เข้าสู่ระบบคนที่ควรจะมีอาการหนักที่สุดกลับต้องยืนหยัด เจ้าเอยจำต้องส่งแขกทั้งที่น้ำตาไหลตลอดเวลา หลังจากนั้
เจ้าเอยหันไปมองพี่ชายกับน้องสาว พวกเขาต่างส่ายหน้าหลิ่วตา ประหนึ่งว่าไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร“พ่อคะ เรื่องงาน...”“นี่ไง” เขามองทิวเขาแล้วกวักมือ “ลูกเขย นั่งลง ๆ ยืนเหนียมทำไมอยู่”ชายหนุ่มเบิกตากว้าง แต่ค่อย ๆ ย่อตัวคุกเข่านั่งข้างเจ้าเอย “คุณพ่อครับ คือตอนนั้น...”“นี่ไง” ศรหยิบทะเบียนสมรสออกมา “ทิวเขา ชื่อก็ดูแข็งแกร่ง พ่อทิวกับลูกเอย ขอโทษที่เป็นลมไปก่อน ไปเถอะ อย่าให้เสียฤกษ์ พ่ออยากอวยพรพวกเรานะ วันนี้เป็นวันของพวกลูกนี่”“คือ คุณพ่อครับ เรื่องทะเบียน...”“ทำไม!” ศรหวีดร้องขึ้นมาทันที มือจิกเกร็งขึ้นมาทันที “จะทิ้งลูกผมเหรอ ถ้าไม่รักแล้วจะขอลูกสาวผมทำไม จะทิ้งลูกผมเหรอ!”เห็นได้ชัดว่าพ่อของเธอจำสับสนหมดแล้ว สร้างเรื่องขึ้นใหม่ในหัว เขาปักใจว่าทิวเขาเป็นเจ้าบ่าวไปแล้ว“พ่อคะ พ่อฟังเอยนะ”“ฟังอะไร!” ชายชราเริ่มโวยวาย “บอกมาจะเอาไง ถ้าไม่รักแล้วขอเอยทำไม ให้จัดงานทำไม ทำกับลูกผมแบบนี้ได้ไง!”“พ่อ พ่อ...” เจ้านางช่วยพี่ชายจับตัวบิดาให้นั่งลง “...พี่เขาไม่ใช่...”“ครับ เราจะไปเรือนหอกัน” ทิวเขาตอบหนัก
คนที่ควรจะมีอาการหนักที่สุดกลับต้องยืนหยัด เจ้าเอยจำต้องส่งแขกทั้งที่น้ำตาไหลตลอดเวลา หลังจากนั้นต้องคอยดูว่าแม่ของเดชคุณกับพ่อของตัวเองที่เป็นลมล้มพับนั้นจะฟื้นเมื่อไร ทั้งยังต้องเจรจากับโรงแรมคนผิดเป็นเจ้าบ่าวแท้ ๆ เจ้าสาวกลับรับหน้าทุกเรื่อง งานไม่ราบรื่นเพราะเดชคุณหนีไปไม่พอ ศรยังประกาศหาเจ้าบ่าวคนใหม่ จนทิวเขามารับให้จบอาการคลั่งไปก่อน“เรื่องจดทะเบียน มันแค่กระดาษ เจ้าหน้าที่บอกไว้ว่าเป็นโมฆะได้เลย ถือเป็นกระดาษเสีย พ่อน้องเอยได้สติเมื่อไร เราค่อยคุยกัน” ทิวเขาอธิบาย ไม่อยากให้เธอคิดมาก “พี่ทำไปเพราะอยากให้พ่อของน้องสงบ ขอโทษนะครับ”เจ้าเอยพยักหน้านิ่ง น้ำตาแห้งไม่เท่าไรกลับคลอเบ้าขึ้นมาอีก ได้แต่กลืนน้ำตาลงคอ“เอยเข้าใจค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ทิว”เหล่าเพื่อนของเดชคุณที่มีจำนวนเยอะกว่า บางส่วนกลับไป เหลือเพื่อนสนิทสามคน หลังจากนั้นเจ้าเอยถึงรู้รายละเอียดเสียทีจากภาพกล้องวงจรปิดสุดร้อนฉ่าที่คอนเฟิร์มความสัมพันธ์ของเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาว เดชคุณหนีไปกับอรพลินตั้งแต่เมื่อคืน พวกเพื่อนเจ้าบ่าวจะให้บอกเจ้าสาวแต่ต้น ทว่าโดนแม่เจ้าบ่
ลูกทั้งสามกับลูกเขยลูกสะใภ้ร้องออกมาพร้อมกัน เจ้าเหนือเป็นคนวิ่งไปจับตัวพ่อ แต่ศรนั้นเวลาอาการคลั่งกำเริบแรงเยอะ ไม่ได้คลั่งแบบคนบ้า แต่แสบสันสุด ๆ นั่นคือหันไปผลักลูกชายแล้วพูดใส่ไมค์ต่อ“ใครจะมาเป็นเจ้าบ่าว ผมให้สร้อยทองเลย”“คุณพ่อพูดจริงหรือเปล่า” หนึ่งในแขกที่มาช่วงเลี้ยงนั้น มีพาร์ทเนอร์ของเดชคุณที่มีนิสัยไม่ค่อยดีนัก นั่นคือ เจแปน หนุ่มนักเรียนนอกที่เรียนไม่จบ เลยมาร่วมหุ้นกับเดชคุณในธุรกิจร้านอาหาร แต่เจ้าปัญหาจนเดชคุณบ่นให้เพื่อนฟังบ่อย ๆ ดีที่มีหุ้นส่วนคนอื่นด้วย จึงยังไม่กระทบการบริหารพอเจแปนเห็นพ่อเจ้าบ่าวจะแจกทอง เขาไม่ได้สนใจจะแต่งหรอก แต่สนจะเอาทองไปใช้ต่างหาก เพราะเจ้าตัวติดพนันน่ะสิ!“มึงหยุด” ริชาร์ดที่วิ่งกลับเข้ามาจับไหล่เจแปนไว้ เขาตามเดชคุณไม่ทัน แต่ห้ามตัวสาระแนทัน“อะไรกันเล่า” เจแปนปัดมือออก เจ้าเอยนั้นช็อกแล้วช็อกอีก ทุกอย่างรอบกายเกิดขึ้นวุ่นวายไปหมดเสียด้วย ฝั่งเจ้าบ่าวก็ต้องมาพัดวีแม่ของเดชคุณ ฝั่งเธอก็ต้องจัดการทั้งเธอกับศร แขกก็เอาแต่คุยและมองเธออยากหายไป“พ่อคะ” เธอจะกวัก
