Share

บทที่ 3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 18:22:54

หนึ่งปีต่อมา...

บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอ

คฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง

“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับร้องเบาๆ ในลำคอ

“จุง...จุง” มีสองคำที่เจ้าพอร์ตตัวกลมพูดได้ชัดกว่าทุกคำนั่นก็คือจุง…หมายถึง ‘ลุง’ ส่วนอีกคำคือหม่ำ…หม่ำจะบอกชัดมากในเวลาหิว ความฉลาด ช่างจำและช่างพูดของหลานชาย ทำเอาคุณลุงอย่างบรรณติดหลานมากกว่าติดสาวแล้วตอนนี้ ภาพคุณลุงตัวใหญ่อุ้มหลานตัวกลมไปทำงานยังออฟฟิต เป็นภาพที่คนงานเห็นจนเจนตาบนเกาะแห่งนี้

“ส่งมานี่เถอะ” บรรณยื่นมือออกไปรับร่างกลมป้อมมาอุ้มอย่างคล่องแคล่ว เพราะหนึ่งปีที่ต้องเลี้ยงดูหลานชาย ทำให้เขาเรียนรู้เรื่องของเด็กเล็กมากพอสมควร ความคุ้นเคยและอ้อมกอดอบอุ่นของคุณลุงตัวใหญ่ทำให้หนูน้อยหยุดร้อง หากแรงสะอื้นและน้ำตายังคลอเบ้าจนบรรณต้องเช็ดให้เบาๆ

“ร้องทำไมวะเจ้าพอร์ต หิวหรือคิดถึงสาว…”

“จุง…จุง” มือป้อมจับหน้าคุณลุง “หม่ำ…หม่ำ”

“อยากหม่ำทำไมต้องร้องล่ะหือ เป็นลูกผู้ชายต้องอดทนรู้หรือเปล่า” บรรณรับขวดนมจากพยาบาลมาป้อนหลานชาย ปากน้อยๆ ดูดนมจากขวดหมุบหมับอย่างเอร็ดอร่อย พยาบาลมองความอ่อนโยนของเจ้าพ่อคนดังอย่างชื่นชม

“อยู่กับคุณลุงเงียบเชียวค่ะ” พยาบาลวัยกลางคนยิ้มให้หนูน้อยที่หันมามอง เมื่อกินนมไปได้ไม่นานเจ้าพอร์ตน้อยก็ตาปรือและหลับไปในที่สุด บรรณอุ้มหลานชายและลูบหลังเบาๆ พอดีกับเจตต์เดินผ่านประตูเข้ามา ชายหนุ่มจึงส่งหลานให้พยาบาล

“ไปที่ห้องทำงาน” บรรณเดินนำลูกน้องคนสนิทไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปในห้องเจตต์ก็หันมาปิดประตูแล้วเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่

“รายละเอียดของครอบครัวนายพศินครับนาย” ร่างในชุดสูทสีดำยื่นซองเอกสารให้ บรรณรับมาเปิดอ่านคร่าวๆ “ครอบครัวนายพศินทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์แลนด์พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีโครงการเกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง และมากไปกว่านั้นคือคุณหญิงอมรรัตน์เตรียมจะยื่นซองประมูลโครงการใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งโครงการนี้เธอค่อนมั่นใจว่าแบรนด์แลนด์พร็อพเพอร์ตี้จะได้อย่างแน่นอน เพราะกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกับรัฐมนตรีที่เซ็นต์อนุมัติโครงการนั้น”

“หึหึ...พวกโกงบ้านกินเมือง” บรรณพึมพำด้วยแววตาแข็งกร้าว และแผนการต่างๆ ก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว “หาคนยื่นซองประมูลแข่งขันกับพวกมัน ฉันจะทำให้มันกระอักเลือดเหมือนตายทั้งเป็น”

“ได้ครับนาย” เจตต์รับคำสั่ง

“มีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกหรือเปล่าเจตต์” บรรณเห็นบางอย่างในสายตาของลูกน้องคนสนิทก็ใคร่รู้ เจตต์ถอนหายใจเบาๆ แล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท บรรณมองกระดาษสีขาวสองสามแผ่นแล้วรับมาวางไว้บนโต๊ะ “เล่ามาดีกว่าฉันขี้เกียจอ่าน”

