แชร์

บทที่ 2 รับน้อง3

ผู้เขียน: Little_Hua เสี่ยวฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 12:39:26

บทที่ 2   รับน้อง3

‘หากจะทำให้จูอันผู้นี้เจ็บ มีเพียงต้องทำเช่นนี้แหละ’

ซูเม่ยคว้าคอของเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังซุกอยู่ในอกมารดาของตนขึ้นมา  เด็กชายร้องไห้จ้าโดยไร้เสียง  จนทั้งปู่ ย่า บิดา มารดาของเด็กต่างพากันขยับตัว  เพราะเด็กชายผู้นี้เป็นลูกหลานหัวแก้วหัวแหวนแตะต้องไม่ได้ น้องๆของนางมักจะโดนลงโทษโดยไร้เหตุผลเพราะเด็กคนนี้อยู่ร่ำไป เด็กสันดานชั่วเช่นนี้เก็บไว้ก็รกแผ่นดิน ขัดเกลาไม่ได้เสียแล้ว

“คอนิ่มๆ แค่ขยับนิ้วนิดเดียวก็หักละ ลูกๆหลานๆของพวกท่านช่างอ่อนแอนัก นุ่มนิ่มไปหมด คงเพราะไม่ได้ทำงานหนักเช่นข้าและน้องๆใช่หรือไม่!!!” ซูเม่ยตะโกนขึ้นมาก่อนจะหิ้วคอเด็กชายจนลอยเหนือพื้น  เด็กร่างอวบอ้วนดิ้นไปมาในอากาศเล็กน้อยเพราะไร้กำลัง  นางปรายตามองไปยังป้าสะใภ้ที่ตอนนี้พยายามขยับตัวมาหานางเหมือนไส้เดือนใกล้ตายไม่มีผิด น้ำหูน้ำตาหลั่งไหล ปากพะงาบกรีดร้องไร้เสียง

‘ภาพประทับใจ จนอย่างเก็บภาพไว้จริงๆ’ ซูเม่ยคิดอย่างสะใจ

เหล่าคนที่ดูภาพเบื้องหน้าต่างน้ำตาไหลพรากด้วยความเคียดแค้น แต่ทำสิ่งใดไม่ได้ ร่างกายขยับไปมาเพียงนิดเดียวไม่อาจไปได้ไกล ได้แต่มองเด็กชายดิ้นไปมาจนค่อยๆอ่อนแรงลงแล้วนิ่งไป  ซูเม่ยปล่อยร่างเด็กชายลงบนพื้น  สตรีที่เป็นมารดาของเด็กชายร้องไห้เสียใจจนตาเหลือกค้างแข็ง  สุดท้ายก็เลื่อนลอยอย่างคนไร้สติกอดลูกที่เหลือในอ้อมอกโยกไปมา  เด็กอีกสองคนที่อยู่ในอ้อมแขนมารดาเห็นมารดาเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งขวัญเสียในที่สุดก็ชักเกร็งกระตุกสิ้นสติไปทันที

“ ท่านป้าสะใภ้กับน้องๆ คงไม่อยากเล่นกับข้าแล้วท่านลุง  ดูสิหลับไปหมดแล้ว ถึงตาท่านลุงมาเล่นกับข้าแล้วนะเจ้าคะ”

ซูเม่ยพูดคล้ายสตรีจิตวิปลาส จนชายที่เป็นเป้าหมายต่อไป กระถดตัวหนีอย่างขี้ขลาด ปัสสาวะไหลออกมาไม่ต่างจากบิดาของตน  ซูเม่ยไม่รอช้าตวัดมีดในมืออีกครั้งปักลงหว่างขาชายผู้เป็นลุงอย่างรุนแรง  ร่างบุรุษผอมเพรียวผิวพรรณคล้ายคุณชายเจ้าสำอางดีดดิ้นไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวดที่ของรักโดนตัดจนขาดวิ่น เลือดไหลนองปนกับน้ำสีเหลืองที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า จนดูน่าสมเพช

“อ้าก!!!! อ้าก!!!!” 

