่ยวสมุนไพร สมุนไพรแบบน้ำมักจะเก็บรักษาได้ไม่นาน  นางจึงดัดแปลงสมุนไพรน้ำให้กลายเป็นผงแทนด้วยการผัดจนแห้งจนกลายเป็นเกล็ดติดกระทะ และขูดเศษผงนั้นบรรจุลงขวดกระเบื้องปิดจุกให้สนิท 

ชายชราในชุดขลิบทองแทบจะอดใจไม่ไหวอยากจะเข้ามาถามเหลือเกินว่าวิธีนี้มาจากตำราเล่มใด  แต่ด้วยไม่อาจเข้าขัดขวางระหว่างการทดสอบได้  จึงได้แต่มองกรรมวิธีนั้นอย่างสนใจ

สมุนไพรแห้งบางส่วนอบได้ที่แล้วกลิ่นสมุนไพรจึงอบอวลไปทั่ว  วิธีการอบแทนการตากแห้งสามารถใช้ได้ในช่วงหน้าหนาวหรือยามที่ฝนตกหนัก  ทำให้ยังคงสามารถผลิตสมุนไพรตากแห้งได้ สมุนไพรก็ไม่ขาดตลาด  แพทย์โอสถขั้นสูงทั้งหลายต่างบันทึกวิธีการทำของซูเม่ยอย่างละเอียด เพราะเป็นวิธีการแบบแปลกใหม่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพอากาศ

สมุนไพรสดถูกเตรียมเป็นขั้นตอนสุดท้าย  สมุนไพรบางชนิดใช้ใบ  บางชนิดใช้ลำต้น  ดอก  ผล หรือราก  ซูเม่ยก็จัดเตรียมตามสรรพคุณของมันอย่างถูกต้อง   สมุนไพรตัวสุดท้ายถูกใส่ในถ้วยและจัดเรียงตามเทียบยา  เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เวลาที่ยังเหลืออยู่ นางได้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง  ก่อนจะหยุดลงเมื่อไม่กี่ลมหายใจก็จะหมดเวลา   ชายชราในชุดขลิบทองเข้ามาตรวจสอบเป็นคนแรก  เขามองการจัดเตรียมสมุนไพรที่น่าประหลาดใจนี้อย่างใคร่รู้  มือเหี่ยวย่นยังคงหยิบสมุนไพรถ้วยแล้วถ้วยเล่าขึ้นพิจารณาทั้งสี  กลิ่น  และรูปลักษณ์ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด

"ตี้กูผี  เป็นสมุนไพรที่เตรียมได้ง่ายแค่ตากแดดให้แห้งก็สามารถนำมาใช้ได้   แต่แม่นางกลับใช้วิธีการผิงกับไฟ ประสิทธิภาพของตัวยาจะยังคงเดิมหรือ"

"ผู้อาวุโสกล่าวได้ถูกต้อง  เดิมทีตี้กูผี ต้องนำรากไปตากแห้งด้วยแสงแดด แต่การทดสอบนี้คงจะไม่สามารถตากแดดได้ ดังนั้นข้าน้อยจึงจำลองแสงแดดที่ดีที่สุดในการตากตี้กูผีขึ้น  แสงแดดตั้งแต่ยามเฉินถึงยามซื่อมักจะดีที่สุดในการตากตี้กูผี  ดังนั้นไฟอ่อนทั้งบนและล่างจะช่วยให้สมุนไพรชนิดนี้แห้งได้ดีและรวดเร็วขึ้น  สังเกตจากสีสมุนไพรด้านนอกสีเหลืองอมน้ำตาล  ด้านในสีขาวอมเหลือง  ซึ่งบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของตัวยาที่ยังคงครบถ้วนไม่สูญสลายไป" ซูเม่ยกล่าวจบแล้วทุกอย่างยังตกอยู่ในความเงียบ

"แล้วสมุนไพรที่เป็นน้ำ  ไยเจ้าถึงทำให้มันกลายเป็นผงเช่นนี้เล่า" ผู้อาวุโสยังคงถามต่อในจุดที่สงสัย คิ้วขาวยังคงขมวดอย่างครุ่นคิดตลอดเวลา

"เรียนผู้อาวุโส  สมุนไพรที่ต้องเคี่ยวเป็นน้ำหากนำไปใช้ทันที ประสิทธิภาพก็จะเต็มสัดส่วน  แต่หากเก็บไว้นานก็จะสูญเสียสรรพคุณไปไม่มากก็น้อย  สมุนไพรชุดนี้ข้าน้อยไม่แน่ใจว่าจะนำไปใช้ประโยชน์หรือไม่  จึงสกัดจากน้ำให้กลายเป็นผงเพื่อการเก็บรักษาที่นานขึ้น และการจัดทำเป็นผงก็ยังคงสรรพคุณได้อย่างครบถ้วน"

"ดี!!!!   แพทย์โอสถที่ดีนอกจากจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของยาแล้ว  ยังต้องคำนึงถึงการใช้สมุนไพรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่สิ้นเปลืองสมุนไพรไปโดยเปล่า"

"ผลคะแนนขอรับ"  แพทย์โอสถขั้นสูงในชุดสีขาวขลิบดำ  ยื่นผลคะแนนให้กับผู้อาวุโสชุดขาวด้วยความนอบน้อม  ทำให้ซูเม่ยค่อนข้างสนใจชายชราผู้นี้มากขึ้น  

'บางทีอาจจะเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถสักคนก็เป็นได้'  ซูเม่ยคาดเดาในใจโดยที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆออกไป

"ฮะ...แฮ่ม  ยินดีกับแม่นางด้วย...เจ้าสอบผ่าน!!!!"  ผู้อาวุโสกระแอมเล็กน้อย ก็จะเหลือบมองมาทางซูเม่ย คล้ายประวิงเวลาให้นางรู้สึกลุ้นมากยิ่งขึ้น ก่อนจะประกาศผลการทดสอบด้วยรอยยิ้ม

"ยินดีกับแพทย์โอสถขั้นกลาง!!!!"

"ขอบพระคุณทุกท่านมากเจ้าค่ะ"  ซูเม่ยที่ได้รับคำยินดีก็รีบค้อมศีรษะคารวะกลับไปเพื่อเป็นการขอบคุณ

ผู้อาวุโสแท้จริงแล้วก็คือท่านปรมาจารย์แพทย์โอสถคนหนึ่งจากสองคน ที่เบื่อหน่ายเกินไปในชั้นที่ห้า  จึงลงมาชมการทดสอบด้วยตนเอง  และก็มาพบกับเด็กสาวอายุน้อยที่น่าอัศจรรย์ ความสามารถเรียกได้ว่าเกินอายุ จนเขาคิดจะให้นางมาเป็นศิษย์ของเขาเสียให้ได้  แต่แล้ว....

"ข้าน้อยจะขอทดสอบในชั้นที่ห้าเจ้าค่ะ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status