เข้าสู่ระบบบทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1
กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียที
ปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นัก
แค่ก แค่ก แค่ก
เสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง
“ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านได้ยินข้าหรือไม่” ฮูหยินหม่าเอ่ยเรียกสามีเสียงดังสองสามครา ก่อนที่ดวงตาของท่านเจ้าเมืองผู้เป็นสามีจะลืมตาตื่นขึ้นเต็มที่
น้ำตาที่เหือดแห้งไปได้สักพักของฮูหยินหม่าค่อยๆรื้นขึ้นมาก่อนจะไหลรินออกมาด้วยความดีใจ นางใจแทบขาดรอนๆเมื่อทราบข่าวของสามี ยิ่งมาเห็นสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลยิ่งปวดใจเหลือคณานับ หากไม่ได้แพทย์โอสถขั้นสูงอย่างคุณหนูใหญ่ตวนมู่ป่านนี้....สามีของนางคง...
“นะ...น้ำ ...น้ำ...”
“น้ำหรือเจ้าคะ น้องจะไปหยิบมาให้” ฮูหยินหม่ากุลีกุจอไปหาน้ำให้สามีด้วยมือไม้ที่สั่นเทา แต่แล้ว...
เพล้ง!!!
ด้วยความเร่งรีบจึงทำกาน้ำตกแตกเสียงดัง เสียงของตกแตกทำให้บุคคลที่กำลังเดินเข้ามา ซึ่งก็คือท่านหมอตงหยางที่ไปพักผ่อนมาเล็กน้อย รองเจ้าเมืองหลี่ห่าวอู๋ และคุณชายหม่าหย่งเจิน รีบเดินเข้าไปในห้องทันที โดยเฉพาะคุณชายหม่าที่นำหน้าไปก่อนใคร
“ท่านพ่อ!!!!” หม่าหย่งเจินเปิดประตูเข้าไป แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นภาพที่น่ายินดี จนเขารีบเข้าไปข้างๆเตียงของบิดาและจับมือบิดาเบาๆ
“ท่านเจ้าเมือง ท่านฟื้นแล้ว” ท่านหมอตงหยางที่เดินตามหลังคุณชายหม่ามา เมื่อเห็นบุคคลที่เขาเฝ้ารักษามาตลอดทั้งคืนจิบน้ำที่ฮูหยินหม่าป้อนให้ก็โล่งใจ
ส่วนหลี่ห่าวอู๋ที่มาเยี่ยมเยือนดูอาการก็พบกับความน่ายินดีนี้ เพราะเขาเองก็มีเรื่องสำคัญจะสอบถามท่านเจ้าเมืองเช่นกัน แต่คงต้องรอให้อาการดีขึ้นมากกว่านี้เสียก่อน
“คุณชายหม่า ต้องรบกวนคุณชายส่งคนไปเชิญคุณหนูใหญ่ตวนมู่มาดูอาการให้ท่านเจ้าเมืองเสียหน่อย” ท่านหมอตงหยางเมื่อเห็นสิ่งที่เรียกว่าน้ำเกลือพร่องลงไปมากและใกล้จะหมดลงแล้ว จึงหันไปสั่งความกับบุตรชายของท่านเจ้าเมือง
คุณชายหม่าได้ยินดังนั้นก็รีบไปสั่งการทันที โดยมิมีท่าทีอิดออดไม่พอใจในตัวคุณหนูใหญ่ตวนมู่เฉกเช่นเมื่อวานที่เขาขาดสติยั้งคิดไป
“ท่านพี่เป็นเช่นไรบ้าง ยังเจ็บปวดที่ใดอีกหรือไม่” ฮูหยินหม่าสอบถามสามีหลังจากให้เขาดื่มน้ำจนหมดจอก
ท่านเจ้าเมืองหยางเมื่อลืมตาตื่นมาเห็นหน้าภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากก็น้ำตาคลอ เพราะยามนั้นที่เขาโดนทำร้ายคิดว่าคงไม่รอดเป็นแน่ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้เขาสิ้นหวัง แต่ยามนี้เขากำลังเห็นภรรยาอยู่ข้างกาย ท่านหมอตงหยางแห่งโรงหมอฟู่ชาง และหลี่ห่าวอู๋รองเจ้าเมืองของเขา
“ข้าไม่เจ็บมากแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลไป ขอบคุณท่านหมอตงหยางที่ช่วยชีวิต”
“ท่านเจ้าเมืองขอบคุณผิดคนแล้ว ผู้ที่ช่วยชีวิตท่านคือคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยต่างหากขอรับ ข้าเป็นเพียงหมอผู้ช่วยเท่านั้น” ท่านหมอตงหยางรีบปฏิเสธความดีความชอบนี้ทันที เพราะผู้ที่รักษาจนอาการคนตรงหน้าดีขึ้นหาใช่เขาไม่ ยามนั้นเขาจนปัญญาจะรักษาคนตรงหน้าด้วยซ้ำ
“คุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยเช่นนั้นหรือ” เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบจากผู้ป่วย แฝงไปด้วยความแปลกใจ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ยามนี้นางเป็นแพทย์โอสถขั้นสูงของสำนักแพทย์โอสถกลางแล้ว แต่ท่านหมอตงหยางเองก็มีส่วนช่วยไม่น้อยเลย”ฮูหยินหม่า
ท่านเจ้าเมืองเรียบเรียงสิ่งที่ได้รับรู้ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ และโล่งอกกับบางเรื่อง หากคุณหนูใหญ่ตวนมู่มีตำแหน่งนี้คงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะคนจากสำนักแพทย์โอสถกลางจะได้รับการคุ้มครองอย่างดี ยิ่งมีระดับขั้นที่สูงจนน่าอัศจรรย์ใจในช่วงอายุที่น้อยเช่นนี้ การจะทำร้ายนางคงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ มิเช่นนั้นแม้แต่ตระกูลของพวกมันคงโดนขุดรากถอนโคน
“รองเจ้าเมืองหลี่ ข้าขอคุยด้วยสักครู่เถิด” เสียงที่ยังดูอ่อนแรงอยู่มากเอ่ยกับชายหนุ่มรุ่นลูก
“แต่ยามนี้ท่านยังบาดเจ็บอยู่มาก” หลี่ห่าวอู๋กล่าวด้วยความห่วงใยและยังไม่วางใจนัก เกรงว่าอาการของท่านเจ้าเมืองจะทรุดลงหากยังฝืนร่างกายตนเองอยู่เช่นนี้
“ไม่เป็นไร ข้าดีขึ้นมากแล้ว เรื่องสำคัญเกี่ยวพันกับการลอบสังหารข้าในครั้งนี้”
ท่านหมอตงหยางและฮูหยินหม่าออกจากห้องไปทันทีอย่างรู้งาน เมื่อท่านเจ้าเมืองมีเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับการงานและเป็นเรื่องที่สำคัญกับชีวิต
หลี่ห่าวอู๋ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านเจ้าเมืองที่เมืองหลวงหลังจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อถวายรายงาน ซึ่งเป็นแผนเศรษฐกิจของเมืองหยางที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่จนตอนนี้พัฒนาจนเกือบจะแซงหน้าเมืองหลวงอย่างเมืองต้าซ่งไปแล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่สอดแทรกไปกับรายงานฉบับนั้น
และอาจจะเป็นสิ่งนั้นที่ทำให้เกิดการลอบสังหารเขาในครั้งนี้จนแทบเอาชีวิตไม่รอด
“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