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมองเธอกับเจ้าบ่าว ใจเธอยิ่งทุกข์ระทม อยากจะหันไปตวาดถามว่าคนรักเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมีสีหน้านี้ในงานแต่งของกันและกัน“คุณ เซ็นสิลูก” มารดาของเขากระซิบอยู่ข้างเวทีทันใดนั้น เดชคุณหลับตาแล้วโยนปากกาทิ้ง เขาหันไปหาเจ้าเอยแล้วคุกเข่าลง“พี่คุณ?” หัวใจเธอสั่น สังหรณ์ว่าวันนี้จะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดอีกต่อไป แต่มันจะเลวร้ายที่สุดต่างหาก“พี่ขอโทษเอย พี่ทำไม่ได้” เขาบอกแล้วถอดเสื้อสูทออกต่อหน้าต่อตาพยานทั้งหมด เจ้าเอยเจอเจ้าบ่าวประกาศกลางงานได้แต่ยืนอึ้งตะลึงทำอะไรไม่ถูกศร เจ้าเหนือ กับเจ้านางก็ลุกขึ้นทันที“เฮ้ย อะไรวะ”เจ้าเอยมองแขกแล้วมองเดชคุณที่ลุกขึ้น “พี่ขอโทษ ผมขอโทษครับ” เขายกมือไหว้ครอบครัวเจ้าสาว จากนั้นกระโดดลงจากเวที วิ่งออกไปจากห้องจ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน พอวันจริงคงเกิดนึกหวงความโสด พวกลูกก็ตบ ๆ มันหน่อย”แต่ฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวฟังแล้วลำบากใจที่สุด ไม่ได้ตลกไปด้วยเลย“จะดีเหรอวะ” ภีมถาม “น้องเอยเข้าพิธีคนเดียวเนี่ย”ทิวเขาขมวดคิ้วแน่น เครียดแทน แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลา เจ้าสาวก็ถูกว่าที่แม่สามีพาไหว้พระไหว้พ่อแม่โดยไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ด้วยจริง ๆพวกเขาเห็นเจ้าเอยกับครอบครัวงุนงง ต่างตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถ้วนหน้า เพราะแม่ของเดชคุณกำกับแทนหมด รุ้งพรายเองก็โดนขู่ เพราะรู้ว่าหากพ่อแม่ฝั่งเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบค่างาน เพื่อนรักได้เป็นหนี้บานแน่“เจ้าบ่าวไปไหนเนี่ย” ศรถาม เมื่อไม่เห็นลูกเขยอยู่กับลูกสาว “ถ้ายังไม่หายดีน่าจะเลื่อนนะ มันไม่ได้เรียกว่าฤกษ์ดี เพื่อนยัยเอยก็ป่วยอีกคน ผมว่า
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม่สวยจัง”“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เจ้าเอยยกมือไหว้งดงามบัดนี้เธอแต่งตัวชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ผมเกล้าขึ้นแล้วติดดอกไม้ พอสวมสไบสีเงินแล้วงามอย่างกับนางในวรรณคดี ผิวขาวเปล่งปลั่งเนียนไปหมด ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มก็ขับให้เธอโดดเด่นสมเป็นเจ้าสาวที่สมควรมีความสุขที่สุดสิ่งที่เจ้าเอยรู้ แต่รู้ไม่สุด นั่นคือแม่ของเดชคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยามและดวงยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ยิ่งหมอดูเจ้าประจำบอกว่าดวงของเจ้าเอยนั้นส่งเสริมสามี เป็นดวงนางแก้วแสนเลิศเลอ เธอยิ่งอยากได้ลูกสะใภ้ที่มาเสริมบารมีลูกชาย จึงรักและเอ็นดูแต่แรก พลอยให้เจ้าเอยโล่งใจที่ว่าที่แม่สามีต้อนรับไม่มีใครคาดคิดว่าความเชื่อนี้ได้เสริมให้งานแต่งวันนี้เป็นหายนะยิ่งกว่าเดิมเ







