Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-10 18:22:54

หนึ่งปีต่อมา...

บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอ

คฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง

“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับร้องเบาๆ ในลำคอ

“จุง...จุง” มีสองคำที่เจ้าพอร์ตตัวกลมพูดได้ชัดกว่าทุกคำนั่นก็คือจุง…หมายถึง ‘ลุง’ ส่วนอีกคำคือหม่ำ…หม่ำจะบอกชัดมากในเวลาหิว ความฉลาด ช่างจำและช่างพูดของหลานชาย ทำเอาคุณลุงอย่างบรรณติดหลานมากกว่าติดสาวแล้วตอนนี้ ภาพคุณลุงตัวใหญ่อุ้มหลานตัวกลมไปทำงานยังออฟฟิต เป็นภาพที่คนงานเห็นจนเจนตาบนเกาะแห่งนี้

“ส่งมานี่เถอะ” บรรณยื่นมือออกไปรับร่างกลมป้อมมาอุ้มอย่างคล่องแคล่ว เพราะหนึ่งปีที่ต้องเลี้ยงดูหลานชาย ทำให้เขาเรียนรู้เรื่องของเด็กเล็กมากพอสมควร ความคุ้นเคยและอ้อมกอดอบอุ่นของคุณลุงตัวใหญ่ทำให้หนูน้อยหยุดร้อง หากแรงสะอื้นและน้ำตายังคลอเบ้าจนบรรณต้องเช็ดให้เบาๆ

“ร้องทำไมวะเจ้าพอร์ต หิวหรือคิดถึงสาว…”

“จุง…จุง” มือป้อมจับหน้าคุณลุง “หม่ำ…หม่ำ”

“อยากหม่ำทำไมต้องร้องล่ะหือ เป็นลูกผู้ชายต้องอดทนรู้หรือเปล่า” บรรณรับขวดนมจากพยาบาลมาป้อนหลานชาย ปากน้อยๆ ดูดนมจากขวดหมุบหมับอย่างเอร็ดอร่อย พยาบาลมองความอ่อนโยนของเจ้าพ่อคนดังอย่างชื่นชม

“อยู่กับคุณลุงเงียบเชียวค่ะ” พยาบาลวัยกลางคนยิ้มให้หนูน้อยที่หันมามอง เมื่อกินนมไปได้ไม่นานเจ้าพอร์ตน้อยก็ตาปรือและหลับไปในที่สุด บรรณอุ้มหลานชายและลูบหลังเบาๆ พอดีกับเจตต์เดินผ่านประตูเข้ามา ชายหนุ่มจึงส่งหลานให้พยาบาล

“ไปที่ห้องทำงาน” บรรณเดินนำลูกน้องคนสนิทไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปในห้องเจตต์ก็หันมาปิดประตูแล้วเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่

“รายละเอียดของครอบครัวนายพศินครับนาย” ร่างในชุดสูทสีดำยื่นซองเอกสารให้ บรรณรับมาเปิดอ่านคร่าวๆ “ครอบครัวนายพศินทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์แลนด์พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีโครงการเกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง และมากไปกว่านั้นคือคุณหญิงอมรรัตน์เตรียมจะยื่นซองประมูลโครงการใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งโครงการนี้เธอค่อนมั่นใจว่าแบรนด์แลนด์พร็อพเพอร์ตี้จะได้อย่างแน่นอน เพราะกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกับรัฐมนตรีที่เซ็นต์อนุมัติโครงการนั้น”

“หึหึ...พวกโกงบ้านกินเมือง” บรรณพึมพำด้วยแววตาแข็งกร้าว และแผนการต่างๆ ก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว “หาคนยื่นซองประมูลแข่งขันกับพวกมัน ฉันจะทำให้มันกระอักเลือดเหมือนตายทั้งเป็น”

“ได้ครับนาย” เจตต์รับคำสั่ง

“มีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกหรือเปล่าเจตต์” บรรณเห็นบางอย่างในสายตาของลูกน้องคนสนิทก็ใคร่รู้ เจตต์ถอนหายใจเบาๆ แล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท บรรณมองกระดาษสีขาวสองสามแผ่นแล้วรับมาวางไว้บนโต๊ะ “เล่ามาดีกว่าฉันขี้เกียจอ่าน”

“เอ่อ…พอดีผมไปเจอคนรู้จักคนหนึ่งที่ทำงานในนิติวิทยาและได้ผลชันสูตรใหม่มา ในวันที่คุณพัดคลอดคุณพอร์ต เธอตกเลือดและคลอดก่อนกำหนดครับ ไม่ใช่เพราะร่างกายเธออ่อนแอ” เจตต์รายงานด้วยสีหน้าเครียดพอๆ กับผู้เป็นนาย “วันนั้นคุณพัดโทร.เรียกรถพยาบาลด้วยตัวเอง คุณหมอที่ทำคลอดเธอชื่อแพทย์หญิง ‘อลินดา สุวัฒนา’ เป็นบุตรสาวรัฐมนตรีคนที่จะอนุมัติโครงการสำคัญ และเป็นว่าที่คู่หมั้นของนายพศินครับนาย คุณพัดชาคงรู้ว่ามีคนต้องการทำร้ายเธอกับลูกจึงหนีออกจากโรงพยาบาลไปครับ”

ข่าวใหม่ที่ลูกน้องรายงานทำเอาบรรณถึงกับชาดิกไปทั้งตัว นี่น้องสาวเขาถูกทำร้ายจิตใจมากมายขนาดนี้เชียวหรือ ไอ้พวกสารเลวนั่นจะต้องเจอการลงทัณฑ์อย่างสาสม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดรอบท่อนแขนแกร่งปูดขึ้นเป็นริ้วๆ

“มีอะไรจะบอกอีกไหม” บรรณมั่นใจว่าลูกน้องยังรายงานไม่หมดจึงถามต่อ เจตต์เห็นความปวดร้าวของเจ้านายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมก็อดเห็นใจไม่ได้ สองพี่น้องรักและผูกพันกันมาก แม้พักหลังๆ พัดชาจะออกเรือนไป แต่เจ้านายก็ให้คนตามข่าวอยู่เรื่อยๆ

“เอ่อ…ผลตรวจเลือดของคุณพัดชามีสารบางที่มีผลกับการไหลเวียนของเลือดจนเธอ ‘ต้องคลอดก่อนกำหนด’ ครับ” เจตต์บอกเสร็จก็เห็นใบหน้าคมเข้มแดงก่ำ

“บัดซบที่สุด! รีบไปควานหาตัวมือปืนที่ยิงยัยพัดให้เจอก่อนตำรวจ” บรรณสั่งเสียงเข้ม แววตาแทบจะลุกเป็นไฟ “แล้วก็บอกเจ้าอดิศด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันจะเข้ากรุงเทพฯ สักอาทิตย์” ชายหนุ่มกล่าวถึงลูกน้องอีกคนซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและจัดการระบบงานต่างๆ บนเกาะเวลาที่เขาไม่อยู่หรือต้องไปทำธุระไกลๆ เป็นเวลานานหลายวัน

“ครับนาย”

“อ้อ…ฉันอยากได้ประวัติหมออลินดาก่อนไปกรุงเทพฯ เอาแบบละเอียดยิบเลยนะ” บรรณบอกเสียงห้วน ทำเอาเจตต์รีบก้มหน้ารับคำทันที เพราะความแค้นที่สะสมมาตลอดหนึ่งปีเต็มนั้นไม่ต่างจากเจ้านายเลยสักนิด แค้นต้องชำระด้วยแค้น เลือดต้องชำระด้วยเลือด และความตายก็ต้องชำระด้วยความตายเท่านั้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 5

    “โยม…พาเด็กไปเปลี่ยนยางรถเถอะ” หลวงตาบอกอย่างเมตตา ดึงสติของอลินดาให้กลับมา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำเด็กวัดไปที่รถเมื่อเปลี่ยนยางเสร็จเรียบร้อย อลินดาก็กล่าวขอบคุณหลวงตา จากนั้นก็ขับรถออกจากวัดไปด้วยความหวั่นวิตกกับคำขู่สุดท้ายของบรรณ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาทำเหมือนโกรธเกลียดเธอมาสักสิบปีสิบชาติ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หรือผู้ชายคนนั้นจำคนผิดกันแน่นะ…คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผมตลอดเส้นทางที่ขับรถกลับบ้าน ขณะที่สมองกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลินดาจึงเอื้อมไปหยิบแล้วยกขึ้นมาแนบข้างใบหูเล็ก“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับน้องดา” เสียงทักทายดังมาตามสายทำให้หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คล้ายรำคาญ แต่ก็ทำได้เพียงทักทายกลับไป“สวัสดีค่ะ พี่พศินโทร.มามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า พอดีดาขับรถอยู่ค่ะ”“พี่ไม่สบายใจครับก็เลยอยากเจอน้องดา เย็นนี้เราทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ” พศินเอ่ยชวนด้วยสุ้มเสียงหวานๆ แต่อลินดาไม่อยากฝืนตัวเองที่จะไปกับชายหนุ่ม“พอดีดาเข้าเวรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะรถเยอะดาเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ” หญิงสาวตัดบทแล้วกดสายทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคนปลายส

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 4

    ณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม“หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ”“ค่ะพี่อี๊ด” แพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล “วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ“จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ด” อลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...“เดี๋ยวนี้คิดมากนะเรา” อลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปา

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 3

    หนึ่งปีต่อมา...บนพื้นน้ำสีครามอันกว้างใหญ่รายล้อมไปด้วยเกาะส่วนตัวของตระกูลมัณตะธารา ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และทรงอิทธพลมากที่สุดในน่านน้ำทะเลอันดามัน มัณตะธาราเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้าน โดยผู้ที่กุมบังเหียนทุกอย่างคือทายาทคนโต ‘บรรณ มัณตะธารา’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ที่มากไปด้วยความสามารถเต็มรูปแบบ ความดุดันและความร้ายกาจในชั้นเชิงธุรกิจทำให้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับเขา แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มขยับหรือทำอะไรมักจะเป็นข่าวดังตามหน้าสื่อต่างๆ อยู่เสมอคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าของเกาะตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหันหน้าเข้าหาทะเล ระเบียงโล่งยื่นออกไปรับลมชายหาด ร่างสูงสง่าของบรรณยืนทอดสายตามองพื้นน้ำสีครามด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเสียงร้องของเด็กน้อยดังแว่วมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับไปมอง“แอ้…แอ้…” เสียงร้องของหลานชายตัวน้อยทำให้ร่างสูงก้าวยาวๆ เข้าไปหา พยาบาลที่จ้างมาดูแลอุ้มน้องพอร์ตหรือเด็กชายชลลัมพี มัณตะธารา วัยหนึ่งขวบเดินไปเดินมา แต่เจ้าหนูพอร์ตตัวกลมก็ไม่ยอมหยุดร้อง พอเห็นคุณลุงตัวใหญ่จึงยื่นมือป้อมๆ ไปหา ริมฝีปากแดงเรื่อเบะออกพร้อมกับ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 2

    หน้าห้องดับจิตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแห่งหนึ่ง โรลส์รอยซ์ แฟนทอม (RollsRoyce Phantom) สีดำขลับวิ่งมาจอดเทียบยังหน้าตึก ชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสองคนรีบลงจากรถแล้วหันกลับไปเปิดประตูหลังให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักร่างสูงสง่าล่ำบึกของบรรณ มัณตะธารา ก็ก้าวออกมาจากพาหนะสุดหรูราคาเฉียดหกสิบล้านบาท ทันทีที่รองเท้าหนังเงาวับทั้งสองข้างเหยียบย่ำลงบนพื้นฟุตบาท สายลมอ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นหอมบางอย่างก็พัดผ่านวูบมา ทำเอาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบทะเลอันดามันถึงกับหัวใจกระตุกไหว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับเจ้าตัวกำลังสะกดกั้นความรู้สึกบ้างอย่างเอาไว้ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นสีดำหากใครได้เห็นยามนี้มันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความเสียใจปนอยู่“บรรณ…”เสียงเรียกทำให้บรรณหันไปมอง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับเอกวัตรมาถึงตัว โดยมีนายตำรวจอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลัง“ฉันอยากเจอยัยพัด” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ทำเอาเอกวัตรลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจไม่น้อย เพราะหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคนที่ทำกับพัดชาคงอยู่ไ

  • ดั่งเพลิงพิศวาส   บทที่ 1

    เปรี้ยงงง!!!...อสนีบาตปรากฏแสงแปลบปลาบอยู่บนเวิ้งฟ้าอันมืดมิด ก่อนที่เส้นสายลวดลายต่างๆ จะสว่างวาบพึ่บพั่บขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่ๆ ราวกับจะนำทางให้เงาดำที่เดินแกมวิ่งอยู่บนถนนซึ่งไร้ยวดยานพาหนะได้มองเห็นจุดมุ่งหมายเบื้องหน้าร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวงแขนโอบกอดห่อผ้าสีขาวเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พลางหันกลับไปมองด้านหลังด้วยประกายตาหวาดหวั่นตลอดเวลา“อุแว้...อุแว้…”เสียงร้องระงมจ้าอันไร้เดียงสาบีบคั้นหัวใจผู้เป็นแม่ยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับเอามีดที่แหลมคมกรีดลงบนเนื้อใจ ทว่าเวลานี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เพราะคนที่จ้องเอาชีวิตเธอกับลูกนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ หญิงสาวพาเรือนกายที่อิดโรยของตัวเองมาถึงทางแยกสามแพร่งอย่างกระหืดกระหอบ ขณะมองซ้ายแลขวาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหนเพื่อไปให้พ้นจากความตายในครั้งนี้‘ขอให้เราสองแม่ลูกรอดพ้นจากคนที่หมายเอาชีวิตด้วยเถอะ’คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหลับตาลงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้าก้มตากอดลูกแน่นและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางด้านซ้าย แต่รถที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก็เลี้ยวตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ“เร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status