แชร์

๘(หากนี่คือนิยาย)

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 17:55:29

ตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องรับแขกของเรือนแม่สามี ข้าก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใด สถานที่ที่เมื่อก่อนเข้าออกไม่เว้นแต่ละวัน มาวันนี้ไม่คุ้นชินเสียแล้ว

ยามนี้ในเรือนรับแขกไม่มีใครนอกจากข้า แม่สามีและคนสนิทของแม่สามี คุณหนูเฉียวนั้นขอตัวกลับไปแล้วเพราะข้ายืนยันว่าอยากสนทนาเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว

“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดหรือขอรับ!”

เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบระหว่างข้าและแม่สามี ข้าช้อนตาจากถ้วยชาขึ้นมองเสียงที่แฝงความรีบร้อนใจ จนกระทั่งเราได้สบสายตากัน

ท่าทางร้อนใจก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง!

“อวี้หวน!”

ข้ากระชับผ้าคลุมหน้า เบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะไม่มั่นใจในใบหน้าของตนในยามนี้

อัปลักษณ์เช่นนี้ข้าจะกล้าสู้หน้าท่านพี่ได้อย่างไร!

“อวี้หวน! เป็นเจ้าจริงด้วย เมื่อวานที่ข้าเห็นเป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย”

ข้าหันหน้าไปมองท่านพี่กงซาน เริ่มตั้งคำถามถึงการกระทำของเขา ในเมื่อระแคะระคายว่าเป็นข้า เหตุใดจึงไม่เข้ามาทักว่าใช่ข้าหรือไม่

“ข้าเห็นท่านพี่เมื่อวานเจ้าค่ะ เพียงมองแวบเดียวเท่านั้นข้าก็ทราบว่าเป็นท่านพี่แล้ว”

ข้าไม่มีใจอยากประชดเขา แต่ข้าอยากให้เขาทราบว่าข้าไม่เคยลืมเขา เห็นเพียงเสี้ยวหน้าเขาข้าก็ทราบแล้วว่าเป็นท่านพี่กงซาน

“เจ้ากำลังหมายความว่าบุตรชายข้าเพิกเฉยเจ้าเช่นนั้นหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเสียงแข็งใส่ข้า

ข้าตวัดสายตาไปมองนางก่อนที่จะหันไปตั้งคำถามกับท่านพี่กงซาน

“ท่านพี่ตั้งใจเพิกเฉยข้าหรือไม่เจ้าคะ เพราะเห็นข้าอยู่หน้าจวนพักพิงผู้ประสบภัยใช่หรือไม่”

ท่านพี่กงซานนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามข้า หยิบชาที่วางไว้อยู่โต๊ะไม้ข้างเก้าอี้ดื่มโดยไม่เป่าก่อน

“โอ๊ย!”

ผลก็คือน้ำชาร้อนลวกปากเขา เรียกความเป็นห่วงจากฮูหยินผู้เฒ่าได้ดียิ่ง

“ซานเอ๋อร์ เป็นอันใดมากหรือไม่ลูก!”

ฮูหยินผู้เฒ่าถลาเข้าไปหาบุตรชาย ต่างจากข้าที่นั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องชาร้อนลวกปากคือเรื่องใหญ่อันใด

ในตอนนั้นเองที่ข้ามีความรู้สึกว่า ฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงบุตรเหมือนลูกแหง่เกินไป

แต่เมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตแล้ว ข้าถึงคิดได้ว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาสองสามวันนี้

มันเกิดขึ้นนานแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นข้ารักเขามากจึงมองข้ามเรื่องนี้ไป

ท่านพี่กงซานตามใจฮูหยินผู้เฒ่าทุกอย่างยกเว้นเรื่องที่แต่งข้าเข้าจวนตระกูลกง

ท่านพี่เคยกล่าวว่าเรื่องเดียวที่เขาขัดใจมารดาคือการแต่งข้าเป็นฮูหยินเอก

“ข้าไม่เป็นอันใดขอรับท่านแม่ เดี๋ยวก็หายแล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจคล้ายอ่อนใจ แต่น้ำเสียงแฝงความห่วงใยอย่างชัดเจน

“ระวังหน่อยเถิดซานเอ๋อร์ เดี๋ยวจิ้งเอ๋อร์ก็ซึมซับความสะเพร่าเช่นนี้จากเจ้าไปหรอก”

“ขอรับท่านแม่”

ท่านพี่กงซานเอ่ยเพียงเท่านั้นก็ตวัดสายตามามองข้า สีหน้าจริงจังขึ้นราวกับตัดสินใจเรื่องใดได้แล้ว

“อวี้หวน เจ้าบอกข้ามา ทุกเรื่องที่เจ้าประสบพบเจอในหลายเดือนมานี้ เรื่องที่ทำให้เจ้าต้องไปอาศัยอยู่ที่จวนพักพิงผู้ประสบภัย”

เขาตั้งรับได้เร็วเกินไปหรือไม่ มิสมกับเป็นท่านพี่กงซานเลยสักนิด

“ข้าถูกโจรลักพาตัวไปเจ้าค่ะ”

ข้าเล่าเรื่องทุกอย่างที่ตนประสบพบเจอมาให้ทั้งสองฟัง ดวงตาจับจ้องทั้งสอง ยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกเขาฟังเพื่อแลกกับความจริงใจที่จะได้รับ

เดิมทีข้าก็เตรียมใจที่จะถูกรังเกียจอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะซ่อนเร้นความจริง

น่าเจ็บปวดที่ข้าจับอารมณ์หลากหลายของทั้งสองได้ แต่จับอารมณ์ ‘เห็นใจ’ ไม่ได้เลยสักนิด

“ข้าเวทนาเจ้าที่ประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ คำถามของข้าคือ เจ้ามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใด”

สมกับเป็นแม่สามีของข้า สามารถตั้งคำถามที่ข้าไม่เคยถามตัวเองมาก่อนเลย นั่นเป็นเพราะข้าเห็นที่นี่เป็นบ้าน เหตุใดข้าต้องมีเหตุผลในการกลับบ้านด้วย

“จิ้งเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ข้าคิดถึงลูก คิดถึงท่านพี่เจ้าค่ะ”

ท่านพี่กงซานที่หลุบตาลงก่อนหน้านี้ช้อนตาขึ้นมองข้า เขาไม่ตอบคำถามแต่จ้องแผลบนใบหน้าของข้า

เขากำลังกังวลเรื่องแผลเป็นของข้าหรือไม่

“ท่านเจ้าเมืองอี้กล่าวว่าจะหาหมอเทวดามารักษาแผลเป็นให้ข้าเจ้าค่ะ แผลนี้ยังมีหวัง”

“หึ!”

ข้าหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อได้ยินเสียงแค่นหัวเราะ

“แผลเป็นรักษาได้ แต่เรื่องที่เจ้าต้องมลทินแล้วจะรักษาอย่างไร”

“ข้า…”

“ซานเอ๋อร์ เจ้าห้ามความคิดตัวเองตอนนอนกับนางได้หรือไม่ ห้ามไม่ให้คิดเรื่องโจรชั่วตอนปู้ยี่ปู้ยำนางได้หรือ”

ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รอให้ข้ากล่าวสิ่งใดก็เอ่ยเสียงแข็ง ไม่เปิดโอกาสให้ข้ากล่าวสิ่งใด

น่าเจ็บปวดตรงที่ท่านพี่คล้อยตามคำพูดมารดา!

“ท่านแม่ ข้าเวทนานาง…”

“เวทนาก็ส่วนเวทนา แต่นางไร้คุณสมบัติที่จะเป็นฮูหยินเอกของเจ้าแล้ว เนื้อตัวมีแต่ราคีเช่นนี้จะมาแตะต้องลูกข้า มาเลี้ยงดูหลานข้าได้อย่างไร”

ข้าจ้องฮูหยินผู้เฒ่าตาเขม็ง นางรังเกียจข้าแทนบุตรชายข้าเข้าใจได้ แต่เหตุใดถึงกล่าวเหมือนจะไม่ให้ข้าได้แตะต้องจิ้งเอ๋อร์อีกแล้ว

“ท่านแม่…”

“ข้าเคยกล่าวไปว่าอย่างไร”

ข้าถอนหายใจด้วยความจนใจ สุดท้ายก็เปลี่ยนคำเรียกที่แบ่งสถานะของเราออกจากกัน

“ฮูหยินผู้เฒ่า จิ้งเอ๋อร์คือบุตรชายของข้า เขาจะรังเกียจมารดาที่ไม่ได้ทำอันใดผิดมิได้นะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นเจ้าก็ลองตรองดูว่าจิ้งเอ๋อร์ควรมีมารดาที่เป็นสตรีต้องมลทินเช่นเจ้าหรือไม่ อีกไม่นานเรื่องของเจ้าจะเป็นที่พูดถึงทั้งเมืองหวู่ อยากให้จิ้งเอ๋อร์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรชายของสตรีอย่างเจ้าหรือ”

ท่านพี่รับข้าไม่ได้ข้าเสียใจ แต่เรื่องบุตรชายทำให้ข้าหลั่งน้ำตาออกมา จากที่ร้องไห้อย่างเงียบงันกลายเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังลั่นห้อง

“ฮึก! ข้าขอร้อง ข้าอยากกอดเขา อยากกล่อมเขานอนเช่นที่เคยทำ ให้ข้าทำหน้าที่นั้นไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“ไม่ได้! จิ้งเอ๋อร์ลืมเจ้าไปแล้ว หากเขาเห็นหน้าเจ้าอีกครั้งจะต้องจำได้แน่ เขาโตขึ้นทุกวัน สุดท้ายแล้วความเห็นแก่ตัวของเจ้าจะทำร้ายเขาในอนาคต”

คำว่า ‘ไม่ได้’ ของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต่างจากเสียงฟ้าผ่ากลางใจข้า ใครว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ…ไม่!

ฟ้าหลังฝนของข้าไม่ได้เป็นความสดใส แต่เป็นความว่างเปล่าที่ไร้ทั้งเมฆฝนและแสงแดด

“เช่นนั้น…”

“ยอมแพ้เถอะอวี้หวน”

คำพูดของข้าถูกขัดอีกครั้ง ที่คาดไม่ถึงคือคำพูดนี้หลุดมาจากปากสามีของข้า

คนที่ข้าอยากได้รับความเห็นใจจากเขาที่สุด!

“ท่านพี่…”

“กระแอม!”

ข้าหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า ยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าแล้วเปลี่ยนคำเรียกใหม่

“ให้ตายฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านกงก็จะไม่มอบความเห็นใจให้ข้าใช่หรือไม่”

“หากเจ้าเห็นใจจิ้งเอ๋อร์ก็ควรคิดได้แล้วว่าทำอย่างไรถึงจะดีต่อบุตรชายของเจ้า”

เอาเรื่องบุตรชายข้ามาพูด เส้นผมสีดอกเลาในตอนนี้ไม่ใช่เครื่องแสดงกาลเวลาเท่านั้น แต่เป็นร่องรอยของประสบการณ์ด้วย

“เช่นนั้นถือว่าข้าไม่ได้มาที่นี่ หากใครสงสัยถึงสถานะของข้าก็ตอบไปเพียงว่าหญิงขอทานมาขอความเมตตาเท่านั้น”

เอ่ยเพียงเท่านี้ข้าก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ไม่มองหน้าสามีที่กำลังเป็นอดีต ไม่สนใจมารยาทเช่นการคารวะฮูหยินผู้เฒ่า เดินดุ่ม ๆ ออกไปจากเรือนรับแขก อยากพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

“ท่านย่า ท่านพ่อ…”

ข้าตัวชาวาบเมื่อได้ยินเสียงเล็กของเด็กน้อย ที่จวนแห่งนี้นอกจากกงจิ้งแล้วจะเป็นใครไปได้อีก

ชั่วจังหวะนั้นข้าคิดจะหยุดอยู่ที่เดิมเพราะอยากเห็นหน้าลูก อยากกอดเขาแนบอกแล้วหอมแก้มซ้ายขวา

พรึบ!

“อะ”

แต่ก็โดนแรงหนึ่งดึงไปซ่อนตัวก่อนที่กงจิ้งจะมาถึงห้องรับแขกที่ข้าและสองแม่ลูกนั่งอยู่ก่อนหน้านี้

“เจ้าตั้งใจให้จิ้งเอ๋อร์เห็นหรือ!”

เป็นอดีตสามีข้าที่ดึงตัวข้าไปหลบห้องปีก!

ข้าไม่ทันเห็นหน้ากงจิ้ง เห็นเพียงแผ่นหลังเล็กที่อยู่บนแขนพี่เลี้ยงซึ่งเป็นสาวใช้…

นางคืออดีตสาวใช้ของข้า!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษจบ) ๙ บุปผาดอกนี้บานแล้ว

    ๙บุปผาดอกนี้บานแล้ว‘อวี้เจินระวังสะดุดล้ม’‘พี่ฉงฉงวางใจ ข้าไม่สะดุดหรอก…โอ๊ย!’ไม่ทันขาดคำ อวี้เจินในวัย 12 หนาวที่ยังวิ่งเล่นเหมือนเด็กน้อยก็สะดุดชายกระโปรงตนล้มเสิ่นฉงชือที่ออกปากห้ามรีบโยนตำราที่อยู่ในมือ วิ่งเข้าไปหาอวี้เจินด้วยความรวดเร็ว‘อวี้เจิน เป็นอย่างไรบ้าง’อวี้เจินมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของเสิ่นฉงชือในวัย 17 หนาว ลืมความเจ็บปวดที่อยู่ตรงหัวเข่าไปชั่วขณะจนเสิ่นฉงชือต้องถามอีกครั้ง‘อวี้เจิน พี่ถามเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดเอาแต่มองหน้าพี่เช่นนี้’ปากเสิ่นฉงชือดุอวี้เจินก็จริง แต่กลบความห่วงใยในดวงตาไม่มิด ความห่วงใยนี้หญิงสาวรับรู้ได้อย่างชัดเจน‘ข้าไม่เป็นไร…เฮือก!’อวี้เจินปฏิเสธ ทว่าในตอนที่นางเลิกกระโปรงขึ้นแล้วเห็นเข่าตนถลอกก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงไม่นานดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หยาดน้ำใสไหลอาบใบหน้า เบะปากตอนเงยหน้ามองเสิ่นฉงชือ‘ข้าขอคืนคำเจ้าค่ะ…ซี๊ด~เจ็บ!’‘พี่จะพาเจ้าไปล้างแผล’ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็อุ้มร่างบางขึ้นพานางไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างทางเห็นสาวใช้เดินผ่านมาก็ตะโกนบอกพวกนางให้เตรียมน้ำสะอาดและยาสมานแผลพวกนางต่างตกอกตกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณชายมีท่าทาง

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๘ แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ

    ๘แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ“กลับมาอยู่ด้วยกันสักทีนะเด็ก ๆ ของข้า”ภาพตรงหน้าทำข้าน้ำตารื้นขอบตาจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ“เป็นความดีใจปนความเศร้าเจ้าค่ะ บ่าวก็รู้สึกไม่ต่างจากฮูหยิน”สาวใช้คนสนิทของข้ากล่าวเสริม ซึ่งคำพูดของนางทำข้าเห็นต่างจนต้องส่ายหน้าในใจไม่! ข้ากับเจ้ารู้สึกไม่เท่ากันอย่างแน่นอนพวกเขาไม่ได้จากกันเพียงห้าปีนี้เท่านั้น แล้วที่ห่างกันก็ไม่ใช่เพียงระยะทางแต่เป็นความตาย!“ฮูหยิน…”ข้าดึงสายตาจากภาพตรงหน้า ชูนิ้วแนบริมฝีปากห้ามไม่ให้สามีส่งเสียงดังสามีข้าที่ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตเลยทำสีหน้างงงวยเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้ข้าดึงแขนพาเดินออกไปจากเรือนรับแขก“ทำไมหรือฮูหยิน ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ด้านในเกิดอันใดขึ้น เสี่ยวฉงชือมามิใช่หรือ”“กำลังปรับความเข้าใจกับเจินเอ๋อร์อยู่เจ้าค่ะ เราอย่าเข้าไปยุ่งตอนนี้เลย ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าจะพาไปทานอะไรที่เรือนของข้า”สามีของข้าเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดกับลูกศิษย์เคร่งเรื่องวัยวุฒิ แต่พออยู่กับข้าแล้วจะมีความเป็นเด็กหนุ่ม“ฮะ ฮูหยินกล่าวอันใดเช่นนั้น ชวนพี่ตอนกลางวันเช่นนี้เลยหรือ”ข้าห้ามความเขินอายจนปวดแก้มไปหมด ยื่นมือไปตีไหล่เขา

