共有

CHAPTER 05 อาตี๋อัลเทอร์

last update 公開日: 2026-06-26 12:40:06

CHAPTER 05 อาตี๋อัลเทอร์

เสียงเคาะประตูดังออกมาจากด้านนอกห้อง ปลุกคนที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ท่าทางงัวเงียประกอบกับอาการปวดหัวไม่หายทำให้ทุลักทุเลในการหยัดตัวขึ้น เสียงแหบแห้งกว่าจะเปล่งออกมาได้เป็นคำนั้นก็ช่างลำบากยากเย็น

“เข้ามาได้ค่ะ” เอ่ยเบาๆ สายตามองไปรอบๆห้อง ในตอนนี้ฉัตรเดชาไม่อยู่ในห้องแล้ว เธอชินชาไม่ว่าจะอยู่บ้านนี้หรือบ้านของเธอกับเขาก็ไม่เคยพบเจอเขาอยู่ข้างกายอยู่แล้ว คิดก็น่าน้อยใจเขาไม่เคยเห็นความสำคัญ เขาคงมองเห็นเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์จะทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างไรก็ได้

“เป็นไงบ้างลูก” นวลจันทร์เดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงที่เตียงข้างๆ ลูกสะใภ้ “ดีขึ้นบ้างไหม”

“ยังปวดๆ หัวอยู่ค่ะ” ปวดๆ ตัวด้วยแต่อย่างหลังไม่ได้พูดออกไป มืออบอุ่นของคนที่เธอเคารพวางแนบที่หน้าผากพร้อมกับเสียงท่านอุทานเล็กๆ

“ตายจริง ทำไมตัวร้อนแบบนี้ นี่ตาลี่ดูแลยังไงไข้ไม่ลดเลยนะ” ตำหนิลูกชาย ก่อนหน้านี้ก็มีงานด่วนทำให้ต้องรีบเข้าบริษัทจนต้องตามเธอมาดูแล ท่าทีเขาร้อนรน ไม่รู้ว่าร้อนรนเรื่องงานหรือเรื่องเมีย นวลจันทร์เพียงคิดเข้าข้างสะใภ้ว่าคงจะเป็นอย่างหลังถึงรีบตามเธอมาอย่างนี้

“เฮียเช็ดตัวให้หลินแล้วค่ะ แต่หลินไข้ไม่ลดเอง” ขืนผู้เป็นแม่ของเขารู้ว่าฉัตรเดชาไม่ให้เธอพัก มีหวังเขานั้นหัวแบะแน่

“เดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้อีก ตอนนี้บัวกำลังทำข้าวต้มให้ กินข้าวจะได้กินยา” ว่าจบท่านก็หยิบผ้าผืนเล็กจากกะละมังมาเช็ดตัวให้ เวลาเธอป่วย ตั้งแต่เด็กๆ คนดูแลก็คือนวลจันทร์ หากท่านมีธุระก็มีป้าบัวที่คอยช่วย นั่นทำให้หลินหลินรักและเคารพท่านมากเพราะรู้ดีว่าท่านนั้นรักตัวเองแค่ไหน

“ขอบคุณม้านะคะที่ดูแลหลินดีตลอดเลย” กล่าวเสียงสั่นๆ น้ำตาคลอ

“หลินคือลูกสาวอีกคนของม้าไง” พ่อแม่ของหลินหลินเป็นเพื่อนรักของเธอ อีกทั้งเมื่อก่อนทั้งสองคนยังช่วยพยุงธุรกิจบ้านนี้เอาไว้ตั้งมาก จะให้เธอใจดำทิ้งเด็กน้อยที่น่ารักคนนี้ให้ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ใช่เรื่อง

“ถ้าไม่มีม้าก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ชีวิตหลินจะเป็นยังไง” ตั้งแต่วันที่ขาดพ่อและแม่ไป หลินหลินก็ไร้ที่พึ่ง เคว้งคว้างหาทางสว่างไม่เจอ น้ำตาเม็ดใสค่อยๆ ไหลหยดลงมา นวลจันทร์ยื่นมือซับให้ดึงตัวเข้ามากอด

“ไม่ร้องแล้วนะลูก” น้ำตาของเด็กตรงหน้าเธอไม่ชอบเลย เห็นทีไรใจหวิวทุกทีไป ภาพจำในสิบสองปีที่แล้วหวนกลับมา ภาพเด็กน้อยที่กลัวจนตัวสั่นนั้นทำเอาใจกระตุกวูบ หลินหลินจมอยู่กับความทรมานนานนับปีจากเหตุการณ์ในอดีต กว่าจะได้ย้ายมาอยู่บ้านนี้ก็ใช้เวลารักษาพอสมควร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนนวลจันทร์ก็ยังกลัว และไม่อยากให้มีอะไรมากระทบจิตใจที่บอบบางของหลินหลินแม้แต่นิดเดียว

“ข้าวต้มมาแล้วค่ะคนป่วย” บัวแม่บ้านยกอาหารสำหรับผู้ป่วยเข้ามาให้พร้อมฉีกยิ้มมาแต่ไกล นั่นทำให้หลินหลินรีบทำตัวให้เป็นปกติเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนเป็นห่วง

“น่าทานจังเลยค่ะ”

“น่าทานก็ต้องทานให้หมดนะ ส่วนยา ม้าเอาวางไว้ตรงนี้นะลูก เดี๋ยวม้าลงไปทำกับข้าวกับป้าบัวก่อน”

“ค่ะ” ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะออกไป นายน้อยของบ้านก็เดินมาเกาะขอบประตูดูอาการซ้อของเขา

“เป็นไงบ้างอะซ้อ” สีหน้าเป็นห่วงของเลโอนั้นทำนวลจันทร์และป้าบัวอดที่จะเอ็นดูไม่ได้

“โอเคแล้ว”

“เป็นห่วงซ้อแต่ไม่เข้ามา ไปยืนเกาะขอบประตูทำไม” นวลจันทร์อดที่จะถามลูกชายไม่ได้

“เห็นอยู่กันเยอะ ตี๋กลัวซ้ออึดอัดอะม้า”

“เดี๋ยวม้าจะลงไปทำกับข้าวแล้ว เข้ามาเถอะนา” ว่าจบก็หยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงตรงไปที่ประตู ตีไปที่ไหล่ลูกชายเบาๆ

“ม้าฝากดูแลซ้อด้วยก็แล้วกัน แล้วก็อย่าชวนซ้อคุยมาก เสียงยิ่งไม่มี”

“ม้าเห็นตี๋พูดมากหรือไง” เลโอยู่หน้าใส่ผู้เป็นมารดา

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” หัวเราะในลำคอเบาๆ เดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ลูกชายได้เข้าไปหาคนที่ตัวเองเรียกว่าซ้อ

“เฮียดูแลยังไงเนี่ย ไม่เห็นจะดีขึ้น” มือทาบหน้าผาก เอ่ยคำเดียวกับมารดาเสียงดุๆ “เฮียนะเฮีย” บ่นอุบพร้อมกับแย่งชามข้าวต้มไปถือเอาไว้

“เอาไปไหน”

“จะป้อนซ้อไง ดูสิเนี่ยหน้าซีดเป็นไก่ ตี๋ว่าซ้อกินข้าวกินยาเสร็จต้องแต่งหน้าด้วยนะ” น้ำเสียงจริงจังทำเอาหลินหลินหลุดขำ

“แต่งทำไมอะ เดี๋ยวก็ต้องนอนพัก”

“แต่งไว้ไง แบบว่านอนตื่นมาก็สวยเลย เดี๋ยวตี๋แต่งให้”

“แล้วตอนนี้ซ้อไม่สวยหรือไง” แกล้งถามยิ้มๆ ตั้งแต่เด็กก็มีเลโอนี่แหละที่ชมเธอว่าสวยน่ารักทั้งเช้าและเย็น

“ตอนนี้ซ้อสวยแต่ก็สวยได้อีก ไม่ชอบเห็นซ้อหน้าซีดอะ ไม่ชิน” ว่าพร้อมเป่าข้าวต้มให้แล้วจ่อที่ปากของคนป่วย “กินเยอะๆ เลย” หลินหลินรับข้าวต้มเข้าปากแต่โดยดี

“แล้ววันนี้ตี๋ไม่ไปเฝ้าน้องพระพายหรือไง ปกติหลินแทบไม่เห็นหน้า” สรรพนามแทนตัวเองเดี๋ยวซ้อเดี๋ยวหลิน เธอไม่ชินเลยที่ต้องมาอยู่ในตำแหน่งพี่สะใภ้

“ไปสิ แต่เดี๋ยวไปหลังจากที่ซ้อกินข้าวหมดชามก่อน อ้อ แต่งหน้าด้วย” สุดท้ายวกมาที่เรื่องแต่งหน้าอีกแล้ว “เฮียไปไหน ทำไมไม่อยู่ดูแล”

“ม้าบอกมีงานด่วน”

“สำคัญกว่าเมียขนาดนั้นเลย” บ่นพี่ชายของตัวเองอย่างหัวเสีย กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เขาพร่ำบอกให้ดูแลหลินหลินดีๆ “ไม่ได้ตั้งใจทำให้เสียใจนะ เมื่อกี้แค่อยากบ่นเฮีย” หันไปเจอหน้าหลินหลินที่มีแววตาเศร้าแล้วก็อดบ่นตัวเองไม่ได้

“ชินแล้ว”

“ซ้อหาสามีใหม่ไหม”

“ฮะ” หลินหลินอ้าปากค้างน้อยๆ น้องสามีบอกให้หาสามีใหม่

“ก็เฮียไม่สนใจนี่ ไม่สมกับที่เป็นเฮียลี่เลย” ที่บอกว่าไม่สมกับที่เป็นเขาเพราะเฮียคนที่เป็นพี่ชายนั้นอบอุ่น ใส่ใจในคนรอบข้างเสมอแต่พอเป็นกับซ้อหลินเขาดันละเลย

“ซ้อบอกเฮียดิว่าซ้อไม่ได้เป็นต้นเหตุทำให้เฮียเลิกกับเจ้แพรวาอะ”

“บอกแล้ว”

“เฮียไม่เชื่องั้นดิ”

“อืม” ไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะปักใจขนาดนี้เลย ใครเตือนไม่เชื่อแล้วจะมาเสียใจทีหลัง

“แล้วที่บอกว่าให้เปลี่ยนใหม่น่ะ ทำไม่ได้หรอกนะ” บอกด้วยแววตาเศร้า

“รักเฮียมากสินะ” เห็นมาตั้งแต่เด็กว่าหลินหลินเทิดทูนบูชาเฮียลี่มากแค่ไหน เลโอดูออกมาตลอดว่าซ้อของเขาปลื้มเฮียลี่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว รักเขามากถึงขนาดที่แม้จะเป็นคู่หมั้นกันก็ให้เฮียมีแฟนเพราะรู้ว่าเฮียไม่ได้รักตัวเอง ยอมถอยให้แม้ตัวเองจะเจ็บมาก

ซ้อของเขาทวงเฮียคืนมันก็ไม่ได้แปลกหรอก ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นดูแลคนที่เธอรักไม่ดีนี่ เรื่องนี้เลโอคิดว่าหลินหลินไม่ผิดอะไรเลยสักนิด พี่ชายของเขานั่นแหละที่หลับหูหลับตารักผู้หญิงคนนั้นโดยไม่ฟังอะไร และเขาก็เข้าใจหลินหลินว่าทำไมตัดใจจากเฮียลี่ไม่ได้ ขนาดเขาที่ตามจีบน้องพระพายมาหลายปีไม่เคยมีสถานะเขายังเลิกรักน้องไม่ได้เลย

ความรักน่ะเข้าใจยากเสมอนั่นแหละ

“ซ้อกินต่อเลย” สุดท้ายอย่างที่ม้าบอกมันก็จริง เขาน่ะมัวแต่ชวนหลินหลินคุย ตอนนี้คนป่วยดูเคร่งเครียดเกินไปด้วยซ้ำ

“อ้าปาก จะป้อนคำโตๆ” ว่าก็แกล้งตักข้าวต้มจนพูนช้อน

“เลโอ มันคำใหญ่ไป”

“จะได้อิ่มไวๆ”

“ขี้เกียจป้อนแล้วหรือไง พึ่งกินไปคำเดียวเอง”

“ใครบอกว่าขี้เกียจ ไม่มี๊”

“เสียงสูงเชียวนะ” หลินหลินหัวเราะ เลโอมักทำให้หัวเราะได้ เธอเชื่อว่าที่เขาตามจีบน้องพระพายมามีผลต่อหัวใจน้องมากแน่ๆ หากเลโอหยุดตื๊อเมื่อไหร่คนที่กระวนกระวายใจก็คงจะเป็นตัวน้องเอง สี่ปีเลยนะที่เจ้าตี๋ตามจีบน่ะ ต้องมีหวั่นไหวบ้างนั่นแหละ

เลโอจัดการป้อนข้าวคนที่เป็นทั้งพี่สาวและเพื่อนของตัวเองจนเรียบร้อยก็รีบหยิบยาให้ทาน จากนั้นก็ขอตัวไปตามจีบคนที่ตัวเองคลั่งรักต่อ “เดี๋ยว จะไปชุดแบบนี้อีกแล้วเหรอ” หลินหลินว่า ชุดที่เลโอสวมคือเสื้อฮาวายเก่าๆ กางเกงขาสั้น ผมไม่เซต และเดาได้เลยว่ารองเท้าช้างดาวพร้อมมอเตอร์ไซต์แก่ๆ

“แบบนี้แหละ ยังไม่ชินอีกเหรอซ้อ”

“ไม่เคยชินเลย เลโอชอบให้หลินแต่งตัวสวยๆ แต่ทำไมตัวเองไม่แต่งหล่อๆ บ้าง”

“เป็นสไตล์ไง แต่งตัวคลาสสิคฟังเพลงเก่าๆ ขับรถอีแก่” เลโอยิ้มๆ “เป็นตี๋อัลเทอร์มันเท่นะซ้อ” หลินหลินถอนหายใจยาวนึกภาพน้องนวลนภามอเตอร์ไซต์คันเก่าของเลโอที่จอดในโรงจอดรถของบ้านใหญ่แล้วกุมขมับ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่มีน้องนวลนภาจอดเด่นหราเป็นของเก่าเก็บ

“ไปก่อนนะ ใกล้ถึงเวลาเก็บร้านของแม่น้องพระพายและ ตี๋ต้องไปทำคะแนน” พูดจบก็วิ่งพุ่งพรวดออกไป ทำเอาหลินหลินส่ายหน้า ถ้าจะบอกว่ามีคนแปลกก็คงไม่มีใครแปลกเกินเลโออีกแล้ว

หลินๆ นั่งพักให้อาหารย่อย ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพื่อเช็กโซเชียล ว่ามีใครได้ส่งข้อความอะไรมาหาหรือเปล่า

เฟย์นิส : เย็นนี้ว่างไหมคุณแม่ชวนมาทานอาหารเย็นที่บ้าน

เพื่อนรักที่คอยมันตื้อให้ไปที่บ้านของตัวเองบ่อยๆ ส่งข้อความมาถามกันอีกแล้ว

หลินหลิน : หลินไม่สบาย ครั้งหน้านะ

เฟย์นิส : นั่นไง ว่าแล้วเมื่อวานหน้าซีด

เฟย์นิส : แล้วเป็นไงบ้าง

หลินหลิน : ดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง นอนพักอีกหน่อยวิ่งปร๋อ

เฟย์นิส : งั้นไปพักเลย หายไวๆ

เมื่อคุยกับเฟย์นิสเสร็จก็รีบกดเข้าไปในกล่องข้อความของฉัตรเดชา พบว่าไร้เข้าส่งข้อความหากัน กล่องข้อความที่ไม่มีการสนทนาคุยเล่นมากกว่าความตึงเครียด ทว่าหลินหลินก็ยังเฝ้ารอมันเสมอ

