Share

วิกฤตใต้เงาเมฆ

last update Last Updated: 2026-03-04 13:56:52

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ภพกลายเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์สิริวัฒนาไปโดยสมบูรณ์ภพเริ่มสนิทกับคนงานทุกคนและได้รับความไว้วางใจจากท่านเดชให้ช่วยดูแลเรื่องจิปาถะต่างๆ ในบ้านมากขึ้น สงครามประสาทระหว่างภพกับหลินยังคงดำเนินต่อไป แต่ความรุนแรงลดน้อยลง กลายเป็นเหมือนการหยอกเย้าประจำวันที่ทุกคนในบ้านเริ่มคุ้นชิน แต่แล้วเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เงามืดของวิกฤตเศรษฐกิจก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาโดยที่ไม่มีใครคาดคิด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของท่านเดชประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากการลงทุนที่ผิดพลาด ท่านเดชพยายามประคับประคองสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหว บริษัทประกาศล้มละลายในที่สุด ข่าวร้ายได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ทรัพย์สินทุกอย่างของตระกูลสิริวัฒนาถูกอายัด รวมไปถึงคฤหาสน์หลังนี้ด้วยบรรยากาศที่เคยสดใสในบ้านพลันเปลี่ยนเป็นความหม่นหมองและเงียบงัน

เช้าวันหนึ่ง คนงานและคนรับใช้ทุกคนในบ้านมารวมตัวกันที่หน้าตึกใหญ่พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือนมาสองเดือนแล้ว จากที่เคยจงรักภักดีมันก็กลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ทั้งหมดที่สู้ด้วยกันมามันก็คือผลประโยชน์ที่ทุกคนต่างมีให้กันเท่านั้น

"พวกเราจะทำยังไงกันดี เงินเดือนก็ไม่ได้บ้านหลังนี้ก็กำลังจะถูกยึด ถ้าเราอยู่ที่นี้ต่อไปเราต้องอดตายกันแน่ๆ" ป้าแม่ครัวพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล

"ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างนะ จะรอแบบนี้ต่อไปไม่ได้ฉันก็ต้องส่งเงินให้ทางบ้านเหมือนกัน" พี่ดา คนรับใช้คนสนิทของหลินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทันใดนั้น หลินก็เดินลงมาจากบ้านด้วยชุดนอนหรูหรา

"พวกเธอมารวมตัวกันทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปทำงานทำการกันหรือไง พี่ดา ไปเตรียมน้ำส้มให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะกินน้ำส้ม" ไม่มีการตอบรับจากดา หลินมองไปที่ทุกคนด้วยสายตาดุ ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครขยับพี่ดายืนกอดอกมองหลินด้วยสายตาเย็นชา

"ดูสิพี่ดา ขนาดไม่มีเงินจะจ่ายเราแล้ว ยังอุตส่าห์ใส่ชุดนอนผ้าไหมราคาหลักหมื่นลงมาเดินอวดร่ำอวดรวยอีก น่าขำชะมัด" พนักงานทำความสะอาดอีกคนพูดสำทับพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน

"ก็พวกนกยูงปีกหักไงจ๊ะ วันๆ ทำอะไรเป็นที่ไหน นอกจากผลาญเงินพ่อไปวันๆ ต่อไปนี้จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อน้ำส้มกินล่ะคุณหนูหลิน" พี่ดาแสยะยิ้ม มองหลินที่ยืนตัวสั่นพยายามกลั้นน้ำตา

"ที่นี่ไม่มีคุณหนูอีกต่อไปแล้วค่ะคุณหลิน และดิฉันก็ไม่ใช่คนรับใช้ของคุณอีกแล้ว ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้อะไรใครอีกทำตัวเย่อหยิ่งไปเถอะแม่คุณเงินไม่มีจะจ่ายยังคิดที่จะใช้งานคนอื่นเขาอีก" หลินยืนนิ่งอึ้งไปกับคำพูดและท่าทีที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของพี่ดา

"พี่ดา พี่ พะ พูดว่าอะไรน่ะ" หลินถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่มึน งง ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมคนใช้ที่สนิทกับตัวเองที่สุดพูดอะไรแบบนี้

"ก็พูดความจริงไงล่ะ ที่ผ่านมาที่ฉันต้องคอยเอาอกเอาใจตามใจเธอทุกอย่างก็เพราะเงิน! แต่ตอนนี้ในเมื่อตระกูลเธอมันสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ก็อย่ามาวางมาดเป็นคุณหนูให้มันน่ารำคาญอีกเลย!" พี่ดาใส่ไม่ยั้ง

"ใช่ๆ เพราะเธอคนเดียวนั่นแหละที่ผลาญเงินคุณท่านไปวันๆ" เสียงคนอื่นๆ เริ่มผสมโรง

หลินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่คอยดูแลเธอมาตลอดจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การแสดงเพราะผลประโยชน์อย่างนั้นหรือ โลกทั้งใบของเธอราวกับพังทลายลงมาในพริบตา

"พอได้แล้ว" เสียงทรงอำนาจของท่านเดชดังขึ้นขัดจังหวะการพูดคุยของทุกคน จนทุกคนหันมามองเป็นทางเดียวกัน ท่านเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่ซูบตอบและเหนื่อยล้า

"ฉันเข้าใจความลำบากของทุกคนดี เงินเดือนที่ค้างอยู่ ฉันจะพยายามหามาจ่ายให้ครบทุกคน ส่วนตอนนี้ ใครอยากจะไปไหนก็เชิญแยกย้ายกันไปได้เลย บ้านหลังนี้คงไม่มีอะไรจะให้พวกเธอได้อีกแล้ว ใครจะไปก็เชิญไปได้เลย" ท่านเดชพูดจบ สิ้นคำพูดของท่านเดช ทุกคนก็เริ่มทยอยเก็บข้าวของและเดินออกจากบ้านไปทีละคนสองคน เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า พี่ดามองหน้าหลินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาสมเพชเวทนาเป็นอย่างมาก สายตาที่หลินเคยใช้มองคนอื่นที่มีฐานะต่ำกว่าตัวเอง ก่อนจะเดินเชิดหน้าจากไป

หลินทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างหมดสิ้นหนทาง ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังมันรุนแรงกว่าการสูญเสียเงินทองมหาศาลเสียอีก

ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินจากไป มีเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“เธอก็ไปด้วยเถอะภพ ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือแล้วฉันคงไม่มีค่าจ้างที่จะมาจ้างนายต่อ" ท่านเดชหันมามองภพแล้วพูดขึ้น เป็นคำพูดที่ท่านเดชก็รู้สึกผิดไปไม่น้อยที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ทุกคนได้ตรงเวลาตามที่มันควรจะเป็น ภพเดินเข้ามาใกล้ท่านเดชและหลินที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ภพก้มลงเก็บกวาดเศษใบไม้ที่ปลิวว่อนอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ถึงผมจะไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้มาก แต่เพราะพระคุณของท่านที่ทำให้ผมมีที่ซุกหัวนอน มีข้าวกินมาตลอดเกือบปี ถึงแม้ว่าท่านจะไม่มีค่าจ้างหรือสิ่งตอบแทนอะไรให้ ผมก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่ครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมเหมือนทุกวัน และจะทำให้ดีกว่าเดิม เผื่อในส่วนของคุณหนูด้วยครับ ผมยินดีที่จะทำ" คำพูดของภพทำให้ท่านเดชถึงกับน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ส่วนหลินที่กำลังร้องไห้อยู่ถึงกับหยุดชะงัก เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยทั้งเกลียดทั้งชังด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... ในวันที่มืดมนที่สุดของชีวิตหลินมีเพียงภพคนเดียวที่ยังยืนอยู่เคียงข้างหลินและพ่อของหลินอย่างไม่ทอดทิ้งไปไหนต่างจากคนงานที่ทำงานที่นี้มานานไม่มีใครสนใจหรือคิดเหมือนภพเลยแม้แต่คนเดียว ตอนนี้หลินได้รู้ซึ่งแล้วว่าทุกคนที่คอยเอาใจหลินก่อนหน้านี้คือพวกที่ต้องการผลประโยชน์จากหลินแค่นั้นเอง

"คุณหนูครับ น้ำส้มไม่มีแล้วแต่ถ้าเป็นน้ำเปล่าเย็นๆ ผมยังพอหาให้ได้นะและผมก็ไม่คิดค่าจ้างด้วย" ภพหันไปมองหลินที่เงยหน้ามองเขาผ่านม่านน้ำตา หลินสะอึกถึงแม้คำพูดของภพจะยังมีความยียวนกวนประสาทอยู่บ้างแต่มันกลับเป็นเสียงเดียวที่ทำให้หลินรู้สึกว่าหลินยังมีตัวตนในโลกใบนี้

"นาย นายไม่โกรธฉันเหรอที่ฉันเคยด่านาย" หลินถามถพขึ้น

"โกรธไปก็ไม่ได้เงินคืนหรอกครับผมว่าเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่เขาจะมาล้อมรั้ว อย่างน้อยวันนี้เราก็ยังมีข้าวสารเหลืออยู่ในครัวพอทำกับข้าวได้หนึ่งมื้อ" ภพยิ้มมุมปากพร้อมกับเดินเข้าไปประคองท่านเดชอย่างนอบน้อม พลางหันมาส่งสายตาบอกหลินให้ลุกขึ้น "ลูกเถอะครับคุณหนู ชุดนอนผ้าไหมนั่นเปื้อนดินหมดแล้ว เสียดายของครับ" คำพูดกวนๆ ของภพในวินาทีนั้น กลับกลายเป็นยารักษาใจชั้นดี หลินปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยขาสองข้างที่สั่นเทา เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าในวันที่มืดมนที่สุดของชีวิต คนที่เธอเคยตราหน้าว่าต่ำต้อยที่สุด กลับเป็นคนที่มีหัวใจสูงส่งที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 12: ก้าวสู่เกมใหญ่

    สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 11: เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า

    หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 10: การโต้กลับของยักษ์ใหญ่

    ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 9: เงาของอดีต

    ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่8สงครามราคาและกลยุทธ์กองโจร

    เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ

  • ดั่งดวงใจในเงามืด   ตอนที่ 7: อาวุธลับในโลกออนไลน์

    คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status