Share

บทที่ 4 สงสัย

Author: Sakinoん
last update Last Updated: 2025-12-29 14:38:09

          ไม่เคยเจอกัน…งั้นเหรอ

            เลออนหันหลังให้โนอาห์แล้วเดินไปตามทางเดินกลับไปทางที่เขาจากมา

           

            เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่สัมผัสที่เหมือนดึงดูดเขาก็ยังไม่จางหายไป สร้อยคริสตัลที่คอก็ยังคงสั่นไหว จนเขาต้องกำมันไหวหลวมๆ

            น่าแปลกมาก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับเด็กคนนั้น

            แถมสร้อยนี่ ยังตอบสนองอีกด้วย

            หรือว่าจะเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ

          เลออนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจ แล้วสาวเท้าไปยังอาคารเรียนของจอมเวทย์

---

            หลังพิธีเปิดการศึกษาจบลง อาจารย์ได้สั่งให้นักเรียนต่างแยกย้ายไปยังห้องเรียนของตน วันแรกยังไม่มีบทเรียนจริงจังนัก เพียงแค่อาจารย์ประจำชั้นกล่าวต้อนรับ แนะนำกฎระเบียบ และปล่อยให้ทุกคนใช้เวลาตามอัธยาศัยจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในช่วงค่ำ

            โนอาห์กับเอมิลัสที่ไปเถลไถลอยู่ในโรงเรียนกลับมาถึงห้องเรียนหลังจากอาจารย์ประจำชั้นออกจากห้องไปแล้ว ทำให้พวกเขารอดตัวไม่โดนอาจารย์ทำโทษ

            โนอาห์กับเอมิลัสเลือกที่นั่งริมหน้าต่างหลังห้องที่ยังว่างอยู่สองโต๊ะติดกันพอดี ทั้งคู่คุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อย...ไม่สิ มีแค่เอมิลัสที่พูดไม่หยุด เหมือนชีวิตนี้จะได้พูดเป็นครั้งสุดท้ายยังไงอย่างงั้นเลย

            โนอาห์ฟังเอมิลัสเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไป มือก็หยิบตำราเก่าๆ เล่มหนึ่งออกมาจากในกระเป๋า

            “นายชอบอ่านหนังสือเหรอ”

            “ใช่ครับ แล้วนายล่ะ ชอบอ่านหนังสือไหม”

            “ชอบสิ” เอมิลัสตาลุกวาวทันที “นายชอบอ่านแนวไหนน่ะ ฉันชอบ...”

            แล้วเอมิลัสก็เริ่มอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พูดอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว เขาเริ่มถามความชอบของโนอาห์ด้วยว่าชอบอ่านหนังสือแบบไหน เล่มนั้นเคยอ่านไหม เล่มนี้เคยอ่านไหม ทำให้บทสนทนาของพวกเขามีสันยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

           

            ซึ่งทำให้โนอาห์รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก

            เอมิลัส...นายคือเพื่อนคนแรกของผมเลยนะ

            “นี่ๆ โนอาห์ไปห้องสมุดกันไหม ฉันได้ยินว่าที่นี่มีคัมภีร์โบราณที่หาดูไม่ได้จากที่อื่นด้วยนะ” เอมิลัสเอ่ยชวนด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เขาคงจะชอบหนังสือมากๆ เลย

            “ไปสิครับ” โนอาห์พยักหน้า

            แล้วเอมิลัสก็ลากโนอาห์ไปยังห้องสมุดในทันที

            ห้องสมุดของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักรเงียบสงบ ชั้นหนังสือสูงเรียงราย กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจางๆ ลอยอบอวล ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะยาวใกล้หน้าต่าง เปิดตำราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ

            จนกระทั่ง พลังบางอย่างไหลผ่านอากาศ แผ่วเบา แต่ชัดเจน

            เขา...มาที่นี่สินะ

            โนอาห์ชะงักเล็กน้อย ปลายนิ้วหยุดอยู่บนหน้ากระดาษ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เลออนและคีรันก็เดินเข้ามาในห้องสมุด

            เลออนหยุดกึก ไล่สายตาไปตามความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้ จนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะใกล้หน้าต่าง

สะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นั่งอยู่ตรงนั้น...