“ไม่คิดจะห่วงกันเลยหรือไง”

บ่นอุบอิบ ตอนนี้เธอไม่อยากน้อยใจอะไรมากเพราะน้อยใจไปก็เท่านั้น วางโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงตามเดิม จากนั้นก็หลับตาหวังว่าตื่นมาอาการจะดีขึ้น ไม่ชอบเลยเวลาที่ตัวเองไม่สบายแบบนี้ มันดูรู้สึกแย่ไปหมด

ส่วนทางด้านฉัตรเดชาเมื่อเขาถึงบริษัทก็รีบเข้าไปสะสางงาน เครื่องประดับล็อตใหม่ที่นำเข้ามานั้นมีปัญหาต้องจัดการสั่งแก้ที่บริษัทคู่ค้าเป็นการด่วน ช่วงนี้เขาโหมงานมากเพราะเป็นช่วงขาขึ้นของกิจการ และที่ทำทุกอย่างไปเพราะครอบครัว อีกทั้งไม่อยากให้น้องชายเรียนจบมาแล้วต้องลำบากเริ่มสร้างอะไรเอง

“คุณวินทร์โทรหาผู้จัดการโรงงานฝั่งเราให้ผมที ถ้าฝั่งนั้นทำไม่ทันเราคงต้องแก้เอง” เขาบอกเลขาของตัวเอง โดยที่วินทร์ก็รีบรับคำสั่งเจ้านายอย่างกระตือรือร้น ฉัตรเดชาเป็นคนที่ทำอะไรจริงจังเสมอ หากช้าหน้าที่การงานของเขาอาจจะหลุดลอยไปได้

สายตาคมจับจ้องยังเอกสาร อ่านอย่างละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อของตัวเอง ตั้งแต่มาถึงบริษัทเขายังไม่ได้หยุดพัก ข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้อง มีเพียงกาแฟแก้วเดียว

“คุณฉัตรเดชารับข้าวไหมคะ เดี๋ยววีนานำเข้ามาให้” ผู้ช่วยเลขาคนใหม่เดินตรงเข้ามาถาม

“ยังครับ ผมยังไม่ว่างทาน ขอบคุณมาก” บอกโดยไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง ทว่าวีนากลับเดินเข้ามาหาอ้อมไปด้านหลัง จากนั้นก็เอื้อมจับมือของเขาที่กระชับปากกาอยู่พร้อมกับกระซิบเบาๆ

“เดี๋ยวไม่มีแรงทำงานนะคะท่านประธาน”

“ผมว่าคุณไปทำงานก่อนดีกว่าครับ” บอกเสียงเย็นชา ทว่าวีนากลับดื้อดึงไม่ยอมออกไป เธอหวังที่จะจับเขาให้อยู่ ใครๆ ก็รู้ว่าฉัตรเดชาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ สามารถพาธุรกิจของตัวเองมาได้ไกลโดยใช้ระยะเวลาไม่กี่ปี อีกทั้งเขายังหล่อ รวย แถมโสดอีกต่างหาก

“วีรอท่านประธานออกไปทานด้วยกันนะคะ หรือหากอยากทานอย่างอื่นวีก็ไม่ขัด” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก หากเป็นผู้ชายคนอื่นคงคว้าโอกาสนี้ไว้ทว่าสำหรับเขาไม่ได้อยากทำเรื่องอย่างว่ากับใคร

“วีทำคลายเครียดให้ท่านประธานได้นะคะ”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   ตอนพิเศษ 4 ของขวัญวันเกิด

    ตอนพิเศษ 4 ของขวัญวันเกิดค่ำคืนวันเกิดอายุครบสามสิบสามปีของรตา บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความโรแมนติก แสงเทียนหอมอโรมาเรียงรายตลอดทางเดินตั้งแต่ประตูห้องไปจนถึงห้องนอนใหญ่ กลีบกุหลาบสีขาวและสีแดงโรยประดับบนพื้นพรมอย่างวิจิตรบรรจงรตาเพิ่งกลับมาจากการทานมื้อค่ำฉลองวันเกิดกับครอบครัว หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำเปิดไหล่ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ภาพความสวยงามตรงหน้าทำเอาเธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นนายแพทย์ปัณณ์ยืนรอเธออยู่ที่ปลายเตียง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน กางเกงสแลคสีเข้ม รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าหล่อเหลา"สุขสันต์วันเกิดครับ รตา" ปัณณ์ก้าวเข้ามาหา สอดท่อนแขนโอบรัดเอวคอดของเธอเข้ามาแนบชิด ประทับจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม"ขอบคุณค่ะ ปัณณ์... คุณจัดเตรียมทั้งหมดนี่เองเลยเหรอคะ" รตากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความซาบซึ้งใจ"ผมอยากให้วันเกิดปีนี้ของคุณพิเศษที่สุด" ปัณณ์กระซิบชิดใบหู "แล้ว... ของขวัญวันเกิดปีนี้ คุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ"รตาสบตากับเขา นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หญิงสาวยกสองม

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   ตอนพิเศษ 3 บททดสอบความหวง

    ตอนพิเศษ 3 บททดสอบความหวงบรรยากาศภายในสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของการทำงาน คลินิกสุขภาพและความงามของรตากำลังถ่ายทำแคมเปญโฆษณาตัวใหม่สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและคนเริ่มทำงาน ทางทีมการตลาดจึงเสนอให้ใช้พรีเซนเตอร์เป็นนายแบบหนุ่มดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแส'นที' คือนายแบบหนุ่มวัยยี่สิบสองปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด และมีรอยยิ้มขี้เล่นที่ละลายใจสาวๆ ได้อย่างง่ายดายรตาในฐานะผู้บริหารลงมาควบคุมการถ่ายทำด้วยตัวเอง หญิงสาวสวมชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ คอยตรวจเช็กความเรียบร้อยของภาพและให้คำแนะนำทีมงานเป็นระยะ"ภาพเซตนี้แสงยังแข็งไปนิดนึงนะคะ ขอซอฟต์บ็อกซ์เพิ่มทางซ้ายอีกตัว" รตาเอ่ยสั่งงานตากล้อง"ได้ครับคุณรตา" ตากล้องรับคำ ก่อนจะหันไปสั่งผู้ช่วยการถ่ายทำดำเนินไปจนถึงช่วงพักเบรกครึ่งวัน นทีในชุดเสื้อเชิ้ตเปิดอกปลดกระดุมโชว์แผงอกขาวเนียนเดินตรงเข้ามาหารตาที่หน้าจอมอนิเตอร์ รอยยิ้มขี้เล่นถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา"รูปออกมาเป็นยังไงบ้างครับ พี่รตา" นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน จงใจใช้สรรพนามเรียกขานที่สนิทสนมเกินกว่าสถา

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   ตอนพิเศษ 2 ตรวจร่างกาย

    ตอนพิเศษ 2 ตรวจร่างกายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผู้คนทั่วไปได้ใช้เวลาพักผ่อน ทว่าสำหรับบุคลากรทางการแพทย์แล้ว มันคือวันทำงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นายแพทย์ปัณณ์มีตารางเข้าเวรตรวจที่แผนกศัลยกรรมผู้ป่วยนอกตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนค่อนข้างเงียบเหงากว่าวันธรรมดา หลังจากตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็นั่งเคลียร์เอกสารประวัติการรักษาอยู่ภายในห้องตรวจส่วนตัวก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ปัณณ์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะพยาบาลหน้าห้องเพิ่งแจ้งว่าคิวตรวจหมดแล้ว"เชิญครับ"บานประตูถูกผลักเปิดออก ร่างบางของรตาก้าวเข้ามาภายในห้องตรวจ หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีเบจความยาวกรอมเข่า สวมทับด้วยเสื้อคลุมเบลเซอร์สีขาวดูภูมิฐาน ในมือของเธอมีถุงกระดาษบรรจุกล่องอาหารกลางวันจากร้านโปรดของเขาติดมาด้วย"คนไข้หมดแล้วเหรอคะ คุณหมอ" รตาส่งยิ้มหวานให้ เดินนำอาหารไปวางไว้บนโต๊ะปัณณ์ระบายยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าคนรัก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปที่บานประตู จัดการกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะเลื่อนปิดมู่ลี่หน้าต่างกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องตรวจและโถงทางเดิน

