Masukตอนที่ 4 ผิดแผน #1
"สวัสดีครับคุณภาคิน" ศิวกรเอ่ยทักทายภาคินที่กำลังยกบรั่นดีขึ้นดื่ม ภาคินเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก่อนจะมีท่าทีเฉยเมยและไม่สนใจเขา
ต้อยเห็นศิวกรก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาในทันที เขาไม่กล้าสบตามองศิวกรด้วยแผนการของภาคินทำให้ต้อยรู้สึกกลัวศิวกรขึ้นมา
"ลูกพี่ คุณศิวกรเขากำลังทักทายลูกพี่อยู่นะครับ" ต้อยเอ่ยกระซิบเสียงเบาใกล้ๆ ภาคิน
"ไง.. " ภาคินเงยหน้าขึ้นมาทักศิวกรที่กำลังยกยิ้มมุมปากมองมาทางเขา
"พักนี้คุณภาคินว่างบ่อยจริงๆ ด้วยนะครับ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่ใช่วันศุกร์ ที่ไนต์คลับของเราเลยไม่มีวงดนตรีมาเล่นสด คุณคงไม่เบื่อไนต์คลับของผมนะครับ" ศิวกรเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
แต่คนฟังอย่างภาคินกลับโมโหที่ถูกศิวกรพูดกวนอารมณ์ของเขา เขายกบรั่นดีขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
"ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะครับว่าที่ไนต์คลับของคุณจะมีเจ้าของอย่างคุณศิวกรมาคอยต้อนรับลูกค้าเหมือนร้านอาหารตามสั่ง ไหนๆ คุณก็มาแล้ว ผมขอสั่งบรั่นดีอีกสองแก้วก็แล้วกันครับ" ภาคินโต้กลับศิวกรด้วยความอารมณ์กรุ่นโกรธ
ศิวกรได้แต่หัวเราะขบขันในท่าทางกวนอารมณ์ของภาคิน
"ได้ครับ งั้นเชิญคุณภาคินตามสบายนะครับ" เขาเอ่ยก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องให้ยกบรั่นดีไปเสิร์ฟที่โต๊ะของภาคิน
"คุณภาคินครับ นี่ครับบรั่นดีสองแก้วที่คุณสั่ง ส่วนอีกสองแก้วนี้คุณศิวกรขอเลี้ยงคุณครับ" อิฐยกบรั่นดีเข้ามาเสิร์ฟแล้วแจ้งภาคินตามที่ศิวกรได้กำชับเขามา
ภาคินมองขึ้นไปยังห้องทำงานบนชั้นสามก็พบว่าศิวกรมองลงมาที่โต๊ะของเขาอยู่ก่อนแล้ว
เขาจึงจ้องมองศิวกรด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง แต่เมื่อนึกไปถึงแผนการของเขาก็ยกยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ เขาจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นยกแก้วเชิงขอบคุณให้ศิวกรแทน
ศิวกรพยักหน้าตอบรับก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงานของเขา
"เฮ้ย.. ไอ้ต้อย น่าจะได้เวลาแล้วว่ะ มึงเดินไปบอกแอนสิ ถ้านายศิวกรไม่ยอมลงมาก็ให้แอนขึ้นไปหาที่ห้องทำงาน แล้วมึงก็รีบเดินตามไปถ่ายรูป" ภาคินสั่งต้อยเมื่อเขาคาดคะเนเวลายาออกฤทธิ์
"ครับลูกพี่" ต้อยรับคำก่อนจะเดินไปกระซิบบอกแอน
เมื่อแอนได้ยินคำสั่งเธอก็รีบเดินไปที่ห้องทำงานของศิวกรในทันที ส่วนต้อยก็แอบเดินตามแอนไปห่างๆ
ก๊อก.. ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่ศิวกรเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่กำลังระอุขึ้นอยู่ภายในกาย เม็ดเหงื่อของเขากำลังผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าคมเข้ม
แอนไม่รอคำขออนุญาต เธอถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นศิวกรนั่งอยู่บนเก้าอี้แอนรีบเดินเข้าไปหาเขาในทันที เธอสังเกตเห็นอาการของศิวกรก็รู้ได้ในทันทีว่าภาคินใส่ยาอะไรลงไปในแก้วบรั่นดีแก้วนั้น เธอไม่รอช้ารีบเดินไปหาศิวกรก่อนจะลูบไล้เขาผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำ
ศิวกรเห็นแอนเดินเข้ามาหาเขาก็พอจะเดาได้ว่าแอนแอบใส่ยาอะไรให้เขาดื่ม เขาผิดเองที่คิดว่าไนต์คลับนี้เป็นของเขาแล้วเขาจะปลอดภัย แต่เขาลืมคิดไปถึงคนที่มาใช้บริการที่ร้านของเขาว่าบางทีพวกลูกค้าก็อันตรายเหมือนกัน
"คุณหยุดและรีบออกไป ผมไม่ต้องการคุณ" ศิวกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ
"แอนดูก็รู้ว่าคุณกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว ให้แอนช่วยคุณนะคะ" แอนเอ่ยพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เริ่มชุ่มเหงื่อของศิวกรออกทีละเม็ด..ทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า
ศิวกรแข็งใจใช้มือหนาจับข้อมือของแอนไว้อย่างแรง ทำให้แอนเจ็บจนร้องออกมา
"หากคุณยังไม่ยอมหยุด ผมจะให้การ์ดมาลากคุณออกไปเดี๋ยวนี้" เขาเอ่ยพลางผลักแอนจนล้มลงไปกองกับพื้น
"แอนก็แค่หวังดีอยากจะช่วยคุณเท่านั้น" เธอตะโกนเสียงดัง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความอับอาย ส่วนต้อยเมื่อเห็นแอนวิ่งออกจากห้องทำงานของศิวกรออกมา เขาก็รีบวิ่งไปหาภาคินที่โต๊ะทันที แต่เมื่อเขามาที่โต๊ะกลับไม่พบภาคิน จึงทำให้ต้อยเข้าใจว่าภาคินกลับไปรอที่ผับแล้ว ต้อยจึงรีบเดินกลับไปที่ผับอย่างรวดเร็ว
ทางด้านภาคิน เมื่อกลับมาจากห้องน้ำเขาก็ไม่เห็นต้อยและแอน จึงนั่งคอยที่โต๊ะและยกบรั่นดีดื่มอย่างใจเย็น ครึ่งชั่วโมงผ่านไปทำให้ภาคินที่ก้มมองนาฬิกาสลับกับชะเง้อมองห้องทำงานของศิวกรไปด้วยก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
ทำไมต้อยชักช้านักนะ เขาบอกให้ถ่ายรูปเพียงแค่ใบสองใบเท่านั้น หรือว่า.. จะเกิดเรื่องวะ ด้วยความเป็นห่วงต้อย เขาจึงแอบเดินย่องขึ้นไปยังห้องทำงานบนชั้นสามของศิวกร เมื่อเขาแง้มประตูเปิดออกดูเล็กน้อยกลับไม่พบใครเลยสักคน ทุกอย่างกลับดูเงียบจนผิดปกติ
หรือว่าไอ้ต้อยจะถูกลากไปซ้อมหลังไนต์คลับวะ แล้วแอนล่ะ ทำไมเขาถึงไม่ได้ยินเสียงของแอนเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ด้วยความสงสัยของภาคิน เขาจึงค่อยๆ เปิดประตูแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องทำงานของศิวกรด้วยฝีเท้าที่ค่อนข้างเบา
เขามองรอบๆ ห้องกลับไม่พบใครสักคนจึงตัดสินใจที่จะเดินออกจากห้องไป พลันหางตาของเขาก็เห็นประตูบานหนึ่งซึ่งอยู่เยื้องกับโต๊ะทำงานของศิวกร ภาคินจึงตัดสินใจค่อยๆ ย่องเดินเข้าไป เขาแง้มเปิดประตูอย่างเบามือและเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเขาเดินมาแล้วก็พบเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ที่แท้ก็มีห้องลับอย่างนี้นี่เอง ว่าแต่คนหายไปไหนแล้วล่ะ ศิวกรกับแอนต้องอยู่ในห้องนี้แน่ๆ หรือว่าจะอยู่หลังประตูบานเล็กนั้น
