LOGINพี่วินมอเตอร์ไซค์มองเงินในมือภพสลับกับรถเบนซ์คันหรูที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป ก่อนจะถอนหายใจยาวๆออกมา
"เออๆ ขึ้นมาไอ้หนุ่ม ถือว่าพี่ช่วยคนมีเรื่องกับอีนังคุณหนูไฮโซไร้มารยาทคนนั้น" วินมอไซด์พูดพร้อมกับมองมาที่หน้าของภพ ภพกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอไซด์อย่างรวดเร็ว มอเตอร์ไซค์รับจ้างพาภพบิดลัดเลาะไปตามถนนจนมาถึงย่านหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูมีบ้านของคนรวยระดับเรียกมหาเศรษฐีได้เลยถูกจัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ รถเบนซ์คันนั้นเลี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารที่ภพเผลอคิดว่าอาจจะใหญ่กว่าบ้านของภพซะอีก ภพลงจากรถและจ่ายเงินค่าจ้าง แล้วมองไปยังประตูรั้วอัลลอยด์ขนาดใหญ่ที่มีป้ายชื่อบ้านสลักไว้อย่างสวยงามว่า สิริวัฒนา และที่มุมหนึ่งของกำแพง มีป้ายเล็กๆแขวนอยู่เขียนว่า”รับสมัครคนสวน ดูแลสุนัข” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้ากร้านแดดของภพ
"สวรรค์เข้าข้างคนจนๆ อย่างเราบ้างแล้วสินะ" ภพยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินคอตกกลับไปที่ตลาดทันที
วันถัดมาภพรีบจัดการอาบน้ำปะแป้งสวมเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ซึ่งก็คือเสื้อยืดเก่าๆแต่สะอาดกับกางเกงยีนส์ขาดๆที่ภพจัดการเย็บปะด้วยตัวเอง แล้วมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์สิริวัฒนาอีกครั้งภพจัดการตามแผนขั้นแรกคือกดกริ่งหน้าประตูด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่นานนักประตูเล็กข้างรั้วก็เปิดออกโดยชายวัยกลางคนท่าทางเป็นหัวหน้าคนงาน
"มาทำอะไร" ชายคนที่ดูน่าจะเป็นหัวหน้าคนงานถามขึ้น
"ขอโทษนะครับ พอดีผมเห็นป้ายรับสมัครคนสวนครับ ยังรับอยู่ไหมครับ" ภพตอบอย่างนอบน้อมแล้วถามขึ้นเพื่อเป็นการหยั่งเชิง ชายคนนั้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
"หน่วยก้านก็ดีนี่ รออยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวไปตามนายท่านมา" ชายคนนั้นเดินเข้าไปในบ้าน ภพยืนรออย่างสงบเสงี่ยม ไม่นานนักชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานก็เดินออกมา พร้อมกับ คุณหนูหลิน
ทันทีที่หลินเห็นหน้าภพ เธอก็ชี้หน้าภพแล้วกรีดร้องออกมาทันที
"แก ไอ้กรรมกรตลาดสด แกตามฉันมาถึงนี่เลยเหรอ คิดจะทำอะไรชั่วๆ ล่ะสิ หริอว่าแกจะมาปล้นบ้านฉัน" หลินแผดเสียงถามภพออกมา ภพแสร้งทำหน้างุนงงและหวาดกลัวเล็กน้อย ภพก้มหัวให้ชายสูงวัยก่อนจะหันไปพูดกับหลินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"คุณหนู จำคนผิดหรือเปล่าครับ ผมว่าเราเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกนะครับ" ภพถามออกมาพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร
"ตอแหล ก็แกนั่นแหละที่ด่าฉันกลางตลาดเมื่อวานความจำเสื่อมหรือไง ห๊ะ" หลินยังคงโวยวายไม่หยุดมือก็ยังชี้ไปที่หน้าของภพอยู่
"พอได้แล้วหลิน เลิกโวยวายเสียที เสียมารยาทน่า" ชายสูงวัยปรามลูกสาว ก่อนจะหันมามองภพอย่างพิจารณา
"เธอชื่ออะไร" พ่อของหลินถามภพขั้น
"ผมชื่อภพครับท่าน" ภพตอบพร้อมกับยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม พ่อของหลินมองท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัวและหน่วยก้านที่ดูแข็งแรงของภพ ประกอบกับรู้ฤทธิ์เดชความเอาแต่ใจของลูกสาวตัวเองเป็นอย่างดี จึงไม่คิดถือสา
"ฉันชื่อเดช หรือจะเรียกว่าท่านเดชก็ได้ฉันเป็นเจ้าของบ้านนี้ เธอบอกว่าไม่เคยเจอลูกสาวฉันมาก่อน แน่ใจนะ" ท่านเดชมองมาที่ภพแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
"ครับท่าน ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยเจอคุณหนูมาก่อน ผมเพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อหางานทำพอดีเห็นป้ายหน้าบ้านท่านก็เลยลองเข้ามาสมัครดูครับ" ภพโกหกหน้าตายออกมา หลินกระทืบเท้ารั่วๆเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ
"คุณพ่อคะ อย่าไปเชื่อมันนะคะ มันเป็นคนไม่ดี มันด่าหลินที่ตลาดเมื่อวานนี้" หลินยังยืนยันคำเดิม ท่านเดชมองลูกสาวสลับกับภพที่ยังคงก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทีสำรวมท่าทีของภพไม่น่าจะเป็นคนแบบที่หลอนว่าได้เลย ภพออกจะเรียบร้อยท่าท่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างเห็นได้ชัด
"เอาล่ะๆ ฉันเชื่อว่าลูกสาวฉันอาจจะเข้าใจผิดไปเอง เอาเป็นว่าฉันรับเธอเข้าทำงาน เริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลยไหม" ท่านเดชพูดขึ้น ภพเงยหน้าขึ้นแสร้งทำเป็นดีใจสุดขีด
"จริงเหรอครับท่าน ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณจากใจผมเลยครับ ผมเริ่มได้เลยวันนี้ก็ได้ครับ" ภพแสดงท่าทางดีใจเป็นอย่างมาก จนหลองเองอดที่จะหมั่นใส้ไม่ได้
"ดีมาก ลุงชม ไปพาไอ้หนุ่มนี่ไปดูที่พักแล้วอธิบายงานให้เขาฟังด้วยน่ะ ฝากด้วยนะลุงชม" ท่านเดชสั่งหัวหน้าคนงาน หลินอ้าปากค้างมองภพที่เดินตามลุงชมเข้าไปในเขตรั้วแล้วบ้านด้วยสายตาอาฆาตแค้น
"คุณพ่อ ทำไมทำแบบนี้ละคะ หลินบอกแล้วว่ามัน"
"แกต่างหากที่ทำตัวน่ารำคาญ พ่อเห็นท่าทางไอ้หนุ่มนั่นแล้วไม่น่าใช่คนเลวร้ายอะไร ดีเสียอีก พ่อจะได้จ้างมาดัดนิสัยลูกสาวที่เอาแต่ใจอย่างแก โตแล้วนะหลินเลิกทำตัวเป็นเด็กๆที่ชอบเอาแต่ใจได้แล้ว" พูดจบท่านเดชก็เดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้หลินยืนกรี๊ดอยู่คนเดียวโดยที่ท่านเดชไม่หันมาให้ความสนใจหลินเลยแม้แต่น้อย ภพแอบลอบยิ้มอย่างผู้ชนะในที่สุดภพก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในถ้ำเสือสมใจแล้ว จากนี้ไปเกมสั่งสอนคุณหนูจอมหยิ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภพเดินตามลุงชมเข้าไปทางหลังบ้าน แต่จังหวะหนึ่งภพได้แกล้งทำเป็นเชือกรองเท้าหลุดเพื่อหยุดเดิน แล้วหันไปสบตากับหลินที่ยังยืนจ้องภพปานจะกินเลือดกินเนื้อ ภพขยับริมฝีปากเป็นคำพูดแบบไม่มีเสียงว่า (ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหนู) พร้อมกับขยิบตาให้หนึ่งทีอย่างผู้ชนะ ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยเมื่อลุงชมหันมามอง
"นี่ห้องพักของมึง สภาพอาจจะไม่หรูหราแต่ก็ดีกว่านอนข้างถนน" ลุงชมชี้ไปที่ห้องแถวไม้เล็กๆ ท้ายสวน
"งานของมึงคือตัดหญ้า แต่งกิ่ง และที่สำคัญที่สุดดูแล เจ้าทองหยิบกับเจ้าทองหยอด หมาสุดที่รักของคุณหนูหลิน" ภพมองไปที่กรงขนาดใหญ่เห็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์สองตัวท่าทางเป็นมิตร "หมาเหรอครับได้ครับลุง ผมถนัด"
"ถนัดก็ดี แต่อย่าประมาทล่ะ เพราะถ้าหมาเป็นรอยแม้แต่ปลายขนคุณหนูเอามึงตายแน่" ลุงชมเตือนด้วยความหวังดี
ตกเย็น
ขณะที่ภพกำลังเริ่มสำรวจเครื่องมือทำสวน เสียงฝีเท้าหนักๆก็เดินตรงมาหาภพพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคย
"ไอ้กรรมกร" หลินยืนกอดอก เชิดหน้ามองภพอย่างเหยียดหยาม
"แกคิดว่าแกตบตาคุณพ่อฉันได้แล้วแกจะรอดเหรอ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกเข้ามาที่นี่เพื่อจะขโมยอะไรหรือมีแผนชั่วอะไรในหัวแต่จำใส่กะลาหัวไว้ ฉันจะจับตาดูแกทุกฝีก้าวถ้าแกพลาดแม้แต่นิดเดียว ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก" ภพวางกรรไกรตัดหญ้าลงช้าๆ พร้อมกับขยับกายเข้าไปใกล้จนหลินผงะถอยหลัง แต่ภพกลับโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของคุณหนูนิสัยเสีบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยดุดันแต่อ้อนน้อม
"ที่ตลาดผมบอกคุณหนูแล้วใช่ไหมครับว่าที่นี่ไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล" ภพยืดตัวตรง แววตานักล่าของทายาทมาเฟียผลไม้ประกายวูบหนึ่งจนหลินใจสั่น
"ที่นี่คุณหนูอาจจะเป็นเจ้าชีวิตของคนอื่น แต่สำหรับผมคุณหนูเป็นแค่โจทย์ที่ผมต้องแก้ให้ตกเท่านั้นเอง"
"แก แกกล้าขู่ฉันเหรอ" หลินยกมือจะตบหน้าภพ แต่คราวนี้ภพไม่ได้แค่คว้าข้อมือ ภพออกบีบข้อมือของหลินเบาๆ แต่ไม่แน่นมากแคชต่หลินก็หนีไม่ได้เช่นกัน
"ผมมาทำงานครับคุณหนู ไม่ได้มาเป็นสนามอารมณ์ให้ใครถ้าอยากให้ผมออกไปง่ายๆก็แค่ทำตัวให้น่าเคารพมากกว่านี้ซึ่งผมดูแล้ว น่าจะยากกว่าให้ผมตัดหญ้าทั้งสวนด้วยกรรไกรตัดเล็บเสียอีก"
"ไอ้ ไอ้คนเลว ปล่อยนะ" ภพปล่อยมือทันทีจนหลินเกือบเสียหลัก
"เชิญพักผ่อนตามสบายครับคุณหนู พรุ่งนี้เช้าผมต้องเริ่มงานดูแลน้องหมาหวังว่าเจ้าทองหยิบทองหยอดจะนิสัยดีกว่าเจ้าของนะครับ" หลินยืนสั่นไปทั้งตัวด้วยความแค้นและเสียหน้า เธอไม่เคยเจอใครที่กล้าต่อปากต่อคำและกดดันเธอได้ขนาดนี้
"แก ฉันจะทำให้แกอยู่ที่นี่เหมือนตกนรกเลยคอยดู" ภพมองตามแผ่นหลังของหลินที่เดินปึงปังเข้าบ้านไป เขาลอบยิ้มเย็น แผนการของเขาไม่ใช่แค่การสั่งสอน แต่มันคือการแทรกซึมและไม่อยาให้หลินต้องตัดสินใจพลาดแบบเขา สงครามประสาทเริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางกลิ่นดอกมะลิและเสียงแมลงกลางคืนในเขตรั้วสิริวัฒนา ไม่มีใครรู้เลยว่ากรรมกรหนุ่มคนนี้กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนกระดานธุรกิจและหัวใจของคุณหนูจอมวีนไปตลอดกาล
สวนสิริวัฒนาไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เล็กๆอีกต่อไปแล้วมันกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ภพมองเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ"เราจะเปิดหน้าร้าน" ภพประกาศในที่ประชุม"หา เปิดหน้าร้านเหรอจะไหวเหรอภพค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง ค่าจ้างพนักงานอีก" นนนี่ท้วง"ไหวสิ เราจะไม่เปิดเป็นร้านขายของธรรมดาแต่เราจะเปิดเป็น 'คาเฟ่' คาเฟ่สวนผลไม้ เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองทำเป็นเครื่องดื่ม เค้ก และของหวาน ลูกค้าจะได้มาลองชิมสินค้าของเราก่อนตัดสินใจซื้อกลับบ้าน และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ดูพรีเมียมมากขึ้นด้วย" ภพชี้ไปที่แผนผังบนหน้าจอ ท่านเดชตบเข่าฉาด"เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อมีที่ดินแปลงเล็กๆอยู่ใจกลางเมืองพอดีเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ไม่ถูกยึด เราเอามาใช้ได้เลย"โครงการคาเฟ่ในฝันจึงเ
หลังจากวิกฤตการณ์ไลฟ์สดสวนสิริวัฒนาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ภาพลักษณ์ของแบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ภพตัดสินใจเดินเกมรุกต่อทันที"เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่" ภพประกาศในที่ประชุมเล็กๆที่มีเพียงเขากับหลินและนนนี่"สินค้าใหม่อะไรวะ ตอนนี้เราขายผลไม้สดจนแพ็คกันไม่ทันแล้วนะ" นนนี่แย้ง"ไม่ใช่ผลไม้สด แต่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป แยมผลไม้โฮมเมด, ผลไม้อบแห้งพรีเมียม, และน้ำผลไม้สกัดเย็น 100%" ภพเปิดสไลด์ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เตรียมมา "น่าสนใจมาก เราจะได้ใช้ประโยชน์จากผลไม้ที่อาจจะช้ำหรือขนาดไม่ได้มาตรฐานจากการขนส่งด้วย เป็นการลดขยะอาหารไปในตัว" หลินตาโตแล้วพูดขึ้น"ถูกต้องและที่สำคัญ เราจะสามารถควบคุมราคาและเพิ่มกำไรได้มากกว่าผลไม้สด แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ที่ชอบทานของว่างเพื่อสุขภาพด้วย" ภพยิ้มออกมา ทั้งสามคนทำง
ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทฟรุ๊ตเอ็มไพร์บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของภพ กำลังนั่งหัวโต๊ะด้วยใบหน้าถมึงทึง"ใครช่วยอธิบายผมทีว่า ทำไมยอดขายของเราถึงได้ตกลงสวนทางกับตลาดที่กำลังโตขึ้นแล้วไอ้ร้านสวนสิริวัฒนานี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราไปได้มากขนาดนี้" ทีมการตลาดนั่งก้มหน้ากันเป็นแถว ไม่มีใครกล้าสบตา"เอ่อ คือเขาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงครับท่าน สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้เกิด Brand Loyalty(ความภักดีต่อแบรนด์) ครับ""แล้วทำไมเราไม่ทำบ้าง""เราพยายามแล้วครับ แต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์เราเป็นบริษัทใหญ่มันเข้าถึงยากกว่าครับ"ปัง เสียงพ่อของภพทุบโต๊ะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว"ไร้สาระ ผมไม่สนว่าจะด้วยวิธีไหน ไ
ธุรกิจสวนสิริวัฒนาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากมะม่วง ก็เริ่มขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆที่มีในสวน เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ภพตัดสินใจเช่าโกดังเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่แพ็คของและกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ และจ้างคนงานเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งก็คืออดีตคนงานในตลาดที่ภพเคยรู้จักนั่นเอง หลินเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะบริหารจัดการสต็อกสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแล้วยังช่วยคิดโปรโมชั่นต่างๆจนตัวของหลินกลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของภพวันหนึ่งขณะที่ภพกำลังตรวจเช็คยอดสั่งซื้อในโกดัง ก็มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา"ฮัลโหล""ไอ้ภพ นี่กูเอง นนนี่" ภพถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของตัวเอง"นนนี่ มึง มึงไปเอาเบอร์กูมาจากไหน""กูไปถามเจ๊สมรที่ตลาดมา เจ๊แกบอกว่ามึงมาเช่าโกดังแถวนี้ กูเลยลองโทรมาดู มึง มึงเป็นยังไงบ้างวะ หายไปเป็นปี ไ
เงินก้อนแรกที่ได้มาถูกนำไปใช้เป็นค่าจ้างคนงานในสวนที่ต่างจังหวัดและค่าขนส่งผลไม้ล็อตแรก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลเหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอด ภพต้องสวมบทบาททุกอย่าง ตั้งแต่คนรับออเดอร์ แอดมินเพจ นักการตลาด ไปจนถึงคนแพ็คของ โดยมีหลินเป็นผู้ช่วยมือใหม่ที่ยังทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ อย่างน้อยคุณหนูขี้วีนก็ลงมาช่วยงานนี้ด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านสิริวัฒนาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของมะม่วงสุกที่เพิ่งขนมาจากต่างจังหวัด แต่เบื้องหลังความหอมนั้นคือการทำงานหนักที่ทดสอบความอดทนของคุณหนูอย่างหลินเป็นที่สุด หลินนั่งแหมะอยู่บนพื้นห้อง มือบางที่เคยแต่ทำเล็บหรูหรา บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากขอบลังกระดาษและเศษเทปกาวที่พันมั่วไปหมด"ว้าย ภพมะม่วงมันลื่นหลุดมือ" หลินอุทานหน้าตื่นเมื่อมะม่วงสีเหลืองทองเกือบจะร่วงลงพื้น แต่หลินก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงบีบที่มากเกินไปเพราะความตกใจทำให้ผิวเนื้อนุ่มๆ ของมันยุบลงไปตามรอยนิ้วมือ
คืนแล้วคืนเล่าที่แสงสว่างจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของภพ ภพใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียนโค้ตสร้างแพลตฟอร์บางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นที่มืดมิด หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ในตอนแรกหลินเองก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ภพทำจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อเห็นความทุ่มเทและสายตาที่มุ่งมั่นของภพแล้ว ตัวขอวหินเองก็เลือกที่จะมั่นใจและก็เลือกที่จะไม่รบกวนและคอยเอาน้ำ เอาขนมปังราคาถูกที่ซื้อมาไปวางไว้ให้ข้างๆ แทน"นี้นายทำอะไรของนายน่ะ ฉันเห็นดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนไม่หลับไม่นอนหรือยังไง" คืนหนึ่งหลินทนความสงสัยไม่ไหวถามออกมาขณะยืนมองภพที่ใจจดใจจ่ออยู่ที่หน้าจออย่างไม่ละสายตา ภพละสายตาจากหน้าจอที่เต็มไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ประหลาดๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย"หาทางให้คุณหนูมีเงินใช้ซื้อกระเป๋าใบใหม่ไงครับ พึ่งมีคอลเลกชั่น ออกใหม่มานี้น๊าคุณหนูไม่อยากได้เหรอครับ" ภพถามหลินขึ้น"ฉันไม่ได้อยากได้แล้วไอ้กระเป๋าบ้าๆ นั่นน่ะ มัน







