로그인พอเดินออกมา เขากำลังนอนฟุบกับโต๊ะ ตะแคงดูแท็บเล็ตอีกแล้ว สงสัยจะเป็นงานละมั้ง พอเธอทยอยเอาจานออกม
เจ้าเอยแปลกใจเล็กน้อยที่วันนี้ทิวเขาไม่ได้มารับเธอคนเดียว แต่ยังพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วย เธอไม่เคยเจอเพื่อนผู้หญิงคนอื่นนอกจากโศภิตกับสวิตา ที่เคยมางานแต่งแม้เพื่อนที่ชื่อ จูเน่คนนี้ไม่ใช่สาวเปรี้ยวเข็ดฟันแบบสองคนนั้น แต่แต่งตัวเก่งไม่น้อย อีกทั้งหน้าตายังสวยมากด้วย สวยไม่เท่าอรพลิน แต่มีเสน่ห์แปลกประหลาดชวนให้มอง ด้วยใบหน้าออกลูกครึ่งญี่ปุ่น ตัวเล็กประมาณเธอ ผมสีย้อมแดง ดวงตากลมโตน่ารัก ไม่มีที่ติเลย“อ้อ นี่หรือน้องเอย” เธอเลิกคิ้วมองสำรวจ“สวัสดีค่ะ” เจ้าเอยยกมือไหว้ แต่รู้สึกหน่วงใจแปลก ๆ ถ้าเป็นเพื่อนทิวเขาก็คงอายุมากกว่าเธอ“ไหว้อะไรกัน” หล่อนยกมือแตะไหล่ “พี่ไม่ได้เจอทิวเขานานมาก กี่ปีนะ เกือบห้าปี”“ห้า” ทิวเขาตอบสั้น ๆ“พี่จูเน่ไปไหนมาหรือคะ”“พี่ทำงานเมืองนอกค่ะ ตอนนี้ก็ยังทำอยู่” เธอบอก พร้อมกับควงแขนทิวเขา “รู้จักหมอนี่มาตั้งแต่เรียนมอปลาย เจอกันตอนเรียนพิเศษ เจ้าพวก ภีม คุณ ริช พวกนี้ พี่รู้จัก แต่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันหรอกนะ”“อ้อ” เจ้าเอยมองมือหญิงสาว ซึ่งทิวเขาค่อย ๆ จับมือเธอออก แล้วเดินมาหยิบกระเป๋า
หลังจากไปพบเดชคุณ จะเรียกว่าปรับความเข้าใจคงไม่ถูกนัก เพราะทั้งสองดันเข้าใจกันตั้งแต่แรก ทิวเขาไปเจอภีมกับริชาร์ดที่ยิมส่วนตัว ปกติเดชคุณจะมาด้วย แต่เนื่องจากเหตุการณ์สองเดือนก่อน เขาจึงค่อนข้างเก็บตัว“เฮ้ย ไอ้ทิว เป็นไง คุยกับมันมาแล้วใช่ไหม” ภีมถามทันที ส่วนริชาร์ดเพียงหันมา แต่ยังคงขะมักเขม้นกับการยกน้ำหนักดัมเบล“มันเศร้า บอกกูว่ารักเจ้าเอย แต่มันแสดงความยินดีนะ จะไม่มางาน” ทิวเขาเล่าแบบย่อ เขาถอดเสื้อยืดตัวนอกออก เพราะเปลี่ยนชุดก่อนเข้ามาแล้ว เลือกที่จะขึ้นลู่วิ่งก่อน “กูสงสารมันเหมือนกันนะ”“อืม ก็ทำไงได้” ภีมพยักหน้า กลับไปยกน้ำหนักของตัวเองต่อ “หรือมึงจะถอยไหม”“ถอยเชี่ย น้องเอยไปข้างหน้านานแล้ว แม่ง ไอ้ห่า อย่าถามกูแบบนี้อีกนะ”“สัตว์ กูแค่หยอก แหม หวงที่จริงมึง”“บางทีเหตุผลมันก็อาจจะแค่...ไอ้คุณไม่ใช่คู่ของน้องเอย” หนุ่มหน้าฝรั่งเอ่ย “เป็นไอ้ทิวแต่แรก”“เออ เอาเป็นว่าพวกมึงคุยกันปกติ พวกกูก็โล่งใจ”ทิวเขาเริ่มวิ่ง ในหัวยังคงคิดแต่เรื่องตัวเอง “น้องอรไม่ยอมเลิกกับไอ้คุณ” เขาเล่าอันที่จริง ทิวเขาไปถึงบา
“พี่ขอโทษ”คำพูดที่ได้ยินนั้นเคยเป็นสิ่งที่เดชคุณพูดกับเจ้าเอย แต่ในวันนี้ อรพลินได้รับประโยคเดียวกัน เธอรู้สึกมาสักพักแล้วว่าเขาเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มไม่ก้อร่อก้อติก ไม่สัมผัสตัว ไม่พะเน้าพะนอ สายตาที่มองออตโต้ลูกชายของเธอก็ไม่ได้รักแม้แต่น้อย แค่เอ็นดูเด็ก แต่ไม่ได้อยากเลี้ยง แม้เดชคุณไม่ได้เย็นชาใส่ แต่ดูมีระยะห่าง ในทางตรงกันข้าม เธอมองว่าเขาเหมือนคนอกหักแต่ไม่ใช่กับเธอเป็นเรื่องยากสำหรับหญิงสาวที่จะยอมรับว่า รักครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นผิดเวลานั้น อาจไม่ใช่ความรักด้วยซ้ำ แต่เป็นความลุ่มหลงของคนที่ขาดความรักอย่างเธอ และคนที่ได้ทดลองของใหม่อย่างเขาความจริงเจ็บปวดยิ่งกว่า เธอสูญเสียทั้งมิตรภาพ ภาพลักษณ์ที่ดีต่อคนรู้จัก และความรักที่เธอคิดว่าจะทดแทนรักเก่าได้ ไม่มีอะไรคุ้มเลย แต่อรพลินยังคงยึดเหนี่ยวกับเดชคุณ ด้วยหวังว่าเวลาจะทำให้รักนี้เป็นนิรันดร์“อรไม่รับ” เธอตอบสั้น ๆ แต่มองเขาอย่างเย็นชา เพราะภายในใจนั้นรวดร้าวไปทั้งหมดเขาดูตกใจกับปฏิกิริยาของเธอ “อร...”“วันนั้นอรถามพี่หลายครั้ง คนที่พาอรมาลงนรก คือพี่นะคะ”แม้ลึก
ลิฟต์กำลังเลื่อนลง เย็นวันศุกร์ หากได้กลับไวเปรียบเสมือนได้พักผ่อนเฉลิมฉลองไว ลิฟต์จึงแน่นมาก เช่นเดิม ช่วงที่ทิวเขาไม่ได้มารับ เจ้าเอยมีอันต้องได้กลับพร้อมพัชรา เนื่องจากมุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนกันน่าสงสารแทนไท ฝ่ายของเขามีโอทีหนักกว่าแผนกอื่น“สามีตัวแทนหายไปไหนแล้วล่ะจ๊ะ” หล่อนมักถามเหมือนหวังดี แต่จุดประสงค์เพียงอยากรู้เช่นเดิม“สามีเฉย ๆ ก็ได้มั้ง” หญิงสาวตอบอย่างใจเย็นเสมอมา “เขาไปดูรีสอร์ตที่เขาใหญ่น่ะ”“โอ้ ไปดู...เจ้าของเหรอ”“จ้ะ” เธอหันไปยิ้มหวาน พอเห็นมุมปากของเพื่อนร่วมงานเกร็งกระตุกได้แต่นึกขัน คนขี้อิจฉาก็หาเรื่องได้ตลอดจริง ๆ “แล้วพี่แทนไม่กลับด้วยเหรอ”ถามทั้งที่รู้แต่แรกแล้ว“โอทีอีกแล้ว เป็นหัวหน้างานนี่เนอะ” พัชราตอบ หากแต่เสียงเบาลง“โห” คนข้างหน้าที่ออกจากลิฟต์ไปก่อนอุทานออกมา จนเมื่อเจ้าเอยกับพัชราออกมาถึงได้เข้าใจไม่นึกว่าเขาจะเล่นใหญ่ ทิวเขายืนถือช่อดอกกุหลาบสีแด