เมื่อฉุกคิดได้ภาคินจึงค่อยๆ ย่องเดินไปที่ประตูบานเล็กก่อนจะแนบหูกับประตูเพื่อฟังเสียง เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงน้ำที่ไหลจากฝักบัว
ศิวกรหลังจากอาบน้ำเพื่อระบายความร้อนแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย แม้อารมณ์และความต้องการจะยังคงคั่งค้างอยู่ เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เดินไปหยิบน้ำเย็นออกมาจากตู้เย็นบานเล็กซึ่งตั้งอยู่มุมห้อง
ภาคินที่แอบอยู่ข้างๆ ตู้เย็นพยายามนั่งจนตัวลีบ เขายังถือว่าโชคดีอยู่มากที่ศิวกรไม่ได้เปิดไฟในห้อง ไม่งั้นเขาคงถูกจับได้แน่ๆ แต่ในขณะที่ภาคินกำลังรำพึงรำพันถึงความโชคดีของเขาอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาในทันที
แม้ว่าภาคินจะรีบร้อนปิดเครื่องก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะศิวกรเปิดไฟทั่วห้องและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา
ภาคินมองสำรวจศิวกรซึ่งมีเพียงผ้าเช็ดตัวสีดำพันรอบเอวเอาไว้ น้ำที่ไหลลงมาจากกรอบหน้าลงสู่แผงอกแกร่งของเขา ทำให้ภาคินรู้ได้ในทันทีว่าศิวกรเพิ่งจะอาบน้ำมา
"นายมาทำอะไรที่นี่" ศิวกรถามด้วยความสงสัย
"อะ..เอ่อ เอ่อ พอดีผมหาห้องน้ำน่ะ ผมคิดว่าผมเข้าผิดห้อง งั้นผมขอตัวก่อนนะ" ภาคินหาข้ออ้างมั่วๆ ก่อนจะรีบลุกเดินออกจากห้องไปในทันที
"เดี๋ยว ฉันรู้ว่านายไม่ได้เข้าผิดห้อง นายตั้งใจเข้ามาหาฉันใช่รึเปล่า" ศิวกรเอ่ยถามภาคินเสียงเข้ม
เขารู้สึกแปลกใจตั้งแต่เรื่องของแอนแล้ว จึงได้ย้อนกลับไปดูกล้องวงจรปิด ซึ่งมันทำให้เขาได้รู้ว่าแอนและภาคินร่วมมือกัน
เขาเห็นแอนและภาคินเดินเข้ามาพร้อมกันก่อนจะแยกย้ายกันไปนั่งคนละโต๊ะ และบรั่นดีแก้วนั้นที่แอนยื่นให้เขาดื่ม ภาคินเป็นคนวางแก้วนั้นไว้บนโต๊ะของแอน ซึ่งมันตั้งอยู่ตรงนั้นได้นานพอที่เขาจะได้ดื่ม
เมื่อเขาย้อนดูกล้องวงจรปิด ตามลำดับเหตุการณ์เขาจึงเข้าใจในทันทีว่าทั้งหมดนี้ภาคินเป็นคนวางแผน
"ฉันรู้เรื่องจากแอนแล้ว แอนได้สารภาพกับฉันหมดแล้ว ตกลงนายทำแบบนี้ทำไมภาคิน" ศิวกรแสร้งอ้างถึงแอนเพื่อจับผิดคนตรงหน้า
"เปล่า.. ผมไม่ได้ทำอะไร คุณกำลังเข้าใจผิด ผมขอตัวก่อนนะ" ภาคินยังคงปากแข็งไม่ยอมรับผิด ทำให้ศิวกรรู้สึกโมโหในความปากแข็งของภาคิน เขารีบเดินไปล็อกประตูห้องนอนอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย.. นี่คุณจะทำอะไร ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่รู้เรื่อง" ภาคินยังคงเอะอะโวยวายเสียงดังด้วยความตกใจ บัดนี้เขาสร่างเมาขึ้นมาทันที หลังจากเขาได้ยกบรั่นดีดื่มจนมึนเมามาก่อนหน้านั้น
"นายก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่นายทำลงไปยังไงล่ะ" ศิวกรโมโหจึงแกล้งจับภาคินโยนลงบนเตียง
