LOGINเลออนสลัดตัวเองออกจากภวังค์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาเปลี่ยนชุด สวมเครื่องแบบนักเรียนจอมเวทย์อย่างเรียบร้อย ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่สีดำ เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี
วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร สถานที่ที่มนุษย์และจอมเวทย์เรียนร่วมกัน
เงื่อนไขในการเข้าโรงเรียนนี้คือแค่อายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ในทันที
โรงเรียนแห่งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและความหวังในอนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นมากกว่านั้น
มันคือสถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆ มนุษย์และจอมเวทย์ได้ใกล้ชิดกัน ได้เรียนรู้ ได้ผูกพันและในที่สุด…ได้เลือกคู่หูของตนเอง
การสานสัมพันธ์จนถึงขั้นทำปฏิญาณคู่หูไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งภายในโรงเรียน หรือการมีบุตรในวัยเรียน หากเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายราชอาณาจักร
เมื่อเลออนมาถึงโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียนใหม่ดังอื้ออึงไปทั่วลานพิธี แบ่งแยกกันอย่างเงียบงันระหว่างมนุษย์และจอมเวทย์ แม้จะยืนอยู่เคียงข้างกันก็ตาม
เขาก้าวไปยืนอยู่หลังเวที เพื่อเตรียมตัวกล่าวต้อนรับนักเรียนทุกคนในพิธีเปิดการศึกษานี้ในฐานะประธานนักเรียน
“ว่าไง ประธานนักเรียน” คีรันเอ่ยแซว เขาเป็นรองประธานนักเรียนจึงมารออยู่หลังเวทีก่อนแล้ว “วันนี้จะเรียกคะแนนความหล่อจากทั้งมนุษย์และจอมเวทย์อีกตามเคยล่ะสิท่า”
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก”
“คร้าบๆ พ่อคุณชายรักเดียวใจเดียว”
บทสนทนาของทั้งสองจบลงแค่นั้น เพราะอาจารย์ใหญ่ได้ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดการศึกษาแล้ว
คีรันเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องของเลออนเมื่อสิบปีก่อน เรื่องที่เขาเกือบตายและรอดมาได้โดยเด็กชายปริศนาคนหนึ่ง คีรันรู้ว่าเลออนคอยตามหาเด็กคนนั้นมาตลอด ซึ่งเขาเองก็คอยช่วยเลออนตามหามาตลอดเช่นกัน แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เลย
นี่มันงมเข็มในสมุทรชัดๆ แค่เด็กคนเดียวทำไมหาตัวยากซะจริง...
คีรันได้แต่บนอยู่ในใจเงียบๆ
เมื่ออาจารย์ใหญ่กล่าวจบ ก็ถึงตาของเลออน เขาก้าวขึ้นไปบนเวที ยืนอยู่หลังโพเดียมไม้แกะสลัก สายตากวาดมองฝูงชนอย่างสุขุม เขาเตรียมกล่าวคำต้อนรับตามพิธีการที่ทำมานับไม่ถ้วน
แต่ก่อนที่เขาจะเอื้อนเอ่ยคำแรก สร้อยคริสตัลที่คล้องอยู่ตรงอกของเขากสั่นไหวบางๆ เหมือนกำลังตอบสนองกับอะไรบางอย่าง เลออนตะลึงงันไปชั่วขณะ เขากวาดสายตาเลื่อนผ่านกลุ่มนักเรียนใหม่อย่างไม่รู้ตัว
แล้วสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางเด็กนักเรียนใหม่ ผมสีน้ำตาล ดวงตาสีเขียวสดใส สีหน้าเรียบสงบ เด็กคนนี้ไม่มีพลังเวทย์แผ่ออกมา แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังที่ลึกซึ้งกว่านั้นส่งผ่านมาจากเด็กคนนี้ ลมหายใจของเลออนขาดห้วง นิ้วมือที่วางอยู่บนโพเดียมเผลอกำแน่น
“เฮ้ย เลออน นายโอเคไหม” คีรันที่ยืนอยู่หลังเวที เห็นท่าทีของเพื่อนแปลกๆ ไปจึงส่งกระแสถามเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ไม่เป็นไร” เลออนตอบกลับไปในใจ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย
เขากล่าวคำต้อนรับนักเรียนใหม่อย่างลื่นไหล แต่สายตากลับจดจ้องไปที่เด็กหนุ่มสีน้ำตาลคนนั้นเพียงอย่างเดียว เมื่อคำกล่าวจบลง เขาโค้ง และเดินลงเวทีอย่าสง่างาม เสียงปรบมือไล่ตามหลังมา แต่หางตาของเลออนก็ยังคงจับจ้องไปที่เด็กคนนั้น
ความรู้สึกนี้...มันคืออะไรกัน...
---
ย้อนกลับไปตอนที่โนอาห์ออกจากกระท่อมในป่า ก่อนเริ่มพิธีเปิดการศึกษา
หลังจากที่โนอาห์ออกจากป่า เขาก็มุ่งตรงมาที่ราชอาณาจักรในทันที เอเรสได้จัดการเรื่องลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนแห่งราชอาณาจักรไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว
โนอาห์เดินฝ่าฝูงชน ตรงไปยังโรงเรียนที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ใจกลางเมือง หน้าโรงเรียนมีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตั้งไว้สำหรับให้นักเรียนใหม่มารายงานตัว
เขาตรงเข้าไปที่โต๊ะนั้นในทันที แจ้งชื่อกับอาจารย์ประจำโต๊ะ เมื่อเขารายงานตัวเรียบร้อย อาจารย์ก็มอบบัตรนักเรียน และดีดนิ้วดัง “ปึ้ก” หนึ่งที แสงสีขาวห่อหุ้มตัวโนอาห์ไว้ แล้วชุดที่เขาสวมก็เปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียนสีขาว พร้อมผ้าคลุมสีขาวที่ดูสะอาดตาในทันที นี่คือเครื่องแบบของนักเรียนมนุษย์
“ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนแห่งราชอาณาจักร”
อาจารย์กล่าวจบ ก็แนะนำเส้นทางไปยังลานพิธีที่อยู่ไม่ไกลจากจุดประชาสัมพันธ์นัก แค่โนอาห์มองตามทิศทางที่อาจารย์ชี้นิ้วไป เขาก็เห็นนักเรียนทั้งมนุษย์และจอมเวทย์กำลังเข้าแถวเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ
เขาเดินเข้าไปยังลานพิธีนั้น และปะปนไปกับฝูงชนนักเรียนใหม่ พิธีเปิดการศึกษาใกล้จะเริ่มแล้ว โชคดีที่เขามาได้ทันเวลา
เมื่อเสียงพิธีเปิดเริ่มขึ้น อาจารย์ใหญ่ขึ้นมากล่าวทักทายเหล่านักเรียนก่อน และต่อด้วยการกล่าวคำทักทายจากประธานนักเรียน โนอาห์รับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากบนเวที
เขาเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย สบตากับจอมเวทย์หนุ่มที่ยืนอยู่บนนั้น ชายผู้เป็นศูนย์กลางของพิธี ประธานนักเรียน เลออน
โนอาห์ปั้นสีหน้าเรียบนิ่ง ทำเป็นไม่รับรู้ถึงสายตาของเขา
ขนาดผมอยู่ในร่างนี้ ยังรับรู้ได้อีก คุณนี่อันตรายจริงๆ เลยนะครับ
โนอาห์คุยกับตัวเองในใจ เขาระบายรอยยิ้มจางๆ ออกมา
เมื่อคำกล่าวจบลง เลออนโค้ง และเดินลงเวทีอย่าสง่างาม แต่หางตาของเลออนยังคงจ้องมองมาที่โนอาห์อยู่ตลอด
จ้องอะไรกันขนาดนั้นครับ เดี๋ยวแฟนคลับคุณก็มารุมฆ่าผมหรอก
โนอาห์ได้แต่หวีดร้องอยู่ในใจ เพราะเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกของเลออน ก็เรียกคะแนนจากบรรดาจอมเวทย์และมนุษย์ไปได้มากโขแล้ว
“ประธานนักเรียนหล่อจังเลยเนอะ”
“เขามีคู่หูรึยังนะ”
“โธ่เอ๊ย ทำไมฉันไม่เกิดมาเป็นมนุษย์นะ”
“อิจฉาคนที่ได้เขาไปเป็นคู่ครองจังเลย”
“บนเตียง เขาต้องร้อนแรงมากแน่ๆ”
เสียงฮือฮาจากรอบข้างดังเข้ามาในโสตประสาทของโนอาห์อย่างไม่ขาดสาย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
คนบนโลกนี้ น่ากลัวกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย
เมื่อพิธีเปิดการศึกษาสิ้นสุดลง อาจารย์ก็ประกาศให้นักเรียนทุกคนแยกย้ายไปตามห้องเรียนของตนเองได้
“นี่ๆ” แรงสะกิดเบาๆ จากข้างหลังทำให้โนอาห์ต้องหันกลับไปมอง
“ครับ?” เด็กหนุ่มผมสีเงิน ตาสีฟ้าปรากฏแก่สายตาของโนอาห์
ผมสีเงิน ตาสีฟ้า...คงไม่มั้ง น่าจะแค่เรื่องบังเอิญแหละ
โนอาห์เห็นสีผมกับสีตาของเด็กคนนั้นแล้วทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่ง ที่เขาเคยได้ร่ำเรียนผ่านตำรามาตลอด
“นายอยู่ห้องเดียวกับฉันใช่ไหม งั้นเราไปห้องเรียนด้วยกันเถอะ” เขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง “ฉันชื่อเอมิลัส แล้วนายล่ะ”
“โนอาห์ครับ”
แล้วทั้งคู่ก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย พร้อมพากันเดินไปตามระเบียงอาคารมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนห้องตน
-
