LOGINหลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที
"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่
"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง
"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น
"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำงานกันอย่างหนักอีกครั้งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีท่านเดชที่เริ่มมีกำลังใจกลับคืนมาช่วยให้คำปรึกษาเรื่องสูตรแยมเก่าแก่ของตระกูล และใช้คอนเนคชั่นเก่าๆ ติดต่อหาโรงงานแปรรูปขนาดเล็กที่ได้มาตรฐาน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ในออฟฟิศเล็กๆที่สว่างด้วยแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ภพถอนหายใจยาวพลางพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ดวงตาคมหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ชัยชนะจะอยู่ตรงหน้าแต่ความรู้สึกพ่ายแพ้ในฐานะลูกกลับกัดกินใจของภพเองไม่หยุด
"เป็นอะไรไปภพ ยอดขายเราชนะขาดลอยนะนายควรจะดีใจสิ" หลินเดินเข้ามาใกล้ มือบางวางลงบนบ่าของภพเบาๆความอบอุ่นจากฝ่ามือหลินทำให้ภพรู้สึกตัว
"ชัยชนะที่แลกมาด้วยการทำให้พ่อตัวเองเสียหน้า มันไม่ได้หวานหอมอย่างที่คิดหรอกครับคุณหนู ผมรู้ดีว่าพ่อไม่มีวันหยุดแค่นี้ท่านเป็นคนประประเภทที่ถ้าไม่ได้ครอบครองก็ต้องทำลายให้ย่อยยับ" ภพพูดเสียงพร่า
"นายกลัวเหรอ" หลินมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มหลินมองเห็นความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่ง
"ผมไม่ได้กลัวเพื่อตัวผมเอง ผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งผมปกป้องสวนนี้ไม่ได้ผมจะปกป้องคุณหนูกับท่านเดชไม่ได้ด้วย" ภพหันมาสบตาหลิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด หลินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจคว้ามือหนาของเขามากุมไว้แน่น
"ฟังนะภพ วันที่ฉันล้มนายเป็นคนฉุดฉันขึ้นมา นายสอนให้คุณหนูที่วันๆเอาแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่น กลายเป็นคนที่รู้จักใช้มือสองข้างทำงาน ถ้าวันหน้าพายุจะเข้านายก็ไม่ต้องรับมันคนเดียว ฉันจะยืนอยู่ข้างนายเองในฐานะคู่หูจริงๆไม่ใช่แค่คุณหนูที่นายต้องคอยดูแล" ภพมองมือที่กุมกันอยู่หัวใจที่เคยว้าวุ่นพลันสงบลงอย่างน่าประหลาด ภพค่อยๆพลิกมือขึ้นมาเกี่ยวกระหวัดนิ้วกับหลิน
"คุณหนูรู้ไหมสิ่งที่ผมอยากกู้คืนมาที่สุด ไม่ใช่แค่บริษัทของบ้านคุณหนูหรือการเอาชนะพ่อ" ภพนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
"แต่คือการพิสูจน์ว่า ไอ้กรรมกรปากเสียคนนี้มันคู่ควรที่จะยืนข้างๆผู้หญิงที่ชื่อหลินหรือเปล่า" คำพูดนั้นชัดเจนกว่าครั้งไหนๆหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ใบหน้าของตัวหลินเองร้อนผ่าวจนต้องหลบสายตา แต่ไม่ได้ชักมือออก
"พิสูจน์จบหรือยังล่ะ" หลินถามเสียงสั่นพยายามทำใจดีสู้เสือ ภพยิ้มที่มุมปากแววตาเจ้าเล่ห์กลับมาอีกครั้ง
"ยังครับ หนทางนี้ยังอีกยาวไกล คุณหนูเตรียมใจไว้เลยเพราะนับจากนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากดวงใจของผมไปเด็ดขาด ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อของผมเองก็ตาม" สงครามข้างนอกอาจจะกำลังพักรบ แต่สงครามในหัวใจของคนทั้งคู่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีเดิมพันที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินทองมหาศาล นั่นคือความรักที่เริ่มผลิบานในเงามืดของวิกฤตครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน
ที่ฟรุ๊ตเอ็มไพร์ พ่อของภพก็กำลังวางแผนโต้กลับอย่างเงียบๆ เขารู้ดีว่าการโจมตีด้วยข่าวลือไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ครั้งนี้เขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการค้าเข้าสู้
เขาแอบส่งคนปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปสั่งซื้อสินค้าจากสวนสิริวัฒนาจำนวนมาก เพื่อนำสินค้าไปวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน และที่สำคัญคือเพื่อขโมยฐานข้อมูลลูกค้า
จากนั้น ฟรุ๊ตเอ็มไพร์ก็เปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ในชื่อเดลี่ฟรุ๊ตที่ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปเหมือนกับของสวนสิริวัฒนาทุกอย่าง แต่ขายในราคาที่ถูกกว่า 15% และทำการตลาดอย่างหนักหน่วงโดยการยิงโฆษณาตรงไปยังกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อของจากสวนสิริวัฒนา
"ไอ้ภพ แย่แล้ว ไอ้บริษัทเดลี่ฟรุ๊ตมันส่งโปรโมชั่นมาให้ลูกค้าเราทาง SMS ได้ยังไงวะ" นนนี่โวยวายลั่นออฟฟิศ
"โดนเล่นงานจนได้ พวกมันคงแฮกฐานข้อมูลลูกค้าเราไป" ภพขมวดคิ้ว
"เราจะทำยังไงดี ของก็เหมือนกันแต่ราคาถูกกว่าคนก็ต้องแห่ไปซื้อของมันหมดสิ" หลินกังวล
ภพมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างครุ่นคิด
"เขาเล่นเกมราคา แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่งว่าลูกค้าของเราไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่เขาซื้อความเชื่อใจ" ภพตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาโพสต์ข้อความลงในเพจสวนสิริวัฒนา
"ถึงลูกค้าทุกท่าน ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกับของเราวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า เราเข้าใจดีหากท่านจะเลือกซื้อสินค้าที่คุ้มค่ากว่า แต่เราอยากให้ท่านมั่นใจว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านจ่ายให้เรา จะถูกนำกลับไปพัฒนาสวนของเราให้ดียิ่งขึ้น, เป็นค่าจ้างที่ยุติธรรมให้กับชาวสวน และเป็นทุนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีๆ ต่อไป เราไม่ได้แข่งขันที่ราคา แต่เราแข่งขันกันที่คุณค่าและความยั่งยืน ขอบคุณที่สนับสนุนเราเสมอมา" มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ ภพกำลังเดิมพันกับความภักดีของลูกค้า
และในวันเดียวกันนั้นเอง ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มีลูกค้าหลายคนของเดลี่ฟรุ๊ตโพสต์ร้องเรียนว่าสินค้าที่ได้รับมีปัญหาเรื่องคุณภาพ แยมมีรสชาติผิดเพี้ยน ผลไม้อบแห้งมีกลิ่นอับ
ความจริงก็คือ ฟรุ๊ตเอ็มไพร์เร่งรีบผลิตสินค้ามากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ทั้งหมด ผิดกับ "สวนสิริวัฒนา" ที่ค่อยๆเติบโตและให้ความสำคัญกับคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ กระแสสังคมตีกลับอีกครั้ง ลูกค้าที่เคยลังเลกลับมาสั่งซื้อสินค้าจากสวนสิริวัฒนาอย่างท่วมท้นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับคอมเมนต์ให้กำลังใจว่ายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อคุณภาพที่ดีกว่าหรือเงินของเราต้องสนับสนุนคนที่ซื่อสัตย์ ภพชนะศึกครั้งนี้อีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมแต่ด้วยคุณธรรมและความจริงใจ
คืนนั้น
ภพกับหลินนั่งดูยอดขายที่พุ่งทะยานขึ้นในออฟฟิศกันสองคน
"นายสุดยอดไปเลยภพ นายเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ตลอดเลย" หลินพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมจากใจจริง
"ผมก็แค่เชื่อในสิ่งที่ผมทำและก็เพราะมีคุณอยู่ข้างๆด้วย" ภพหันมาสบตาหลิน คำพูดของภพทำให้หัวใจของหลินเต้นแรง หลินรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนแก้มที่ร้อนผ่าว
"พูดบ้าอะไรของนาย" บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ภพเคาะเบาๆ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาลอยๆ
"คุณหนูครับ ถ้าวันหนึ่งผมพอบริษัทนี้กลับมารวยเหมือนเดิมได้คุณหนูจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม" คำถามของภพทำให้หลินชะงัก หลินหันกลับมามองภพนึกถึงภาพตัวเองในอดีตที่เอาแต่ใจและดูถูกคนอื่น แล้วหลินก็ส่ายหน้าช้าๆ
"ไม่ ฉันไม่อยากกลับไปเป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว" หลินพูดเสียงเบา "ฉันชอบตัวเองในตอนนี้มากกว่า ที่ได้ทำงานหนักได้เรียนรู้ค่าของเงินและได้อยู่กับนาย" ประโยคสุดท้ายนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับภพ มันกลับดังก้องอยู่ในหัวใจของภพ
สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ
หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง
ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ
ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ
เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ
คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน







