Home / รักโบราณ / ดอกเหมยสีชาด / ชินอ๋องผู้น่าสมเพช

Share

ชินอ๋องผู้น่าสมเพช

last update Last Updated: 2025-08-23 10:03:13

ณ ลานกว้างในป่า

หลังจากที่ช่วงเช้ามีการแข่งประชันยิงธนู ช่วงบ่าย เหล่าบุรุษกล้าทั้งหลายก็ต่างควบม้าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กันเสียส่วนใหญ่ และมีสตรีที่สนใจเข้าร่วมอยู่ไม่น้อย

ส่วนคนที่เหลือก็เลือกที่จะออกไปชมนกชมไม้ หรือไม่ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะจับกลุ่มพูดคุยกันเสียมากกว่า

“ชายารองลู่ มิคิดว่าท่านจะกล้าเข้าร่วมงานนี้ด้วย” พระสนมหวางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหมิ่นเหยียด

ชินอ๋องผู้นี้ ช่างลำเอียงจนไม่แยกแยะว่าอะไรควรไม่ควร ให้ชายารองออกงานแทนพระชายาเอก

เป็นที่ขบขันยิ่งนัก

ดีแล้วที่ข้าไม่แต่งเข้าตำหนักตงหยาง

นางเคยหมายตาตำแหน่งชายาเอกของชินอ๋อง หากแต่เมื่อตกเป็นของเสวียนเยี่ยนฟางก็แล้วไปเถอะ เพราะพื้นเพตระกูลเสวียนต่อให้อยากอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา ใต้หล้าก็ไม่รังเกียจ

หากแต่ว่าตำแหน่งชายารองที่คิดว่าจะเป็นของนาง กลับมีลูกอนุของหมอหลวงมาโฉบไปแทน

ใจนางล้วนไม่ยอมรับ

เมื่อไม่อาจทำใจไปอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับดอกบัวขาวเปื้อนโคลนตรงหน้า นางจึงเลือกที่จะมาอยู่ในตำแหน่งที่สตรีคนนี้ต้องก้มหัวให้นางแทน จะดีกว่า

“ท่านชายเล็กร่างกายไม่แข็งแรง พระชายาจึงต้องอยู่ดูแล ท่านอ๋องจึงให้หม่อมฉันมาแทนเพคะ” ลู่หว่านเหลียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

ต่อให้คนพวกนี้จะคิดเช่นไร แต่หากเป็นความประสงค์ของชินอ๋อง ใครจะกล้าขัด

ขนาดฮ่องเต้ยังไม่ตำหนิสักคำ

เป็นเพียงแค่สนมคิดต่อกรกับชินอ๋อง ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย

“แต่ข้าได้ข่าวว่า ท่านหญิงใหญ่จมน้ำ อาการเป็นเช่นไรบ้าง ตำหนักตงหยางขนกันมามากมายถึงเพียงนี้ ใครดูแลท่านหญิงใหญ่กัน” พระชายาอ๋องเก้าจึงเอ่ยถามบ้าง

พวกเจ้าแม่ลูกก็มาทุกปี ยังคิดหาเหตุผลอื่นอีก

ชายารองลู่จึงหันไปตอบ “ท่านหญิงใหญ่เพียงอ่อนเพลียเล็กน้อย ท่านอ๋องให้หมอหลวงมาตรวจอาการทุกวัน ขอบคุณพระชายาที่เป็นห่วงเพคะ”

ฮูหยินเซี่ยจึงแสร้งทำสีหน้ากังวล “เฮ้อ...ข้าก็ได้ข่าวว่าชายารองลู่รักท่านหญิงใหญ่ราวกับลูกในไส้ นึกว่าท่านจะอยู่ดูแลท่านหญิงมากกว่า เห็นทีว่าคงเป็นเพียงข่าวลือ”

ลู่หว่านเหลียนพยายามข่มอารมณ์ไว้แล้วตอบอีกครั้ง “หลันเอ๋อร์เป็นเด็กรู้ความ ว่านอนสอนง่าย ช่างเจรจา ใครเห็นก็ล้วนต้องรักนางเพคะ ข้าเองก็รักและเอ็นดูหลันเอ๋อร์ไม่น้อย”

“ใช่แล้ว ท่านหญิงใหญ่น่ะ ใครเห็นก็ย่อมรัก เพราะนางน่าเอ็นดู”

“เอ้า เมื่อครู่ยังเรียกท่านหญิงใหญ่ ตอนนี้กลับเรียกหลันเอ๋อร์ได้คล่องปาก ฟังดูสนิทสนมกันดี ว่าหรือไม่”

“คนอย่างท่านหญิงใหญ่นะรึ อยากจะสนิทกับอนุ”

“ช่างไม่เจียม”

พระชายาและสนมหลายคนป้องปากหัวเราะ เหล่าฮูหยินของขุนนางชั้นสูงต่างก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย

การได้เยาะเย้ยถากถางบุตรอนุ คือ ความสุขของพวกนาง

และยิ่งเป็นบุตรอนุที่ไม่เจียมเนื้อเจียมตนแล้วละก็ พวกนางยิ่งชอบ

ลูหว่านเหลียนกำมือใต้ชายเสื้อแน่น นางถูกคนที่เรียกตัวเองว่าชนชั้นสูงพูดจาดูหมิ่น ประชดประชันทั้งทางตรงและทางอ้อมตั้งแต่วันแรกที่มาถึง

นางเป็นบุตรอนุแล้วอย่างไร

อย่างน้อยนางก็ปีนป่ายจนได้มาเป็นชายารองของบุรุษที่สตรีในใต้หล้าล้วนใฝ่หา และยังเป็นสตรีที่บุรุษผู้นี้รักอีกด้วย

สิ่งที่พวกเจ้าไม่สามารถคว้ามาได้ อยู่ในกำมือข้านี่แหละ

แค่เพียงตำแหน่งพระชายาเท่านั้นที่นางรอคอย

ตอนนี้ ในเมื่อสมรสพระราชทานหย่าขาดไม่ได้หากราชวงศ์ไม่เห็นชอบ ดังนั้น จึงต้องดึงอำนาจมาไว้กับนางให้ได้มากที่สุดก่อน เชื่อว่าวันข้างหน้าย่อมเป็นวันของนาง

“เสด็จแม่/เสด็จแม่” สองพี่น้องหลินตะโกนเรียกมารดาต่อหน้าทุกคน ซึ่งดูไร้มารยาทเป็นที่สุดสำหรับสตรีที่มีตำแหน่งหลายคน

พวกนางที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับแสดงสีหน้าราวกับได้พบสิ่งแปลกประหลาด

คำว่า เสด็จแม่ สามารถใช้เรียกได้เฉพาะพระชายา แต่ลู่หว่านเหลียนเป็นเพียงชายารองกลับกล้าสั่งสอนบุตรให้เรียกเสด็จแม่โดยไม่รู้สึกอาย

ทำให้พวกนางรู้สึกสมเพชครอบครัวของชินอ๋องยิ่งนัก

และก็เป็นพระชายาของอ๋องเก้าที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน “เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าถึงกับเรียกนางว่าเสด็จแม่?”

หลินฟางซินจึงตอบ “อืม”

เพราะถือดีว่าตนเองเป็นบุตรสาวคนโปรดของบิดา หลินฟางซินจึงไม่ใคร่เห็นหัวใคร เวลาออกงานต่างๆ ล้วนมีแต่คนที่มีศักดิ์ต่ำกว่าบิดาของนาง นางจึงรู้สึกลำพองตนพอสมควร

“หึหึ ชายารองลู่ช่างสอนลูกได้ดียิ่งนัก แต่สำหรับตัวข้า คงไม่กล้า” พระชายาอ๋องเก้าปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่าพอใจ ขณะที่คนอื่นใช้มือป้องปากเอาไว้

แล้วเสียงของชินอ๋องก็เอ่ยแทรก “เรื่องในครอบครัวของข้า คงไม่รบกวนน้องสะใภ้หรอก”

สตรีเรือนหลังต่างย่อกายเพื่อทำความเคารพผู้เป็นชินอ๋อง

แล้วพระชายาอ๋องเก้าก็เอ่ยต่อ “น้องสะใภ้ไม่ยังอาจยุ่งเรื่องครอบครัวผู้ใดหรอกเพคะ แต่ว่าชินอ๋อง พระองค์ก็เป็นคนในราชวงศ์ เหตุใดถึงได้บกพร่องธรรมเนียมปฏิบัติ ให้ชายารองออกหน้าออกตาก็แล้วไปเถอะ แต่ถึงขนาดให้ท้าย เรียกชายารองว่า เสด็จแม่ เต็มปากเต็มคำ รู้ถึงไหน ข้าที่เป็นคนในราชวงศ์ก็อับอายถึงที่นั่น

บุตรของท่านทั้งที่เป็นแค่บุตรชายารอง ถ้าจะพูดให้ถูกก็เพียงบุตรอนุ แต่กลับถือดีว่าบิดามีตำแหน่งสูงส่ง เห็นพระสนมไม่เคารพ เห็นข้าพระชายาไม่อ่อนน้อม พูดจาไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้ว่าสั่งสอนกันมาแบบไหนอ้อ..ข้าลืมไป คนสอนก็คงไม่รู้จักธรรมเนียมของคนชั้นสูง ส่วนชินอ๋องก็ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาอยู่แล้ว”

ถ้อยคำติหนิถากถางของนางถือเป็นการไม่ไว้หน้าชินอ๋องอย่างมาก

แต่นางรึจะกลัว

ตระกูลอันของนางไม่ด้อยไปกว่าตระกูลเสวียน และมากกว่าตระกูลมารดาของชินอ๋องด้วยซ้ำไป

ใครบ้างไม่รู้ว่า แต่เดิม เสวียนเยี่ยนฟางมีใจปฏิพัทธ์กับอ๋องห้าหาใช่บุรุษโง่เง่าผู้นี้ แต่เพื่ออำนาจที่มั่นคงของฮ่องเต้ ไทเฮากลับแยกคู่ยวนยาง ประทานสมรสให้กับองค์ชายปลายแถวที่เกิดจากสนมไร้สกุล ที่พระนางรับมาเลี้ยงดู แล้วแต่งตั้งเป็นชินอ๋อง

ซึ่งตำแหน่งชินอ๋องนั่นก็ควรจะเป็นของสวามีนาง กลับเป็นของบุรุษตรงหน้าได้ไป แม้จะเก่งกาจในด้านรบทัพจับศึก หากแต่โง่เขลา ยกก้อนกรวดเหยียบก้อนเพชร

นางและเสวียนเยี่ยนฟางเป็นคู่แข่งกันมานาน สวามีก็ย่อมไม่ต่างกัน ดังนั้น นางจึงเกลียดครอบครัวของชินอ๋องเป็นที่สุด

เหยียบได้ ข้าเหยียบ

ข้ามได้ ข้าข้าม

เมื่อพระชายาอ๋องเก้าสะบัดตัวเดินออกไปอย่างเสียมารยาท คนอื่นก็ทยอยออกไปเช่นกัน พร้อมกับทิ้งสายตาสมเพชให้กับพ่อแม่ลูกทั้งสี่คน

“เกิดอะไรขึ้น ใยหน้าตาจึงบูดบึ้งเช่นนี้” อ๋องเก้าเอ่ยถามชายาของตน เมื่อเดินออกมาพ้นจากกลุ่มคนแล้ว

นางจึงถอนหายใจพลางตอบ “ไม่มีอะไรเพคะ แค่เรื่องเล็กน้อย”

ผู้เป็นสามีมีหรือจะไม่รู้ว่าชายาของตนไปมีเรื่องกับคนของชินอ๋อง จึงปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อน “เฮ้อ....อย่างไรก็เรื่องเรือนหลังของผู้อื่น อย่าได้ยื่นปากไปยุ่งเลย ปวดหัวเสียเปล่า ชินอ๋องไร้มารดาเลี้ยงดู ถูกโยนเข้ากองทัพตั้งห้าขวบ เป็นคนหยาบคาย กระด้างกระเดื่องมาแต่ไหนแต่ไร”

“เสด็จพี่ แล้วเหตุใด ลู่หว่านเหลียนจึงจับพลัดจับผลูแต่งเข้าเป็นชายารองได้เล่าเพคะ” ชายาอันจึงถามสวามี เพราะเรื่องนี้นางไม่รู้ สอบถามใครก็ต่างพากันปิดปากเงียบ

ท่านอ๋องเก้าอธิบาย “ก็ตอนนั้น มีโรคท้องร่วงระบาดที่เมืองตงหยาง ตอนนั้นชินอ๋องตั้งทัพรบอยู่ที่นั่น เสด็จพ่อส่งหมอหลวงไปหลายสิบคน ลู่หว่านเหลียนแอบติดตามหมอหลวงลู่ไปด้วย และนางก็เป็นคนที่คิดค้นวิธีการรักษาโรค ชินอ๋องจึงเกิดความประทับใจ ทูลขอพระราชทานสมรสกับนาง ตอนนั้นฮองเฮาไม่เห็นด้วย กลับราชทานเหลียนเยี่ยนฟางให้แทน พร้อมกับแต่งตั้งเป็นชินอ๋อง”

ชายาอันจึงพยักหน้า “ที่แท้ เพราะเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของนางจิ้งจอกนี่เอง ฮึ! มองดูจากยอดเขายังรู้เลยว่า สองพ่อลูกวางแผนกัน”

นางรู้มาว่า มารดาของลู่หว่านเหลียนเป็นคนที่หมอหลวงลู่รักและลุ่มหลงยิ่งนัก แม้เป็นอนุแต่ความเป็นอยู่กลับดีกว่าภรรยาเอกเสียอีก

ผู้เป็นสามีจึงปราม “อย่าไปคิดเรื่องของผู้อื่นเช่นนั้นเลยน่า ปวดหัวเสียเปล่า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดอกเหมยสีชาด   ท่านหญิงใหญ่มิใช่คนเช่นนั้น

    หลินเฟยหลันยืนรอคอยผู้เป็นบิดาด้วยความตื่นเต้น ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างยิ้มออกกับท่าทีกระตือรือร้นของท่านหญิงใหญ่ตัวน้อย“ท่านหญิงใหญ่ช่างน่าเอ็นดูนัก”“ใครว่านางเอาแต่ใจกัน ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสักนิด”“ใช่ๆ ถ้าข้ามีลูกหลานเช่นนี้ ข้าคงจะหลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว”“แต่ไม่เห็นพระชายาเลย”แววตาของหลินเฟยหลันไหววูบนางจึงเดินออกมาที่ถนน แล้วเข้าไปกระซิบกับคนที่เอ่ยถามหามารดาตน“เสด็จแม่ต้องดูแลน้องชายเจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์ไม่อยากให้เสด็จแม่เหน็ดเหนื่อย จึงอาสามารับเสด็จพ่อแทน”แล้วคิ้วน้อยๆ ก็ขมวดย่นเข้าหากัน พลางกระซิบถาม “ไม่เหมาะหรือเจ้าคะ ที่หลันเอ๋อร์มารับเสด็จพ่อ แต่เสด็จแม่ไม่มา ทั้งๆ ที่เสด็จแม่เองก็อยากมา แต่หลันเอ๋อร์สงสารเสด็จแม่ จึง..จึง..อึก”สองประโยคท้ายน้ำเสียงของท่านหญิงตัวน้อยสั่นสะอื้น จนเหล่าชาวเมืองอดที่จะเห็นใจไม่ได้“มิได้เพคะ ท่านหญิงใหญ่ พระชายาทรงเหน็ดเหนื่อยมากพอแล้ว ท่านหญิงทำเช่นนี้ ถือว่ากตัญญูยิ่งเพคะ”“จริงนะ” หลินเฟยหลันถามย้ำด้วยน้ำเสียงดีใจ“จริงเพคะ/จริงพ่ะย่ะค่ะ” หลายคนจึงช่วยกันยืนยันได้รับรอยยิ้มจากท่านหญิงใหญ่ ทำเอาหลายคนถึงกับอยากจะดึงร่างเล็กนั่นเข้ามาก

  • ดอกเหมยสีชาด   ชินอ๋องผู้น่าสมเพช

    ณ ลานกว้างในป่าหลังจากที่ช่วงเช้ามีการแข่งประชันยิงธนู ช่วงบ่าย เหล่าบุรุษกล้าทั้งหลายก็ต่างควบม้าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กันเสียส่วนใหญ่ และมีสตรีที่สนใจเข้าร่วมอยู่ไม่น้อยส่วนคนที่เหลือก็เลือกที่จะออกไปชมนกชมไม้ หรือไม่ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะจับกลุ่มพูดคุยกันเสียมากกว่า“ชายารองลู่ มิคิดว่าท่านจะกล้าเข้าร่วมงานนี้ด้วย” พระสนมหวางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหมิ่นเหยียดชินอ๋องผู้นี้ ช่างลำเอียงจนไม่แยกแยะว่าอะไรควรไม่ควร ให้ชายารองออกงานแทนพระชายาเอกเป็นที่ขบขันยิ่งนักดีแล้วที่ข้าไม่แต่งเข้าตำหนักตงหยางนางเคยหมายตาตำแหน่งชายาเอกของชินอ๋อง หากแต่เมื่อตกเป็นของเสวียนเยี่ยนฟางก็แล้วไปเถอะ เพราะพื้นเพตระกูลเสวียนต่อให้อยากอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา ใต้หล้าก็ไม่รังเกียจหากแต่ว่าตำแหน่งชายารองที่คิดว่าจะเป็นของนาง กลับมีลูกอนุของหมอหลวงมาโฉบไปแทนใจนางล้วนไม่ยอมรับเมื่อไม่อาจทำใจไปอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับดอกบัวขาวเปื้อนโคลนตรงหน้า นางจึงเลือกที่จะมาอยู่ในตำแหน่งที่สตรีคนนี้ต้องก้มหัวให้นางแทน จะดีกว่า“ท่านชายเล็กร่างกายไม่แข็งแรง พระชายาจึงต้องอยู่ดูแล ท่านอ๋องจึงให้หม่อมฉันมาแทนเพคะ

  • ดอกเหมยสีชาด   ปรับความเข้าใจ

    พระชายาเสวียนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นภาพของสองพี่น้องที่คีบอาหารส่งให้กัน“เสด็จแม่” หลินเฟยหลันเอ่ยทักทายมารดาพลางจัดแจงเก้าอี้ให้อย่างรู้งานด้วยความคล่องแคล่ว ปากน้อยๆ ก็เอ่ยไปด้วย “เชิญเสด็จแม่ประทับนั่งตรงนี้เพคะ”ตรงนี้ที่ว่า คือตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสองเสวียนเยี่ยนฟางยิ้มให้กับบุตรสาวตัวน้อยจะดีแค่ไหน หากบุตรสาวของนางเป็นเช่นนี้ตลอดไป“เสด็จแม่ลองชิมปลานึ่งเพคะ ลูกทำเองกับมือเลยนะเพคะ” ว่าพลางคีบเนื้อปลาวางที่ถ้วยข้าวของมารดา“หืมมมม หลันเอ๋อร์ของแม่เข้าครัวเป็นด้วยหรือนี่ เก่งจริง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยชมอย่างให้กำลังใจหลินเฟยหลันถอนหายใจห้วน “ก็ที่ครัวใหญ่อาหารไม่อร่อยนี่เพคะ แถมชุนลี่ก็ไม่สนใจลูกด้วย ลูกจึงต้องแอบไปทำกินเอง ตอนเช้าลูกเห็นคนเอาปลามาส่ง ท่านป้าหนิงบอกว่าเสด็จแม่โปรดเสวยปลานึ่ง ลูกจึงอาสาทำเองเพคะ อ๊ะ..ลูกทำเองจริงๆ นะเพคะ แม่ครัวเพียงแค่บอกวิธีทำ”เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวตัวน้อยเล่าเรื่องราวไปเรื่อย ด้วยน้ำเสียงสบาย แต่มารดากลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติชุนลี่อยู่กับตระกูลเสวียนมานาน แม้ไม่ได้ขายตัวเป็นบ่าว หากแต่ก็รับเงินจากนางโดยตรงเมื่อบุตรสาวแยกเรือน น

  • ดอกเหมยสีชาด   ความรู้สึกที่หลากหลาย

    ดวงตาของเด็กน้อยเหม่อมองไปทางหน้าต่าง ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจชีพจรให้หมอหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตอนนี้ท่านหญิงใหญ่พ้นขีดอันตรายแล้ว ให้ดื่มยาอีกสามเทียบและให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็หายดีแล้ว”แล้วก็กำชับกับพี่เลี้ยงของท่านหญิงอีกสองสามประโยคชุนลี่พยักหน้า แล้วเดินออกไปส่งหมอหลวงที่หน้าตำหนักเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง หลินเฟยหลันก็ถอนสายตาตัวเองกลับมาสามวันก่อนหน้า นางมีเรื่องทะเลาะกับน้องสาวต่างมารดา จนเป็นเหตุให้นางตกน้ำแล้วหมดสติในระหว่างที่หลับใหล นางฝันถึงเหตุการณ์หลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวนางเองทั้งสิ้นสิ่งที่ได้เห็นในฝันนั้นน่ากลัวนัก นางพยายามที่จะลืมตาตื่นจากฝันร้าย หากแต่ทำไม่ได้ จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่นางได้เห็นตัวเองถูกลากไปตัดหัวต่อหน้ามารดาราวกับว่านางและตัวของนางในฝันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อคมดาบตวัดลงมาที่ลำคอ นางก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งหมอหลวงจึงถูกตามตัวกลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อมาตรวจอาการนางพยายามที่จะอธิบายสิ่งที่อยู่ในฝันร้ายให้ทุกคนฟัง หากแต่พวกเขาไม่รับฟัง และแอบไปนินทาหาว่านางสติฟั่นเฟือนดังนั้น นางจึงปิดปากเงียบอย่างไรเสีย ด้ว

  • ดอกเหมยสีชาด   นักโทษกบฏ

    ร่างผอมโซในชุดนักโทษสีซีดถูกกระชากอย่างไร้ความปราณีพร้อมกับเสียงตวาดจากผู้คุม“คุกเข่า!”ตลอดหนึ่งเดือนที่ถูกกักขังแล้วนำตัวมา ณ ที่แห่งนี้ลานประหารที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นเว่ยผู้คนต่างสาบแช่งอดีตพระชายาขององค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเว่ย ที่เป็นตัวต้นเหตุให้เกิดการนองเลือดขึ้นในทั้งสองแคว้นเพราะองค์ชายเจ็ดที่มีตระกูลเสวียนหนุนหลังคิดการก่อกบฏโค่นล้มรัชทายาท จึงทำให้เกิดการนองเลือดล้างแผ่นดินขึ้นในแคว้นเว่ยขณะเดียวกัน กองทัพตระกูลเสวียนก็คิดการใหญ่ต้องการราชบัลลังก์แคว้นเยว่มาไว้ในมือ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะรวมแผ่นดินให้กลายเป็นแคว้นเดียวกันองค์ชายเจ็ดขึ้นเป็นฮ่องเต้ ส่วนพระชายาเสวียนก็ขึ้นเป็นฮองเฮา ปกครองแคว้นใหม่ร่วมกันกว่าที่ทั้งสองแคว้นจะสามารถปราบกบฏลงได้ ย่อมต้องสูญเสียเหล่าทหารกล้าไปไม่น้อยหลายครอบครัวต้องสูญเสียบิดาและบุตรชายไป จึงทำให้พวกเขาโกรธแค้นองค์ชายเจ็ดกับพระชายา และตระกูลเสวียนเข้ากระดูกองค์ชายเจ็ดถูกสำเร็จโทษที่แคว้นเว่ยตระกูลเสวียนก็ถูกประหารต่อหน้าชาวเมืองไปก่อนหน้าเหลือเพียงพระชายาผู้นี้ที่ผู้คนทั้งสองแคว้นอยากเห็นการตายของนางแคว้นเว่ยจึงส่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status