เข้าสู่ระบบเงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด
"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ
"โธ่คุณหนู ผมบอกแล้วไงครับว่าให้จับเบา เหมือนจับแก้วคริสตัล" ภพละมือจากแท่นตัดเทปกาว เดินเข้ามานั่งยองๆ ข้างๆ ภพหยิบมะม่วงลูกนั้นขึ้นมาดูแล้วถอนหายใจ
"ลูกนี้ส่งให้ลูกค้าไม่ได้แล้วนะครับ ผิวมันช้ำพอถึงมือลูกค้ามันจะเน่าเสียก่อน"
"ก็ฉันพยายามแล้วนี่ นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยทำงานกรรมกรแบบนี้มาก่อน" หลินเริ่มน้ำตาคลอด้วยความเหนื่อยสะสม แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงเริ่มค่อมลงเพราะนั่งแพ็คของมาหลายชั่วโมง ผิวหน้าที่เคยผุดผ่องเริ่มมีคราบเหงื่อและเศษโฟมสีขาวติดอยู่ตามไรผม ภพมองคนตรงหน้าที่กำลังขะมักเขม้นห่อกระดาษหนังสือพิมพ์รอบลูกมะม่วงอย่างเก้ๆ กังๆ มือของหลินสั่นเล็กน้อยจากความล้า ความโกรธขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความรู้สึกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ภพขยับเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปกุมมือบางของหลินที่กำลังสั่นนั้นไว้เบาๆ
"ใจเย็นๆ ครับ ค่อยๆ ทำ" เสียงของภพทุ้มนุ่มลงจนหลินชะงัก
"คุณหนูเก่งมากแล้วครับที่ยอมลงมานั่งคลุกฝุ่นอยู่ตรงนี้กับผม คนอื่นในตำแหน่งคุณหนูเขาคงหนีไปที่อื่นแล้ว" หลินเงยหน้าขึ้นสบตาภพในระยะประชิด หัวใจของหลินเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้งเมื่อเห็นแววตาชื่นชมที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น หลินกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
"ก็ ก็ฉันไม่อยากให้ป้าแม่ครัวกับลุงชมมองว่าฉันเป็นภาระนิน๊า และที่สำคัญฉันไม่อยากให้นายมองว่าฉันเป็นแค่ยัยคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น" ภพมองนิ้วมือของหลินที่มีรอยแดงจากการดึงเทปกาว เขาหยิบพลาสเตอร์ยาในกระเป๋าออกมาแล้วแปะลงบนนิ้วของเธออย่างเบามือที่สุด "ตอนนี้คุณหนูไม่ใช่ภาระหรอกครับ แต่เป็นคู่หูของผมต่างหาก" ความรู้สึกที่ภพมีต่อหลินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ จากเดิมที่เขาช่วยเธอเพราะความสงสารและอยากเอาชนะปมในใจตัวเอง แต่เมื่อเห็นความพยายามดื้อรั้นของเธอ ความสงสารนั้นก็ถูกกัดกินด้วยความประทับใจเขาเริ่มมองเห็นความแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกที่แสนจะเปราะบางของเหลิน ท่านเดชมองภาพของคนหนุ่มสาวที่กำลังเถียงกันไปทำงานกันไปแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่บ้านหลังนี้มีเสียงหัวเราะและความมีชีวิตชีวากลับคืนมาอีกครั้ง มะม่วงล็อตแรกถูกส่งถึงมือลูกค้าเรียบร้อยและผลตอบรับก็ดีเยี่ยม รีวิวระดับห้าดาวพร้อมคำชมเรื่องความหวานและความสดใหม่หลั่งไหลเข้ามาในเพจ "สวนสิริวัฒนา"
ภพใช้รีวิวเหล่านั้นเป็นเครื่องมือทางการตลาด เปิดรับออเดอร์ล็อตต่อไปทันที และมันก็เต็มเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่าธุรกิจเล็กๆ ของพวกเขาเริ่มเติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง
แต่แล้วเรื่องก็เข้าหูคู่แข่งจนได้บริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของพ่อภพ เริ่มสังเกตเห็นการเติบโตของร้านค้าออนไลน์เล็กๆที่กำลังขยับขยาย และเป็นเทรนที่กำลังมาแรงนี้ พวกเขาจึงเริ่มโจมตีด้วยสงครามราคาทันที ฟรุ๊ตเอมไพร์เริ่มต้นด้วยการลดราคามะม่วงเกรดพรีเมียมของตัวเองลงมาจนเกือบเท่าทุนเพื่อดึงลูกค้ากลับไป
"แย่แล้วภพ ยอดสั่งซื้อเราตกฮวบเลย เราจะทำยังไงกันดีมันเกิดอะไรขึ้นภพ" หลินพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะมองดูกราฟยอดขายในคอมพิวเตอร์ที่ลดฮวบลงไปด้วยท่าทีที่ตกใจเป็นอย่างมาก ภพขมวดคิ้ว ภพเองรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง
"เราลดราคาแข่งกับทางนั้นเขาไม่ได้ ทุนเขากับทุนเราต่างกันเกินไป" ภพพูดออกมาพร้อมกับเอามือกุมขมับทำท่าใช้ความคิด
"แล้วจะทำยังไงดี" ท่านเดชถามขึ้นมา
"ในเมื่อสู้ซึ่งๆ หน้าไม่ได้ งั้นเราก็ต้องใช้กลยุทธ์กองโจร" ภพพูดพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แทนที่จะลดราคา ภพกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาปรับขึ้นราคามะม่วงของ สวนสิริวัฒนา เล็กน้อยแต่สร้างมูลค่าเพิ่มเข้าไปแทน ภพเริ่มทำการ Live สดจากสวน (โดยจ้างคนงานในสวนให้ช่วยในการถ่ายทำในครั้งนี้) ภพเจาะจงให้เห็นกระบวนการเก็บผลผลิตที่ใส่ใจทุกขั้นตอน จัดโปรโมชั่นซื้อ 5 กิโลกรัม แถมมะม่วงกวนสูตรโบราณที่คุณแม่ของหลินเคยทำเก็บไว้ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง "Brand Royalty" ขึ้นมาเอง โดยที่ภพเริ่มสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกมะม่วง การบ่มมะม่วง และแจกสูตรทำข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยๆที่เพจ สวนสิริวัฒนา ไม่ได้เป็นแค่เพจขายของอีกต่อไปแต่กลายเป็นชุมชนของคนรักมะม่วงในขณะที่ฟรุ๊ตเอ็มไพร์ใช้ราคาเป็นตัวนำ แต่สวนสิริวัฒนากลับใช้คุณภาพและความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ
และมันก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ลูกค้ากลุ่มที่ใส่ใจคุณภาพและเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์เริ่มกลับมา และยังบอกกันปากต่อปากทำให้ได้ฐานลูกค้าใหม่ที่เหนียวแน่นกว่าเดิม
คืนหนึ่งขณะที่ภพกำลังตอบข้อความลูกค้าอยู่ หลินก็นำกาแฟมาวางไว้ให้
"นี่ ดื่มซะจะได้ไม่ง่วง" หลินวางแก้วกาแฟลงแล้วพูดขึ้น
"ขอบคุณครับ แปลกจังวันนี้คุณหนูใจดีเป็นพิเศษวันนี้มาอารมณ์ไหนกันแน่ครับคุณหนู" ภพถามออกไปพร้อมกับมองไปที่หน้าของหลิน
"ก็ เห็นนายทำงานหนักนิน๊า ภพ เอ่อ คือ เอ่อ ฉะ ฉัน เอ่อ ฉันขอโทษนะ ที่ผ่านมาเคยดูถูกนายไว้ซะเยอะเลย ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ฉันเคยดูถูกไว้กลับมาช่วยเหลือฉันกับพ่อในวันที่ไม่เหลืออะไรเลย" หลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ภพมองหน้าหลินแล้วยิ้มออกมาเบาๆ
"ถ้าไม่มีคำดูถูกของคุณหนูในวันนั้น ก็อาจจะไม่มีผมในวันนี้ก็ได้นะครับ ถือว่าเราหายกันเนอะ" ภพพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า หลินมองลึกเข้าไปในดวงตาของภพความรู้สึกบางอย่างที่หลินเองไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ความรู้สึกที่เรียกว่าความประทับใจกำลังก่อเกิดขึ้นภายในใจของหลินและความรู้สึกที่เริ่มต้นขึ้นจากในตัวของภพมันก่อเกิดมาจากความสงสารแต่ตอนนี้มันก้าวข้ามเส้นคำว่าสงสารมาไกลมากแล้ว
สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ
หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง
ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ
ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ
เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ
คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน