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ) ๗ ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด

    ๗ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด“ก่อนจะให้คำตอบท่าน ข้าขอสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”ข้ารู้ว่าพี่ฉงชือกำลังเฝ้ารอเอาคำตอบ แต่คำถามนี้ไม่ถามไม่ได้จริง ๆ“อีกแล้ว ขอสนทนาส่วนตัวกับใครเมื่อใดได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตลอดเลย”พี่ฉงชือทำหน้าสงสัย จนกระทั่งท่านแม่เดินออกไปจากห้องเหลือเพียงเราสองคนแล้ว ข้าจึงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง“ครั้งก่อนตอนข้าขอท่านแม่สนทนาเป็นการส่วนตัวด้วยก็คือกงซาน พี่ฉงชือทราบหรือไม่ว่าเขาเป็นใคร”เสิ่นฉงชือไม่แสดงท่าทางแปลกใจราวกับว่าเขาทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว“พี่ทราบเรื่องนี้คร่าว ๆ จากท่านลุง ยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พี่กลับมาแคว้นต้าหยวน อวี้เจินเปลี่ยนชะตาชีวิตพี่สาวเจ้าโดยการไม่ให้นางแต่งกับกงซานใช่หรือไม่”ข้าบีบมือตนเองแน่น ที่แท้เขาก็ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ในนิมิตข้าทำผิดกับเขาเพียงนั้นจะให้ข้าทนมองหน้าเขาได้อย่างไร หากเขาไม่ทราบเรื่องในนิมิตก็ว่าไปอย่างแต่นี่…“อวี้เจินอย่าคิดฟุ้งซ่าน”ข้าชะงักไปทันทีเมื่อโดนประโยคนี้ เขาพูดเหมือนกับว่าเดาความคิดข้าออก“พี่ฉงชือ…”“วันนั้นเจ้าถามพี่ว่าผมสีดอกเลาได้มาอย่างไร วันนี้พี่จะบอกเจ้าทั้งหม

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๖ ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด

    ๖ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด‘ไยใจร้ายกับพี่เช่นนี้อวี้เจิน เจ้าทิ้งเราไปหาครอบครัว แล้วเราไม่ใช่ครอบครัวเจ้าหรือ’‘กลับมาหาพี่อวี้เจิน อย่าทิ้งกันไปแบบนี้…ฮึก! ฟื้นสิอวี้เจิน ฟื้นมาคุยกับพี่สตรีใจร้าย ฟื้นเดี๋ยวนี้…’เฮือก!ข้าสะดุ้งเฮือก จิตใจทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวจนกลไกการปกป้องร่างกายทำงาน ปลุกข้าให้ตื่นมาจากความฝันอันน่าเศร้าหมอง“ฝันอีกแล้ว…”ไม่สิ! จะว่าฝันก็ไม่ถูกในเมื่อเรื่องทั้งหมดมาจากนิมิตเชื่อหรือไม่ ข้าเห็นนิมิตของตนเองในอีกห้าปีข้างหน้ารู้ว่าตนจะตายอย่างไรรู้ว่าใครคือคนที่เลือกเป็นคู่ชีวิตและรู้ว่าตนปฏิบัติตัวเช่นไรต่อสามีและลูกน้อยก่อนตายเดิมทีข้าคิดว่าตนได้เห็นนิมิตเพราะสวรรค์อยากให้ข้าช่วยเหลือพี่สาวผู้มีโชคชะตาน่าอดสูหลังจากที่ช่วยนางให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นได้แล้ว ข้าถึงได้มีเวลามาคิดเรื่องของตนเองซึ่งตอนนั้นประจวบเหมาะกับข้ากำลังอยู่ในช่วงปักปิ่น ข้าเฝ้ารอให้เสิ่นฉงชือมาร่วมงานนี้ด้วยแต่แล้วเขาก็ผิดสัญญาไม่มาร่วมงานปักปิ่น มิหนำซ้ำยังปล่อยให้ข้ารอเขาต่ออีกสองปีข้าอยากโกรธเขาให้นานกว่านี้ แต่พอเห็นภาพนิมิตในความฝันนี้อีกครั้ง ที่เคยวางแผนไว้เป็นลำดับ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๕ ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้ว

    ๕ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้วเสิ่นฉงชืออยู่ฝั่งนั้น!เขาคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่กลับมาจากโพ้นทะเล เจ้าของวัตถุดิบมื้อเย็นทั้งหมดตุบ!เพราะรีบร้อนลงจากบันไดแล้วไม่ทันระวัง ข้าจึงตกบันไดจนหลุดเสียงร้องเจ็บปวดเพราะก้นกระแทกพื้น“โอ๊ย~”“คุณหนู!”เพียนเย่ตกใจ ไม่นานก็ดึงสติตัวเองมาได้ รีบเข้ามาช่วยข้าพร้อมถามอาการด้วยน้ำเสียงร้อนใจ“คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ…ฮึก! คุณหนู”ข้ายังไม่รู้สึกว่าเลือดตกยางออกเพียนเย่ก็ร้องไห้เสียงดังเสียแล้ว กำลังจะเอ่ยตอบว่าไม่เป็นอันใดก็ได้ยินเสียงตุบของของหนักกระทบพื้นเมื่อหันไปมองยังต้นเสียงดวงตาพลันเบิกโพลงเพราะร่างสูงที่ข้าเห็นอยู่อีกฝั่งนั้นได้กระโดดข้ามมาฝั่งนี้แล้ว“อวี้เจินเป็นอันใดหรือไม่!”ท่าทางเสิ่นฉงชือดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นานแค่ไหนกันแล้วนะที่ข้าไม่ได้รับความห่วงใยจากเขา นานแค่…“อวี้เจิน! พี่ถามว่าเจ็บมากหรือไม่”ข้าดึงสติตัวเองกลับมาจึงเห็นว่ายามนี้ตนแทบจะอยู่ในอ้อมอกอุ่นรีบเอามือดันอกเขาออกในทันที!“ขะ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”ข้ารักษาระยะห่างกับเขา ขยับก้นออกห่างแล้วยื่นมือให้เพียนเย่ช่วยดึงแขนขึ้น“ดึงข้าขึ้นที”เพียนเย่ปาดน้ำตา รีบ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๔ เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเล

    ๔เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเลข้ากลับเรือนตนเองแล้วงีบหลับตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงค่ำ ท่านแม่ให้คนมาเชิญไปทานอาหารค่ำที่เรือนใหญ่ อาหารทะเลที่ตั้งโต๊ะละลานตาทำข้าตะลึงไปครู่หนึ่ง“เจินเอ๋อร์นั่ง ๆ รอท่านพ่อเจ้ามาก่อนเราก็ทานอาหารกันได้เลย”ท่านแม่ผายมือเชิญข้านั่งเมื่อเห็นข้าเดินเข้ามาด้านใน น้ำเสียงและสีหน้าที่สดใสต่างจากเมื่อเช้าทำให้ข้าอดสงสัยไม่ได้“เมื่อเช้าท่านแม่ยังหลั่งน้ำตาตอนบอกลาพี่หญิงใหญ่อยู่เลย ไยค่ำนี้สีหน้าสดใสขึ้นแล้วเจ้าคะ”พี่หญิงใหญ่ของข้าเป็นบุตรสาวอนุภรรยาท่านพ่อแต่ท่านแม่ซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ให้การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กเพราะอนุหลินจากโลกนี้ไปเร็วท่านแม่รักท่านพ่อมากจึงเห็นพี่หญิงใหญ่ไม่ต่างจากบุตรสาวคนหนึ่ง เมื่อเช้านางจึงหลั่งน้ำตาเป็นสาย แต่พอตกเย็นกลับมีสีหน้าสดใสอย่างกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อนปรับอารมณ์ได้เร็วเกินไปหรือไม่!“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดมากกว่านี้หรือไม่เจ้าคะ”ท่านแม่ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ดวงตากลับแวววาวปิดความตื่นเต้นไม่มิดต้องมีเรื่องใดแน่!เหตุใดวันนี้ถึงมีคนปิดบังข้าเยอะเพียงนี้ เสิ่นฉงชือไม่พอ ยังมาท่านแม่อีก“ท่านแม่…”ข้านั่งลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status