Mag-log inเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ภพกลายเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์สิริวัฒนาไปโดยสมบูรณ์ภพเริ่มสนิทกับคนงานทุกคนและได้รับความไว้วางใจจากท่านเดชให้ช่วยดูแลเรื่องจิปาถะต่างๆ ในบ้านมากขึ้น สงครามประสาทระหว่างภพกับหลินยังคงดำเนินต่อไป แต่ความรุนแรงลดน้อยลง กลายเป็นเหมือนการหยอกเย้าประจำวันที่ทุกคนในบ้านเริ่มคุ้นชิน แต่แล้วเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เงามืดของวิกฤตเศรษฐกิจก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาโดยที่ไม่มีใครคาดคิด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของท่านเดชประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากการลงทุนที่ผิดพลาด ท่านเดชพยายามประคับประคองสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหว บริษัทประกาศล้มละลายในที่สุด ข่าวร้ายได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ทรัพย์สินทุกอย่างของตระกูลสิริวัฒนาถูกอายัด รวมไปถึงคฤหาสน์หลังนี้ด้วยบรรยากาศที่เคยสดใสในบ้านพลันเปลี่ยนเป็นความหม่นหมองและเงียบงัน
เช้าวันหนึ่ง คนงานและคนรับใช้ทุกคนในบ้านมารวมตัวกันที่หน้าตึกใหญ่พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือนมาสองเดือนแล้ว จากที่เคยจงรักภักดีมันก็กลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ทั้งหมดที่สู้ด้วยกันมามันก็คือผลประโยชน์ที่ทุกคนต่างมีให้กันเท่านั้น
"พวกเราจะทำยังไงกันดี เงินเดือนก็ไม่ได้บ้านหลังนี้ก็กำลังจะถูกยึด ถ้าเราอยู่ที่นี้ต่อไปเราต้องอดตายกันแน่ๆ" ป้าแม่ครัวพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
"ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างนะ จะรอแบบนี้ต่อไปไม่ได้ฉันก็ต้องส่งเงินให้ทางบ้านเหมือนกัน" พี่ดา คนรับใช้คนสนิทของหลินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทันใดนั้น หลินก็เดินลงมาจากบ้านด้วยชุดนอนหรูหรา
"พวกเธอมารวมตัวกันทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปทำงานทำการกันหรือไง พี่ดา ไปเตรียมน้ำส้มให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะกินน้ำส้ม" ไม่มีการตอบรับจากดา หลินมองไปที่ทุกคนด้วยสายตาดุ ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครขยับพี่ดายืนกอดอกมองหลินด้วยสายตาเย็นชา
"ดูสิพี่ดา ขนาดไม่มีเงินจะจ่ายเราแล้ว ยังอุตส่าห์ใส่ชุดนอนผ้าไหมราคาหลักหมื่นลงมาเดินอวดร่ำอวดรวยอีก น่าขำชะมัด" พนักงานทำความสะอาดอีกคนพูดสำทับพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน
"ก็พวกนกยูงปีกหักไงจ๊ะ วันๆ ทำอะไรเป็นที่ไหน นอกจากผลาญเงินพ่อไปวันๆ ต่อไปนี้จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อน้ำส้มกินล่ะคุณหนูหลิน" พี่ดาแสยะยิ้ม มองหลินที่ยืนตัวสั่นพยายามกลั้นน้ำตา
"ที่นี่ไม่มีคุณหนูอีกต่อไปแล้วค่ะคุณหลิน และดิฉันก็ไม่ใช่คนรับใช้ของคุณอีกแล้ว ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้อะไรใครอีกทำตัวเย่อหยิ่งไปเถอะแม่คุณเงินไม่มีจะจ่ายยังคิดที่จะใช้งานคนอื่นเขาอีก" หลินยืนนิ่งอึ้งไปกับคำพูดและท่าทีที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของพี่ดา
"พี่ดา พี่ พะ พูดว่าอะไรน่ะ" หลินถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่มึน งง ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมคนใช้ที่สนิทกับตัวเองที่สุดพูดอะไรแบบนี้
"ก็พูดความจริงไงล่ะ ที่ผ่านมาที่ฉันต้องคอยเอาอกเอาใจตามใจเธอทุกอย่างก็เพราะเงิน! แต่ตอนนี้ในเมื่อตระกูลเธอมันสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ก็อย่ามาวางมาดเป็นคุณหนูให้มันน่ารำคาญอีกเลย!" พี่ดาใส่ไม่ยั้ง
"ใช่ๆ เพราะเธอคนเดียวนั่นแหละที่ผลาญเงินคุณท่านไปวันๆ" เสียงคนอื่นๆ เริ่มผสมโรง
หลินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่คอยดูแลเธอมาตลอดจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การแสดงเพราะผลประโยชน์อย่างนั้นหรือ โลกทั้งใบของเธอราวกับพังทลายลงมาในพริบตา
"พอได้แล้ว" เสียงทรงอำนาจของท่านเดชดังขึ้นขัดจังหวะการพูดคุยของทุกคน จนทุกคนหันมามองเป็นทางเดียวกัน ท่านเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่ซูบตอบและเหนื่อยล้า
"ฉันเข้าใจความลำบากของทุกคนดี เงินเดือนที่ค้างอยู่ ฉันจะพยายามหามาจ่ายให้ครบทุกคน ส่วนตอนนี้ ใครอยากจะไปไหนก็เชิญแยกย้ายกันไปได้เลย บ้านหลังนี้คงไม่มีอะไรจะให้พวกเธอได้อีกแล้ว ใครจะไปก็เชิญไปได้เลย" ท่านเดชพูดจบ สิ้นคำพูดของท่านเดช ทุกคนก็เริ่มทยอยเก็บข้าวของและเดินออกจากบ้านไปทีละคนสองคน เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า พี่ดามองหน้าหลินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาสมเพชเวทนาเป็นอย่างมาก สายตาที่หลินเคยใช้มองคนอื่นที่มีฐานะต่ำกว่าตัวเอง ก่อนจะเดินเชิดหน้าจากไป
หลินทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างหมดสิ้นหนทาง ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังมันรุนแรงกว่าการสูญเสียเงินทองมหาศาลเสียอีก
ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินจากไป มีเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“เธอก็ไปด้วยเถอะภพ ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือแล้วฉันคงไม่มีค่าจ้างที่จะมาจ้างนายต่อ" ท่านเดชหันมามองภพแล้วพูดขึ้น เป็นคำพูดที่ท่านเดชก็รู้สึกผิดไปไม่น้อยที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ทุกคนได้ตรงเวลาตามที่มันควรจะเป็น ภพเดินเข้ามาใกล้ท่านเดชและหลินที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ภพก้มลงเก็บกวาดเศษใบไม้ที่ปลิวว่อนอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ถึงผมจะไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้มาก แต่เพราะพระคุณของท่านที่ทำให้ผมมีที่ซุกหัวนอน มีข้าวกินมาตลอดเกือบปี ถึงแม้ว่าท่านจะไม่มีค่าจ้างหรือสิ่งตอบแทนอะไรให้ ผมก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่ครับ ผมจะทำหน้าที่ของผมเหมือนทุกวัน และจะทำให้ดีกว่าเดิม เผื่อในส่วนของคุณหนูด้วยครับ ผมยินดีที่จะทำ" คำพูดของภพทำให้ท่านเดชถึงกับน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ส่วนหลินที่กำลังร้องไห้อยู่ถึงกับหยุดชะงัก เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยทั้งเกลียดทั้งชังด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... ในวันที่มืดมนที่สุดของชีวิตหลินมีเพียงภพคนเดียวที่ยังยืนอยู่เคียงข้างหลินและพ่อของหลินอย่างไม่ทอดทิ้งไปไหนต่างจากคนงานที่ทำงานที่นี้มานานไม่มีใครสนใจหรือคิดเหมือนภพเลยแม้แต่คนเดียว ตอนนี้หลินได้รู้ซึ่งแล้วว่าทุกคนที่คอยเอาใจหลินก่อนหน้านี้คือพวกที่ต้องการผลประโยชน์จากหลินแค่นั้นเอง
"คุณหนูครับ น้ำส้มไม่มีแล้วแต่ถ้าเป็นน้ำเปล่าเย็นๆ ผมยังพอหาให้ได้นะและผมก็ไม่คิดค่าจ้างด้วย" ภพหันไปมองหลินที่เงยหน้ามองเขาผ่านม่านน้ำตา หลินสะอึกถึงแม้คำพูดของภพจะยังมีความยียวนกวนประสาทอยู่บ้างแต่มันกลับเป็นเสียงเดียวที่ทำให้หลินรู้สึกว่าหลินยังมีตัวตนในโลกใบนี้
"นาย นายไม่โกรธฉันเหรอที่ฉันเคยด่านาย" หลินถามถพขึ้น
"โกรธไปก็ไม่ได้เงินคืนหรอกครับผมว่าเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่เขาจะมาล้อมรั้ว อย่างน้อยวันนี้เราก็ยังมีข้าวสารเหลืออยู่ในครัวพอทำกับข้าวได้หนึ่งมื้อ" ภพยิ้มมุมปากพร้อมกับเดินเข้าไปประคองท่านเดชอย่างนอบน้อม พลางหันมาส่งสายตาบอกหลินให้ลุกขึ้น "ลูกเถอะครับคุณหนู ชุดนอนผ้าไหมนั่นเปื้อนดินหมดแล้ว เสียดายของครับ" คำพูดกวนๆ ของภพในวินาทีนั้น กลับกลายเป็นยารักษาใจชั้นดี หลินปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยขาสองข้างที่สั่นเทา เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าในวันที่มืดมนที่สุดของชีวิต คนที่เธอเคยตราหน้าว่าต่ำต้อยที่สุด กลับเป็นคนที่มีหัวใจสูงส่งที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา
งานแต่งงานของภพและหลินถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นที่คาเฟ่ "Sirawattana Garden & Eatery" สาขาแรก สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความรักของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติซึ่งก็คือครอบครัวและพนักงานที่ร่วมต่อสู้กันมานนนี่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนยิ้มอย่างมีความสุขมองเพื่อนรักที่ในที่สุดก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาด้วยกัน"ผมขอสัญญาว่า จะดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียวตลอดไป" ภพกล่าวคำปฏิญาณ"ฉันก็ขอสัญญาว่า จะเป็นภรรยาที่ดี จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขตลอดไปเช่นกันค่ะ" หลินกล่าวตอบทั้งน้ำตาทั้งสองแลกแหวนและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคนหลังแต่งงาน ภพและหลินก็ยังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาอาณาจักรของพวกเขาต่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนและเหตุการณ์อันตรายมาได้ไม่นาน คฤหาสน์สิริวัฒนากลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์ขนาดย่อม ภพรีบอาบน้ำชำระล้างคราบเขม่าและหยิบชุดที่ดูดีที่สุดที่ภพแอบสั่งตัดไว้มาสวมใส่ แม้ใจจะยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลิน ความนิ่งขรึมของ CEO จอมดุก็ละลายหายไปกลายเป็นชายหนุ่มที่ประหม่าที่สุดในโลกภพจูงมือหลินเดินออกมาที่ระเบียงกว้างซึ่งมองเห็นสวนทุเรียนและทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์หลังฝนตกสว่างนวลตา และที่สำคัญคือกลิ่นดินกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ภพสั่งให้คนสวนเตรียมไว้เป็นพิเศษ"ภพ นายพาฉันออกมาทำไมคะดึกๆ แบบนี้ ลมเย็นนะ เดี๋ยวคุณไม่สบาย" หลินเอ่ยถามพลางกระชับเสื้อคลุม แววตาของหลินยังมีความกังวลเล็กๆ หลงเหลืออยู่ภพหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหลิน ภพจับมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
ความตึงเครียดในอาณาจักรสิริวัฒนาพุ่งขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวภพแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตที่แม้แต่นนนี่เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง การที่สิงห์หนีไปได้เปรียบเสมือนการปล่อยเสือเข้าป่า และนั่นหมายความว่าชีวิตของหลินยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตราบใดที่คนบงการยังลอยนวล ภพและนนนี่เริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินโดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในมือห้องทำงานของภพถูกเปลี่ยนเป็นวอร์รูม นนนี่สั่งการทีมไอทีและสายสืบจากเครือข่ายตลาดเก่าให้กระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมเมือง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟ้าถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฟ้าเกิดจนถึงปัจจุบัน"ทุกรายชื่อที่นังนั่นเคยโทรหา ทุกพิกัด GPS ที่โทรศัพท์มันเคยไป กูต้องการภายใน 10 นาที" นนนี่ตะโกนใส่ลูกน้อง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กร้าวระคายเหมือนสิงห์ร้าย ภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพวงจรปิดจากทั่วเมือง นิ้วของภพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"มันไม่มีทางห
ภพก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้จะวางใจได้เปลาะหนึ่งที่หลินอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อและแม่ที่คฤหาสน์ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขายังคงเตือนว่าพายุกำลังจะมา เขาเรียกนนนี่เข้าพบในห้องทำงานทันที“นนนี่ เรื่องที่กูสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว” ภพถามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารสูง นนนี่วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจัง“กูจัดทีมรปภ มือดีที่สุดชุดละ 6 คน วนเฝ้ารอบบ้านพักพิกัดคฤหาสน์สิริวัฒนาตลอด 24 ชั่วโมงแล้วภพ ทุกจุดบอดมีกล้อง CCTV เชื่อมต่อตรงเข้ามือถือกูและทีมรักษาความปลอดภัยกลางแต่กูมีเรื่องจะบอกมึงเพิ่มว่ะ”“เรื่องอะไร” ภพหันกลับมา“กูส่งคนไปตามดูไอ้ฟ้า มันไม่ได้กลับบ้านว่ะภพ มันหายเข้าไปในย่านสลัมแถวชานเมืองตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนเห็นมันอยู่กับ ไอ้สิงห์ มือปืนรับจ้างที่
"อย่าดื้อนะครับเด็กดี" สิงห์พูดขึ้นและบรรจงถอดเสื้อผ้าของฟ้าออกจนหมด"อื้ออ อ่าาส์โคตรสวย" สิงห์ที่หน้าตาหื่นกระหายเอาลิ้นเลียวนรอบหัวนมของฟ้า ฟ้าเริ่มมีอารมณืร่วม เสียวซ่าน ขนลุกไปทั้งตัวแต่มันกลับทำให้ฟ้ารู้สึกดี"อ่าาส์ ฉันจะอดใจไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ เป็นของฉันเถอะ" สิงหืผู้หื่นกระหายับเรื่องแบบนี้พูดกระซิบข้างหูของฟ้าทำให้ ที่ตอนนี้ใจเต้นแรงและยิ้มให้สิงห์อย่างอัตโนมัติ สิงห์ใช้นิ้วกลางชักเข้าชักออกที่ร่องรักของฟ้า ปากก็ดูด เลียหัวนมของฟ้าไปพร้อมๆกัน"อ้าาาา เสียวอ้าาาา" ฟ้าครางอกมา"น้ำเยอะมากเลยนะครับคุณฟ้า หวานด้วย" สิงห์ยังทำหน้าหท่นกระหายพูดพร้อมกับเลียน้ำที่มือของตัวเองจนหมด"ขนาดนิ้วยังแน่นขนาดนี้ อ้าาาถ้าเอามันยัดเข้าไปจะแน่นขนาดไหนว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" สิงห์พูดเสียงกระเส้าพร้อมถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเห็นมังกรขนาดใหญ่ ตั้งโด่ช
เช้าวันต่อมา ณ บริษัท สิริวัฒนา เอ็มไพร์ฟ้าเดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ฟ้าแต่งตัวสวยจัดเป็นพิเศษเพราะมั่นใจในไพ่ในมือ ฟ้าตั้งใจจะหาจังหวะที่หลินยังไม่เข้าบริษัท ซึ่งฟ้าคาดว่าน่าจะแฮงค์โอเวอร์หนัก เข้าไปหาภพเพื่อเตือนเรื่องภาพหลุดแต่ทว่า เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน CEO ฟ้ากลับพบว่าประตูห้องประชุมเล็กข้างๆ เปิดรออยู่ และคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโต๊ะไม่ใช่ภพ แต่เป็น นนนี่ที่นั่งหมุนควงกุญแจรถเล่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย"อ้าว น้องฟ้า มาเช้าจังนะครับเชิญข้างในก่อนสิ พี่มี พอดแคสต์ สนุกๆอยากให้ลองฟัง" นนนี่ทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ"พอดีฟ้ามีธุระจะคุยกับท่านประธานค่ะพี่นนนี่ ไว้วันหลังนะ" ฟ้าหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้ม"เข้า-มา-นั่ง" นนนี่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นดุดันทันทีจนฟ
ภายในรถหรูที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก มีเพียงแสงไฟจากถนนที่สาดสลับเข้ามาเป็นระยะ แอร์เย็นฉ่ำอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของหลินที่ผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ กลายเป็นกลิ่นที่ทำให้คนขับอย่างภพเริ่มนั่งไม่ติดที่
หลังจากเหตุการณ์ ศึกสายตา ในห้องทำงาน ภพที่เคยรับมือกับวิกฤตหุ้นหมื่นล้านได้อย่างเยือกเย็น กลับพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ยากที่สุดในชีวิต นั่นคือการทำยังไงให้หลินอยู่กับภพไปตลอดชีวิตในฐานะภรรยา
พริบตาที่ความหวานกำลังอบอวลจนเกือบจะลืมโลกภายนอก เสียงเคาะประตูที่จังหวะพอดิบพอดีก็ดังขึ้นเบาๆแต่สม่ำเสมอตามด้วยเสียงอินเตอร์คอมที่ขัดจังหวะทุกอย่างให้หยุดชะงัก“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน” หลินรีบผละออกจาก
การกลับมาของนนนี่และการเทคะแนนเสียงจากผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำให้สถานการณ์พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง ภพไม่เพียงแต่รักษาตำแหน่ง CEO ไว้ได้ แต่ยังได้หุ้นในส่วนของนนนี่กลับคืนมา ทำให้ภพกลายเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากที่เด็ดขาดอีกครั้ง วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ท







