LOGINมิคาอิลกระแทกช้อนซุปลงอย่างแรง
“เก็บถ้วยซุป!!”
จอห์นหัวเราะออกมาวางช้อนลงเอนตัวออกเพื่อให้บุษบาเก็บถ้วยซุป ถ้วยซุปชามใหญ่ค่อนข้างหนักทำให้มือเล็กเรียวไม่สามารถยกขึ้นได้ในมือเดียว
“มาผมช่วยเอง”
เสียงจอห์นอาสาพร้อมใช้มือช่วยยกจาน ไม่รู้ว่าชายหนุ่มตัวโตผมบลอนด์ร่างยักษ์จงใจหรือไม่ มือใหญ่ช้อนใต้มือเล็กของบุษบาอีกทีช่วยเธอยกถ้วยซุปขึ้น
ปัง!!
ร่างระหงสะดุ้งตกใจหันมองหัวโต๊ะ บอสใหญ่จ้องมองมาทางเธอสายตาเกรี้ยวกราด
“เป็นอะไรมิคาอิล ทุบโต๊ะทำไม”
น้ำเสียงจอห์นกลั้วหัวเราะ เขาลุกขึ้นช่วยยกชามซุปไปวางรถเข็น หันกลับไปเตรียมช่วยยกชามของมิคาอิล
“ไม่ต้อง!! ให้พนักงานเป็นคนทำ!”
มือยักษ์ของจอห์นชะงักแล้วยักไหล่กลับไปนั่งที่เดิม บุษบาจึงเดินไปเก็บชามซุปของมิคาอิลด้วยตัวเองด้วยสองมือ
มิคาอิลก้มมองชามใหญ่สั่นเล็กน้อยยามคนร่างเล็กยกขึ้น ข้อมือแสนบอบบาง นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียน
“อย่าชักช้า ยังอีกหลายจาน”
บุษบารีบเก็บอุปกรณ์ใช้แล้วที่เหลือแล้ววางจานพาสต้าเป็นลำดับต่อไป ลอบมองนางแบบสาวนั่งหน้าเจื่อนไม่เหมือนเมื่อวาน
เสียงในโต๊ะทานอาหารเงียบลงทันทีเมื่อจอห์นไม่พูด มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจาน บุษบายืนรอด้านข้างห่าง ๆ ท้องร้องด้วยความหิว พยายามยืนนิ่งไม่ให้ใครผิดสังเกต
“เติมไวน์!!”
ขณะที่บุษบากำลังเหม่อคิดเรื่องอื่นไม่ทันมองแก้วไวน์ มิคาอิลสั่งเสียงดังขึ้นมา เธอตรงไปหยิบขวดไวน์ที่แช่ถังน้ำแข็งไว้ยกออกมาใช้ผ้ารองกันน้ำหยดก่อนเดินตรงไปทางมิคาอิล
จ๊อก จ๊อก
ขณะที่บุษบากำลังรินไวน์เสียงท้องร้องเจ้ากรรมดังขึ้น เธอพยายามทำเป็นเฉยแต่ไม่พ้นการจับสังเกตจากบอสใหญ่ เขาเงยหน้ามองหน้าหวานชั่วขณะแล้วจึงทานอาหารต่อไป
การบริการจัดเสิร์ฟอาหารเป็นได้ด้วยดีหลังจากนั้นด้วยความร่วมมือของทุกคนในโต๊ะอาหาร เพราะไม่มีใครเรียกร้องหรือพูดอะไรออกมาอีก ทำราวกับว่าต้องการให้มื้ออาหารมื้อนี้จบสิ้นโดยเร็ว
“ผมไม่รับของหวาน”
จอห์นรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นบุษบากำลังหยิบพานาคอตต้าในถ้วยเล็กออกมาจากรถเข็น
“ฉันก็ไม่ค่ะ กลัวอ้วน”
เสียงซานดราสมทบตามอีกคน
“ถ้างั้นเรากลับกันเลยซานดรา ค่ำนี้มิคาอิลทำตัวน่าเบื่อ”
“ดีค่ะ”
บุษบายืนตะลึงเมื่อคนทั้งสองลุกออกจากโต๊ะเดินกลับออกไปจากห้อง ทิ้งเธอไว้กับบอสใหญ่สองคน มือเล็กยังถือถ้วยของหวานชำเลืองมองไปทางคนที่นั่งอยู่คนเดียว
“เออ คุณจะรับของหวานไหมคะ”
มิคาอิลไม่ตอบแต่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะแทน บุษบาจึงวางถ้วยของหวานลงตรงหน้า
ดูท่าคนร่างโตจะชอบของหวาน
ขณะที่มิคาอิลทานพานาคอตต้า บุษบาจึงเตรียมเก็บจานที่เหลือเพื่อประหยัดเวลา พรางคิดไปถึงครัวพนักงานยังมีของกินพอเหลือบ้างหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นเธอต้องขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาซื้อจากร้านเล็กที่เปิดทำการยี่สิบสี่ชั่วโมง
“นั่งลงสิ”
จู่ ๆ เสียงทุ้มที่โต๊ะดังขึ้น เธอเหลียวมองเห็นเขาตบฝ่ามือลงบนเบาะเก้าอี้ด้านข้าง
“ว่าไงนะคะ”
“บอกให้นั่งลง หูตึงหรือไง!”
น้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาทันทีจนบุษบาต้องรีบนั่งลงเก้าอี้ติดกับเขา
“อ้าปาก”
“คะ?”
“บอกให้อ้าปาก”
ปากกระจับสีชมพูธรรมชาติเผยออ้าก่อนจะสัมผัสรสหวานของพานาคอตต้า
“อร่อยไหม”
ดวงตากลมดั่งกวางสบตาคมเข้มสีน้ำตาล เธอพยักหน้าปากแทบไม่ต้องเคี้ยว พานาคอตต้านุ่มเสียจนลื่นไหลลงคอ
“งั้นกินให้หมด”
“แต่ว่าฉันยังเก็บโต๊ะไม่เสร็จ”
“บอกดี ๆ ไม่ชอบ ต้องเรื่องมากอ้างโน้นอ้างนี่ หรือชอบถูกบังคับ!”
บุษบารีบคว้าถ้วยพานาคอตต้าในมือมิคาอิลมาวางตรงหน้าแล้วตักเข้าปาก ก่อนจะหน้าแดงซ่านแต้มสีชมพูระเรื่อเพราะนึกขึ้นได้ว่ากินช้อนเดียวกันกับเขา
“ทำไมหน้าแดง?”
หน้าหวานส่ายหน้าไม่ตอบรีบตักของหวานทานต่อให้หมดเร็ว ๆ กระทั่งมือแกร่งสีเข้มเชยคางมนให้เงยขึ้น
“มองผม”
เธอยังส่ายหน้าดึงคางหนีแต่นิ้วแข็งแกร่งยังล็อคไว้แน่น
“มอง!!”
เสียงตวาดขึ้นทำให้คนร่างเล็กกว่าต้องหันกลับไปมอง ดวงตากลมหวานซึ้งเงยสบตาล้ำลึกอีกครั้ง กลืนพานาคอตต้าคำสุดท้ายลงคอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มส่องประกายจับจ้องกลีบปากบางสีชมพูและลำคอระหงยามบุษบากลืนขนมหวาน
“ผมจะไม่เป็นชู้ของใครแพรี่ อย่าพยายามอ่อยผม กินเสร็จแล้วกลับไปได้เลย ที่เหลือให้แซคมาเก็บต่อ”
เขาสะบัดมือออกจนหน้าหวานสะบัดหันไปตามแรง เธอรีบวางช้อนลุกออกจากโต๊ะ ก้าวซอยเท้าไปทางประตู
“แพรี่!!”
บุษบาหยุดเท้าลงหน้าประตูแต่ยังไม่ยอมหันกลับไปมอง มือเกร็งจับลูกบิดแน่น
“ผมจะไม่ยอมเป็นชู้ ผมขอย้ำอีกครั้ง พรุ่งนี้เช้าให้มาทำความสะอาดห้องและเตรียมของว่าง”
ร่างเล็กผลุบออกจากประตูทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง เธอไม่เงยหน้ามองแซคด้วยซ้ำขณะสวนกันหน้าประตู รีบซอยเท้ากลับห้องพักทันทีโดยไม่แวะซื้อของกินอีก
เสียงทุ้มดังก้องในหู ‘จะไม่ยอมเป็นชู้’ มือเล็กเกาะกอดตัวเองไว้ตลอดทาง
เสียงเปิดประตูกระทันหันทำให้สองหนุ่มสาวที่นั่งกอดกันมองไปทางประตูเป็นตาเดียว ร่างสาวสวยสูงโปร่งในชุดทันสมัยกระโปรงสั้นรองเท้าส้นสูงราคาแพง เดินอาด ๆ เข้ามาในห้อง กวาดตามองโดยรอบจนเห็นคนทั้งคู่“มิคาอิล!! คุณไล่ฉันกลับ”ผู้หญิงคนนั้นเปิดฉากส่งเสียงหวานแหลมสูงใส่ทันทีเมื่อมองเห็นถนัดตา บุษบาผละตัวออกยืดแผ่นหลังตรงสังเกตได้ว่ามิคาอิลเองก็ยืดตัวตรงเช่นกันนางแบบสาวผมดำสนิทเช่นเดียวกับเธอเดินส่ายสะโพกน้อย ๆ มาทางโซฟามองเหยียดหญิงสาวที่นั่งตักมิคาอิล สวมชุดหลวมโพรกคล้ายคนท้องใบหน้าซีดเซียว“เดี๋ยวนี้คุณเลือกผู้หญิงแบบนี้เหรอคะมิคาอิล”“โรซี่!!”“ทำไมคะ ถึงฉันเป็นนางแบบ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี จู่ ๆ คุณเรียกตัวฉันมา ฉันก็ทิ้งงานบินมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณ แล้วพอคุณมีคนใหม่ คุณก็เฉดหัวฉันกลับ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ”ดวงหน้าหวานซึ้งเอี้ยวกลับไปมองคนร่างโตที่นั่งขยุกขยิกไม่อยู่สุขอย่างผิดสังเกต ก่อนที่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นจะซึมซาบเข้าไปสู่สมองแล้วประมวลผลจนเข้าใจ“มิคาอิล คุณมีคนใหม่แล้ว?”เสียงหวานนุ่มของคนบนตักทำให้มิคาอิลหน้าเปลี่ยนส
แซคสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อเห็นเจ้านายประคองหญิงสาวที่หายไปหน้านานหลายเดือน สีหน้าของทั้งคู่ตึงเครียด ทั้งหน้าหวานซึ้งยังเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทาง“บอส”บอดี้การ์ดทักด้วยเสียงเข้มก้มมองเธอแปลกประหลาดใจก่อนจะถอยห่างจากประตูเพื่อให้คนทั้งสองเข้าไป“บอสครับ แล้ว แล้ว”“ให้เธอกลับไปสะ”“ครับ บอส”บุษบามองตามแซคคิ้วขมวดสงสัย ห้องพักเดิมเหมือนเดิมอย่างที่เธอจำได้ เพียงแค่กลิ่นซิการ์อบอวลมากกว่าเดิมจนเธอกระแอมไอออกมา“กลิ่นซิการ์”แว่วเสียงสบถจากคนร่างสูงก่อนจะเห็นเขาเดินไปเปิดหน้าต่างออกหมดทุกบานรวมไปถึงประตูออกระเบียง“นั่งสิแพรี่ หวังว่าคุณจะชื่อแพรี่นะ”บุษบาหน้าม้านเฝือดเผือดสีลงทันตา แต่เธอไม่อาจว่าเขาได้ในเมื่อมันคือเรื่องจริง“ค่ะ ฉันชื่อแพร หรือ แพรี่ ชื่อจริงบุษบา”“บุษบา?”“เป็นชื่อนางในวรรณคดีค่ะ”มิคาอิลเดินเข้าห้องครัวรินน้ำเปล่าก่อนจะเปิดตู้เย็นซึ่งพบเพียงความว่างเปล่า ก็แน่ล่ะหลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ค่อยกินอะไรนอกจากเหล้า ชายร่างสูงถอนหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา“แ
ภาพในความทรงจำหลั่งไหลดั่งสายน้ำกระแทกเข้าใส่เธอจนตั้งตัวไม่ติดถอยหลังแต่มือของอัคคีช่วยรั้งไว้ดวงตาเข้มข้นล้ำลึกของมิคาอิลมองกลับมา ตวัดตาลงมองหน้าท้องที่ยังแบนราบ เธอมองเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตาก่อนที่เขาจะสะบัดกลับไปก้าวเท้าออกจากลานเมอร์ไลออน“บอส!!”เสียงอุณากรรณตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งแทรกคนไปตามชายร่างสูงใหญ่ไปยืนขวางตรงหน้า ใช้มือกางกั้นไว้ไม่ให้เขาหนีไป บุษบารีบเดินตามไปทันที“บอสจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”มิคาอิลก้มลงมองหญิงสาวร่างระหงอีกคนผมสีดำยาวสยายดัดลอนเล็กน้อย ดวงตากลมโตดั่งกวาง ริมฝีปากกระจับ พ่วงแก้มสีชมพูระเรื่อด้วยเครื่องสำอาง แต่งตัวแบรนด์เนมหรูหราราคาแพง นัยน์ตาเหยี่ยวเบิกกว้าง“เลน่า!!”“ใช่บอส นี่เลน่า ส่วนคนโน้น”มือเล็กจับต้นแขนบอสใหญ่ให้หันไปทางบุษบาที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่ร่างในชุดคลุมท้องจะหยุดลงทิ้งห่างพอสมควร“คนนั้น แพรี่ พี่สาวของเลน่าเอง”มือแกร่งสั่นเทาเมื่อยกขึ้นลูบหน้าเปิดตาขึ้นมองอีกครั้งสลับกันไปมา“พวกคุณเป็นแฝด”“ใช่บอส ฉันเป็นน้องสาว ส่วนแพรี่เกิดก่อนเป็นพี
ชายร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งมองท้องทะเลยามเย็น เรือสำราญเดินสมุทรขนาดใหญ่เฮฟเว่นครูซกำลังเดินทางใกล้ถึงสิงคโปร์อีกครั้ง“มิคาอิลคะ”เสียงหวานนุ่มดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปมองนางแบบสาวซึ่งเขาเรียกตัวมา เธอเคยทำให้เขาใจเต้นแรงด้วยท่วงท่าการเดิน ผมดำยาวปล่อยสยายราวกับแพรไหมแพรี่ในช่วงเวลาหลายเดือนนับจากหญิงสาวคนนั้นจากไปเขาเปลี่ยนคู่ควงใหม่ราวกับเปลี่ยนถุงเท้า แต่มันไม่มีคู่ไหนที่ใช่เลยสำหรับเขา“คุณไม่ต้องรอผมก็ได้ ออกไปทานก่อนได้เลย”“ค่ะ”เขาผ่านพ้นวันนรกแตกมาแล้ว เจ็ดวันเสมือนเขาไปเยือนเทพเฮดิส ร้อนดั่งไฟเผา ทุรนทุรายจนไม่อาจทนลืมตาได้ต้องใช้แอลกอฮอล์กำจัดภาพเหล่านั้นออกไปจากใจให้หมด จนทุกวันนี้เขาเองยังไม่แน่ใจว่าเขาได้ขจัดหมดไปหรือยังแอ๊ด!เสียงเปิดประตูทำให้เขาหันไปมองอีกครั้งก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้เล็กตรงระเบียงห้องด้านนอก ยกเท้าพาดโต๊ะหยิบซิการ์ขึ้นจุดรอมารดาบังเกิดเกล้าเดินออกมาเทศนาอีกครั้งในรอบสามสิบห้าปี ซึ่งดูราวกับว่าเธอกลายเป็นมารดาอย่างแท้จริงเสียทีหลังจากทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เขามาตลอดตั้ง
“ลูกลองขึ้นไปพูดกับแพรให้ไปหาหมอ และถ้าแพรท้องจริง ๆ แม่กับพ่อก็ไม่ว่า ดีสะอีกจะมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในบ้าน”อุณากรรณพยักหน้ารับสะท้อนในใจ รีบเดินขึ้นบ้านไปหาพี่สาวฝาแฝดก๊อก ก๊อก “แพร”บุษบาพลิกตัวกลับมาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวฝาแฝดเอ่ยเรียก ค่อยพยุงร่างขึ้นนั่งหลังจากเอนหลังนอนกลางวัน“พลอย”“เป็นไงบ้าง”อุณากรรณนั่งลงขอบเตียงขยับตัวไปใกล้ จับมือแพรขึ้นมากุมไว้แน่น พี่สาวฝาแฝดของเธอดูซูบผอมลงไปมาก ทั้ง ๆ ที่กลับมาจากเดินทางได้สองเดือนแล้ว แต่ท่าทียังไม่ดีขึ้น“แพรสบายดี”“แม่บอกว่าแพรไม่สบาย”“ก็แค่คลื่นไส้ อาจจะอาหารเป็นพิษ”“แล้วไปหาหมอหรือยัง”“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็หาย ช่วงนี้เป็นทุกเช้าเลย ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยแพรเปลี่ยนที่บ่อยมั้ง”อุณากรรณนิ่งงันก้มหน้าลงมองหน้าท้องของพี่สาวยังแบนราบก่อนจะมองหน้าหวานซึ้งที่เหมือนเธอ“แพร ประจำเดือนมาหรือยัง”เสียงคำถามจากน้องสาวฝาแฝดทำให้บุษบาแหงนหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตหวานซึ้งจ้องเข้าไปในดวงตาเดียวกันกับเธอ แต่อุณากรรณเจิดจ้าเปล่งประ
ร่างระหงบอบบางดูซูบซีดลงอีกทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน ป้าเมย์ยืนมองหลานสาวจากในครัวขณะที่บุษบาเผลอนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างใบหน้าป้าเมย์เครียดกังวลเรื่องหลานสาวแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือ เรื่องของหัวใจมีทางเดียวที่จะรักษาได้คือ เวลา“แพร”บุษบาผินหน้ากลับมาตามเสียงเรียก ดูเหมือนนัยน์กลมหวานซึ้งจะรื้นชื้นด้วยน้ำตาจนป้าเมย์ถอนหายใจ“ทานผลไม้หน่อยนะลูก”“ขอบคุณค่ะ”“แล้วนี่จะกลับบ้านเมื่อไร”“คงต้องกลับเลยค่ะ แพรถือวีซ่าทำงานบนเรือ ถ้าขืนอยู่ต่อจะมีปัญหา”“แล้วบอกที่บ้านหรือยัง”“ยังเลยค่ะ”ป้าเมย์วางจานผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กก่อนจะนั่งลงข้างหลานสาว“แล้วพลอยว่ายังไงบ้าง”“แพรยังไม่ได้คุยกับพลอยเลยค่ะ”“แพร”“คะ”“อย่าหาว่าป้ายุ่งเรื่องส่วนตัวเลยนะ แพรมีปัญหากับมิคาอิลใช่ไหมลูก”บุษบาเบือนหน้าหนีดวงตาค้นหาของป้าเมย์ แสร้งจิ้มผลไม้เข้าปากค่อยเคี้ยวเชื่องช้า“ค่ะ”“เรื่องอะไร บอกป้าได้ไหม”“เขากำลังจะแต่งงานค่ะ”“คุณพระช่วย!”