            สัมผัสพลังนั้นได้อีกแล้ว

            คีรันเห็นเพื่อนนิ่งค้างไป จึงกวาดสายตามองตามเลออนไป ทำให้เห็นว่าเขากำลังมองอะไรอยู่ แม้เลออนจะยังไม่ได้เล่าเรื่องตอนวิ่งตามเด็กคนนั้นไปให้ฟัง แต่เขาก็พอคาดเดาจากปฏิกิริยาของเพื่อนได้

            “เรื่องที่นายสงสัยค่อยๆ หาคำตอบไปทีละนิดเถอะ” คีรันเอ่ยเสียงเบา พลางตบบ่าเพื่อน

            “เรื่องบางเรื่องอาจต้องใช้เวลานะ” คีรันเงียบไปครู่หนึ่ง “นายตามหาเด็กคนนั้นมาตั้งนาน งั้นสู้ตามหาต่ออีกสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรนี่”

            เลออนชะงักนิ่งกับคำพูดของคีรัน

            “นานๆ ที นายจะพูดมีเหตุผลนะ”

            “ทำไมพูดเหมือนฉันเป็นคนไร้เหตุผลแบบนั้นล่ะ”

            “หึ”

            เลออนกับคีรันเดินตรงไปยังโต๊ะใกล้หน้าต่างที่ซึ่งโนอาห์กับเอลิอัสนั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือที่เปิดค้าง ยิ่งเลออนเข้าใกล้ สัมผัสที่ดึงดูดเขาก็ยิ่งชัดเจน จนเข้าเริ่มมั่นใจ

           

            เป็นนายจริงๆ ใช่ไหม?

            สร้อยคริสตัลที่คอสั่นไหวเบาๆ อีกครั้ง เหมือนมันช่วยตอบคำถามนั้น

            “ขอนั่งด้วยได้ไหม” เลออนเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่ม พลางชี้ไปที่เก้าอี้ว่าง

            “เชิญครับ” โนอาห์ตอบเรียบๆ พร้อมขยับหนังสือให้เป็นระเบียบ เขาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

            คีรันทรุดตัวลงข้างเอลิอัสอย่างเป็นกันเองทันที “นายอ่านอะไรอยู่เหรอ”

            “ตำราประวัติศาสตร์ยุคก่อนกฎหมายคุ้มครองน่ะครับ” เอลิอัสตอบ ดวงตาเป็นประกาย “ผมสนใจเรื่องโครงสร้างเวทมนตร์ในอดีตครับ”

            “โอ้ รสนิยมดีนะ”

            คีรันยิ้มกว้าง พลางคิดในใจ

          น่ารักกว่าที่คิดแฮะ…

            เลออนเหล่ตามองเพื่อนแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาทางโนอาห์

            “วันแรกเป็นยังไงบ้าง”

            น้ำเสียงสบายๆ ราวกับเป็นแค่การสนทนาธรรมดา

            “ก็ดีครับ” โนอาห์ตอบ “โรงเรียนใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย”

            ถ้าไม่นับเรื่องนั้นล่ะก็นะ...

          โนอาห์พยายามรีเซ็ทความทรงจำนั้นออกจากสมอง ถึงไม่เห็นภาพ แต่เสียงที่ได้ยินมันชัดเจนเกินไป

            “นายไม่สบายเหรอ หน้าแดงเชียว”

            “ปะ...เปล่าครับ น่าจะเพราะร้อนน่ะครับ ฮ่าฮ่า”

            แค่นึกถึงเรื่องเมื่อเช้าก็ทำเขาหน้าร้อนผ่าวได้ขนาดนี้แล้ว

            ผู้คนบนโลกนี้ น่ากลัวเหลือเกิน

            “นายมาจากแถวไหนเหรอ” เลออนถามต่ออย่างแนบเนียนสายตาจับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไม่วางตา

            “ทางตะวันตกนิดหน่อยครับ” คำตอบมาอย่างราบเรียบ ไม่มีช่องโหว่ “ผมอยู่กับคนรู้จักมาตลอด”

            “งั้นก่อนหน้านี้ นายก็ไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักรเหรอ”

            “ไม่ครับ ผมชอบความสงบน่ะครับ ที่บ้านผมเงียบสงบมากเลย”

            “งั้นเหรอ”

            คำตอบทุกคำ ล้วนตอบกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ

            ขณะเดียวกันนั้น อีกฝั่งของโต๊ะกลับเริ่มคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            “นายชอบอ่านจริงๆ ด้วย” คีรันชะโงกดูหน้าหนังสือของเอลิอัส

            “ปกติเพื่อนฉันอ่านแต่รายงานเวท ไม่แตะพวกนี้เลย”

            “จริงเหรอครับ” เอลิอัสหัวเราะเบาๆ “ผมว่าประวัติศาสตร์สนุกกว่านะ มันทำให้เข้าใจว่าทำไมโลกถึงเป็นแบบนี้”

            คีรันชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม

            นอกจากหน้าน่ารักแล้ว ยังความคิดดีอีก…อันตรายชะมัด

            เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป บทสนทนาสลับกันไปมาระหว่างเวทมนตร์ ตำราโบราณ เรื่องเล็กน้อยในโรงเรียน บรรยากาศในห้องสมุดอบอุ่นกว่าที่ทุกคนคาดไว้

            เมื่อแสงแดดเริ่มอ่อนลง เสียงระฆังยามเย็นก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงเปิดภาคเรียน

            “ได้เวลาแล้วสินะ” เอลิอัสพูด พลางปิดหนังสือ

            “ใช่ คืนนี้คงวุ่นน่าดู” คีรันลุกขึ้น ยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ไว้เจอกันในงานนะ”

            เลออนหันมาทางโนอาห์ “ไว้เจอกันตอนค่ำ”

            “ครับ” โนอาห์ตอบ พร้อมยิ้มบางๆ

            ทั้งสี่ออกจากห้องสมุดแล้วแยกย้ายกันไปตามทิศทางของตนเอง

            แต่ก่อนที่โนอาห์จะเดินพ้นประตู สร้อยคริสตัลใต้เสื้อของเขาก็อุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย เช่นเดียวกับสร้อยที่คอของเลออน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   แนะนำเนื้อเรื่อง

    ในโลกที่จอมเวทย์และมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด คำปฏิญาณคือพันธะที่ผูกชีวิตเข้าด้วยกัน และพลังเวทย์…คือทั้งพรและคำสาปเลออน จอมเวทย์ผู้มีพลังมหาศาลในวัยสิบขวบ เขาเคยรอดชีวิตจากความตาย เพราะเด็กชายปริศนาผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาด้วยการทำคำปฏิญาณคู่หูกับเขาในป่าลึก ทว่าเมื่อเลออนลืมตาขึ้น เด็กคนนั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงคำสัญญาและการเฝ้าตามหาที่ยาวนานถึงสิบปี เลออนไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน และเขาชื่ออะไรโนอาห์ มนุษย์ (?) เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลและตาสีเขียว เขาปิดบังความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้เอาไว้ ความจริงเขาคือเด็กชายผมบลอนด์คนนั้น ที่เคยช่วยเลออนไว้ในตอนเด็ก เขาคอยเฝ้ามองและคอยส่งพลังเวทย์ให้เลออนมีชีวิตอยู่ต่อไปจากระยะไกล เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร การเฝ้ามองจากเงามืด ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นการยืนเคียงข้าง ความจริงที่ถูกปิดบังมานานกำลังจะถูกเปิดเผยทีละนิดๆ พร้อมกับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดข

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   บทนำ

    ในอดีตกาล ก่อนที่ราชอาณาจักรจะประกาศกฎหมายคุ้มครองใดๆ โลกใบนี้เคยถูกปกครองด้วยพลังเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเวทมนตร์ จอมเวทย์คือผู้ครอบครองอำนาจ มนุษย์คือแหล่งพลังที่ถูกเรียกว่า ภาชนะพลังเวทย์ เพื่อครอบครองเวทมนตร์อันมหาศาล จอมเวทย์จำนวนมากไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำชีวิตของผู้ที่อ่อนแอกว่า การบังคับ ข่มเหง และการล่วงละเมิดเกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ มนุษย์ล้มตายเพราะสูญเสียพลังเวทย์ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เลือดและเสียงกรีดร้องค่อยๆ กลายเป็นเงาที่ไม่มีใครกล่าวถึง ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มหายไปจากโลกทีละคน จนในที่สุด ราชอาณาจักรก็ตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มนุษย์ต้องถึงคราวสูญพันธุ์และจะส่งตามมาถึงเหล่าจอมเวทย์เช่นกัน กฎหมายคุ้มครองจึงถือกำเนิดขึ้น จอมเวทย์หนึ่งคนมีคู่หูมนุษย์ได้เพียงหนึ่งเดียว การดูดซับพลังเวทย์ต้องเกิดจากความยินยอมและคำปฏิญาณที่ผูกพันทั้งชีวิต จอมเวทย์มี่จับคู่กับมนุษย์แล้ว ทั้งคู่ต้องมีบุตรร่วมกันอย่างน้อย 1 คนเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของทุกฝ่ายให้สืบต่อไป ไม่ว่าเด็กที่เกิดมาจะ

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   บทที่ 1 ดวงดาวที่เริ่มเคลื่อนไหว (1)

    สิบปีต่อมา เลออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืด ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นแรงราวกับยังติดอยู่ในป่านั้น ป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เสียงคำรามของมอนสเตอร์ และฝ่ามือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาหาเขาท่ามกลางความตาย เด็กชายผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนแสงดาว เสียงเรียบนิ่งที่กล่าวข้อเสนอราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “คุณอยากทำปฏิญาณคู่หูกับผมไหมครับ” “ผมจะมอบพลังเวทย์ให้คุณเอง เพราะงั้น...อย่าตายเลยนะครับ” เลออนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก สูดลมหายใจยาว พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงแสงจางๆ จากรุ่งอรุณที่ยังไม่ทันเผยตัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ผ่านมาสิบปีแล้วและเขายังฝันถึงวันนั้นไม่เคยขาด เลออนลุกขึ้นนั่ง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสิ่งที่ห้อยอยู่บนลำคอ เนื้อผิวโลหะเย็นเฉียบแนบกับฝ่ามือ ราวกับย้ำเตือนความจริงที่ไม่มีวันเลือนหาย มันไม่ใช่ความฝัน หลังจากเขาหมดสติลงในป่านั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าของป่าตะวันตกและเด็กคนนั้นก็ไม่อยู่แ

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   บทที่ 2 ดวงดาวที่เริ่มเคลื่อนไหว (2)

    เลออนสลัดตัวเองออกจากภวังค์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาเปลี่ยนชุด สวมเครื่องแบบนักเรียนจอมเวทย์อย่างเรียบร้อย ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่สีดำ เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร สถานที่ที่มนุษย์และจอมเวทย์เรียนร่วมกันเงื่อนไขในการเข้าโรงเรียนนี้คือแค่อายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ในทันที โรงเรียนแห่งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและความหวังในอนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นมากกว่านั้น มันคือสถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆ มนุษย์และจอมเวทย์ได้ใกล้ชิดกัน ได้เรียนรู้ ได้ผูกพันและในที่สุด…ได้เลือกคู่หูของตนเอง การสานสัมพันธ์จนถึงขั้นทำปฏิญาณคู่หูไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งภายในโรงเรียน หรือการมีบุตรในวัยเรียน หากเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายราชอาณาจักร เมื่อเลออนมาถึงโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียนใหม่ดังอื้ออึงไปทั่วลานพิธี แ

