แชร์

บทที่ 2 รับน้อง4

ผู้เขียน: Little_Hua เสี่ยวฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 12:40:12

บทที่ 2 รับน้อง4

“พี่กลับมาแล้ว” ซูเม่ยดึงน้องสาวน้องชายมากอดลูบไหล่ลูบหลังอย่างปลอบโยน  ยิ่งกอดอย่างนี้นางกลับยิ่งรับรู้ว่าเด็กน้อยของนางผอมบางลงเพียงใด  หนังหุ้มกระดูกคงไม่เกินจริงนัก  นางลูบใบหน้าซูบตอบดวงตาโหลลึกอย่างปวดใจ

“ไปกันเถอะ พี่ใหญ่มารับพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน”  นางปาดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นจูงมือเสี่ยวเหวิน และเจียวเอ๋อคนละข้าง เพื่อพาออกไปจากที่นี่

“พี่ใหญ่ เอาผ้าห่มผืนนั้นไปด้วยเจ้าค่ะ  มันอุ่นมาก” ซูเจียวกระตุกแขนของพี่สาวเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่ผ้าห่มผืนนั้น

“พี่ใหญ่ ท่านปู่ท่านย่าปล่อยพวกเราไปแล้วเหรอขอรับ”  ไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดแขนอีกข้างก็กระตุกเบาๆเช่นกัน ซูเหวินถามขึ้นอย่างเป็นกังวล  เขาเกรงว่าหากชายหญิงชราคู่นั้นไม่ยินยอมจะสร้างปัญหาขึ้นอีก จนพี่สาวจะต้องเดือดร้อน

ซูเม่ยสบตาคู่สวยทั้งสองที่เฝ้ารอคำตอบ คนหนึ่งเอียงคอรอคอยคำตอบอย่างน่ารัก  อีกคนรอคอยด้วยความวิตกกังวลเกินกว่าจะเป็นเด็กในวัย 5 หนาว 

“ผ้าห่มหนาๆ พี่ใหญ่มีให้เจียวเอ๋ออีกเยอะ พวกเราจะไม่เหน็บหนาวอีก  ส่วนท่านปู่กับท่านย่าพี่ไปพูดคุยกับพวกท่านจนเข้าใจแล้ว  ต่อไปนี้พวกท่านจะไม่มายุ่งกับครอบครัวเราอีก”  เพราะไม่อาจยุ่งได้อีก  นางพูดอธิบายกับเด็กน้อยอย่างใจเย็น ให้ทั้งสองคลายกังวล  ตอนนี้น้องของนางยังเด็กนักไม่ควรรับรู้เรื่องราวดำมืดที่นางทำลงไป รอให้พวกเขาโตอีกหน่อย นางจะสั่งสอนให้พวกเขาไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก 

เด็กทั้งสองยิ้มออกมา  ซูเหวินแม้ยังมีความสงสัยแต่เขาก็ไม่เอ่ยถามอีก  ได้แต่เดินตามพี่สาวที่จูงมือพวกเขาไว้  ความอบอุ่นที่พวกเขารอคอยทุกยามกลับมาแล้ว  แม้จะไม่รู้ชะตากรรมของบิดามารดา แค่มียังมีพี่สาวอยู่ตรงนี้พวกเขาก็อุ่นใจล้นเหลือแล้ว แต่หากอยู่กันพร้อมหน้าคงจะมีความสุขที่สุดเลย 

‘ข้า พี่ใหญ่  น้องเล็กรอท่านพ่อท่านแม่อยู่นะขอรับ’

กลางยามอิ๋น (3.00-5.00)  ซูเม่ยจูงมือน้องๆ เดินออกจากหมู่บ้านหายไปกับความมืด  นางไม่กลัวใครจะตื่นมาเห็น คนทั้งหมู่บ้านโดนผงนิทราของนางทุกหลังคาเรือนไม่มีใครได้เห็นพวกนางแน่นอน   หลังจากออกจากหมู่บ้านนางก็ตรงเข้าเมือง แม้ต้องเดินไกลถึง 10 ลี้ก็ตาม  นางอุ้มเจียวเอ๋อตั้งแต่ 2 ลี้แรก  และแบกเสี่ยวเหวินตอน 4 ลี้  สำหรับอดีตมือสังหารอย่างนางร่างเด็กแค่ไม่กี่หนาวนับเป็นอะไรได้

เมื่อถึงตัวเมืองเจียงนางก็หารถม้าทันทีเพื่อไปยังเมืองหยางซึ่งอยู่ติดกับเมืองหลวงของแคว้นซ่ง อยู่ห่างจากเมืองเจียงถึง 3 เมืองด้วยกันซึ่งต้องเดินทางนานถึง 1 เดือน หลังจากหารถม้าได้แล้วก็ต้องรอเวลาจัดเตรียมสิ่งของสำหรับขบวนเดินทาง เนื่องจากเมืองหยางห่างไกลจากเมืองเจียงไม่น้อยจึงต้องจ้างผู้คุมกันจากสำนักคุ้มภัยประจำเมืองเจียงด้วย สรุปแล้วขบวนเดินทางของนางมีคนถึง 13 คนด้วยกัน ระหว่างรอนางจึงพาน้องๆ ไปเปิดห้องโรงเตี๊ยมสำหรับอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกินอาหารเสียก่อน 

“พี่ใหญ่เจ้าคะ  เสื้อผ้าพวกนี้ เป็นของเจียวเอ๋อจริงๆเหรอ” ซูเจียวที่ยังไม่เชื่อว่าของสวยงามเหล่านี้จะเป็นของนางจึงเอ่ยถามพี่สาวอีกครั้ง พร้อมยกมือขึ้นดึงแก้มตัวเองเบาๆ  เพราะเกรงว่านางจะฝันไป  จริงๆแล้วอาจจะยังนอนหนาวอยู่ในห้องเก็บฟืน

“ล้วนเป็นของน้องสาวที่น่ารักของพี่  และกองนั้นก็ล้วนเป็นของเสี่ยวเหวินเช่นเดียวกัน”  ซูเม่ยจับมือเล็กที่ยังดึงแก้มตอบๆคล้ายไม่เชื่อว่าเป็นความจริงอย่างเอ็นดู  ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ซูเม่ยเดินไปที่โต๊ะน้ำชากลางห้องก่อนจะหยิบถ้วยน้ำชาที่นางแอบใส่ยาบำรุงร่างกาย ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กทั้งสองที่ยังลูบชุดเนื้อผ้านิ่มลื่นราคาแพงที่พี่สาวซื้อให้อย่างชื่นชม

“ดื่มน้ำก่อน  จะได้ไปอาบน้ำแล้วมาแต่งชุดสวยๆกัน” ซูเม่ยพูดพร้อมยื่นถ้วยชาทั้งสองถ้วยให้กับน้องของนาง

“เจ้าค่ะ/ขอรับ”  ซูเหวินและซูเจียวขานรับอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่มจนหมดถ้วย  แล้ววิ่งไปยังถังอาบน้ำที่เสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมเตรียมไว้ให้ทันที เพราะพวกเขาอยากใส่ชุดใหม่เต็มทีแล้ว

ซูเม่ยมองดูเด็กทั้งสองก่อนจะหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะเดินตามไปอาบน้ำให้เด็กทั้งสอง  แม้ซูเหวินจะทั้งโกรธทั้งอายมากก็ตาม

ซูเหวินมองค้อนลมค้อนอากาศอย่างงอนๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ  เขาโตแล้วนะพี่สาวยังทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆน่าอายจริงๆ

ส่วนซูเจียวก็นั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกทองเหลืองอย่างไม่เชื่อสายตานัก  นางคิดว่าเมื่อก่อนนางทั้งผอมแห้ง ซูบซีด ไยแค่พี่สาวจับอาบน้ำแค่ครั้งเดียวนางถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้

“พี่รองเจ้าค่ะ  ข้าแปลกไปหรือไม่ ทำไมข้ารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิม”  ซูเจียวลูบหน้า ลูบผมตัวเอง ก่อนจะหันไปถามพี่ชายฝาแฝดของนาง

ซูเหวินที่เดิมทีมัวแต่งอนพี่สาว จึงไม่สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเองและน้องสาว  เมื่อเห็นน้องเล็กก็ตกตะลึง จนกระโดดผึงลงจากเก้าอี้มามองหน้าและหมุนตัวของน้องสาวไปมา

“พี่รองข้าเวียนหัวแล้วนะเจ้าคะ” ซูเจียวรีบหยุดพี่ชายที่หมุนนางไปมาไม่หยุดจนจะอาเจียนอาหารดีๆที่เพิ่งทานออกมาอยู่แล้ว

“เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจริงๆ  ดูสิผิวพรรณที่หยาบกร้าน  ร่างกายที่ซูบผอม แก้มตอบๆ  ผมแห้งกรอบของเจ้าไม่มีแล้ว ตอนนี้น้องเล็กเหมือนคุณหนูในเมืองแล้ว” ซูเหวินพูดออกมาอย่างที่ตาเห็นพร้อมมองน้องเล็กของเขาอย่างชื่นชม  ท่านป้าสะใภ้ชอบเรียกน้องสาวเขาว่านางเด็กอัปลักษณ์  ตอนนี้น้องสาวเขาเหมือนเซียนน้อยก็ไม่ปาน หึๆ ท่านป้าต่างหากที่อัปลักษณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

“พี่รองก็เหมือนพวกคุณชายในเมืองแล้ว” ซูเจียวก็จ้องมองพี่ชายก่อนจะเอ่ยชมเช่นกัน

“เป็นไปได้ยังไงกัน/เป็นไปได้ยังไงกัน” สองเสียงประสานกัน ก่อนจะหันมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าแค่กินข้าวอาบน้ำในเมืองจะเปลี่ยนแปลงคนได้

“อะไร เป็นไปได้ยังไงจ้ะ”

“พี่ใหญ่/พี่ใหญ่”  ซูเม่ยเดินเข้ามาด้วยชุดใหม่หลังจากไปอาบน้ำแต่งตัวจากห้องข้างมาก็ทันได้ยินประโยคของเด็กๆทั้งสองคนพอดี

ซูเหวินและซูเจียว เมื่อเห็นพี่สาวของตนก็ร้องเรียกทันที ก่อนจะตกตะลึงกับความงามของพี่สาวที่ดูแปลกตาไปจากเมื่อก่อนมากมาย ซูเหวินคิดว่าหรือตอนเช้ามืดยังไม่สว่างพอเขาถึงไม่เห็นว่าพี่สาวเปลี่ยนไป   ส่วนซูเจียวก็คิดว่าอาหารและน้ำในเมืองช่างวิเศษจริงๆ

“พี่ใหญ่งดงามมากเลยเจ้าค่ะ”  ซูเจียวเดินเข้ามาหาพี่สาวแล้วกล่าวชมด้วยความเอียงอาย ตั้งแต่เกิดมาสตรีที่ผ่านตา พี่สาวของนางงดงามที่สุด

“เจียวเอ๋อก็งดงามเหมือนเซียนน้อยๆเช่นเดียวกัน   ส่วนเสี่ยวเหวินก็หล่อเหลายิ่งนัก” ซูเม่ยจิ้มปากช่างเจรจาของน้องสาวเบาๆ  ก่อนจะเอ่ยชม แล้วยังเผื่อแผ่ไปยังน้องชายขี้งอนของนางด้วย  จึงได้รับค้อนเบาๆจากน้องชายมาอีกครั้ง

“ฮ่า ๆๆๆ  เอาล่ะๆ เตรียมตัวเดินทางกันได้แล้ว  รถม้ามารอหน้าโรงเตี๊ยมแล้ว” ว่าแล้วซูเม่ยก็จับจูงมือทั้งน้องสาวและน้องชายออกเดินทางไปเมืองหยาง

ซูเหวินหันมองเสี้ยวหน้าของพี่สาวที่แย้มยิ้มอยู่กับน้องเล็ก  ก่อนจะครุ่นคิดว่ามีหลายอย่างเหลือเกินที่เขาสงสัยแต่ยังไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยถาม  ตำลึงมากมายที่ใช้จ่ายมาจากที่ใด  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับตัวเขาและน้องเล็กเกี่ยวข้องกับพี่สาวหรือไม่  และหลายเดือนที่พี่สาวหายไปเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่  ความสงสัยนี้เกิดขึ้นวนเวียนอยู่ในหัวของเขาเพราะพี่สาวเปลี่ยนไปมากมายจริงๆ

‘พี่ซูเม่ยยังเป็นพี่ซูเม่ยคนเดิมหรือไม่’  สิ่งนี้เขาไม่อาจคิดจริงๆ แต่พี่สาวที่อยู่กับเขาตอนนี้ดีมากๆ ดีจนเขากลัวจะเสียไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status