ซูเม่ยบิดปากอย่างรังเกียจก่อนจะเช็ดมีดกับเสื้อผ้าของยายเฒ่าจ้าวที่ตอนนี้ หมดเรี่ยวแรงคล้ายจะเป็นลม ทั้งเจ็บแผล ทั้งสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกหลานในครอบครัว  แต่ยังจ้องมองซูเม่ยด้วยความเกลียดชังไม่เปลี่ยน

‘ช่างเป็นไม้แก่ดัดยาก  ต้องโค่นทิ้งอย่างเดียว’

“เอาล่ะ  หมดเวลาสนุกแล้วสิเจ้าคะ” ซูเม่ยกล่าวขึ้นเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าทันควันจนคนที่มองเตรียมกระถดตัวหนีอย่างหวาดกลัว

“พวกต่ำทราม!! ชั่วช้า!! สารเลว!!  เดรัจฉาน!!  อย่างพวกแกหมดเวลาแค่นี้แล้วล่ะ”   นางตะโกนออกมาอย่างไม่กลัวใครจะได้ยิน ดวงตาเกลียดชังเคียดแค้น กลิ่นอายสังหารถูกปล่อยออกมา จนทุกคนกระอักเลือดออกมากันถ้วนหน้า 

มีดเล็กในมืดหมุนคว้างปลิดปลิวไปตามแรงของผู้ขว้างมัน  เฉือนเนื้อเป้าหมายอย่างแม่นยำ  ลำคอเป้าหมายทั้งสามคนมีรอยปาดลึก เลือดเหนียวแดงข้นทะลักออกมาจากปากแผล จนแลดูสยดสยองเปรอะเปื้อนไหลนองเต็มพื้น ร่างทั้งสามชักเกร็งกระตุกไม่กี่ลมหายใจก็นิ่งสนิทไป  ตาเฒ่า ยายเฒ่า และลุงผู้เลวทรามได้จากไปอย่างถาวร

‘ขอให้วิญญาณของพวกมัน ถูกทรมานยังปรโลกมิได้ผุดได้เกิดอีกเลย’

ซูเม่ยหันมองคนที่เหลือคือเด็กทั้งสามคนและป้าสะใภ้ผู้นั้น   เด็กชายที่นางบีบคอไม่ได้สิ้นชีวิตแค่สลบไปเท่านั้น  คนที่เหลือนี้นางจะไว้ชีวิต แต่พวกมันมิอาจทำร้ายครอบครัวของนางได้อีก   ยาลบความจำถูกหยิบขึ้นมา 4 เม็ด และป้อนให้คนที่เหลือทั้งสี่คน

“หลังจากตื่นขึ้นมาก็จงลืมเสีย จากนี้ไม่ข้องเกี่ยว!!!”

ชีวิตทั้งสี่ชีวิตที่เหลือจะรอดหรือไม่รอดขึ้นอยู่กับชะตากรรมของแต่ละคน  สำหรับนางเด็กทั้งสามไม่ได้ทำร้ายครอบครัวนางนัก แต่หากจะเหลือแค่เด็กคงจะปิดกั้นหนทางชีวิตจนเกินเหตุ  ดังนั้นมารดาของเด็กแม้จะขี้เกียจ เอาเปรียบผู้อื่นร้ายกาจไปบ้าง แต่หลังจากนี้นางคงต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอด  หากไม่เปลี่ยนก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของพวกนางแล้ว

ซูเม่ยดีดโอสถพิษสลายวิญญาณกระทบร่างทั้งสามที่ตกตาย  ร่างกายทั้งสามค่อยๆเปื่อยยุ่ยและสลายเป็นฝุ่นผงในที่สุด นางหันหลังเร้นกายไปยังห้องต่างๆ กวาดเสื้อผ้าของคนตายทั้งสามไปจนหมด ทำเหมือนคนทั้งสามนั้นหนีหายไปทิ้งผู้เป็นสะใภ้และเด็กไว้ตามลำพัง

นางกลับมาที่ห้องเก็บฟืนอีกครั้ง  ไขกุญแจเปิดห้องดังกล่าวเพื่อพาน้องสาวน้องชายไปจากที่นี่  เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบร่างเล็กทั้งสองที่กอดกันกลมจ้องมองมาที่ประตูด้วยความหวาดกลัว  แต่เมื่อเห็นคนที่เปิดเข้ามา  ดวงตากลมใสของเด็กหญิงชายก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ  ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจวิ่งมากอดพี่สาวที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที

“พี่ใหญ่  พี่ใหญ่  พี่กลับมาแล้ว” สองเสียงเล็กส่งเสียงอู้อี้อยู่กับเอวทั้งสองข้างของนาง  นางลูบผมสากๆของเด็กน้อยก่อนจะดันตัวเด็กทั้งสองออก ก่อนจะคุกเข่าสบตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและพูดว่า.....

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status