ในโลกที่จอมเวทย์และมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด คำปฏิญาณคือพันธะที่ผูกชีวิตเข้าด้วยกัน และพลังเวทย์…คือทั้งพรและคำสาปเลออน จอมเวทย์ผู้มีพลังมหาศาลในวัยสิบขวบ เขาเคยรอดชีวิตจากความตาย เพราะเด็กชายปริศนาผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาด้วยการทำคำปฏิญาณคู่หูกับเขาในป่าลึก ทว่าเมื่อเลออนลืมตาขึ้น เด็กคนนั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงคำสัญญาและการเฝ้าตามหาที่ยาวนานถึงสิบปี เลออนไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน และเขาชื่ออะไรโนอาห์ มนุษย์ (?) เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลและตาสีเขียว เขาปิดบังความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้เอาไว้ ความจริงเขาคือเด็กชายผมบลอนด์คนนั้น ที่เคยช่วยเลออนไว้ในตอนเด็ก เขาคอยเฝ้ามองและคอยส่งพลังเวทย์ให้เลออนมีชีวิตอยู่ต่อไปจากระยะไกล เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร การเฝ้ามองจากเงามืด ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นการยืนเคียงข้าง ความจริงที่ถูกปิดบังมานานกำลังจะถูกเปิดเผยทีละนิดๆ พร้อมกับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดข
ในอดีตกาล ก่อนที่ราชอาณาจักรจะประกาศกฎหมายคุ้มครองใดๆ โลกใบนี้เคยถูกปกครองด้วยพลังเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเวทมนตร์ จอมเวทย์คือผู้ครอบครองอำนาจ มนุษย์คือแหล่งพลังที่ถูกเรียกว่า ภาชนะพลังเวทย์ เพื่อครอบครองเวทมนตร์อันมหาศาล จอมเวทย์จำนวนมากไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำชีวิตของผู้ที่อ่อนแอกว่า การบังคับ ข่มเหง และการล่วงละเมิดเกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ มนุษย์ล้มตายเพราะสูญเสียพลังเวทย์ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เลือดและเสียงกรีดร้องค่อยๆ กลายเป็นเงาที่ไม่มีใครกล่าวถึง ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มหายไปจากโลกทีละคน จนในที่สุด ราชอาณาจักรก็ตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มนุษย์ต้องถึงคราวสูญพันธุ์และจะส่งตามมาถึงเหล่าจอมเวทย์เช่นกัน กฎหมายคุ้มครองจึงถือกำเนิดขึ้น จอมเวทย์หนึ่งคนมีคู่หูมนุษย์ได้เพียงหนึ่งเดียว การดูดซับพลังเวทย์ต้องเกิดจากความยินยอมและคำปฏิญาณที่ผูกพันทั้งชีวิต จอมเวทย์มี่จับคู่กับมนุษย์แล้ว ทั้งคู่ต้องมีบุตรร่วมกันอย่างน้อย 1 คนเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของทุกฝ่ายให้สืบต่อไป ไม่ว่าเด็กที่เกิดมาจะ
สิบปีต่อมา เลออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืด ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นแรงราวกับยังติดอยู่ในป่านั้น ป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เสียงคำรามของมอนสเตอร์ และฝ่ามือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาหาเขาท่ามกลางความตาย เด็กชายผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนแสงดาว เสียงเรียบนิ่งที่กล่าวข้อเสนอราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “คุณอยากทำปฏิญาณคู่หูกับผมไหมครับ” “ผมจะมอบพลังเวทย์ให้คุณเอง เพราะงั้น...อย่าตายเลยนะครับ” เลออนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก สูดลมหายใจยาว พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงแสงจางๆ จากรุ่งอรุณที่ยังไม่ทันเผยตัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ผ่านมาสิบปีแล้วและเขายังฝันถึงวันนั้นไม่เคยขาด เลออนลุกขึ้นนั่ง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสิ่งที่ห้อยอยู่บนลำคอ เนื้อผิวโลหะเย็นเฉียบแนบกับฝ่ามือ ราวกับย้ำเตือนความจริงที่ไม่มีวันเลือนหาย มันไม่ใช่ความฝัน หลังจากเขาหมดสติลงในป่านั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าของป่าตะวันตกและเด็กคนนั้นก็ไม่อยู่แ
เลออนสลัดตัวเองออกจากภวังค์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาเปลี่ยนชุด สวมเครื่องแบบนักเรียนจอมเวทย์อย่างเรียบร้อย ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่สีดำ เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร สถานที่ที่มนุษย์และจอมเวทย์เรียนร่วมกันเงื่อนไขในการเข้าโรงเรียนนี้คือแค่อายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ในทันที โรงเรียนแห่งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและความหวังในอนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นมากกว่านั้น มันคือสถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆ มนุษย์และจอมเวทย์ได้ใกล้ชิดกัน ได้เรียนรู้ ได้ผูกพันและในที่สุด…ได้เลือกคู่หูของตนเอง การสานสัมพันธ์จนถึงขั้นทำปฏิญาณคู่หูไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งภายในโรงเรียน หรือการมีบุตรในวัยเรียน หากเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายราชอาณาจักร เมื่อเลออนมาถึงโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียนใหม่ดังอื้ออึงไปทั่วลานพิธี แ
กลับมาตอนที่เลออนลงมาจากเวทีแล้ว เขายังคงติดอยู่วังวนความคิดของตน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ กับเด็กหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น “เฮ้ย เลออน นายโอเคจริงๆ ไหมเนี่ย” คีรันเดินเข้ามาถามเขาด้วยความเป็นห่วง “คีรัน คือฉัน...” เขาเว้นช่วงไป แววตาไหววูบ “ฉันรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกๆ กับเด็กมนุษย์คนหนึ่ง” “ห๊า” คีรันอ้าปากค้าง “คู่หูของนายเหรอ นายเจอเขาแล้วเหรอ!!” คีรันพุ่งตัวเข้ามาประชิดเลออนมากกว่าเดิม “ในที่สุดก็เจอสักทีสินะ คนที่นายตามหามาตั้งนาน” “ไม่ใช่” เลออนเสียงอ่อนลง “เขาไม่ใช่คู่หูของฉัน...แต่เด็กคนนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดึงดูดแปลกๆ” คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าขี้เล่นจางหายไป เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “ถ้าอยากรู้ นายก็ต้องพิสูจน์สิ” คีรันยกกำปั้นขึ้น ต่อยเข้าที่อกข้างซ้ายของเลออนเบาๆ “ไม่แน่เด็กคนนั้นอาจเป็นคู่หูของนายที่ปลอมตัวมาก็ได้ นายตามหาเขามาตั้งนานนะ แม้มันจะเป็นเบาะแสเล็กๆ นายก็ต้องคว้ามันเอาไว้สิ” เลออนเบิกตาโพล่งให้กับคำพูดของคีรัน “จริงสินะ ในโ
ไม่เคยเจอกัน…งั้นเหรอ เลออนหันหลังให้โนอาห์แล้วเดินไปตามทางเดินกลับไปทางที่เขาจากมา เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่สัมผัสที่เหมือนดึงดูดเขาก็ยังไม่จางหายไป สร้อยคริสตัลที่คอก็ยังคงสั่นไหว จนเขาต้องกำมันไหวหลวมๆ น่าแปลกมาก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับเด็กคนนั้น แถมสร้อยนี่ ยังตอบสนองอีกด้วย หรือว่าจะเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ เลออนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจ แล้วสาวเท้าไปยังอาคารเรียนของจอมเวทย์--- หลังพิธีเปิดการศึกษาจบลง อาจารย์ได้สั่งให้นักเรียนต่างแยกย้ายไปยังห้องเรียนของตน วันแรกยังไม่มีบทเรียนจริงจังนัก เพียงแค่อาจารย์ประจำชั้นกล่าวต้อนรับ แนะนำกฎระเบียบ และปล่อยให้ทุกคนใช้เวลาตามอัธยาศัยจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในช่วงค่ำ โนอาห์กับเอมิลัสที่ไปเถลไถลอยู่ในโรงเรียนกลับมาถึงห้องเรียนหลังจากอาจารย์ประจำชั้นออกจากห้องไปแล้ว ทำให้พวกเขารอดตัวไม่โดนอาจารย์ทำโทษ โนอาห์กับเอมิลัสเลือกที่นั่งริมหน้าต่างหลังห้องที่ยังว่างอยู่สองโต๊ะติดกันพอดี ทั้งคู่คุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อย...ไม่สิ มีแค่เอมิลัส







