เข้าสู่ระบบบทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2
“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”
“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”
“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”
“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได้มีเส้นสายมากนัก อาจจะเป็นอันตรายจากกลุ่มอำนาจเก่าพวกนี้ได้
“คาดว่าไม่นานมันคงเคลื่อนไหวมายังเมืองหยาง เพื่อสืบเรืองตระกูลตวนมู่เป็นแน่” หลี่ห่าวอู๋ที่อ่านความคิดของพวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์พวกนี้ออก และเคยชินกับระบบอำนาจที่ชอบข่มขู่ผู้คนให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ
“ใช่ หากพวกมันทราบว่าผู้ที่คิดค้นคือคุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ย คงพุ่งเป้าไปที่นางเป็นแน่”
“อ่า เรื่องใหญ่แล้ว” คนผู้นั้นคงไม่อยู่เฉยเป็นแน่ที่ไปแตะต้องสิ่งต้องห้ามนี้ของเขา ครานี้พวกมันคงไม่ง่ายดายแล้ว เพราะยังมีตอใหญ่...อย่างชินอ๋องคอยปกป้องอยู่เบื้องหลังตระกูลตวนมู่
“ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ” ท่านเจ้าเมืองที่ไม่รู้ความนัยของหลี่ห่าวอู๋เข้าใจไปอีกทางว่า รองเจ้าเมืองของเขาหนักใจแทนตระกูลตวนมู่ แต่ที่จริงแล้ว...
‘ขุนนางพวกนั้นต่างหากที่...เจอเรื่องใหญ่ หึ’
“แล้วท่านเจ้าเมืองทราบได้เช่นไรว่าการลอบสังหารในครั้งนี้เป็นขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินที่อยู่เบื้องหลัง”
“หลังจากถวายรายงานในตอนนั้น อีกวันก็มีสารลึกลับส่งมาที่จวนรับรองขุนนางต้องการนัดพบข้าเป็นการส่วนตัว แต่ข้าไม่ตอบรับสารฉบับนั้น”
“....”
“อีกวันก็มีเช่นกัน แต่มีข้อความข่มขู่แนบท้ายมาด้วย ข้าจึงเร่งเดินทางกลับแต่คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะลงมือระหว่างทาง”
“ข้าขอดูสารทั้งสองฉบับได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้ อยู่ในหนังสือ.......” ท่านเจ้าเมืองบอกชื่อหนังสือที่เขาพกกลับมาเมืองหยางด้วย ซึ่งในหนังสือได้แอบซ่อนสารสองฉบับนั้นเอาไว้
“แค่ก แค่ก แค่ก” ท่านเจ้าเมืองที่เริ่มมีอาการเหนื่อยจนไอออกมาถี่ๆ ทำให้การสนทนาต้องจบลง เพราะท่านหมอตงหยางเข้ามาให้ยาระงับอาการไอ เพราะเกรงว่าหากไอมากจนเกินไปจะส่งผลกระทบต่อบาดแผลจนอักเสบได้
หลี่ห่าวอู๋เมื่อได้หนังสือก็ออกไปหาคนที่เขานัดพบไว้ทันที ส่วนซูเม่ยที่ได้รับข่าวว่าคนไข้ของนางฟื้นแล้วก็ขึ้นรถม้ามาที่จวนท่านเจ้าเมืองพร้อมสาวใช้คนสนิท และมีชินอ๋องหน้ามึนที่ติดตามมาโดยมิได้เชื้อเชิญอีกเช่นเคย แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าเมื่อส่งซูเม่ยเสร็จ เขาก็หายไป
ซูเม่ยเข้าไปตรวจอาการท่านเจ้าเมืองที่ยังคงมิสติดี น้ำเกลือถูกเปลี่ยนขวดใหม่ บาดแผลถูกล้างทำความสะอาด โดยมีชิงชิงสาวใช้คนสนิทรวมถึงท่านหมอตงหยางเป็นผู้ช่วยเหลือ
ในห้องยังมีฮูหยินหม่า คุณชายหม่าหย่งเจิน และคุณหนูหม่าหรูอี้ ที่ขอดูการรักษาครั้งนี้ด้วยโดยที่ซูเม่ยไม่ได้ห้ามปราม เพราะการทำแผลไม่ถือเป็นหัตถการลับอันใด แต่เมื่อเปิดบาดแผลที่ถูกพันไว้อย่างดีฮูหยินหม่าถึงกับซวนเซด้วยความสะเทือนใจ ส่วนคุณหนูหม่าหรูอี้ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความสงสารบิดา มีเพียงคุณชายหม่าที่มองบาดแผลนั้นอย่างสำรวจ เพราะตอนที่บิดามาถึงจวนด้วยสภาพเลือดท่วมตัวบาดแผลเหวอะหวะจนไม่น่ามอง แต่ตอนนี้มีเพียงร่องรอยการทำให้เนื้อติดกันเท่านั้น นับว่าดูดีมากกว่าเมื่อวานมากนัก ทำให้เขามองใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามของสตรีที่รักษาบิดาเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง
‘คุณหนูใหญ่ตวนมู่ซูเม่ยงดงามมากความสามารถ แต่ช่างน่าเสียดาย....ที่นางมีบุตรเสียแล้ว’
“ข้ายังไม่มีโอกาสขอบคุณคุณหนูใหญ่ตวนมู่เลย” ท่านเจ้าเมืองที่เฝ้ามองการรักษาของแม่นางน้อยผู้นี้ก็นับถือจากใจจริง เดิมทีนางก็มากความสามารถในเรื่องอื่นๆมากอยู่แล้ว ครั้งนี้กลับน่าทึ่งกว่าเดิมที่นางมีความรู้ทางการแพทย์ที่ลึกล้ำ ดูอย่างบาดแผลของเขาที่เหมือนคนตายไปแล้วด้วยซ้ำนางกลับรักษาจนแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่างแล้ว
“ท่านเจ้าเมือง เราเป็นคนกันเองจะถือเป็นบุญคุณอันใดกัน ท่านทำใจให้สบายและพักรักษาตัวสักพักเถิด บาดแผลนี้ไม่เกิน 7 วันก็จะสมานกันดี แต่ทุกวันต้องรบกวนท่านหมอตงหยางทำความสะอาดบาดแผลและห้ามโดนน้ำเด็ดขาด ครบ 7 วันข้าจะมาตัดไหมที่บาดแผลให้”
“ข้าจะเดินทางมาทำความสะอาดแผลกลางยามเฉิน ( 08.00 น.) ของทุกวันนะขอรับ” ท่านหมอตงหยาง
“ได้ขอรับ แต่ให้ทางจวนเจ้าเมืองไปรับท่านดีกว่า ลำบากท่านหมอมามากแล้ว” คุณชายหม่าหย่งเจินเอ่ยกับท่านหมอตงหยางด้วยความเกรงใจ ก่อนจะเสนอหนทางที่ไม่ทำให้จวนเจ้าเมืองรู้สึกอึดอัดใจ ท่านหมอตงหยางเมื่อเห็นความตั้งใจนั้นก็พยักหน้าตอบตกลง
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







