LOGINสวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ
"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม
"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง
"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด
"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"
โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเริ่มต้นขึ้นภพรับหน้าที่ดูแลการตลาดและคอนเซ็ปต์ร้าน นนนี่ดูแลเรื่องการเงินและการก่อสร้าง ส่วนหลินเธอค้นพบความสามารถใหม่ของตัวเอง นั่นคือการพัฒนาสูตรขนมและเครื่องดื่ม หลินใช้เวลาทั้งวันอยู่ในครัว ทดลองทำเค้กมะม่วง ทาร์ตมังคุด และสมูทตี้ลำไย จนได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด
ระหว่างการก่อสร้างร้าน ความสัมพันธ์ของภพกับหลินก็พัฒนาขึ้นอย่างเงียบๆพวกเขาทะเลาะกันน้อยลง แต่กลับพูดคุยและปรึกษากันมากขึ้น มีหลายครั้งที่ทั้งสองคนต้องอยู่ตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้างจนดึกดื่น
คืนหนึ่ง
ฝนตกหนักจนกลับบ้านไม่ได้ ภพกับหลินจึงติดอยู่ในร้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟชั่วคราวสลัวๆ
"ไม่คิดเลยนะว่าวันหนึ่ง เราจะมาทำอะไรแบบนี้ด้วยกัน" หลินพูดขึ้นขณะมองสายฝนข้างนอก
"ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าคุณหนูจอมวีนในวันนั้นจะกลายมาเป็นเชฟทำขนมที่เก่งขนาดนี้" ภพแกล้งแซว
"นี่ ยังจะมาว่ากันอีกนายก็เหมือนกัน ไม่คิดว่าไอ้กรรมกรเข็นผักในตลาด จะกลายมาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจได้ขนาดนี้" หลินค้อนใส่ แต่ก็ยิ้มออกมา ทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน ความทรงจำในวันแรกที่เจอกันดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไปแล้ว
"ภพ ขอบคุณนะสำหรับทุกอย่าง" หลินเรียกชื่อภพเบาๆ ภพหันมามองหน้าหลินแสงไฟสลัวๆ ตกกระทบใบหน้าหวานของหลินทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ภพค่อยๆยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกฝนออกจากแก้มของหลินอย่างแผ่วเบา
"ผมควรจะเป็นฝ่ายขอบคุณคุณมากกว่า ที่ยอมให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง" สายตาของทั้งสองประสานกัน บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดมีเพียงเสียงเม็ดฝนที่โปรยปราย ภพค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะได้สัมผัสกันเสียงโทรศัพท์ของภพก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดทันที
"โธ่เว้ย ใครโทรมาตอนนี้วะ" ภพสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วหน้าเปลี่ยนสี
"แม่" ภพพึมพำออกมาเบาๆ หลินผงะออกมาทันทีความรู้สึกเขินอายเข้ามาแทนที่ ภพรับสายด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ตัวของภพเองไม่ได้คุยกับแม่มาเป็นปีแล้ว
"ฮัลโหล ครับแม่ผมสบายดีครับ อะไรนะครับพ่อเข้าโรงพยาบาล" ข่าวที่ได้รับจากปลายสายทำให้ภพยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ โลกทั้งใบของภพหยุดหมุนอีกครั้ง สงครามระหว่างภพกับพ่ออาจจะยังไม่จบ แต่สายใยของความเป็นพ่อลูก ไม่เคยมีวันตัดขาด
"พ่อ เป็นอะไรมากไหมครับแม่" เสียงของภพแหบพร่า สายตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและวูบไหวด้วยความรู้สึกผิด หลินมองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบคั้น หลินเห็นกำแพงที่ภพพยายามสร้างมาตลอดปีพังทลายลงเพียงเพราะคำว่า พ่อ คำเดียว
"ได้ครับแม่ ผมจะรีบไป" ภพวางสายลงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้เก่าๆอย่างคนหมดแรง
"ภพ เกิดอะไรขึ้น" หลินขยับเข้าไปใกล้มือบางแตะที่ไหล่ภพเบาๆเพื่อปลอบประโลม