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   บทที่ 3 ดวงดาวที่เริ่มเคลื่อนไหว (3)

    กลับมาตอนที่เลออนลงมาจากเวทีแล้ว เขายังคงติดอยู่วังวนความคิดของตน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ กับเด็กหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น “เฮ้ย เลออน นายโอเคจริงๆ ไหมเนี่ย” คีรันเดินเข้ามาถามเขาด้วยความเป็นห่วง “คีรัน คือฉัน...” เขาเว้นช่วงไป แววตาไหววูบ “ฉันรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกๆ กับเด็กมนุษย์คนหนึ่ง” “ห๊า” คีรันอ้าปากค้าง “คู่หูของนายเหรอ นายเจอเขาแล้วเหรอ!!” คีรันพุ่งตัวเข้ามาประชิดเลออนมากกว่าเดิม “ในที่สุดก็เจอสักทีสินะ คนที่นายตามหามาตั้งนาน” “ไม่ใช่” เลออนเสียงอ่อนลง “เขาไม่ใช่คู่หูของฉัน...แต่เด็กคนนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดึงดูดแปลกๆ” คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าขี้เล่นจางหายไป เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “ถ้าอยากรู้ นายก็ต้องพิสูจน์สิ” คีรันยกกำปั้นขึ้น ต่อยเข้าที่อกข้างซ้ายของเลออนเบาๆ “ไม่แน่เด็กคนนั้นอาจเป็นคู่หูของนายที่ปลอมตัวมาก็ได้ นายตามหาเขามาตั้งนานนะ แม้มันจะเป็นเบาะแสเล็กๆ นายก็ต้องคว้ามันเอาไว้สิ” เลออนเบิกตาโพล่งให้กับคำพูดของคีรัน “จริงสินะ ในโ

  • ดวงดาราผู้เฝ้ามองนาย   บทที่ 4 สงสัย

    ไม่เคยเจอกัน…งั้นเหรอ เลออนหันหลังให้โนอาห์แล้วเดินไปตามทางเดินกลับไปทางที่เขาจากมา เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่สัมผัสที่เหมือนดึงดูดเขาก็ยังไม่จางหายไป สร้อยคริสตัลที่คอก็ยังคงสั่นไหว จนเขาต้องกำมันไหวหลวมๆ น่าแปลกมาก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับเด็กคนนั้น แถมสร้อยนี่ ยังตอบสนองอีกด้วย หรือว่าจะเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ เลออนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจ แล้วสาวเท้าไปยังอาคารเรียนของจอมเวทย์--- หลังพิธีเปิดการศึกษาจบลง อาจารย์ได้สั่งให้นักเรียนต่างแยกย้ายไปยังห้องเรียนของตน วันแรกยังไม่มีบทเรียนจริงจังนัก เพียงแค่อาจารย์ประจำชั้นกล่าวต้อนรับ แนะนำกฎระเบียบ และปล่อยให้ทุกคนใช้เวลาตามอัธยาศัยจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในช่วงค่ำ โนอาห์กับเอมิลัสที่ไปเถลไถลอยู่ในโรงเรียนกลับมาถึงห้องเรียนหลังจากอาจารย์ประจำชั้นออกจากห้องไปแล้ว ทำให้พวกเขารอดตัวไม่โดนอาจารย์ทำโทษ โนอาห์กับเอมิลัสเลือกที่นั่งริมหน้าต่างหลังห้องที่ยังว่างอยู่สองโต๊ะติดกันพอดี ทั้งคู่คุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อย...ไม่สิ มีแค่เอมิลัส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status