LOGINกลับมาตอนที่เลออนลงมาจากเวทีแล้ว
เขายังคงติดอยู่วังวนความคิดของตน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ กับเด็กหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น
“เฮ้ย เลออน นายโอเคจริงๆ ไหมเนี่ย” คีรันเดินเข้ามาถามเขาด้วยความเป็นห่วง
“คีรัน คือฉัน...” เขาเว้นช่วงไป แววตาไหววูบ “ฉันรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกๆ กับเด็กมนุษย์คนหนึ่ง”
“ห๊า” คีรันอ้าปากค้าง “คู่หูของนายเหรอ นายเจอเขาแล้วเหรอ!!” คีรันพุ่งตัวเข้ามาประชิดเลออนมากกว่าเดิม “ในที่สุดก็เจอสักทีสินะ คนที่นายตามหามาตั้งนาน”
“ไม่ใช่” เลออนเสียงอ่อนลง “เขาไม่ใช่คู่หูของฉัน...แต่เด็กคนนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดึงดูดแปลกๆ”
คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าขี้เล่นจางหายไป เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
“ถ้าอยากรู้ นายก็ต้องพิสูจน์สิ” คีรันยกกำปั้นขึ้น ต่อยเข้าที่อกข้างซ้ายของเลออนเบาๆ “ไม่แน่เด็กคนนั้นอาจเป็นคู่หูของนายที่ปลอมตัวมาก็ได้ นายตามหาเขามาตั้งนานนะ แม้มันจะเป็นเบาะแสเล็กๆ นายก็ต้องคว้ามันเอาไว้สิ”
เลออนเบิกตาโพล่งให้กับคำพูดของคีรัน
“จริงสินะ ในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์แบบนี้ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แล้วยิ่งเด็กคนนั้น...คู่หูของฉัน ยังซ่อนตัวเก่งขนาดนี้ ถ้าอยู่ๆ ฉันดันหาตัวเขาเจอได้ง่ายๆ ก็คงแปลกเกินไปแล้ว”
คีรันพยักหน้า “สายใยจากคำปฏิญาณ มันไม่เคยตัดขาดออกจากกันหรอก ต่อให้คู่หูของนายใช้กลอะไรตบตานาย แต่ก็ไม่สามารถลบสัมผัสและความรู้สึกออกไปได้ทั้งหมดหรอก”
“ขอบคุณนะ คีรัน” เลออนตบบ่าเพื่อนเบาๆ หนึ่งที “ฉันมีเรื่องต้องรีบไปทำ ขอตัวก่อน”
แววตาที่สั่นไหวของเขา กลับมามั่นคงอีกครั้ง เขาก้าวเท้าไปยังทิศทางที่นักเรียนมนุษย์กำลังเดินไปกัน
---
โนอาห์เดินไปตามทางเดินระเบียงของอาคารเรียน เคียงข้างมีเอมิลัสที่คอยเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้โนอาห์ฟังไม่หยุดมาตลอดทาง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยไม่ได้น้อย
ทันใดนั้น มือหนึ่งก็คว้าไหล่ของเขาไว้จากข้างหลัง
“เดี๋ยว—”
“ครับ?”
โนอาห์หันกลับไปตามแรงจับ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้านิ่งสุภาพ
“คุณประธานนักเรียน มีธุระกับผมเหรอครับ”
แต่ในวินาทีที่เลออนสัมผัสตัวเขา สัมผัสแปลกที่เขารู้สึกได้จากบนเวทีก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เหมือนมีอะไรบางอย่าง พยายามดึงดูดพวกเขาเข้าหากัน สร้อยคริสตัลบนคอสั่นไหวอีกครั้ง
เลออนชะงัก หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความงงงัน
“นาย…”
เขาลังเล ก่อนจะถามออกมา
“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า”
“ไม่เคยครับ” โนอาห์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกนะครับ”
เขารับรู้ได้เพราะคำปฏิญาณนั่นสินะ ไม่คิดเลยว่าพลังมันจะรุนแรงขนาดนี้...
โนอาห์ยิ้มบาง พยายามทำตัวเหมือนคนเพิ่งเคยเจอกันให้ได้มากที่สุด
“งั้นเหรอ…”
แววตาของเลออนฉายความผิดหวังอย่างชัดเจน
เขาสูดลมหายใจเบาๆ ก่อนจะถามต่อ
“งั้นนายชื่ออะไร”
โนอาห์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เหมือนจะอ่อนโยน แต่แฝงบางสิ่งที่อ่านไม่ออก
“โนอาห์ครับ”
และในวินาทีนั้น สร้อยที่คอของเลออนสั่นไหวอีกครั้ง
“โนอาห์...” เลออนพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ เหมือนจะสลักมันไว้ไม่ให้จางหายไป
“ฉันชื่อเลออน”
เขาก้มลงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย สัมผัสที่เขารู้สึกได้เมื่อกี้ยังคงไม่จางหายไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
เด็กคนนี้...หรือว่าจะเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ
แต่ว่าสีผมกับสีดวงตา ไม่เหมือนกับเด็กคนนั้นเลย
ถ้าจะใช้เวทมนตร์เปลี่ยนรูปลักษณ์ ฉันก็น่าจะสัมผัสพลังเวทย์จากตัวเด็กคนนี้ได้สิ
ทำไมกัน...
เลออนได้แต่สับสนกับตัวเองอยู่ในใจ เขาเก็บความสงสัยของตัวเองเอาไว้ แล้วสนใจคนตรงหน้าต่อ
“ถ้ามีเรื่องลำบากอะไร ก็มาบอกฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
“คืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ นายมาเข้าร่วมด้วยล่ะ”
เลออนวางมือลงบนศีรษะของโนอาห์อย่างแผ่วเบา
“ครับ ไว้เจอกันนะครับ ประธานเลออน” โนอาห์ตอบรับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
เลออนพยักหน้า แล้วหันหลังเดินจากไป
โนอาห์มองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่นั้นไป สีหน้าเรียบนิ่ง
จากเด็กน้อยตัวเล็กในวันนั้น เติบโตมาเป็นชายหนุ่มแบบนี้แล้วสินะ
โนอาห์ชื่นชมอยู่ในใจ เหมือนได้ชื่นชมลูกชายเติบใหญ่
“โน~~~อาห์~~~” เสียงเรียกยานคราง พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากข้าตัว ทำให้โนอาห์หลุดจากภวังค์ทันที
“เอมิลัส”
“นาย-นาย-นาย...นาย!!” เสียงของเอมิลัสเปล่งออกมาแบบไล่ระดับ จากเบา จนดังขึ้น “ท่านประธานเลออนสนใจนายงั้นเหรอ นายไปทำอะไรไว้ ทำไมคนที่ปฏิเสธทุกคนที่เข้าหาอย่างท่านประธานถึงเข้ามาทักนายได้ ห๊ะ อึ้มมมมม...อืออออ”
เสียงของเอมิลัสดังมากจนโนอาห์ตกยกมือมาปิดปากเขาไว้ จากนั้นจึงลากเขาไปยังที่ที่ลับตาคนทันที
“ฮ่า” เอมิลัสสูดอากาศเข้าปอดทันที เมื่อโนอาห์ยอมปล่อยมือที่ปิดปากเข้าไว้ “นายคิดจะฆ่ากันเหรอ”
“ก็นายเล่นเสียงดังจนคนเขามองนี่นา ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่หยุดพูดสักที”
“ต่อให้ฉันไม่เสียงดัง แต่แค่เห็นท่านประธานเลออนเดินมายังอาคารเรียนของมนุษย์ คนเขาก็มองตามกันตรึมแล้ว เชื่อไหม หลังจากนี้นายตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนแน่”
“แค่ท่านประธานเข้ามาทักทายนักเรียนเอง ไม่เห็นมีอะไรแปลกเลยนี่” โนอาห์เอนหลังพิงกำแพงที่อยู่ใกล้
“ก็เพราะท่านประธานเข้ามาทักนี่แหละ ถึงได้แปลก!!” เอมิลัสยังโวยวายไม่เลิก “มีคนหมายตาประธานเพียบเลยนะ แต่ประธานก็ปฏิเสธทุกคนหมดเลย ไม่รู้ว่ามีคนในใจอยู่แล้วรึเปล่า ทั้งที่ยังไม่เคยมีคู่หูแท้ๆ...”
ยังไม่เคยมีคู่หูเหรอ...
หลังจากได้ยินคำนั้น โนอาห์ก็ไม่ได้ยินเสียงบ่นของเอมิลัสอีกแล้ว
แสดงว่าเลออนไม่ได้บอกใครๆ เรื่องที่ตัวเองทำปฏิญาณไปแล้วสินะ อย่างว่าแล้ว เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าคู่หูเจ้าปัญหาเขาไปซ่อนตัวอยู่ไหน อยู่ๆ จะให้ไปบอกพวกผู้ใหญ่ว่า “ผมมีคู่ครองแล้วนะ” มันก็ดูแปลกๆ แถมยัง...ทำเรื่องสำคัญแบบนั้นตั้งแต่สิบขวบด้วย...
พอโนอาห์มาตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขาก็แอบละอายใจกับสิ่งที่ตนทำลงไปในทันที
“หืม?” แล้วเขาก็เหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากมุมมืด
“นี่ ฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย อึก...” โนอาห์เอามือปิดปากเอมิลัสที่ยังบ่นไม่หยุดเอาไว้อีก
“นายได้ยินเสียงอะไรไหม” โนอาห์คลายมือที่ปิดปากเอมิลัสออกนิดหน่อย แล้วพูดเสียงเบา
“เสียงอะ...” เอมิลัสยังไม่ทันพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงที่โนอาห์ว่าแว่วเข้ามาในโสตประสาททันที
“อ๊ะ อ๊า รุ่นพี่ แรงอีก~~~”
“ชอบแบบนี้ไหม”
“ชอบครับ อ๊าาา”
“ฉันใกล้เสร็จแล้ว”
“ข้างใน...ได้โปรดแตกในใส่ผมด้วยครับ ผมอยากท้องลูกของรุ่นพี่~~~”
“ได้สิ...ฉันจะแตกในเยอะๆ จนกว่านายจะท้องเลย~”
โนอาห์กับเอมิลัสมองหน้ากัน แล้วทั้งคู่ก็ถอยออกจากบริเวณนั้นไปอย่างเงียบๆ
ถึงเรื่องการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในโรงเรียนและทำลูกสำหรับคนที่ผูกพันธะกันแล้ว จะเป็นเรื่องปกติก็ตาม...
แต่พอมาเจอของจริงเข้ากับตัว
โคตรรู้สึกกระอั่กกระอ่วนเลยแฮะ
ในโลกที่จอมเวทย์และมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด คำปฏิญาณคือพันธะที่ผูกชีวิตเข้าด้วยกัน และพลังเวทย์…คือทั้งพรและคำสาปเลออน จอมเวทย์ผู้มีพลังมหาศาลในวัยสิบขวบ เขาเคยรอดชีวิตจากความตาย เพราะเด็กชายปริศนาผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาด้วยการทำคำปฏิญาณคู่หูกับเขาในป่าลึก ทว่าเมื่อเลออนลืมตาขึ้น เด็กคนนั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงคำสัญญาและการเฝ้าตามหาที่ยาวนานถึงสิบปี เลออนไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นหายไปไหน และเขาชื่ออะไรโนอาห์ มนุษย์ (?) เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลและตาสีเขียว เขาปิดบังความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้เอาไว้ ความจริงเขาคือเด็กชายผมบลอนด์คนนั้น ที่เคยช่วยเลออนไว้ในตอนเด็ก เขาคอยเฝ้ามองและคอยส่งพลังเวทย์ให้เลออนมีชีวิตอยู่ต่อไปจากระยะไกล เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร การเฝ้ามองจากเงามืด ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นการยืนเคียงข้าง ความจริงที่ถูกปิดบังมานานกำลังจะถูกเปิดเผยทีละนิดๆ พร้อมกับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดข
ในอดีตกาล ก่อนที่ราชอาณาจักรจะประกาศกฎหมายคุ้มครองใดๆ โลกใบนี้เคยถูกปกครองด้วยพลังเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเวทมนตร์ จอมเวทย์คือผู้ครอบครองอำนาจ มนุษย์คือแหล่งพลังที่ถูกเรียกว่า ภาชนะพลังเวทย์ เพื่อครอบครองเวทมนตร์อันมหาศาล จอมเวทย์จำนวนมากไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำชีวิตของผู้ที่อ่อนแอกว่า การบังคับ ข่มเหง และการล่วงละเมิดเกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ มนุษย์ล้มตายเพราะสูญเสียพลังเวทย์ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เลือดและเสียงกรีดร้องค่อยๆ กลายเป็นเงาที่ไม่มีใครกล่าวถึง ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มหายไปจากโลกทีละคน จนในที่สุด ราชอาณาจักรก็ตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มนุษย์ต้องถึงคราวสูญพันธุ์และจะส่งตามมาถึงเหล่าจอมเวทย์เช่นกัน กฎหมายคุ้มครองจึงถือกำเนิดขึ้น จอมเวทย์หนึ่งคนมีคู่หูมนุษย์ได้เพียงหนึ่งเดียว การดูดซับพลังเวทย์ต้องเกิดจากความยินยอมและคำปฏิญาณที่ผูกพันทั้งชีวิต จอมเวทย์มี่จับคู่กับมนุษย์แล้ว ทั้งคู่ต้องมีบุตรร่วมกันอย่างน้อย 1 คนเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของทุกฝ่ายให้สืบต่อไป ไม่ว่าเด็กที่เกิดมาจะ
สิบปีต่อมา เลออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้ามืด ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นแรงราวกับยังติดอยู่ในป่านั้น ป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เสียงคำรามของมอนสเตอร์ และฝ่ามือเล็กๆ ที่ยื่นออกมาหาเขาท่ามกลางความตาย เด็กชายผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนแสงดาว เสียงเรียบนิ่งที่กล่าวข้อเสนอราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “คุณอยากทำปฏิญาณคู่หูกับผมไหมครับ” “ผมจะมอบพลังเวทย์ให้คุณเอง เพราะงั้น...อย่าตายเลยนะครับ” เลออนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก สูดลมหายใจยาว พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงแสงจางๆ จากรุ่งอรุณที่ยังไม่ทันเผยตัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ผ่านมาสิบปีแล้วและเขายังฝันถึงวันนั้นไม่เคยขาด เลออนลุกขึ้นนั่ง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสิ่งที่ห้อยอยู่บนลำคอ เนื้อผิวโลหะเย็นเฉียบแนบกับฝ่ามือ ราวกับย้ำเตือนความจริงที่ไม่มีวันเลือนหาย มันไม่ใช่ความฝัน หลังจากเขาหมดสติลงในป่านั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าของป่าตะวันตกและเด็กคนนั้นก็ไม่อยู่แ
เลออนสลัดตัวเองออกจากภวังค์ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาเปลี่ยนชุด สวมเครื่องแบบนักเรียนจอมเวทย์อย่างเรียบร้อย ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่สีดำ เข้ากับสีผมของเขาเป็นอย่างดี วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแห่งราชอาณาจักร สถานที่ที่มนุษย์และจอมเวทย์เรียนร่วมกันเงื่อนไขในการเข้าโรงเรียนนี้คือแค่อายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ในทันที โรงเรียนแห่งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและความหวังในอนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นมากกว่านั้น มันคือสถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆ มนุษย์และจอมเวทย์ได้ใกล้ชิดกัน ได้เรียนรู้ ได้ผูกพันและในที่สุด…ได้เลือกคู่หูของตนเอง การสานสัมพันธ์จนถึงขั้นทำปฏิญาณคู่หูไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่การมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งภายในโรงเรียน หรือการมีบุตรในวัยเรียน หากเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายราชอาณาจักร เมื่อเลออนมาถึงโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียนใหม่ดังอื้ออึงไปทั่วลานพิธี แ
กลับมาตอนที่เลออนลงมาจากเวทีแล้ว เขายังคงติดอยู่วังวนความคิดของตน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ กับเด็กหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น “เฮ้ย เลออน นายโอเคจริงๆ ไหมเนี่ย” คีรันเดินเข้ามาถามเขาด้วยความเป็นห่วง “คีรัน คือฉัน...” เขาเว้นช่วงไป แววตาไหววูบ “ฉันรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกๆ กับเด็กมนุษย์คนหนึ่ง” “ห๊า” คีรันอ้าปากค้าง “คู่หูของนายเหรอ นายเจอเขาแล้วเหรอ!!” คีรันพุ่งตัวเข้ามาประชิดเลออนมากกว่าเดิม “ในที่สุดก็เจอสักทีสินะ คนที่นายตามหามาตั้งนาน” “ไม่ใช่” เลออนเสียงอ่อนลง “เขาไม่ใช่คู่หูของฉัน...แต่เด็กคนนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดึงดูดแปลกๆ” คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าขี้เล่นจางหายไป เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “ถ้าอยากรู้ นายก็ต้องพิสูจน์สิ” คีรันยกกำปั้นขึ้น ต่อยเข้าที่อกข้างซ้ายของเลออนเบาๆ “ไม่แน่เด็กคนนั้นอาจเป็นคู่หูของนายที่ปลอมตัวมาก็ได้ นายตามหาเขามาตั้งนานนะ แม้มันจะเป็นเบาะแสเล็กๆ นายก็ต้องคว้ามันเอาไว้สิ” เลออนเบิกตาโพล่งให้กับคำพูดของคีรัน “จริงสินะ ในโ
ไม่เคยเจอกัน…งั้นเหรอ เลออนหันหลังให้โนอาห์แล้วเดินไปตามทางเดินกลับไปทางที่เขาจากมา เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่สัมผัสที่เหมือนดึงดูดเขาก็ยังไม่จางหายไป สร้อยคริสตัลที่คอก็ยังคงสั่นไหว จนเขาต้องกำมันไหวหลวมๆ น่าแปลกมาก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับเด็กคนนั้น แถมสร้อยนี่ ยังตอบสนองอีกด้วย หรือว่าจะเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ เลออนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจ แล้วสาวเท้าไปยังอาคารเรียนของจอมเวทย์--- หลังพิธีเปิดการศึกษาจบลง อาจารย์ได้สั่งให้นักเรียนต่างแยกย้ายไปยังห้องเรียนของตน วันแรกยังไม่มีบทเรียนจริงจังนัก เพียงแค่อาจารย์ประจำชั้นกล่าวต้อนรับ แนะนำกฎระเบียบ และปล่อยให้ทุกคนใช้เวลาตามอัธยาศัยจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในช่วงค่ำ โนอาห์กับเอมิลัสที่ไปเถลไถลอยู่ในโรงเรียนกลับมาถึงห้องเรียนหลังจากอาจารย์ประจำชั้นออกจากห้องไปแล้ว ทำให้พวกเขารอดตัวไม่โดนอาจารย์ทำโทษ โนอาห์กับเอมิลัสเลือกที่นั่งริมหน้าต่างหลังห้องที่ยังว่างอยู่สองโต๊ะติดกันพอดี ทั้งคู่คุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อย...ไม่สิ มีแค่เอมิลัส


![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




