Share

๗(หากนี่คือนิยาย)

last update Last Updated: 2025-12-31 17:54:51

ยามนี้ข้ายืนอยู่หน้าจวนตระกูลกง กำลังมองหน้าประตูใหญ่ที่มีเวรยามสี่คนเฝ้าอยู่

ท่านพี่ของข้านามว่ากงซาน ตระกูลพ่อค้าฐานะถือว่าร่ำรวยมีชื่อเสียงในเมืองหวู่ไม่น้อย ต่างจากข้าที่มาจากเมืองหลวง ออกงานน้อยครั้งจนคนจำแทบไม่ได้

ในจวนตระกูลกงท่านพี่มีอำนาจเด็ดขาด หลังจากพ่อสามจากไปเขาก็ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลกง รับช่วงกิจการร้านค้าต่อ แม้ใจอยากจะรับราชการขุนนางก็ตามที

ส่วนแม่สามีนั้นยังมีชีวิตอยู่ ทำหน้าที่เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่ค่อยลงรอยกับข้าที่เป็นฮูหยินเล็ก

ตอนนั้นท่านแม่ยังไม่เอ็นดูข้าเลย ข้าไม่คิดว่าตนในยามนี้จะเป็นที่น่าเอ็นดูของท่านแม่

หรือข้าจะเปลี่ยนใจไม่รอเขาที่จวน…

“ใคร!”

ขณะที่ข้ากำลังถามตนเองในใจนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

ข้าแทบกลั้นหายใจเอาไว้เพราะจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงคนสนิทของท่านพี่ นามว่าหลิวหยิ่น

“ข้าถามว่าใคร!”

เอาอย่างไรดี ข้าจะหันไปมองดีหรือไม่

“ยังไม่ตอบข้าอีก หันหน้ามาให้ข้าดูบัดเดี๋ยวนี้ มาด้อม ๆ มอง ๆ แถวหน้าตระกูลกงด้วยเหตุใด!”

เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว

คิดได้อย่างนั้นข้าก็เตรียมหมุนกายหันไปมองเขา ไม่คิดว่าตอนที่กำลังหมุนไปนั้นจะถูกหลิวหยิ่นดึงผ้าคลุมศีรษะออก ใบหน้าอัปลักษณ์ที่ถูกปกคลุมเอาไว้เปิดเผยสู่สายตาเขา ดวงตาที่เบิกโพลงขึ้นทำให้ข้าเดาออกว่าเขา…

จำข้าได้!

“ฮะ ฮูหยินน้อย เหตุใดท่าน…”

เขาไม่ได้แปลกใจที่ข้ามาปราฏตัวอยู่ที่นี่ ดูจะแปลกใจที่เห็นใบหน้าข้ามีรอยบากมากกว่า

“ข้ากลับมาแล้ว”

ข้าพยายามส่งยิ้มให้หลิวหยิ่น ลอบกำมือเอาไว้เมื่อเห็นร่องรอยความรังเกียจผ่านแววตาเขา

รอยยิ้มเมื่อครู่คงไม่น่าอภิรมย์เท่าไรสินะ!

“หลิวหยิ่น ข้ากลับมาแล้ว พาข้าไปหาท่านพี่ได้หรือไม่ ข้าอยากพบเขา”

หลิวหยิ่นดึงสติตัวเองกลับมาได้ เพียงครู่เดียวเท่านั้นข้าก็ไม่เห็นความรังเกียจผ่านแววตาเขาอีกเลย

“นายท่านไม่อยู่จวนขอรับฮูหยิน”

ไม่อยู่จวนหรือ เมื่อวานก็ออกไปกับสตรีผู้นั้น

“ท่านพี่ไปที่ไหน ตั้งแต่เมื่อไร เหตุใดเจ้าไม่ติดตามไปกับท่านพี่ด้วย”

“เอ่อ คือว่า…”

หลิวหยิ่นอึกอัก ไม่สบตาข้า

เขามีท่าทางยุ่งยากใจอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นด้านนี้มาก่อน หรือเพราะข้าอยู่ในสภาพนี้ ไม่ได้เป็นฮูหยินน้อยคนงามอีกต่อไป เขาจึงไม่ไว้หน้ากัน

“ว่าอย่างไรหลิวหยิ่น ท่านพี่อยู่ที่ใด”

หลิวหยิ่นถอนหายใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจพูด

“นายท่านเดินทางไปต่างเมืองกับคุณหนูเฉียวขอรับ ข้าน้อยไม่ได้ไปด้วยเพราะนายท่านสั่งให้ดูแลกิจการที่นี่”

“คุณหนูเฉียวคือใคร”

คงไม่ใช่คนที่นั่งรถม้าไปกับเขาเมื่อวานหรอกกระมัง

“คือ…”

“หลิวหยิ่น!”

หลิวหยิ่นชะงักคำพูดอยู่เพียงเท่านี้เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลังตน

ข้ามองไม่เห็นคนที่เรียกเขาเพราะร่างสูงบังทัศนวิสัย

จนกระทั่งเขาเบี่ยงกายแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคนเรียก ข้าถึงเห็นเจ้าของเสียงหวานที่เดินมาพร้อมกับสาวใช้คนสนิท

‘งดงาม’

สิ่งที่ผุดขึ้นในใจข้าหลังจากเห็นใบหน้านางคือคำเมื่อครู่นี้ จนกระทั่งคิดได้ว่าเคยเห็นหน้านางที่ใด ข้าก็เอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมศีรษะที่อยู่ในมือหลิวหยิ่นมาคลุมศีรษะตนเอง

นางคือคุณหนูเฉียวที่ท่านพี่นั่งรถม้าไปด้วย!

“คุณหนูเฉียว”

แล้วหลิวหยิ่นก็ช่วยยืนยันคำพูดให้แก่ข้า!

“เจ้ากำลังสนทนาอยู่กับผู้ใดหรือ”

ข้ามองหลิวหยิ่นนิ่ง จับจ้องเพียงเขา รอดูว่าเขาจะกล่าวสถานะของข้าแก่นางว่าอย่างไร

“เอ่อ คือว่า…นางคือ…”

ไม่กล้าแม้แต่บอกสถานะของข้าเชียวหรือ

“พูดยากหรือหลิวหยิ่น ให้ข้าบอกนางแทนเจ้าดีหรือไม่ ที่จริงแล้วข้าคือ…”

“นางคือแม่นมคนเก่าของคุณชายน้อยขอรับ”

ข้ามองหลิวหยิ่นอย่างไม่เชื่อสายตา!

มิใช่เพราะเขาปกปิดสถานะที่แท้จริงของข้า แต่เป็นเพราะว่าเขาเอาบุตรชายวัยสามหนาวของข้าเป็นข้ออธิบาย

“แม่นมหรือ ข้าไม่เคยได้ยินท่านพี่ซานกล่าวว่ามีแม่นมรูปลักษณ์เด่นเช่นนี้มาก่อนเลย”

รูปลักษณ์เด่นที่นางกล่าวได้รับคำอธิบายทันทีเมื่อนางมองรอยบากบนใบหน้าหน้าข้า สตรีที่ท่านพี่เลือกมีนิสัยชอบดูถูกคนด้วยสายตาเช่นนี้สินะ

“ข้าไม่ได้เป็นแม่นมของจิ้งเอ๋อร์ ข้าคือมารดาของเขา หลิวหยิ่นมุสาคุณหนูเฉียวแล้ว”

“มารดา!”

“ใช่! ข้าคือมารดาของจิ้งเอ๋อร์ มารดาที่ตั้งท้องเขามาเก้าเดือนและเลี้ยงดูเขามาหลายปี”

คุณเฉียวนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็เหยียดยิ้มมุมปาก

“หึ! หลายปีเช่นนั้นหรือ อย่างมากก็เพียงสองปีเองกระมัง ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวกับข้าว่ามารดาของเขาหนีไปกับชู้รัก แม่นางอวี้มาอยู่ที่นี่ หน้าตระกูลกงได้เพราะร้างรากับชู้รักแล้วหรือไม่”

ฮูหยินผู้เฒ่า! อย่าบอกนะว่าแม่สามีข้า…

“นิ่งไปเลย หรือว่าข้าพูดแทงใจดำ”

คุณหนูเฉียวเชิดหน้าใส่ข้า ในตอนนั้นเองข้าถึงดึงสติตัวเองกลับมาได้

“ข้าไม่ได้หนีไปกับชู้รักคนใด ฮูหยินผู้เฒ่าคนใดกล้าใส่ร้ายข้าหรือ”

“ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกงไม่มีทางใส่ร้ายใครโดยเฉพาะสะใภ้เอก แม่นางอวี้ไม่ยอมรับความผิดตัวเองแล้วยังกล้าต่อว่าฮูหยินผู้เฒ่าอีกหรือ”

ท่าทางทวงความยุติธรรมนี้คืออันใดกัน นางมองตัวเองเป็นคนของตระกูลกงไปแล้วหรือ!

“หลิวหยิ่น นี่มันเรื่องอันใดกัน”

เพราะคิดว่าคุณหนูเฉียวไม่รู้ตื้นลึกหนาบางข้าจึงหันไปมองหลิวหยิ่นที่น่าจะทราบเรื่องทั้งหมดดีที่สุด

“คือ…”

ท่าทางหลิวหยิ่นดูยุ่งยากใจมากกว่าเดิม โดนสายตาสองคู่กดดันเช่นนี้ เป็นข้าก็วางสีหน้าไม่ถูก

“หลิวหยิ่น ในเมื่อแม่นางอวี้มาเยือนจวนตระกูลกงแล้ว ข้าแนะนำว่าควรเชิญนางเข้าไปด้านใน สะสางเรื่องนี้กับฮูหยินผู้เฒ่า นางหนีไปกับใคร เหตุใดถึงกลับมาที่นี่ในตอนที่ข้ากำลังจะแต่งเข้าจวนเป็นฮูหยินเอกท่านพี่ซาน”

ฮะ ฮูหยินเอก! นี่นางกำลังจะแต่งเข้าจวนในฐานะฮูหยินเอกเช่นนั้นหรือ

“หลิวหยิ่น เหตุใดนางจึงมาแทนที่ข้าได้”

หลิวหยิ่นยกมือขึ้นกุมหน้าขมับ หันหลังใส่ข้าและคุณหนูเฉียวราวกับอยากออกไปจากตรงนี้เต็มทีแล้ว

“...เพราะเจ้ามีชู้และหนีไปกับชู้ เพราะฉะนั้นนางถึงได้เข้ามาแทนที่เจ้าอย่างไรเล่า”

เราทั้งสามมองไปที่ประตูใหญ่เมื่อได้ยินเสียงของบุคคลที่สี่ของสตรีดังขึ้น

นางก็คือฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกง!

“ฮูหยินผู้เฒ่า”

ข้ายืนอยู่กับที่ ตรงข้ามกับคุณหนูเฉียวที่รีบเดินเข้าไปหาแม่สามีของข้า

สายตาเอื้อเอ็นดูที่มองคุณหนูเฉียวคือสิ่งที่ข้าไม่เคยได้รับจากนางมาก่อน

“ท่านแม่…”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกข้าด้วยถ้อยคำนี้แล้ว”

แสดงความเย็นชาแก่ข้าไม่พอ นางยังแสดงท่าทางรังเกียจข้าด้วยการไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“ท่านแม่ เหตุใดปฏิบัติกับข้าเช่นนี้เจ้าคะ”

“เช่นนั้นตอบมาสิว่าเจ้าหายไปไหนมาเป็นแรมปี หลายเดือนมานี้จิ้งเอ๋อร์นอนร้องไห้เรียกหาเจ้าทุกวัน เจ้าไปอยู่ที่ไหน เหตุใดไม่กลับมา”

“ข้า…” ถูกโจรจับตัวไปแล้วกระทำการเปื้อนมลทิน

นี่คือสิ่งที่ข้าคิดจะกล่าว แต่แล้วคำพูดดังกล่าวก็ไม่อาจหลุดมาจากปากข้าได้

ข้าจะกล่าวคำพูดเหล่านี้ไปได้อย่างไร!

“หึ! แม้แต่คำอธิบายเจ้าก็ยังมอบให้ข้าไม่ได้ แล้วยังจะมีหน้ากลับมาเยือนจวนตระกูลกง”

“ข้าอธิบายเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่สะดวกกล่าวตรงนี้”

ฮูหยินผู้เฒ่าเชิดหน้าขึ้น กล่าวเสียงแข็งกับข้า

“อย่าเสียแรงเปล่าเลย เจ้าคงเผชิญเรื่องมาหนักหนาพอควร มิเช่นนั้นคงไม่กลับมาโดยสภาพนี้” ว่าแล้วก็ตบท้ายด้วยการใช้สายตามองข้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ต้องกดกันเพียงนี้เชียวหรือ อยากบีบให้ข้ากล่าวเรื่องนี้ท่ามกลางหูตามากมายของผู้คนหรือ!

“ท่านแม่ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด พวกนั้นต่างหากที่ผิดต่อข้า พวกเขา…”

“หยุด! ไม่ต้องกล่าว!!”

ราวกับฮูหยินผู้เฒ่าเดาเรื่องอันใดได้ ดวงตาฝ้าฟางตวัดไปมองหลิวหยิ่น

“นายท่านของเจ้าอยู่ที่ใด”

“ท่านพี่กงซานอยู่ที่ร้านค้าเจ้าค่ะ เขาให้ข้ามารายงานเรื่องการค้าครั้งนี้ให้ท่านฟังเลยล่วงหน้ามาที่นี่ก่อนเจ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า”

หลิวหยิ่นยังไม่ทันตอบ คุณหนูเฉียวก็เอ่ยแทรกขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่าจึงออกคำสั่งให้หลิวหยิ่นเชิญท่านพี่กลับจวน

“ขอรับฮูหยินผู้เฒ่า” หลิวหยิ่นโค้งกายให้ฮูหยินผู้เฒ่าแล้วรีบจากไป

ข้ามองแผ่นหลังหลิวหยิ่น แต่ในใจรู้สึกไม่ดีเลย

ขอร้องเถิดเจ้าค่ะท่านเซียนทั้งหลาย

ข้าผ่านเรื่องเลวร้ายมาแล้ว ให้ข้าได้พบเจอเรื่องดีบ้างเถิดเจ้าค่ะ

ได้โปรด…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษจบ) ๙ บุปผาดอกนี้บานแล้ว

    ๙บุปผาดอกนี้บานแล้ว‘อวี้เจินระวังสะดุดล้ม’‘พี่ฉงฉงวางใจ ข้าไม่สะดุดหรอก…โอ๊ย!’ไม่ทันขาดคำ อวี้เจินในวัย 12 หนาวที่ยังวิ่งเล่นเหมือนเด็กน้อยก็สะดุดชายกระโปรงตนล้มเสิ่นฉงชือที่ออกปากห้ามรีบโยนตำราที่อยู่ในมือ วิ่งเข้าไปหาอวี้เจินด้วยความรวดเร็ว‘อวี้เจิน เป็นอย่างไรบ้าง’อวี้เจินมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของเสิ่นฉงชือในวัย 17 หนาว ลืมความเจ็บปวดที่อยู่ตรงหัวเข่าไปชั่วขณะจนเสิ่นฉงชือต้องถามอีกครั้ง‘อวี้เจิน พี่ถามเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดเอาแต่มองหน้าพี่เช่นนี้’ปากเสิ่นฉงชือดุอวี้เจินก็จริง แต่กลบความห่วงใยในดวงตาไม่มิด ความห่วงใยนี้หญิงสาวรับรู้ได้อย่างชัดเจน‘ข้าไม่เป็นไร…เฮือก!’อวี้เจินปฏิเสธ ทว่าในตอนที่นางเลิกกระโปรงขึ้นแล้วเห็นเข่าตนถลอกก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงไม่นานดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หยาดน้ำใสไหลอาบใบหน้า เบะปากตอนเงยหน้ามองเสิ่นฉงชือ‘ข้าขอคืนคำเจ้าค่ะ…ซี๊ด~เจ็บ!’‘พี่จะพาเจ้าไปล้างแผล’ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็อุ้มร่างบางขึ้นพานางไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างทางเห็นสาวใช้เดินผ่านมาก็ตะโกนบอกพวกนางให้เตรียมน้ำสะอาดและยาสมานแผลพวกนางต่างตกอกตกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณชายมีท่าทาง

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๘ แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ

    ๘แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ“กลับมาอยู่ด้วยกันสักทีนะเด็ก ๆ ของข้า”ภาพตรงหน้าทำข้าน้ำตารื้นขอบตาจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ“เป็นความดีใจปนความเศร้าเจ้าค่ะ บ่าวก็รู้สึกไม่ต่างจากฮูหยิน”สาวใช้คนสนิทของข้ากล่าวเสริม ซึ่งคำพูดของนางทำข้าเห็นต่างจนต้องส่ายหน้าในใจไม่! ข้ากับเจ้ารู้สึกไม่เท่ากันอย่างแน่นอนพวกเขาไม่ได้จากกันเพียงห้าปีนี้เท่านั้น แล้วที่ห่างกันก็ไม่ใช่เพียงระยะทางแต่เป็นความตาย!“ฮูหยิน…”ข้าดึงสายตาจากภาพตรงหน้า ชูนิ้วแนบริมฝีปากห้ามไม่ให้สามีส่งเสียงดังสามีข้าที่ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตเลยทำสีหน้างงงวยเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้ข้าดึงแขนพาเดินออกไปจากเรือนรับแขก“ทำไมหรือฮูหยิน ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ด้านในเกิดอันใดขึ้น เสี่ยวฉงชือมามิใช่หรือ”“กำลังปรับความเข้าใจกับเจินเอ๋อร์อยู่เจ้าค่ะ เราอย่าเข้าไปยุ่งตอนนี้เลย ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าจะพาไปทานอะไรที่เรือนของข้า”สามีของข้าเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดกับลูกศิษย์เคร่งเรื่องวัยวุฒิ แต่พออยู่กับข้าแล้วจะมีความเป็นเด็กหนุ่ม“ฮะ ฮูหยินกล่าวอันใดเช่นนั้น ชวนพี่ตอนกลางวันเช่นนี้เลยหรือ”ข้าห้ามความเขินอายจนปวดแก้มไปหมด ยื่นมือไปตีไหล่เขา

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ) ๗ ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด

    ๗ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด“ก่อนจะให้คำตอบท่าน ข้าขอสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”ข้ารู้ว่าพี่ฉงชือกำลังเฝ้ารอเอาคำตอบ แต่คำถามนี้ไม่ถามไม่ได้จริง ๆ“อีกแล้ว ขอสนทนาส่วนตัวกับใครเมื่อใดได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตลอดเลย”พี่ฉงชือทำหน้าสงสัย จนกระทั่งท่านแม่เดินออกไปจากห้องเหลือเพียงเราสองคนแล้ว ข้าจึงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง“ครั้งก่อนตอนข้าขอท่านแม่สนทนาเป็นการส่วนตัวด้วยก็คือกงซาน พี่ฉงชือทราบหรือไม่ว่าเขาเป็นใคร”เสิ่นฉงชือไม่แสดงท่าทางแปลกใจราวกับว่าเขาทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว“พี่ทราบเรื่องนี้คร่าว ๆ จากท่านลุง ยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พี่กลับมาแคว้นต้าหยวน อวี้เจินเปลี่ยนชะตาชีวิตพี่สาวเจ้าโดยการไม่ให้นางแต่งกับกงซานใช่หรือไม่”ข้าบีบมือตนเองแน่น ที่แท้เขาก็ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ในนิมิตข้าทำผิดกับเขาเพียงนั้นจะให้ข้าทนมองหน้าเขาได้อย่างไร หากเขาไม่ทราบเรื่องในนิมิตก็ว่าไปอย่างแต่นี่…“อวี้เจินอย่าคิดฟุ้งซ่าน”ข้าชะงักไปทันทีเมื่อโดนประโยคนี้ เขาพูดเหมือนกับว่าเดาความคิดข้าออก“พี่ฉงชือ…”“วันนั้นเจ้าถามพี่ว่าผมสีดอกเลาได้มาอย่างไร วันนี้พี่จะบอกเจ้าทั้งหม

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๖ ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด

    ๖ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด‘ไยใจร้ายกับพี่เช่นนี้อวี้เจิน เจ้าทิ้งเราไปหาครอบครัว แล้วเราไม่ใช่ครอบครัวเจ้าหรือ’‘กลับมาหาพี่อวี้เจิน อย่าทิ้งกันไปแบบนี้…ฮึก! ฟื้นสิอวี้เจิน ฟื้นมาคุยกับพี่สตรีใจร้าย ฟื้นเดี๋ยวนี้…’เฮือก!ข้าสะดุ้งเฮือก จิตใจทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวจนกลไกการปกป้องร่างกายทำงาน ปลุกข้าให้ตื่นมาจากความฝันอันน่าเศร้าหมอง“ฝันอีกแล้ว…”ไม่สิ! จะว่าฝันก็ไม่ถูกในเมื่อเรื่องทั้งหมดมาจากนิมิตเชื่อหรือไม่ ข้าเห็นนิมิตของตนเองในอีกห้าปีข้างหน้ารู้ว่าตนจะตายอย่างไรรู้ว่าใครคือคนที่เลือกเป็นคู่ชีวิตและรู้ว่าตนปฏิบัติตัวเช่นไรต่อสามีและลูกน้อยก่อนตายเดิมทีข้าคิดว่าตนได้เห็นนิมิตเพราะสวรรค์อยากให้ข้าช่วยเหลือพี่สาวผู้มีโชคชะตาน่าอดสูหลังจากที่ช่วยนางให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นได้แล้ว ข้าถึงได้มีเวลามาคิดเรื่องของตนเองซึ่งตอนนั้นประจวบเหมาะกับข้ากำลังอยู่ในช่วงปักปิ่น ข้าเฝ้ารอให้เสิ่นฉงชือมาร่วมงานนี้ด้วยแต่แล้วเขาก็ผิดสัญญาไม่มาร่วมงานปักปิ่น มิหนำซ้ำยังปล่อยให้ข้ารอเขาต่ออีกสองปีข้าอยากโกรธเขาให้นานกว่านี้ แต่พอเห็นภาพนิมิตในความฝันนี้อีกครั้ง ที่เคยวางแผนไว้เป็นลำดับ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๕ ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้ว

    ๕ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้วเสิ่นฉงชืออยู่ฝั่งนั้น!เขาคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่กลับมาจากโพ้นทะเล เจ้าของวัตถุดิบมื้อเย็นทั้งหมดตุบ!เพราะรีบร้อนลงจากบันไดแล้วไม่ทันระวัง ข้าจึงตกบันไดจนหลุดเสียงร้องเจ็บปวดเพราะก้นกระแทกพื้น“โอ๊ย~”“คุณหนู!”เพียนเย่ตกใจ ไม่นานก็ดึงสติตัวเองมาได้ รีบเข้ามาช่วยข้าพร้อมถามอาการด้วยน้ำเสียงร้อนใจ“คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ…ฮึก! คุณหนู”ข้ายังไม่รู้สึกว่าเลือดตกยางออกเพียนเย่ก็ร้องไห้เสียงดังเสียแล้ว กำลังจะเอ่ยตอบว่าไม่เป็นอันใดก็ได้ยินเสียงตุบของของหนักกระทบพื้นเมื่อหันไปมองยังต้นเสียงดวงตาพลันเบิกโพลงเพราะร่างสูงที่ข้าเห็นอยู่อีกฝั่งนั้นได้กระโดดข้ามมาฝั่งนี้แล้ว“อวี้เจินเป็นอันใดหรือไม่!”ท่าทางเสิ่นฉงชือดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นานแค่ไหนกันแล้วนะที่ข้าไม่ได้รับความห่วงใยจากเขา นานแค่…“อวี้เจิน! พี่ถามว่าเจ็บมากหรือไม่”ข้าดึงสติตัวเองกลับมาจึงเห็นว่ายามนี้ตนแทบจะอยู่ในอ้อมอกอุ่นรีบเอามือดันอกเขาออกในทันที!“ขะ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”ข้ารักษาระยะห่างกับเขา ขยับก้นออกห่างแล้วยื่นมือให้เพียนเย่ช่วยดึงแขนขึ้น“ดึงข้าขึ้นที”เพียนเย่ปาดน้ำตา รีบ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๔ เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเล

    ๔เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเลข้ากลับเรือนตนเองแล้วงีบหลับตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงค่ำ ท่านแม่ให้คนมาเชิญไปทานอาหารค่ำที่เรือนใหญ่ อาหารทะเลที่ตั้งโต๊ะละลานตาทำข้าตะลึงไปครู่หนึ่ง“เจินเอ๋อร์นั่ง ๆ รอท่านพ่อเจ้ามาก่อนเราก็ทานอาหารกันได้เลย”ท่านแม่ผายมือเชิญข้านั่งเมื่อเห็นข้าเดินเข้ามาด้านใน น้ำเสียงและสีหน้าที่สดใสต่างจากเมื่อเช้าทำให้ข้าอดสงสัยไม่ได้“เมื่อเช้าท่านแม่ยังหลั่งน้ำตาตอนบอกลาพี่หญิงใหญ่อยู่เลย ไยค่ำนี้สีหน้าสดใสขึ้นแล้วเจ้าคะ”พี่หญิงใหญ่ของข้าเป็นบุตรสาวอนุภรรยาท่านพ่อแต่ท่านแม่ซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ให้การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กเพราะอนุหลินจากโลกนี้ไปเร็วท่านแม่รักท่านพ่อมากจึงเห็นพี่หญิงใหญ่ไม่ต่างจากบุตรสาวคนหนึ่ง เมื่อเช้านางจึงหลั่งน้ำตาเป็นสาย แต่พอตกเย็นกลับมีสีหน้าสดใสอย่างกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อนปรับอารมณ์ได้เร็วเกินไปหรือไม่!“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดมากกว่านี้หรือไม่เจ้าคะ”ท่านแม่ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ดวงตากลับแวววาวปิดความตื่นเต้นไม่มิดต้องมีเรื่องใดแน่!เหตุใดวันนี้ถึงมีคนปิดบังข้าเยอะเพียงนี้ เสิ่นฉงชือไม่พอ ยังมาท่านแม่อีก“ท่านแม่…”ข้านั่งลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status