“เอ่อ…พอดีผมไปเจอคนรู้จักคนหนึ่งที่ทำงานในนิติวิทยาและได้ผลชันสูตรใหม่มา ในวันที่คุณพัดคลอดคุณพอร์ต เธอตกเลือดและคลอดก่อนกำหนดครับ ไม่ใช่เพราะร่างกายเธออ่อนแอ” เจตต์รายงานด้วยสีหน้าเครียดพอๆ กับผู้เป็นนาย “วันนั้นคุณพัดโทร.เรียกรถพยาบาลด้วยตัวเอง คุณหมอที่ทำคลอดเธอชื่อแพทย์หญิง ‘อลินดา สุวัฒนา’ เป็นบุตรสาวรัฐมนตรีคนที่จะอนุมัติโครงการสำคัญ และเป็นว่าที่คู่หมั้นของนายพศินครับนาย คุณพัดชาคงรู้ว่ามีคนต้องการทำร้ายเธอกับลูกจึงหนีออกจากโรงพยาบาลไปครับ”

ข่าวใหม่ที่ลูกน้องรายงานทำเอาบรรณถึงกับชาดิกไปทั้งตัว นี่น้องสาวเขาถูกทำร้ายจิตใจมากมายขนาดนี้เชียวหรือ ไอ้พวกสารเลวนั่นจะต้องเจอการลงทัณฑ์อย่างสาสม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดรอบท่อนแขนแกร่งปูดขึ้นเป็นริ้วๆ

“มีอะไรจะบอกอีกไหม” บรรณมั่นใจว่าลูกน้องยังรายงานไม่หมดจึงถามต่อ เจตต์เห็นความปวดร้าวของเจ้านายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมก็อดเห็นใจไม่ได้ สองพี่น้องรักและผูกพันกันมาก แม้พักหลังๆ พัดชาจะออกเรือนไป แต่เจ้านายก็ให้คนตามข่าวอยู่เรื่อยๆ

“เอ่อ…ผลตรวจเลือดของคุณพัดชามีสารบางที่มีผลกับการไหลเวียนของเลือดจนเธอ ‘ต้องคลอดก่อนกำหนด’ ครับ” เจตต์บอกเสร็จก็เห็นใบหน้าคมเข้มแดงก่ำ

“บัดซบที่สุด! รีบไปควานหาตัวมือปืนที่ยิงยัยพัดให้เจอก่อนตำรวจ” บรรณสั่งเสียงเข้ม แววตาแทบจะลุกเป็นไฟ “แล้วก็บอกเจ้าอดิศด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันจะเข้ากรุงเทพฯ สักอาทิตย์” ชายหนุ่มกล่าวถึงลูกน้องอีกคนซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและจัดการระบบงานต่างๆ บนเกาะเวลาที่เขาไม่อยู่หรือต้องไปทำธุระไกลๆ เป็นเวลานานหลายวัน

“ครับนาย”

“อ้อ…ฉันอยากได้ประวัติหมออลินดาก่อนไปกรุงเทพฯ เอาแบบละเอียดยิบเลยนะ” บรรณบอกเสียงห้วน ทำเอาเจตต์รีบก้มหน้ารับคำทันที เพราะความแค้นที่สะสมมาตลอดหนึ่งปีเต็มนั้นไม่ต่างจากเจ้านายเลยสักนิด แค้นต้องชำระด้วยแค้น เลือดต้องชำระด้วยเลือด และความตายก็ต้องชำระด้วยความตายเท่านั้น!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 73 จบบริบูรณ์

    “จบสิ้นกันสักที ผมขออโหสิกรรมให้คุณหญิงทั้งหมด...” บรรณพึมพำแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เจตต์มองเลือดที่ไหลออกมาจากต้นแขนของผู้เป็นนายก็ไม่สบายใจ“ฉันไปล่ะ ฝากด้วยนะวัตร หายไปนานๆ เดี๋ยวเมียสงสัย” เจ้าพ่อหนุ่มหันไปบอกเอกวัตรที่ยืนข้างๆ ทำเอาทุกคนพากันอมยิ้มกับอาการกลัวเมียของนายใหญ่แห่งมัณตะธารา“ฉันว่านายไปทำแผลก่อนดีกว่า ไปแบบนี้คุณดาอาจจะช็อคเอาได้” ผู้กองหนุ่มแนะนำ แล้วมองเลยไปที่คนางค์ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างพี่ชาย“ดีเหมือนกัน” บรรณตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ เจตต์ตามไปอารักขา ส่วนคนางค์ได้แต่หันรีหันขวางก่อนจะเตรียมเดินตามพี่ชายไป ทว่ากลับถูกเอกวัตรคว้ามือไว้ได้ทัน“จะไปไหนหืม...”“ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะสิ งานเสร็จแล้วนี่” เธอบิดข้อมือออกจากมือนายตำรวจหนุ่ม เอกวัตรมองสีระเรื่อที่ผุดขึ้นบนแก้มนวลก็เอ่ยแซวยิ้มๆ“อายเป็นด้วยเหรอเรา”“ฉันเป็นผู้หญิงนะคุณ มารยาหญิงก็มี แต่ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง” หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีไปที่ลิฟต์ เอกวัตรอมยิ้มแล้วเดินตามไป“เย็นนี่ว่างหรือเปล่า...”คนางค์ชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองร่างสูงสมาร์ท แววตาแพรวพราวทำให้เอกวัตรรู้สึกแปลกๆ จนกระทั่งร