"เฮ้ย.. นายจะบ้าเรอะ ผมเป็นผู้ชายนะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะคุณศิวกร ไม่งั้นผมจะร้องให้ดังลั่นไนต์คลับของคุณเลย คุณจะได้อับอายก็คราวนี้แหละคุณศิวกร" ภาคินตะโกนขู่ศิวกรเสียงดังลั่นห้อง
"นายอยากจะตะโกนให้คอแตกก็ตะโกนไปเลย ห้องนอนของฉันเก็บเสียงรู้เอาไว้ด้วยนะ" ศิวกรตะโกนกลับก่อนจะขึ้นคร่อมภาคินซึ่งถูกเขาจับแขนทั้งสองข้างตรึงลงบนที่นอน
"เฮ้ย.. ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ย" ภาคินเมื่อรู้ว่าทำอะไรศิวกรไม่ได้ ก็ตะโกนด่าศิวกรทันที
"ยิ่งนายดิ้นยิ่งกระตุ้นฉันเป็นอย่างดีเลย ยาของนายนี่ดีจริงๆ ขนาดฉันอาบน้ำแล้วยังไม่หายเลย" เมื่อศิวกรพูดจบ ภาคินก็เงยหน้าขึ้นมองศิวกร ซึ่งทั้งตัวของศิวกรนั้นมีเพียงผ้าเช็ดตัวสีดำผืนเดียวพันช่วงล่างเอาไว้ ทำให้ภาคินหยุดชะงักในทันที
ศิวกรยกยิ้มอย่างมีชัย เขาก้มลงมองสำรวจภาคินที่นอนนิ่งอยู่ภายใต้เบื้องล่างของเขา
ภาคินมีผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนเนื้อละเอียดและนุ่มนิ่ม ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตาชั้นเดียวซึ่งบ่งบอกถึงเชื้อสายลูกครึ่งไทยจีน และริมฝีปากบางนั้นพยายามจะอ้าปากด่าเขา แต่ก็ถูกเจ้าของกัดเอาไว้เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ
ศิวกรรู้สึกชอบใจที่เห็นภาคินพยายามระงับอารมณ์ขุ่นเคือง เขาแกล้งก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวของภาคิน ทำให้ภาคินหมดความอดทนอดกลั้น ภาคินจึงพยายามดิ้นอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการถูกจับของศิวกร แต่เขาตัวเล็กกว่าศิวกรจึงไม่สามารถดิ้นหลุดออกไปได้ง่ายๆ
ทางด้านศิวกรหลังจากเขาพยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลงไปได้แล้ว แต่กลับถูกภาคินกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งจากการพยายามดิ้นอย่างแรงทำให้ศิวกรที่คิดเพียงจะแกล้งหยอกภาคินกลับมีอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ เขาจึงก้มลงไปดูดเม้มซอกคอขาวของภาคินอย่างแรงด้วยความเสียวซ่าน
ภาคินแม้จะรู้สึกเสียวขึ้นมาแต่เขาก็ไม่ยอมให้ศิวกรจับเขากดอยู่ใต้ร่างแบบนี้ เขาจึงพยายามดิ้นอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากศิวกร
ทางด้านศิวกรกลับทนไม่ไหวเมื่ออารมณ์ของเขาถูกภาคินกระตุ้นขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง คราวนี้เขาเปลี่ยนไปบดจูบริมฝีปากบางของภาคินด้วยความร้อนแรงของอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นมา
แม้ภาคินจะพยายามดิ้นให้หลุดจากจูบที่แสนหยาบโลนของศิวกร แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเมื่อแรงที่เขามีสู้ศิวกรไม่ได้ หลังจากศิวกรผละจากริมฝีปากบางของภาคิน เขาก็ก้มลงซุกไซ้และขบเม้มซอกคอของภาคินจนขึ้นสี
ทางด้านภาคินรู้สึกทั้งเจ็บ ทั้งอาย แต่เมื่อศิวกรคลายข้อมือของเขาออก เขาจึงทุบตีศิวกรอย่างแรงทำให้ศิวกรดึงเนกไทบนหัวเตียงมามัดข้อมือทั้งสองข้างของภาคินไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะลูบไล้แผงอกขาวนวลที่มักจะดึงดูดสายตาของเขาตลอดเวลาอย่างยั่วยวนภาคินได้แต่ส่งสายตากรุ่นโกรธมาให้เขาด้วยความไม่พอใจ
ตอนพิเศษ ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ชมดอกซากุระ #4 THE ENDรุ่งเช้าภาคินและศิวกรแต่งกายด้วยชุดยูกาตะแล้วจึงพากันเดินเที่ยวตามแผนที่ภาคินวางไว้ในทริปการเดินทางนี้ ทั้งสองคนเดินชมดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่งรอบๆ หมู่บ้านซึ่งที่หมู่บ้านนี้มีนักท่องเที่ยวมาชมดอกซากุระและแช่น้ำร้อนกันค่อนข้างมากทั้งคู่รัก เพื่อนและครอบครัว ผู้คนก็สวมใส่ชุดยูกาตะเดินท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จึงเข้ากับบรรยากาศในหมู่บ้านแห่งนี้ และนักท่องเที่ยวบางคนก็สวมใส่รองเท้าเกี๊ยะที่ทำขึ้นจากไม้ เวลาเดินจึงเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นถนนช่างแปลกหูดีสำหรับภาคิน แต่เขาและศิวกรเลือกไม่สวมรองเท้าเกี๊ยะเพราะเดินไม่ถนัดระหว่างทางที่เดินชมดอกซากุระรอบหมู่บ้านก็จะพบกับร้านค้ามากมายไม่ว่าจะร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านขายขนม ร้านถ่ายภาพสำหรับเก็บเป็นที่ระลึก และบ่อน้ำร้อนสาธารณะ ซึ่งมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนหลายบ่ออยู่ห่างกันกระจัดกระจายกันออกไป ทั้งคู่จึงพากันไปนั่งแช่เท้าในบ่อน้ำร้อนที่ค่อนข้างห่างไกลกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ"สนุกไหมคิน" ศิวกรเอ่ยถามภาคินที่ดูกำลังสนุกและสนใจทุกสิ่งรอบกายด้วยความสนใจ"สนุกครับ แต่คินมีคว
ตอนพิเศษ ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ชมดอกซากุระ #3หลังจากภาคินมาถึงที่ทำงาน สายตาของเขาก็สอดส่ายหาลูกน้องคนสนิทที่หายหน้าหายตาไปถึงสี่วันเต็มๆ เมื่อเขามองไม่เห็นต้อยจึงได้สั่งนุชนารถผู้ช่วยคนเก่งของเขาให้บอกต้อยไปพบเขาที่ห้องทำงานด้วยถ้ามาถึงแล้ว ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงต้อยก็มาพบเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดี"ลูกพี่มีอะไรให้กระผมรับใช้ขอรับ" น้ำเสียงที่ร่าเริงของต้อยทำให้ภาคินต้องหันมามองต้อยด้วยความแปลกใจ เมื่อวานที่เขาเจอต้อยในลิฟต์ยังดูท่าทางเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงได้ร่าเริงเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ฮึ... คงจะได้น้ำดีมาแน่ ๆ ถึงได้กระดี้กระด๊าจนน่าหมั่นไส้"หน้าแบบนี้แปลว่าหายดีแล้วสิ สรุปว่าใคร?" ภาคินถามออกไปตรงๆ ทำเอาต้อยที่ไม่ทันตั้งตัวชะงักไปในทันทีด้วยความตกใจ"อะ...อะไร ใคร...หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ" ต้อยรีบพูดกลบเกลื่อนภาคินอย่างรวดเร็วหลังจากได้สติ"หึ... หึ... ไอ้ต้อย กูเป็นพี่มึงนะโว้ย มึงคิดว่ากูจะไม่รู้หรือยังไง มึงอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน มึงไม่เห็นรอยแดงที่คอมึงบ้างรึไง" ภาคินพูดพลางชี้ไปที่คอปกเสื้อของตนเอง ทำให้ต้อยตกใจรีบดึงปกเสื้อเชิ้ตมาปิดลำคอใน
ตอนพิเศษ ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ชมดอกซากุระ #2หลังจากต้อยลาป่วยไปสามวันก็กลับมาทำงานตามปกติ ต้อยพยายามเดินให้เหมือนเดิมมากที่สุด คืนนั้นเขาถูกอิฐจัดหนักจัดเต็มจนครบหลักสูตร ต้อยจึงไม่สามารถลุกเดินได้เหมือนปกติมากนัก แม้ตอนนี้เขาจะดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังคงรู้สึกขัดๆ อยู่บ้างเวลาเดินเร็วๆ“ไอ้ต้อย...” หลังจากศิวกรขับรถมาส่งภาคินที่โรงแรม ภาคินเห็นหลังต้อยไวไวกำลังจะเดินขึ้นลิฟต์ เขาจึงรีบวิ่งตามต้อยเข้ามาในลิฟต์อย่างรวดเร็วต้อยสะดุ้งตกใจจนตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงของภาคินเรียกอยู่ทางด้านหลัง เขาจึงชะงักค้างและยืนยิ่งไปทันที เพราะกลัวว่าภาคินจะจับผิดสังเกตเขาได้"อะ...อะ เอ่อ ลูกพี่" น้ำเสียงของต้อยติดอ่างขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าของภาคินกำลังมองมาทางเขาด้วยความเป็นห่วงตนเอง"ไง...มึงหายดีแล้วเหรอ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมึงจะลาป่วยเลยสักครั้ง กูจะไปเยี่ยมมึงก็ไม่ให้ไป" ภาคินพูดพลางตบไหล่หนาของต้อย ทำให้เขาเห็นรอยแดงจางๆ บริเวณลำคอหนาของต้อยภาคินตกตะลึงและนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองใบหน้าของต้อยที่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ต้อยเมื่อรู้สึกถูกภาคินจ้องใบหน้าจึงเกิดอาการประหม่า ยิ่งเ
ตอนพิเศษ ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ชมดอกซากุระ #1ณ ห้องทำงานของภาคินขณะที่ภาคินกำลังนั่งมองแหวนแต่งงานซึ่งศิวกรสวมให้เขาที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างเหม่อลอยนั้น ต้อยก็ได้เดินผ่านประตูห้องทำงานมาพอดี เขาเห็นภาคินกำลังนั่งใจลอยอยู่จึงอดที่จะเดินเข้ามาสอบถามไม่ได้"ลูกพี่.. ลูกพี่เป็นอะไร ผมเห็นลูกพี่นั่งมองแหวนแต่งงานมาพักหนึ่งละ" ต้อยเอ่ยถามขณะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของภาคินด้วยความสงสัยภาคินได้ยินเสียงของต้อยเอ่ยถาม เขาจึงได้สติแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมามองต้อยอย่างครุ่นคิด"อย่าบอกนะว่าลูกพี่ทะเลาะกับคุณกร" ต้อยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งตกใจ ขณะที่เขากำลังคาดเดาใบหน้าที่กำลังตึงเครียดของภาคิน"บ้าแล้วไอ้ต้อย พี่กรดีกับกูจะตาย กูจะไปทะเลาะกับเขาทำไม" ภาคินตอบกลับต้อยด้วยน้ำเสียงกึ่งดุนิดๆ ศิวกรไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้ง แล้วเขาจะไปมีปัญหากับศิวกรได้อย่างไร"อ้าว.. ก็ผมเห็นลูกพี่เอาแต่จ้องแหวนแต่งงาน แล้วก็ทำท่าทางเหมือนคนกำลังกลุ้มใจ ผมก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าลูกพี่มีปัญหากับคุณกรเสียอีก" ต้อยตอบเสียงอ่อนลง"เฮ้อ.. แล้วกูจะปรึกษากับมึงได้ไหมเนี่ย" ภาคินพูดพลางถอนหายใจ คราวก่อนก็เพราะปรึกษาต้อยทำให้ศิวกรลงโ
ตอนพิเศษ สวัสดีวันเด็ก"คุณคินคะ มีคนส่งของมาให้ค่ะ" แอร์พนักงานต้อนรับโรงแรมของภาคิน เดินนำถุงกระดาษสีขาวใบเล็กน่ารักมาให้ภาคินที่ห้องทำงาน แต่ระหว่างที่เธอเดินออกมาจากลิฟต์ ก็พบภาคินและต้อยซึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าห้องทำงานพอดี เธอจึงรีบเดินนำเอาของมาให้ภาคิน"ของผมเหรอครับ คุณแอร์" ภาคินถามแอร์ด้วยความงุนงงระคนสงสัยว่าใครเป็นคนส่งของให้เขา และเนื่องในโอกาสอะไร จะว่าวันเกิดก็ไม่น่าจะใช่"ของคุณคินจริงๆ ค่ะ มีการ์ดแนบมาด้วยนะคะ นี่ค่ะ" แอร์ยืนยันพลางส่งการ์ดให้ภาคินทันที" สุขสันต์วันเด็กครับหนูคินขอให้หนูคินเป็นเด็กดีของพี่กรคนเดียวนะครับรักนะเด็กดี... พี่กร "ภาคินรับการ์ดที่ปิดผนึกซองอย่างดีมาแกะอ่านก่อนจะยกยิ้มอย่างมีความสุข ที่แท้ก็เป็นของศิวกรนี่เอง"ขอบใจนะ.. แอร์" ภาคินรับถุงกระดาษสีขาวมาจากแอร์ เขาแกะสติกเกอร์บนปากถุงกระดาษด้วยความระมัดระวัง เมื่อเขาอ้าปากถุงกระดาษออกจึงพบว่ามีกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีทองอยู่ข้างในกล่องหนึ่ง"ยินดีค่ะ งั้นแอร์ขอตัวก่อนนะคะคุณคิน" แอร์ส่งของให้ภาคินเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อภาคินยกยิ้มให้แอร์ก่อนจะล้วงเอากล่องของขวัญขนาดเล็กข
ตอนที่ 30 จบบริบูรณ์"พี่กรครับ ศุกร์หน้าคินต้องบินไปจัดการงานที่ภูเก็ตแทนพี่พงษ์ นัดของเราคงต้องเลื่อนไปก่อนนะครับ" ภาคินเอ่ยขึ้นมาหลังจากพวกเขากลับมาถึงเพนท์เฮ้าส์หลังใหม่ที่ศิวกรซื้อให้ภาคิน เมื่อพวกเขาตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน"งั้นเหรอ น่าเสียดายจริงๆ พี่อุตส่าห์จองห้องพักที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วยนะ" ศิวกรพูดพลางเดินมาโอบกอดภาคินจากทางด้านหลัง ก่อนจะก้มลงไปกระซิบริมหูบางของภาคินแล้วจึงขยับใบหน้าซุกลงบนซอกคอขาว"คินก็เพิ่งรู้จากพี่พงษ์เมื่อกี้นี้เองครับ แขกเพิ่งจะติดต่อมาจัดงานแต่งงานที่นั่น มันกะทันหันเพราะพี่พงษ์ก็ต้องดูแลแขกที่มาจัดงานแต่งที่นี่พอดี คินเลยต้องไปแทนน่ะครับ" ภาคินหันมาบอกศิวกรที่กำลังซุกไซ้ซอกคอของเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ศิวกรจึงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ภาคิน"ขอโทษนะครับ" ภาคินเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาได้เอ่ยถามพี่ชายและพี่สาวแล้วว่าเขามีงานในวันศุกร์หน้าหรือเปล่า เพราะปกติเขาจะไม่รับนัดของศิวกรในวันศุกร์และเสาร์ เนื่องจากเป็นช่วงที่แขกเข้าพักมากกว่าปกติ ซึ่งพี่สาวและพี่ชายก็ได้รับปากแล้วว่าจะ

![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





