Home / รักโบราณ / ดอกเหมยสีชาด / ปรับความเข้าใจ

Share

ปรับความเข้าใจ

last update Last Updated: 2025-08-23 10:02:17

พระชายาเสวียนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นภาพของสองพี่น้องที่คีบอาหารส่งให้กัน

“เสด็จแม่” หลินเฟยหลันเอ่ยทักทายมารดา

พลางจัดแจงเก้าอี้ให้อย่างรู้งานด้วยความคล่องแคล่ว ปากน้อยๆ ก็เอ่ยไปด้วย “เชิญเสด็จแม่ประทับนั่งตรงนี้เพคะ”

ตรงนี้ที่ว่า คือตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสอง

เสวียนเยี่ยนฟางยิ้มให้กับบุตรสาวตัวน้อย

จะดีแค่ไหน หากบุตรสาวของนางเป็นเช่นนี้ตลอดไป

“เสด็จแม่ลองชิมปลานึ่งเพคะ ลูกทำเองกับมือเลยนะเพคะ” ว่าพลางคีบเนื้อปลาวางที่ถ้วยข้าวของมารดา

“หืมมมม หลันเอ๋อร์ของแม่เข้าครัวเป็นด้วยหรือนี่ เก่งจริง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยชมอย่างให้กำลังใจ

หลินเฟยหลันถอนหายใจห้วน “ก็ที่ครัวใหญ่อาหารไม่อร่อยนี่เพคะ แถมชุนลี่ก็ไม่สนใจลูกด้วย ลูกจึงต้องแอบไปทำกินเอง ตอนเช้าลูกเห็นคนเอาปลามาส่ง ท่านป้าหนิงบอกว่าเสด็จแม่โปรดเสวยปลานึ่ง ลูกจึงอาสาทำเองเพคะ อ๊ะ..ลูกทำเองจริงๆ นะเพคะ แม่ครัวเพียงแค่บอกวิธีทำ”

เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวตัวน้อยเล่าเรื่องราวไปเรื่อย ด้วยน้ำเสียงสบาย แต่มารดากลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ

ชุนลี่อยู่กับตระกูลเสวียนมานาน แม้ไม่ได้ขายตัวเป็นบ่าว หากแต่ก็รับเงินจากนางโดยตรง

เมื่อบุตรสาวแยกเรือน นางจึงไว้ใจให้ชุนลี่เป็นพี่เลี้ยง

เป็นเวลาห้าปีมาแล้วที่นางมอบหมายหน้าที่ให้ชุนลี่ดูแลบุตรสาว เพราะนางต้องดูแลบุตรชายที่ป่วยตั้งแต่เกิด จึงไม่มีเวลาดูแล ทำให้นางดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย เพราะไม่เข้าใจการกระทำของมารดา

หลายต่อหลายครั้งที่บุตรสาวถูกนางลงโทษ แต่แทนที่จะคิดปรับปรุงตัวเอง นางกลับยิ่งรั้น ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหิน

สวามีไม่ใส่ใจ นางยังไม่รู้สึกน้อยใจเท่ากับบุตรสาวทำตัวเหมือนคนอื่น

ยิ่งสองปีมานี้ หลินเฟยหลันมาที่เรือนนี้แทบนับครั้งได้

บุตรสาวนางอายุเพียงสิบสองขวบ กลับต้องแอบเข้าครัวเพื่อทำอาหารเอง เพราะหิว

ตำหนักตงหยางยากจนถึงเพียงนั้นเชียว ฮึ!

เห็นทีว่า บ่าวผู้นี้จะเลี้ยงไม่เชื่องเสียแล้ว

“เสด็จแม่ อร่อยหรือไม่เพคะ” น้ำเสียงร้อนรนของบุตรสาวดึงสติของเสวียนเยี่ยนฟางกลับมาที่อาหารตรงหน้า

เห็นใบหน้าที่เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ผู้เป็นมารดาจึงรีบตอบกลับ “อร่อยมาก เนื้อนุ่ม ไม่คาว หอมด้วย”

นางไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจบุตรสาว แต่มันคือความจริง

หากคิดในแง่ดี หรือบุตรสาวนางจะมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารกันนะ

ส่วนในแง่ร้าย งูพิษย่อมไม่สามารถเก็บไว้ได้เช่นกัน

แล้วผู้เป็นน้องชายจึงช่วยยืนยัน “อร่อยพ่ะย่ะค่ะ พี่ใหญ่ทำอาหารอร่อย ข้าชอบ”

ได้ยินเช่นนั้น ท่านหญิงใหญ่ก็ยิ้มแก้มปริ “อร่อยก็กินเยอะๆ ต่อไปพี่ใหญ่จะมาทำให้ฉีเอ๋อร์กินทุกวันดีหรือไม่ แต่ว่า คงต้องให้ท่านป้าหนิงสอนหลันเอ๋อร์ทำก่อนนะเจ้าคะ”

หนิงอ้ายยิ้มรับ “บ่าวยินดีเพคะ”

หลินเฟยหลันหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก เมื่อน้องชายของนางกินเยอะเกินไปจนรู้สึกไม่สบายท้อง

หลังจากที่ดื่มยาของหมอหลวง พระชายาเสวียนจึงสั่งงดมื้อเที่ยงของสองพี่น้อง ให้รับเพียงแค่ของว่างแทน

หลังจากที่หลินเฟยฉีหลับกลางวัน ท่านหญิงใหญ่ก็ส่งสายตาให้หนิงอ้ายนำถ้วยน้ำชาเข้ามา

หลินเฟยหลันคุกเข่าลงตรงหน้ามารดา เสวียนเยี่ยนฟางตกใจจะเข้าไปประคอง หากแต่เมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ของบุตรสาว ทำให้นางชะงัก

มือเล็กทั้งสองวางประสานเสมอหน้าผาก แล้วนางก็ก้มตัวลงแนบพื้น

จากนั้นก็รับจอกน้ำชาที่ตนเองตั้งใจทำเพื่อการนี้โดยเฉพาะจากหนิงอ้าย

“เสด็จแม่ ที่ผ่านมาเป็นลูกที่ดื้อรั้นไม่รู้ความ ทำให้เสด็จแม่ทุกข์ใจ ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้ว นอกจากที่เสด็จแม่ต้องดูแลน้องชาย ยังทรงเหน็ดเหนื่อยมาดูแลลูกอีก ตอนนี้ลูกโตแล้ว ต่อไปนี้ ลูกจะเชื่อฟังเสด็จแม่ ช่วยเสด็จแม่ดูแลน้องชาย ชาถ้วยนี้ ลูกตั้งใจทำเพื่อขอขมาเสด็จแม่ ขอเสด็จแม่ทรงอภัยให้ลูกด้วยเพคะ อึก”

พระชายาเสวียนรับจอกน้ำชาจากบุตรสาว แล้วรั้งร่างเล็กเข้ามากอดด้วยความรู้สึกปิติล้นอก

นี่นางได้บุตรสาวที่น่ารักคืนมาแล้วใช่หรือไม่

เสียงร่ำไห้ของท่านหญิงตัวน้อย ทำให้บ่าวหลายคนในเรือนล้วนสะท้านในอก หลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ของมารดาและบุตรสาวระหองระแหง ทำให้พระชายาทุกข์ใจยิ่งนัก

พวกนางเป็นบ่าวเก่าแก่ เป็นสินเดิมของพระชายา เมื่อเห็นแม่ลูกเข้าใจกัน ย่อมร่วมยินดี

แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่รู้สึกกังวลใจ

ชุนลี่เดินวนไปมาที่หน้าเรือนของพระชายา ตั้งแต่ท่านหญิงใหญ่ฟื้นและวิ่งมาที่เรือนแห่งนี้ นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเข้าไป

เดิมทีที่นางขอติดตามพระชายามาอยู่ที่นี่ เพราะหวังว่าหลังจากที่นางอายุถึงวัยออกเรือน พระชายาจะส่งเสริมนางให้เป็นอนุของท่านอ๋อง หากแต่ว่า ไม่ว่าตำหนักตงหยางจะรับอนุมาสักกี่คน ก็ไม่เคยมีนางเป็นหนึ่งในนั้นเลยสักครั้ง

แล้วชายารองก็เสนอสิ่งที่นางปรารถนามาตลอดมาให้ นางจะไม่คว้าโอกาสไว้ได้อย่างไร

หลังจากที่มารดาและบุตรสาวตัวน้อยปรับความเข้าใจกัน หลินเฟยหลันก็ล้มตัวนอนข้างน้องชายอย่างมีความสุข

เสวียนเยี่ยนฟางส่งสายตาให้หนิงอ้ายไปสืบความจริงที่บุตรสาวเล่าให้ฟัง

หลังมื้อเย็น นางก็ได้รู้ความจริงที่เคยถูกคนไว้ใจปิดบังเอาไว้ตลอดห้าปี

“ข้าดีกับนาง กับครอบครัวนาง คิดไม่ถึงว่าจะแว้งกัดข้าเช่นนี้” เสวียนเยี่ยนฟางถอนหายใจยาว

หนิงอ้ายจึงตอบ “ชายารองใช้ตำแหน่งอนุท่านอ๋องมาหลอกล่อเจ้าค่ะ บ่าวเองก็นึกไม่ถึงว่านางจะใฝ่สูงถึงเพียงนี้”

เสวียนเยี่ยนฟางพยักหน้า

ใช่ว่านางจะมองสายตาของชุนลี่ไม่ออก แต่ในเมื่อชินอ๋องไม่ได้สนใจ นางจึงไม่คิดยัดเยียดสตรีให้เขา เพราะแค่นี้ นางและเขาก็แทบไม่มองหน้ากันอยู่แล้ว จึงไม่อยากก่อไฟให้เรือนหลังอีก

“ดีที่ท่านหญิงใหญ่รู้ความ” หนิงอ้ายเอ่ยสำทับด้วยความรู้สึกยินดีร่วมกับผู้เป็นนาย

“หลันเอ๋อร์เป็นเด็กฉลาด ตอนแรกคิดว่าเพราะอิจฉาน้องชาย เลยพาลน้อยใจข้าไป แต่ก็ไม่นึกว่าจะเป็นเพราะถูกเสี้ยมมาอย่างผิดๆ ข้าเองก็มีส่วนผิด ที่ละเลยนาง” เสวียนเยี่ยนฟางกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกละอายแก่ใจ

หากนางใส่ใจบุตรสาวมากกว่านี้ หลันเอ๋อร์ของนางก็คงไม่ต้องกลายเป็นคนเอาแต่ใจจนคนในตำหนักต่างหันหน้าหนีเช่นนี้

นี่นับเป็นความผิดของมารดาที่ไม่ได้เรื่องอย่างนาง

มิน่าละ ชินอ๋องถึงหาว่านางไม่รู้จักอบรมสั่งสอนบุตรสาว

ใช่ เป็นความผิดของนางเอง

“พระชายาอย่าได้กล่าวเช่นนั้น ท่านหญิงใหญ่ย่อมรู้แล้วว่าใครที่รักและหวังดีต่อนาง เอ่อ....แล้ว พระชายา จะให้ทำอย่างไรดีกับชุนลี่เพคะ” หนิงอ้ายอยากให้นายของตนเอาจริงเสียบ้าง หลายปีมานี้ นายของตนถูกชายารองล่วงเกินมาหลายครั้งแล้ว

“ให้คนจับตามองนางเอาไว้ก่อน หากเรื่องนี้ชายารองเกี่ยวข้องจริง คงต้องตักเตือนนางเสียหน่อย การที่ข้าอยู่แบบเงียบๆ คงทำให้นางคิดว่านางเป็นนายใหญ่ของที่นี่ คิดจะข้ามหัวใครก็ได้”

บุตรอนุรังแกบุตรภรรยาเอก แม้แต่ฮ่องเต้ยังให้สิทธิ์ภรรยาเอกควบคุมจวน นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ชินอ๋องจะปกป้องคนของเขาได้สักเพียงใด

ในเมื่อพวกเจ้าคิดทำร้ายลูกข้า เช่นนั้น หากดาบนั้นคืนสนองบ้างก็คงไม่ว่ากันนะ ล้างคอพวกเจ้ารอได้เลย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดอกเหมยสีชาด   ท่านหญิงใหญ่มิใช่คนเช่นนั้น

    หลินเฟยหลันยืนรอคอยผู้เป็นบิดาด้วยความตื่นเต้น ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างยิ้มออกกับท่าทีกระตือรือร้นของท่านหญิงใหญ่ตัวน้อย“ท่านหญิงใหญ่ช่างน่าเอ็นดูนัก”“ใครว่านางเอาแต่ใจกัน ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสักนิด”“ใช่ๆ ถ้าข้ามีลูกหลานเช่นนี้ ข้าคงจะหลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว”“แต่ไม่เห็นพระชายาเลย”แววตาของหลินเฟยหลันไหววูบนางจึงเดินออกมาที่ถนน แล้วเข้าไปกระซิบกับคนที่เอ่ยถามหามารดาตน“เสด็จแม่ต้องดูแลน้องชายเจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์ไม่อยากให้เสด็จแม่เหน็ดเหนื่อย จึงอาสามารับเสด็จพ่อแทน”แล้วคิ้วน้อยๆ ก็ขมวดย่นเข้าหากัน พลางกระซิบถาม “ไม่เหมาะหรือเจ้าคะ ที่หลันเอ๋อร์มารับเสด็จพ่อ แต่เสด็จแม่ไม่มา ทั้งๆ ที่เสด็จแม่เองก็อยากมา แต่หลันเอ๋อร์สงสารเสด็จแม่ จึง..จึง..อึก”สองประโยคท้ายน้ำเสียงของท่านหญิงตัวน้อยสั่นสะอื้น จนเหล่าชาวเมืองอดที่จะเห็นใจไม่ได้“มิได้เพคะ ท่านหญิงใหญ่ พระชายาทรงเหน็ดเหนื่อยมากพอแล้ว ท่านหญิงทำเช่นนี้ ถือว่ากตัญญูยิ่งเพคะ”“จริงนะ” หลินเฟยหลันถามย้ำด้วยน้ำเสียงดีใจ“จริงเพคะ/จริงพ่ะย่ะค่ะ” หลายคนจึงช่วยกันยืนยันได้รับรอยยิ้มจากท่านหญิงใหญ่ ทำเอาหลายคนถึงกับอยากจะดึงร่างเล็กนั่นเข้ามาก

  • ดอกเหมยสีชาด   ชินอ๋องผู้น่าสมเพช

    ณ ลานกว้างในป่าหลังจากที่ช่วงเช้ามีการแข่งประชันยิงธนู ช่วงบ่าย เหล่าบุรุษกล้าทั้งหลายก็ต่างควบม้าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กันเสียส่วนใหญ่ และมีสตรีที่สนใจเข้าร่วมอยู่ไม่น้อยส่วนคนที่เหลือก็เลือกที่จะออกไปชมนกชมไม้ หรือไม่ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะจับกลุ่มพูดคุยกันเสียมากกว่า“ชายารองลู่ มิคิดว่าท่านจะกล้าเข้าร่วมงานนี้ด้วย” พระสนมหวางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหมิ่นเหยียดชินอ๋องผู้นี้ ช่างลำเอียงจนไม่แยกแยะว่าอะไรควรไม่ควร ให้ชายารองออกงานแทนพระชายาเอกเป็นที่ขบขันยิ่งนักดีแล้วที่ข้าไม่แต่งเข้าตำหนักตงหยางนางเคยหมายตาตำแหน่งชายาเอกของชินอ๋อง หากแต่เมื่อตกเป็นของเสวียนเยี่ยนฟางก็แล้วไปเถอะ เพราะพื้นเพตระกูลเสวียนต่อให้อยากอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา ใต้หล้าก็ไม่รังเกียจหากแต่ว่าตำแหน่งชายารองที่คิดว่าจะเป็นของนาง กลับมีลูกอนุของหมอหลวงมาโฉบไปแทนใจนางล้วนไม่ยอมรับเมื่อไม่อาจทำใจไปอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับดอกบัวขาวเปื้อนโคลนตรงหน้า นางจึงเลือกที่จะมาอยู่ในตำแหน่งที่สตรีคนนี้ต้องก้มหัวให้นางแทน จะดีกว่า“ท่านชายเล็กร่างกายไม่แข็งแรง พระชายาจึงต้องอยู่ดูแล ท่านอ๋องจึงให้หม่อมฉันมาแทนเพคะ

  • ดอกเหมยสีชาด   ปรับความเข้าใจ

    พระชายาเสวียนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเห็นภาพของสองพี่น้องที่คีบอาหารส่งให้กัน“เสด็จแม่” หลินเฟยหลันเอ่ยทักทายมารดาพลางจัดแจงเก้าอี้ให้อย่างรู้งานด้วยความคล่องแคล่ว ปากน้อยๆ ก็เอ่ยไปด้วย “เชิญเสด็จแม่ประทับนั่งตรงนี้เพคะ”ตรงนี้ที่ว่า คือตรงกลางระหว่างบุตรทั้งสองเสวียนเยี่ยนฟางยิ้มให้กับบุตรสาวตัวน้อยจะดีแค่ไหน หากบุตรสาวของนางเป็นเช่นนี้ตลอดไป“เสด็จแม่ลองชิมปลานึ่งเพคะ ลูกทำเองกับมือเลยนะเพคะ” ว่าพลางคีบเนื้อปลาวางที่ถ้วยข้าวของมารดา“หืมมมม หลันเอ๋อร์ของแม่เข้าครัวเป็นด้วยหรือนี่ เก่งจริง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยชมอย่างให้กำลังใจหลินเฟยหลันถอนหายใจห้วน “ก็ที่ครัวใหญ่อาหารไม่อร่อยนี่เพคะ แถมชุนลี่ก็ไม่สนใจลูกด้วย ลูกจึงต้องแอบไปทำกินเอง ตอนเช้าลูกเห็นคนเอาปลามาส่ง ท่านป้าหนิงบอกว่าเสด็จแม่โปรดเสวยปลานึ่ง ลูกจึงอาสาทำเองเพคะ อ๊ะ..ลูกทำเองจริงๆ นะเพคะ แม่ครัวเพียงแค่บอกวิธีทำ”เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรสาวตัวน้อยเล่าเรื่องราวไปเรื่อย ด้วยน้ำเสียงสบาย แต่มารดากลับรับรู้ได้ถึงความผิดปกติชุนลี่อยู่กับตระกูลเสวียนมานาน แม้ไม่ได้ขายตัวเป็นบ่าว หากแต่ก็รับเงินจากนางโดยตรงเมื่อบุตรสาวแยกเรือน น

  • ดอกเหมยสีชาด   ความรู้สึกที่หลากหลาย

    ดวงตาของเด็กน้อยเหม่อมองไปทางหน้าต่าง ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจชีพจรให้หมอหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตอนนี้ท่านหญิงใหญ่พ้นขีดอันตรายแล้ว ให้ดื่มยาอีกสามเทียบและให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็หายดีแล้ว”แล้วก็กำชับกับพี่เลี้ยงของท่านหญิงอีกสองสามประโยคชุนลี่พยักหน้า แล้วเดินออกไปส่งหมอหลวงที่หน้าตำหนักเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง หลินเฟยหลันก็ถอนสายตาตัวเองกลับมาสามวันก่อนหน้า นางมีเรื่องทะเลาะกับน้องสาวต่างมารดา จนเป็นเหตุให้นางตกน้ำแล้วหมดสติในระหว่างที่หลับใหล นางฝันถึงเหตุการณ์หลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวนางเองทั้งสิ้นสิ่งที่ได้เห็นในฝันนั้นน่ากลัวนัก นางพยายามที่จะลืมตาตื่นจากฝันร้าย หากแต่ทำไม่ได้ จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่นางได้เห็นตัวเองถูกลากไปตัดหัวต่อหน้ามารดาราวกับว่านางและตัวของนางในฝันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อคมดาบตวัดลงมาที่ลำคอ นางก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งหมอหลวงจึงถูกตามตัวกลางดึกอย่างกะทันหันเพื่อมาตรวจอาการนางพยายามที่จะอธิบายสิ่งที่อยู่ในฝันร้ายให้ทุกคนฟัง หากแต่พวกเขาไม่รับฟัง และแอบไปนินทาหาว่านางสติฟั่นเฟือนดังนั้น นางจึงปิดปากเงียบอย่างไรเสีย ด้ว

  • ดอกเหมยสีชาด   นักโทษกบฏ

    ร่างผอมโซในชุดนักโทษสีซีดถูกกระชากอย่างไร้ความปราณีพร้อมกับเสียงตวาดจากผู้คุม“คุกเข่า!”ตลอดหนึ่งเดือนที่ถูกกักขังแล้วนำตัวมา ณ ที่แห่งนี้ลานประหารที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นเว่ยผู้คนต่างสาบแช่งอดีตพระชายาขององค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเว่ย ที่เป็นตัวต้นเหตุให้เกิดการนองเลือดขึ้นในทั้งสองแคว้นเพราะองค์ชายเจ็ดที่มีตระกูลเสวียนหนุนหลังคิดการก่อกบฏโค่นล้มรัชทายาท จึงทำให้เกิดการนองเลือดล้างแผ่นดินขึ้นในแคว้นเว่ยขณะเดียวกัน กองทัพตระกูลเสวียนก็คิดการใหญ่ต้องการราชบัลลังก์แคว้นเยว่มาไว้ในมือ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะรวมแผ่นดินให้กลายเป็นแคว้นเดียวกันองค์ชายเจ็ดขึ้นเป็นฮ่องเต้ ส่วนพระชายาเสวียนก็ขึ้นเป็นฮองเฮา ปกครองแคว้นใหม่ร่วมกันกว่าที่ทั้งสองแคว้นจะสามารถปราบกบฏลงได้ ย่อมต้องสูญเสียเหล่าทหารกล้าไปไม่น้อยหลายครอบครัวต้องสูญเสียบิดาและบุตรชายไป จึงทำให้พวกเขาโกรธแค้นองค์ชายเจ็ดกับพระชายา และตระกูลเสวียนเข้ากระดูกองค์ชายเจ็ดถูกสำเร็จโทษที่แคว้นเว่ยตระกูลเสวียนก็ถูกประหารต่อหน้าชาวเมืองไปก่อนหน้าเหลือเพียงพระชายาผู้นี้ที่ผู้คนทั้งสองแคว้นอยากเห็นการตายของนางแคว้นเว่ยจึงส่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status