เธอหันกลับไป ไม่ได้ทักตอบ“เอยสบายดีไหม”เมื่อน้ำเต็ม เธอวางแก้วตัวเองแล้วหยิบแก้วของรุ้งพรายมาเติม เอ่ยตอบสั้น ๆ “สบายดีค่ะ”“พี่มาคุยงานน่ะ เอยไม่ตอบข้อความ พี่ยังอยากคุยเรื่องที่เราตกลงปากเปล่ากันไว้” เขารีบพูดสิ่งที่อยากจะเสนอ “ถึงทิวเขาจะพูดแบบนั้น พี่ก็ยังอยากรับผิดชอบส่วนของพี่”“ไม่เป็นไรค่ะ มันลงตัวแล้ว” เธอตอบ อยากหนีไปให้ไกล เหม็นขี้หน้าจังหวะนั้นเดชคุณมองเห็นหลังคอหญิงสาว เพราะเสื้อคอกว้าง และเจ้าเอยไม่รู้ตัวว่ามีคนฝากรอยจูบไว้เสียชัด แม้เวลาผ่านมาจะจางลงบ้างก็ตาม ปกติเธอปล่อยผม แต่เพราะเลิกงานออกมารับประทานข้าว เลยมัดผมเป็นมวยหลวม ๆ เดชคุณดันตาดีเห็นรอยก็รู้ทันที“เอยให้ทิวไปอยู่บ้านจริง ๆ หรือ”เธอหันไปตอบ แม้จะนึกรำคาญ “พี่ทิวแต่งกับเอยนี่คะ เป็นสามีเอยค่ะ”“สามีจริง ๆ เลยเหรอ”เธอเลิกคิ้ว “จะคิดยังไงก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เรื่องของพี่แล้ว” บอกแค่นั้นก็ทำท่าจะเดินหนีไป“เอย เอาผมลงเถอะ” เขารีบบอกก่อนเธอจะหนีหน้า “ข้างหลังคอเอยน่ะ...”“คอเอยทำไมคะ”พอเห็นสีหน้าของเจ้าหล่อน เดชคุณเลยรู
บทรักหวานร้อนยังคงหอมกรุ่นภายในเรือนหอของเจ้าเอย บนโซฟาหนังสีครีมหน้าโทรทัศน์ เสียงฉากบู๊ดังสนั่นกลบเสียงร้องครางของหญิงสาวได้ดีนักทิวเขาเปิดคอร์สสอนบทรักราวกับกลัวตำแหน่งสามีจะกระเด็นไป บัดนี้ร่างเปลือยเปล่าแสนเย้ายวนเสน่ห์ของเจ้าเอยกลับถูกเขากอดรัด นิ้วร้อนขยับตอดรัวพาให้เธอบิดเร้าด้วยสั่นเสียวอย่างน่าสงสาร แขนเล็กขยับกอดเบียดหน้าอกจนล้นปรี่เธอครางเสียงหลงเมื่อเขาใช้นิ้วตอดจี้ไม่หยุด กลีบปากน้อย ๆ ห่อเร่าร้อน คนใจร้ายกลับยิ่งรัวตวัดจนเธอกรีดร้องลั่น พอสุขไปถึงสวรรค์ถึงกับเด้งตัวซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ถึงคราวนี้ทิวเขาถึงได้ปลอบโยน หอมเรือนผมด้วยความชอบใจ“พี่ทิวบ้าที่สุด” เธอด่าเสียงแหบพร่าจากในครัวมาต่อบนโซฟา คิดจะอัดชั่วโมงเรียนมาราธอนหรืออย่างไร“เอยไม่มีแรงทำอาหารแล้ว” เธอค้อน“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ต้มมาม่าให้ แต่ไว้ก่อน” เขาตอบหน้านัยน์ตายิ้ม ช่างน่าตีเหลือเกิน “ถ้าน้องเอยบอกไม่ชอบ พี่หยุดเลย”“ชอบ...แต่ก็ ว้าย!” เขาอุ้มเธอมานั่งบนตักตัวเอง ก้นน้อย ๆ ทับแท่งลำที่แข็งรอแต่แรก เธอสงสัยว่าเขามีอารมณ์ได้ทั้งวันเลยหรือ“ใช่แ
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี







