เข้าสู่ระบบเมื่อได้ยินแบบนั้น เฉิงเซิ่งก็ชะงักไป「หลังจากที่เรากลับมาคบกัน บริษัทก็ถือเป็นทรัพย์สินร่วมของเรา การปกป้องสิทธิที่ชอบธรรม จึงไม่มีอะไรต้องลังเล」ฉันยัดโทรศัพท์ใส่มือเขาเฉิงเซิ่งกลับไม่ยอมกดโทรออกสักที 「ลู่เหยา หลินเยวี่ยเยวี่ยยังอายุน้อยอยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้สร้างผลงานโดดเด่นให้บริษัท แต่ก็มีความอุตสาหะนะ」“แล้วฉันล่ะ?”ฉันมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย 「ความน้อยใจและความสูญเสียที่ฉันเคยได้รับ จะปล่อยให้มันผ่านไปอย่างง่ายดายแบบนี้เหรอ?」「ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เค้ายังใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ข้างนอก ฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณกับเค้าไม่มีการเกี่ยวพันกัน ?」「แต่ถ้าคุณส่งเค้าเข้าคุกไป ฉันก็จะได้อยู่กับคุณอย่างไม่มีอะไรต้องกังวลอีก」ฉันกระซิบข้างหูเขาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจเฉิงเซิ่งจ้องมองฉันด้วยดวงตาเบิกกว้าง ราวกับคำพูดนี้ได้มอบความกล้าให้เขา เขาจึงถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง ก่อนกัดฟันกดปุ่มรับสาย 「สวัสดีครับ……」ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เพิ่งต่อสาย ยังไม่ทันให้เจ้าหน้าที่ปลายสายพูดจบ เฉิงเซิ่งก็รีบตัดสายโทรศัพท์อย่างแรง แล้วโยนโทรศัพท์มือถือไปข้าง ๆ 「ไม่ได้ ลู่เหยา เรื่องอะไรผมก็ยอ
「แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่?」ฉันมองเขาอย่างเฉยเมย ราวกับว่ามองคนแปลกหน้าเฉิงเซิ่งก็เหมือนนะรู้สึกได้เหมือนกัน เขาเม้มริมฝีปากแน่น และหลังจากเงียบไปนานก็พูดว่า 「ลู่เหยา ผมเลิกกับหลินเยวี่ยเยวี่ยแล้ว」「ผมคิดทบทวนดูใหม่แล้ว ผมยินดีที่จะละทิ้งทุกอย่าง มาอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณ」「ผมรู้ว่าคุณยังโกรธผมอยู่ แต่ผมรู้ผิดไปแล้ว ผมจะหาทางกำจัดบริษัทในประเทษเอง จากนั้นก็ลืมทุกอย่างไป แล้วเรามาเริ่มต้นใหม่」เมื่อมองดูดวงตาที่แน่วแน่ของเขา ก็รู้สึกขบขัน「คุณจะหาทางจัดการ หรือว่าบริษัทกำลังจะประกาศล้มละลายและชำระบัญชี?」แม้ว่าฉันจะไม่ได้สนใจเรื่องของเฉิงเซิ่งอีกแล้ว แต่เพื่อนร่วมงานที่เคยแอดเป็นเพื่อนก็ยังคงทักมาคุยเล่นกับฉันเป็นระยะ ๆ เธอเล่าให้ฉันฟังว่า หลังจากที่ฉันออกไปไม่นาน แผนงานที่หลินเยวี่ยเยวี่ยรับผิดชอบก็เกิดปัญหาร้ายแรง ต้องชดใช้เงินจำนวนมหาศาล เฉิงเซิ่งกับหลินเยวี่ยเยวี่ยจึงต้องออกไปวิ่งหาคู่ค้าตามที่ต่าง ๆ ไปทั่วต่อมาคู่ค้าถูกตื๊อจนเริ่มรำคาญ สุดท้ายก็ยอมตกลงให้โอกาสอีกครั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำโครงการนี้ใหม่ทั้งหมด ก็คือช่วงที่เฉิงเซิ่งโทรวิดีโอคอลมาหาฉันในครั้งก่อน แต่ฉ
「ลู่เหยา ผมแพ้คุณแล้วจริงๆ คุณต้องรู้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผมยอมอ่อนข้อให้ผู้หญิงคนหนึ่ง คุณควรจะแอบดีใจนะ」「ความอดทนที่ผมมีต่อหลินเยวี่ยเยวี่ยนั้น ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของที่ผมมีต่อคุณเลย……」เมื่อเห็นว่าเฉิงเซิ่งจะพูดอย่างภาคภูมิใจต่อ「คุณเข้าผิดแล้ว」ฉันหยิบเอกสารข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วยื่นไปตรงหน้ากล้อง「ฉันย้ายถิ่นฐานแล้ว และจะไม่กลับไปอีกเลย」 ตอนวางสาย เฉิงเซิ่งที่อยู๋ฝั่งตรงข้ามดูเหมือนยังตั้งสติไม่ได้ยืนนิ่งอยู่กับที่ กล่องแหวนในมือหล่นลงพื้นแต่ฉันรู้ว่าเขาสามารถตั้งสติได้ และก็ปรับตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนที่เขาปกป้องหลินเยวี่ยเยวี่ย และใช้ทุกวิถีทางมาลำบากฉันนั้น ก็ควรนึกได้แล้วว่ามันจะมีวันนี้คราวนี้ เรื่องของเฉิงเซิ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฉันอีกต่อไป ฉันลืมเรื่องโทรศัพท์ไป และมุ่งมั่นกับการวิจัยของฉันอย่างเต็มที่อาจเป็นเพราะรู้แล้วว่าฉันตั้งใจจะเลิกกับเขา เฉิงเซิ่งไม่ได้พยายามรั้งฉันไว้อีกเขาเริ่มไปเที่ยวกับหลินเยวี่ยเยวี่ยอย่างไม่เกรงกลัวอะไร อวดความรักและไลฟ์สดช่วงเวลาอันหวานแหววของพวกเขาบนไอจีเราก็เหมือนเส้นเรื่องสองเส้นที่ดำเนินไปพร้อมกันในละครโทรท
หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปนาน ความชอบของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆแต่ผมกลับหมกมุ่นอยู่กับการวิจัย และหลงใหลมากขึ้นเรื่อยๆตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะทำงานอยู่ที่บริษัทของเฉิงเซิ่ง ทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์เลย แต่เวลาว่างๆ ฉันก็ยังคงติดตามความคืบหน้าในด้านนี้อยู่เหมือนเดิมดังนั้น การกลับไปทำวิจัย จึงไม่ได้รู้สึกยากเกินไปสำหรับฉันระหว่างนั้นเฉิงเซิ่งก็ส่งข้อความมาหาฉันอยู่หลายครั้ง เนื้อหาหลักๆ ก็คือเขายังไม่เชื่อว่าฉันจะจากเขาไปจริง ๆ และยังคงพยายามยื่นทางออกให้ฉันหลายครั้งเหมือนเดิม ฉันไม่ได้ตอบกลับเฉิงเซิ่งส่งรูปมาให้ฉันอีกสองสามรูปเป็นจดหมายแจ้งการโอนย้ายของหลินเยวี่ยเยวี่ย「ผมตรวจสอบชัดเจนแล้ว ใบลาออกของคุณไม่ใช่ผมอนุมัติ แต่เป็นความผิดพลาดที่อนุมัติไปของเยวี่ยเยวี่ยเอง แต่เธอไม่รู้ว่าคนที่ยื่นคือคุณ」「ตอนนี้ฉันได้ย้ายเธอไปอยู่ฝ่ายสนับสนุนแล้ว จะไม่ให้เธอแตะต้องเรื่องงานของบริษัทอีกต่อไป คุณงอนถึงตอนนี้ก็น่าจะหายงอนได้แล้วนะ」ไม่นานนัก หลินเยวี่ยเยวี่ยก็ส่งข้อความขอโทษมาหาฉันข้อความนั้นยาวและดูจริงใจแต่ฉันก็ยังดูออกว่านี่คือจดหมายซ่อนหัว พออ่านอย่างละเอียด
คราวนี้ ฉันไม่ได้โมโหกับคำพูดของเขาจนพูดไม่ออก หยิบโทรศัพท์ออกมา「งั้นคำพูดนี้คุณก็ไปพูดกับตำรวจเองละกัน」ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะกับเขา แต่ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าถ้าเขายังดื้อดึงไม่เลิก ฉันก็พร้อมจะตัดขาดและเปิดโปงกันให้ถึงที่สุด เมื่อเห็นว่าฉันกำลังจะโทรแจ้งตำรวจจริง เฉิงเซิ่งก็ตกตะลึงเป็นอย่างมากเขารีบแย่งโทรศัพท์ของฉันไป แล้วกดวางสาย「ลู่เหยา คุณบ้าไปแล้วเหรอ?」「ฉันไม่ได้บ้า ฉันก็แค่อยากถามดูเหมือนกันว่า ที่คุณพูดนี้ กฎหมายยอมรับหรือเปล่า」 อาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นฉันจะกดดันอย่างต่อเนื่องจริง ๆ เฉิงเซิ่งจึงตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเขาเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อยแล้วพูดว่า 「พอแล้วลู่เหยา หยุดงอแงได้แล้ว ผมรู้ว่าคุณถือสาเยวี่ยเยวี่ย งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่เจอเธอตามลำพังอีก แบบนี้โอเคหรือยัง?」「และพิธีแต่งงานของเรา ผมจะจองเดี๋ยวนี้เลย」เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพูดว่า 「บริษัทออกแบบงานแต่งงานแห่งนี้ ผมดูไว้นานแล้ว ครั้งนี้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดกลับมา ผมก็อยากจะคุยเรื่องงานแต่งงานกับคุณแล้ว คุณดูสิ……」พูดพลางยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉัน ให้ฉันดูบันทึกการแชทกับฝ่ายบริการลูกค้าขอ
ร่างกายของเฉิงเซิ่งแข็งทื่อเล็กน้อยดวงตาของหลินเยวี่ยเยวี่ยกลับสว่างขึ้นรอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏบนมุมปากทันทีแม้ว่าจะกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว แต่ฉันกลับเห็นอย่างชัดเจน 「พี่ลู่เหยา พี่พูดแบบนี้มันเกินไปหน่อยแล้วนะ จะยังไงพวกพี่ก็……」「เอาล่ะ เยวี่ยเยวี่ย คุณออกไปก่อน」ไม่รอหลินเยวี่ยเยวี่ยพูดจบ เฉิงเซิ่งก็ขัดจังหวะเธออย่างเฉยชาคำพูดที่เหลือของหลินเยวี่ยเยวี่ยติดอยู่ในลำคอ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นเกลี้ยกล่อมเฉิงเซิ่งว่าอย่าโกรธไปเลย มีเรื่องอะไรก็คุยกันดีๆ จากนั้นก็ลงไปด้านล่างอย่างได้ใจหลังจากที่เธอจากไป เฉิงเซิ่งก็จ้องมองฉันอย่างเย็นชา「ลู่เหยา นี่คุณกำลังได้คืบจะเอาศอกใช่ไหม? ผมก็ตอบตกลงคุณแล้วว่าจะแต่งงานด้วย คุณยังจะวุ่นวายอะไรอีก ?」「ถอนคำพูดเรื่องเลิกกันซะ อีกอย่างใบลาออกผมก็ไม่เซ็นให้หรอก คุณฉีกทิ้งไปเลยนะ แล้วผมจะแกล้งทำเป็นว่าไม่เห็นอะไร」เห็นท่าทางที่มั่นใจของเฉิงเซิ่ง ฉันก็รู้สึกขำยิ่งนักแต่ก็รู้สึกน่าสมเพชด้วยฉันรู้ดีว่า เขากลายเป็นแบบนี้ได้ก็หนีไม่พ้นจากการตามใจของฉันในอดีตก่อนหน้านี้เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเฉิงเซิ่งจะยื่นทางลงให้ฉัน
ฉันจนปัญญาที่จะแก้ตัว「ประธานเฉิง คุณอย่าโกรธไปเลยนะ หนูเชื่อว่าพี่ลู่เหยาแค่กังวลเกินไปจนสับสนเท่านั้นเอง คงไม่ได้ตั้งใจหรอก」หลินเยวี่ยเยวี่ยตบหลังเฉิงเซิ่งเบาๆ หันมองมาที่ฉันแล้วพูดว่า 「พี่ลู่เหยา พี่อย่าเข้าใจผิดนะ เมื่อกี้หนูแค่เหนื่อยและปวดหัวนิดหน่อย ประธานเฉิงก็แค่อยากช่วยบรรเทา เพื่อให้หน
ฉันถามเขาไม่หยุด และเหมือนเขาจะเดาออกว่าฉันจะถามอะไร เขาก็รีบเอาหลักฐานออกมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำไปเพื่อเรื่องงานเท่านั้น จากนั้นเขาก็ฉวยโอกาสกล่าวหาฉันว่าขี้หึงและใจแคบ และเพื่อเป็นการแก้แค้นที่ฉันชอบคิดมาก เขาก็ประชดโดยการพาหลินเยวี่ยเยวี่ยกลับบ้านอย่างเปิดเผยฉันรู้สึกได้ถึงความยั่วยุและ
「คุณมามีเรื่องอะไรหรือเปล่า?」เมื่อก่อนเวลาเฉิงเซิ่งเป็นฝ่ายเข้ามาทักทาย ฉันก็มักจะรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมาก อาจเป็นเพราะเขาไม่คิดว่าฉันจะเย็นชาขนาดนี้ ทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าไม่ค่อยปกติ「มีอยู่เรื่องหนึ่ง」「เยวี่ยเยวี่ยเพิ่งทำโครงการใหญ่เสร็จ ผมตั้งใจจะเลื่อนตำแหน่งให้เธอ และก็ถือโ
ไม่นานมานี้ เฉิงเซิ่งกับหลินเยวี่ยเยวี่ยใช้การเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นข้ออ้างไปเที่ยวพักผ่อน ฉันจึงฉวยโอกาสนี้ยื่นใบลาออก เหมือนอย่างที่คาดไว้ ตอนที่อยู่กับหลินเยวี่ยเยวี่ย เฉิงเซิ่งก็จะให้ความสนใจแต่เธอ เขาอนุมัติใบลาออกของฉันโดยไม่มองดูดีๆ เลยตอนนี้ เหลือเวลาอีกสามวันหลังจากส่งมอบงานเส