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   ตอนพิเศษ 1 ปราบพยศคุณหมอ

    ตอนพิเศษ 1 ปราบพยศคุณหมอเข็มนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นชี้บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องที่เปิดทิ้งไว้ต้อนรับเจ้าของพื้นที่เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนาจะถูกผลักเปิดออก นายแพทย์ปัณณ์ก้าวเข้ามาด้านในด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มเพิ่งลงจากการผ่าตัดเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงบ่าย เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มยับย่น เนคไทถูกปลดออกหลวมๆ พาดไว้บนบ่า รอยคล้ำใต้ดวงตาสีรัตติกาลบอกให้รู้ว่าเขาต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วนปัณณ์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา ชายหนุ่มปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ด้วยความเชื่องช้า หวังเพียงจะได้ทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่มและกอดผู้หญิงของเขาให้ชื่นใจทว่าทันทีที่ผลักบานประตูห้องนอนเปิดออก ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ปลิวหายไปในชั่วพริบตาแสงเทียนหอมอโรมากลิ่นวานิลลาสาดส่องกระทบร่างของคนที่กำลังนั่งรออยู่บนปลายเตียง รตาไม่ได้อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเก่งเหมือนทุกคืน แต่วันนี้หญิงสาวสวมชุดนอนผ้าลูกไม้สีดำเนื้อบางเบา ความสั้นของชายกระโ

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   บทที่ 32 มากกว่าคำว่ารัก

    บทที่ 32 มากกว่าคำว่ารักสายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงคลื่นสาดซัดกระทบหาดทรายขาวละเอียดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบสงบของรีสอร์ตส่วนตัวระดับวีไอพีในแถบจังหวัดภูเก็ต ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิงปัณณ์จัดการจองวิลล่าหรูหลังใหญ่สุดที่ตั้งอยู่สุดปลายหาด เพื่อฉลองความสำเร็จและเป็นการให้รางวัลสำหรับการทำงานหนักของรตาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สาดสีส้มอมชมพูแต่งแต้มผืนน้ำทะเลให้ดูโรแมนติกจับตา รตากำลังเดินทอดน่องด้วยเท้าเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายนุ่มละเอียด หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสชีฟองสายเดี่ยวสีขาวพริ้วไหว ปล่อยเส้นผมสีดำขลับให้สยายไปตามสายลมอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งเครื่องสำอางหนาเตอะหรือเกราะป้องกันความเข้มแข็งใดๆนายแพทย์ปัณณ์เดินเคียงข้างเธอมาติดๆ ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงผ้าลินินสีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ด มือหนาของเขาสอดประสานเข้ากับมือบางของรตาอย่างแนบแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวแม้แต่วินาทีเดียว

  • ดั่งหมาไร้เจ้าของ   บทที่ 31 ยารักษาอาการรัก

    บทที่ 31 ยารักษาอาการรักแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง งานแถลงข่าวความสำเร็จของโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างคลินิกสุขภาพและความงามระดับแนวหน้ากับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลากหลายสำนักบนเวทีที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู รตายืนเด่นสง่าอยู่ในชุดเดรสสูทสีขาวสะอาดตา ตัดเย็บเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างพอดี เส้นผมสีดำขลับถูกรวบตึงเป็นหางม้าเรียบเนี้ยบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ หญิงสาวจับไมโครโฟนตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงฉะฉานและเป็นมืออาชีพ"ตัวเลขผลประกอบการและยอดผู้ใช้บริการในไตรมาสล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้นกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วค่ะว่ามาตรฐานการดูแลรักษาร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของเรา สามารถตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้รับบริการได้จริง" รตากล่าวสรุปพร้อมรอยยิ้มกว้างเสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วทั้งห้องโถ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status