"พ่อหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู" ภพเงยหน้ามองหลินแววตาของภพมันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง
"ทั้งที่ผมพยายามจะเอาชนะท่านพยายามจะทำลายอีโก้ของท่าน แต่พอรู้ว่าท่านอาจจะจากไปจริงๆผมกลับ ผมกลับกลัวจนทำอะไรไม่ถูก" หลินโอบกอดไหล่เขาไว้แน่น
"ไปหาท่านเถอะภพ เรื่องงานทางนี้ฉันกับนนนี่จะจัดการเองนายทำเพื่อสวนสิริวัฒนามามากพอแล้ว ตอนนี้นายต้องไปทำหน้าที่ลูก" ภพมองไปรอบๆคาเฟ่ที่ยังสร้างไม่เสร็จแสงไฟสลัวๆสะท้อนให้เห็นหยาดเหงื่อและแรงกายที่เขาลงไปกับมัน
"แต่เรากำลังจะเปิดร้านในอีกสามวัน พ่อของผมท่านสั่งคนมาทำลายเราสารพัด แต่ทำไมผมถึงยัง"
"เพราะนายไม่ใช่คนใจดำเหมือนที่นายพยายามแสดงออกไงภพ" หลินตัดบทเสียงนุ่ม
"ไปเถอะ ก่อนที่นายจะไม่มีโอกาสได้พูดคำว่าขอโทษหรือขอบคุณท่านอีก"
ในขณะเดียวกัน ณ ตึกฟรุ๊ตเอ็มไพร์
แม้ประธานใหญ่จะนอนหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาล แต่กลไกที่ท่านวางไว้กลับยังคงทำงานอย่างเยือกเย็น เลขาคนสนิทของพ่อภพยืนจ้องมองแผนที่ตั้งของคาเฟ่ 'Sirawattana Garden & Eatery' ด้วยสายตาเรียบเฉย
"ท่านประธานสั่งไว้ก่อนจะหมดสติ ว่าอย่าให้ร้านนี้เปิดตัวได้สำเร็จ" เลขาคนสนิทเอ่ยกับชายฉกรรจ์ในเงามืด
"ในเมื่อลูกชายท่านไม่ยอมกลับบ้านด้วยดี ก็ต้องทำให้นายน้อยรู้ว่าโลกธุรกิจที่ไม่มีฟรุ๊ตเอ็มไพร์คุ้มหัวมันโหดร้ายแค่ไหน จัดการตามแผนตัดรากถอนโคนได้เลย"
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในขณะที่ภพเร่งรีบไปที่โรงงานเพื่อดูใจพ่อ ความหายนะก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่ไซต์ก่อสร้างคาเฟ่ นนนี่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาหลินที่กำลังจัดวางเฟอร์นิเจอร์อยู่ภายในร้าน
"หลิน แย่แล้ว พวกโรงงานกระจกกับวัสดุตกแต่งพร้อมใจกันยกเลิกสัญญาเราหมดเลย"
"ว่าไงนะ เราจ่ายมัดจำไปหมดแล้วนี่" หลินอุทาน
"มันบอกว่ามีผู้ใหญ่สั่งมา ถ้าใครส่งของให้เราจะถูกแบนจากโปรเจกต์เครือฟรุ๊ตเอ็มไพร์ทั้งหมด" นนนี่กัดฟันกรอด
"แถมตอนนี้ในโซเชียลมีข่าวลือหนาหูว่าคาเฟ่เราใช้โครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน กรมโยธากำลังจะสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ" นนนี่ยังพูดต่อ หลินกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในฝ่ามือ หลินหันไปมองรูปวาดคาเฟ่ที่ภพตั้งใจออกแบบไว้อย่างสุดฝีมือ ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
"พวกเขาใช้จังหวะที่ภพไม่อยู่ เล่นงานเราลับหลังแบบนี้เหรอ" หลินหันไปมองนนนี่ด้วยสายตาแน่วแน่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
"นนนี่ ติดต่อหาซัพพลายเออร์รายย่อยทั้งหมดที่เราเคยช่วยซื้อผลไม้เข้ามา ใครมีไม้ มีกระจก มีแรงงาน ให้เรียกมาให้หมด ในเมื่อยักษ์ใหญ่จะเล่นงานเรา เราก็จะใช้กองทัพมดสู้กลับ" หลินพูดขึ้น
"แต่เราเหลือเวลาแค่สองวันนะหลิน"
"สองวันก็พอ ภพกอบกู้บ้านสิริวัฒนาขึ้นมาได้ด้วยสองมือของเขา คราวนี้ฉันจะปกป้องความฝันของเขาด้วยมือของฉันเอง" หลินประกาศกร้าว สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผลไม้แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง อำนาจมืดที่ไร้หัวใจ กับ ความรักที่พร้อมจะสู้ถวายหัว โดยที่ภพไม่รู้เลยว่า ในขณะที่ภพเดินเข้าสู่ประตูโรงพยาบาลเพื่อเผชิญหน้ากับอดีต หลินกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบเพื่อรักษาอนาคตของภพไว้อย่างสุดกำลังเช่นกัน
ภายในโกดังที่เคยใช้แพ็คผลไม้ บัดนี้กลายเป็นศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจหลินนั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารรายชื่อลูกค้ามือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ที่ชาร์จทิ้งไว้กับพาวเวอร์แบงก์ส่วนนนนี่กำลังรัวคีย์บอร์ดจนแทบไม่ได้พัก
"นนนี่ รายชื่อกลุ่มผู้รับเหมาที่เคยสั่งทุเรียนเกรดพรีเมียมไปแจกพนักงานปีที่แล้ว มีเบอร์ติดต่อไหม" หลินถามเสียงรัวเร็วใบหน้าของคุณหนูที่เคยรักสวยรักงามบัดนี้มีรอยคล้ำใต้ตา แต่แววตากลับโชติช่วงอย่างน่าเกรงขาม
"มีครับคุณหนูหลิน ผมแยกไว้ในไฟล์ลูกค้า VIPเดี๋ยวผมรีบส่งให้" หลินไม่รอช้า รีบกดโทรศัพท์ออกทันที
"ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณชัยวัฒน์หลินจากสวนสิริวัฒนานะคะ ค่ะ วันนี้หลินไม่ได้โทรมาขอบคุณเรื่องออเดอร์ค่ะ แต่หลินมีเรื่องอยากจะรบกวนถาม พอดีคาเฟ่ของเรากำลังจะเปิด แต่อุปกรณ์ก่อสร้างถูกระงับกะทันหัน คุณชัยวัฒน์พอจะมีเศษไม้หรือวัสดุเหลือจากหน้างานที่พอจะแบ่งขายให้เราได้บ้างไหมคะ" ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงหนักแน่นที่ทำให้หลินถึงกับน้ำตาคลอ
"ขายอะไรกันคุณหลิน ทุเรียนสวนคุณทำให้ลูกน้องผมมีความสุขกันทั้งบริษัท เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก เดี๋ยวผมสั่งรถเครนแบกไม้แปรรูปที่เหลือจากไซด์งานไปให้เดี๋ยวนี้เลย ไม่คิดเงินครับ" แล้วมันไม่ใช่แค่รายเดียว แต่น้ำใจเริ่มหลั่งไหลมาไม่ขาดสายเมื่อข่าวการถูกรังแกของสวนสิริวัฒนากระจายออกไปในกลุ่มไลน์ลูกค้าประจำ
"หลิน ดูนี่" นนนี่อุทานพลางชี้หน้าจอ
"คุณป้าสมพร ที่เคยซื้อแยมมะม่วงไปแล้วเราแถมลูกมะม่วงสุกให้แกฟรีๆน่ะ แกโพสต์ลงกลุ่มแม่บ้านบอกว่าสามีแกเป็นเจ้าของโรงไม้เก่าใครมีแรงมีไม้ให้ขนมาช่วยสวนสิริวัฒนาด่วน" ภาพที่ตามมาหลังจากนั้นคือความมหัศจรรย์ รถกระบะเก่าๆของชาวบ้านรถบรรทุกขนาดเล็กของผู้รับเหมารายย่อยเริ่มทยอยขับเข้ามาที่ไซต์งานคาเฟ่สิริวัฒนา บางคันขนไม้ระแนงมาให้ บางคันขนกระเบื้องที่เหลือจากการรีโนเวทบ้านมาบริจาค
"คุณหนูหลิน ผมเอาสว่านกับเครื่องเชื่อมมาช่วยครับ" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนบอกขณะโดดลงจากรถพ่วง
"ปีก่อนผมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ภพเขายอมให้ผมเอาผลไม้ไปขายก่อนแล้วค่อยมาจ่ายเงินคืน ผมไม่ยอมให้ร้านของคนดีๆ แบบนี้ต้องพังเพราะไอ้พวกหน้าเลือดหรอก!"
หลินยืนมองภาพความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เชื่อสายตา ลูกค้าบางคนไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่หิ้วข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงคนงานก่อสร้างที่กำลังเร่งมือแข่งกับเวลา
"นนนี่ นายเห็นไหมที่ภพเคยบอกว่าเราไม่ได้ขายแค่ผลไม้ แต่เราขายความจริงใจวันนี้ความจริงใจเหล่านั้นกำลังกลับมาปกป้องภพและทุกอย่างที่ภพรัก" หลินปาดน้ำตาที่แก้ม
"กูเห็นแล้วหลิน นี่มันไม่ใช่แค่การก่อสร้างร้านแล้วว่ะ" นนนี่พูดพลางปาดน้ำตาเช่นกัน
"แต่มันคือการสร้าง บ้าน ที่สร้างขึ้นจากน้ำใจของคนนับร้อย" ท่ามกลางเสียงเลื่อยไม้และเสียงค้อนที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ คาเฟ่ที่เคยดูเหมือนจะไม่มีวันเสร็จกลับค่อยๆกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยวัสดุหลากสีหลากที่มา แต่มันกลับดูงดงามและมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด เพราะไม้ทุกแผ่นและตะปูทุกตัวถูกตอกลงไปด้วย หัวใจ ของลูกค้าที่รักและศรัทธาในสวนสิริวัฒนาอย่างแท้จริง
สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ
หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง
ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ
ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ
เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ
คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน