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 72

    อีกสองวันต่อมา...รถกระบะเก่าๆ วิ่งไปจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ก่อนที่หญิงสาวที่แต่งตัวสะสวย รูปร่าง ผิวพรรณดี เหมือนกับลูกไฮโซจะเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์“ฉันเป็นเพื่อนหมออลินดา เธอพักอยู่ห้องไหนคะ” หญิงสาวสาวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล“อ๋อ คุณหมอออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”“ทำไมออกเร็วจังคะ หมออลินดาแข็งแรงดีแล้วเหรอ”“ยังหรอกค่ะ แต่สามีของเธอกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็เลยขอออกก่อน แล้วจ้างพยาบาลพิเศษไปดูแลค่ะ”“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เลยไม่ได้เจอหมอดาเลย แบบนี้คงต้องไปเยี่ยมที่บ้านสินะคะ”“คุณบรรณไม่ได้พาคุณหมอกลับบ้านหรอก ได้ยินว่าจะไปพักฟื้นต่อคอนโดฯ ของคุณบรรณ แถวๆ สาทรน่ะค่ะ”“อ้อ...งั้นเหรอคะ ขอบคุณนะคะ”“ค่ะ”จบการสนทนาแค่นั้น สาวสวยก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ ตรงดิ่งไปยังรถกระบะเก่าๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนในรถ ก่อนจะรับเงินมา เป็นอันหมดหน้าที่ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร...หญิงรูปร่างอวบท้วมในชุดแม่บ้านของคอนโดฯ เดินถือกระเป๋าเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์ข้างๆ กันเปิดออก พิงค์กี้กับปีเตอร์ก้าวออกมาพอดีคุณหญิงอมรรัตน์มาถึงชั้นที่อลิน

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 71

    “ไม่ต้องกลัว พัดมาลาและอยากขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยนะคะ ที่รักและเมตตาน้องพอร์ต” พัดชาพูดเนิบนาบแต่น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังแก้ว“คุณจะไปไหนคะ”“ถึงเวลาที่พัดต้องไปอยู่ในที่ของพัดแล้ว ฝากลาพี่บรรณด้วยนะคะ พัดผิดต่อพี่ชายมากและอยากขอร้องคุณให้ห้ามพี่บรรณอย่าทำร้ายใครเพราะพัดอีกเลย พศินได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพัดแล้ว คุณหญิงอมรรัตน์ก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเช่นกัน”“ฉันจะพยายามห้ามเขานะคะ แต่พี่ชายคุณพัดก็ดื้อเหลือเกิน” อลินดาบางครั้งก็อ่อนใจกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม พัดชายิ้มหวานมองอลินดาอย่างชื่นชม“พี่บรรณไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเอง และมีคุณเท่านั้นที่จะห้ามพี่บรรณได้ ฝากน้องพอร์ตและพี่บรรณด้วยนะคะ ถึงเวลาที่พัดจะต้องไปจริงๆ แล้ว…”สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างของพัดชาจะค่อยๆ กลาย เป็นแสงระยิบระยับมลังเมลืองสีทอง และจางหายไปตามอากาศธาตุต่อหน้าต่อตาอลินดา“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพัด อย่าเพิ่งไป”เสียงพูดละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาบรรณรีบถลามาหาอย่างตกใจ มือกุมมืออลินดาแน่นพร้อมกับเรียกขานให้เธอรู้สึกตัว“ดา…ดา...”เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้า และเห็นใบหน้าคมที่วันนี้รกครึ้มไปด้วยเคราลอยเหนือใบ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 70

    “พัด ช่วยดาด้วยนะ ช่วยดาด้วย อย่าให้ดาต้องเป็นอะไรไป เพราะพี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีดา...” บรรณพึมพำ มือประสานกันไว้บนเข่าเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ผ่านไปอีก ทีมแพทย์หรือใครก็ไม่ออกมาส่งข่าว ทำให้หัวใจแกร่งรุ่มร้อนจนอยากจะพังประตูเสียตอนนั้น เจตต์และเอกวัตรเสร็จสิ้นภารกิจก็พากันตามมาสมทบ ผู้กองหนุ่มมองหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรักพร้อมบีบบ่ากว้างให้กำลังใจ“คุณหญิงอมรรัตน์หนีไปได้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาให้เราจับตัวแน่ๆ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหญิงป้าแกจะร้ายได้ถึงขนาดนี้” พิงค์กี้นั่งถอนหายใจเบาๆ อยู่ข้างบรรณเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่เจ้าพ่อหนุ่มและทุกคนรอคอยก็มาถึง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกจากด้านใน แพทย์เดินออกมา ในขณะที่บรรณรีบถลาเข้าไปถึงตัวเป็นคนแรก“หมอครับ! เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ!”คุณหมอวัยกลางคนยิ้มให้กับญาติคนไข้อย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ บรรณก็เขย่าตัวหมอแรงๆ อย่างร้อนใจ จนแว่นสายตาหลุดจากดั้งจมูก“บอกผมสิหมอ เมียกับลูกผมปลอดภัยใช่ไหม”“บรรณใจเย็นๆ” เอกวัตรจับเพื่อนห่างจากคุณหมอ คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 69

    วินาทีนั้นเองจู่ๆ อลินดาก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายอ่อนเหลว ก่อนจะค่อยๆ ทรุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังดีที่บรรณเหลือบเห็นเสียก่อน จึงรีบหันไปประคองเอาไว้ได้ทัน“ดา…ดาเป็นอะไร???”“ลูก…ลูกของเรา” อลินดาบอกเสียงสั่นเทา บรรณกอดภรรยาแนบอกแล้วมองหาเจตต์ที่อยู่บริเวณมุมอับของโกดัง ซึ่งเจตต์ก็คือคนที่ยิงพศินเมื่อครู่นั่นเองขณะนั้นเอกวัตรก็ได้นำกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา คุณหญิงอมรรัตน์ถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง สมองเริ่มคิดหาทางรอด เพราะตัวเองจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ แบบนี้เป็นแน่“รีบพาคุณดาไปโรงพยาบาลเร็ว!” เอกวัตรบอกเพื่อนรัก บรรณไม่รอช้ารีบอุ้มอลินดาตรงไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านนอก ส่วนคุณหญิงอมรรัตน์ได้แต่มองตามด้วยประกายแข็งกร้าว‘ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!!!’หญิงสูงวัยอาฆาตในใจ ตอนนี้ต้องหาทางรอดจากที่นี่เสียก่อน แล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สาย“ยอมมอบตัวกับผมเถอะครับคุณหญิง เรื่องหนักจะได้กลายเป็นเบา” เอกวัตรบอกเสียงนุ่ม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไม่มีทาง!”แล้วคุณหญิงอมรรัตน์ก็งัดหมัดเด็ดด้วยการยกปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ“ใจเย็นๆ นะครับคุณหญิง เราตกลงกันได้...”เอกวัต

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 68

    “ปล่อยดาก่อน แล้วยื่นหมูยื่นแมว”“มึงไม่มีสิทธิมาต่อรองโว้ย เพราะคนที่จะกำหนดความเป็นความตายของมึงกับอลินดาคือกูกับแม่เท่านั้น” พศินตะโกนลั่นอย่างชิงชัง “แต่กูจะบอกเอาบุญก่อนที่มึงจะตาย กูจะฆ่าลูกของมึง แล้วเอาเมียมึงมาเป็นนางบำเรอ ตามด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของมึงมาในฐานะพ่อของไอ้เด็กพอร์ต”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว บรรณถึงกับขบกรามแน่น แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธ“พวกชั่ว โกรธฉันก็ต้องมาลงที่ฉันสิวะ ความแค้นระหว่างเราจะได้จบสิ้นสักที” เจ้าพ่อหนุ่มคำรามอย่างสุดทน คุณหญิงอมรรัตน์แสยะยิ้มแววตาแข็งกระด้างน่ากลัว“แม่เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี้” จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษเล็กๆ จากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้บุตรชาย “เอายานี่กรอกปากอลินดาซะ มันจะได้มีชะตากรรมเหมือนนังพัดชา”บรรณเย็นวาบไปทั่วตัว ตาจ้องมองห่อกระดาษเล็กๆ ในมือพศิน“คิดเอาไว้ไม่มีผิด แกเป็นคนวางยาพัดชาจริงๆ”ความแค้นสุมแน่นในอกจนแทบระเบิด ลำพังตัวเองคนเดียวเขาไม่กังวลอะไรหรอก แต่ตอนนี้เมียและลูกเขาอยู่บนความเป็นความตาย ยังไงก็ต้องรอบคอบให้ดีๆ“น้องแกมันโง่เอง ฉันทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าฉันยอมรับเป็นลูกสะใภ้ ฉันเลยจัดการมันง่ายกว่าที่คิด” หญ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status