登入บทรักหวานร้อนยังคงหอมกรุ่นภายในเรือนหอของเจ้าเอย บนโซฟาหนังสีครีมหน้าโทรทัศน์ เสียงฉากบู๊ดังสนั่
“พี่ขอโทษ”คำพูดที่ได้ยินนั้นเคยเป็นสิ่งที่เดชคุณพูดกับเจ้าเอย แต่ในวันนี้ อรพลินได้รับประโยคเดียวกัน เธอรู้สึกมาสักพักแล้วว่าเขาเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มไม่ก้อร่อก้อติก ไม่สัมผัสตัว ไม่พะเน้าพะนอ สายตาที่มองออตโต้ลูกชายของเธอก็ไม่ได้รักแม้แต่น้อย แค่เอ็นดูเด็ก แต่ไม่ได้อยากเลี้ยง แม้เดชคุณไม่ได้เย็นชาใส่ แต่ดูมีระยะห่าง ในทางตรงกันข้าม เธอมองว่าเขาเหมือนคนอกหักแต่ไม่ใช่กับเธอเป็นเรื่องยากสำหรับหญิงสาวที่จะยอมรับว่า รักครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นผิดเวลานั้น อาจไม่ใช่ความรักด้วยซ้ำ แต่เป็นความลุ่มหลงของคนที่ขาดความรักอย่างเธอ และคนที่ได้ทดลองของใหม่อย่างเขาความจริงเจ็บปวดยิ่งกว่า เธอสูญเสียทั้งมิตรภาพ ภาพลักษณ์ที่ดีต่อคนรู้จัก และความรักที่เธอคิดว่าจะทดแทนรักเก่าได้ ไม่มีอะไรคุ้มเลย แต่อรพลินยังคงยึดเหนี่ยวกับเดชคุณ ด้วยหวังว่าเวลาจะทำให้รักนี้เป็นนิรันดร์“อรไม่รับ” เธอตอบสั้น ๆ แต่มองเขาอย่างเย็นชา เพราะภายในใจนั้นรวดร้าวไปทั้งหมดเขาดูตกใจกับปฏิกิริยาของเธอ “อร...”“วันนั้นอรถามพี่หลายครั้ง คนที่พาอรมาลงนรก คือพี่นะคะ”แม้ลึก
ลิฟต์กำลังเลื่อนลง เย็นวันศุกร์ หากได้กลับไวเปรียบเสมือนได้พักผ่อนเฉลิมฉลองไว ลิฟต์จึงแน่นมาก เช่นเดิม ช่วงที่ทิวเขาไม่ได้มารับ เจ้าเอยมีอันต้องได้กลับพร้อมพัชรา เนื่องจากมุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนกันน่าสงสารแทนไท ฝ่ายของเขามีโอทีหนักกว่าแผนกอื่น“สามีตัวแทนหายไปไหนแล้วล่ะจ๊ะ” หล่อนมักถามเหมือนหวังดี แต่จุดประสงค์เพียงอยากรู้เช่นเดิม“สามีเฉย ๆ ก็ได้มั้ง” หญิงสาวตอบอย่างใจเย็นเสมอมา “เขาไปดูรีสอร์ตที่เขาใหญ่น่ะ”“โอ้ ไปดู...เจ้าของเหรอ”“จ้ะ” เธอหันไปยิ้มหวาน พอเห็นมุมปากของเพื่อนร่วมงานเกร็งกระตุกได้แต่นึกขัน คนขี้อิจฉาก็หาเรื่องได้ตลอดจริง ๆ “แล้วพี่แทนไม่กลับด้วยเหรอ”ถามทั้งที่รู้แต่แรกแล้ว“โอทีอีกแล้ว เป็นหัวหน้างานนี่เนอะ” พัชราตอบ หากแต่เสียงเบาลง“โห” คนข้างหน้าที่ออกจากลิฟต์ไปก่อนอุทานออกมา จนเมื่อเจ้าเอยกับพัชราออกมาถึงได้เข้าใจไม่นึกว่าเขาจะเล่นใหญ่ ทิวเขายืนถือช่อดอกกุหลาบสีแด
เธอหันกลับไป ไม่ได้ทักตอบ“เอยสบายดีไหม”เมื่อน้ำเต็ม เธอวางแก้วตัวเองแล้วหยิบแก้วของรุ้งพรายมาเติม เอ่ยตอบสั้น ๆ “สบายดีค่ะ”“พี่มาคุยงานน่ะ เอยไม่ตอบข้อความ พี่ยังอยากคุยเรื่องที่เราตกลงปากเปล่ากันไว้” เขารีบพูดสิ่งที่อยากจะเสนอ “ถึงทิวเขาจะพูดแบบนั้น พี่ก็ยังอยากรับผิดชอบส่วนของพี่”“ไม่เป็นไรค่ะ มันลงตัวแล้ว” เธอตอบ อยากหนีไปให้ไกล เหม็นขี้หน้าจังหวะนั้นเดชคุณมองเห็นหลังคอหญิงสาว เพราะเสื้อคอกว้าง และเจ้าเอยไม่รู้ตัวว่ามีคนฝากรอยจูบไว้เสียชัด แม้เวลาผ่านมาจะจางลงบ้างก็ตาม ปกติเธอปล่อยผม แต่เพราะเลิกงานออกมารับประทานข้าว เลยมัดผมเป็นมวยหลวม ๆ เดชคุณดันตาดีเห็นรอยก็รู้ทันที“เอยให้ทิวไปอยู่บ้านจริง ๆ หรือ”เธอหันไปตอบ แม้จะนึกรำคาญ “พี่ทิวแต่งกับเอยนี่คะ เป็นสามีเอยค่ะ”“สามีจริง ๆ เลยเหรอ”เธอเลิกคิ้ว “จะคิดยังไงก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เรื่องของพี่แล้ว” บอกแค่นั้นก็ทำท่าจะเดินหนีไป“เอย เอาผมลงเถอะ” เขารีบบอกก่อนเธอจะหนีหน้า “ข้างหลังคอเอยน่ะ...”“คอเอยทำไมคะ”พอเห็นสีหน้าของเจ้าหล่อน เดชคุณเลยรู
บทรักหวานร้อนยังคงหอมกรุ่นภายในเรือนหอของเจ้าเอย บนโซฟาหนังสีครีมหน้าโทรทัศน์ เสียงฉากบู๊ดังสนั่นกลบเสียงร้องครางของหญิงสาวได้ดีนักทิวเขาเปิดคอร์สสอนบทรักราวกับกลัวตำแหน่งสามีจะกระเด็นไป บัดนี้ร่างเปลือยเปล่าแสนเย้ายวนเสน่ห์ของเจ้าเอยกลับถูกเขากอดรัด นิ้วร้อนขยับตอดรัวพาให้เธอบิดเร้าด้วยสั่นเสียวอย่างน่าสงสาร แขนเล็กขยับกอดเบียดหน้าอกจนล้นปรี่เธอครางเสียงหลงเมื่อเขาใช้นิ้วตอดจี้ไม่หยุด กลีบปากน้อย ๆ ห่อเร่าร้อน คนใจร้ายกลับยิ่งรัวตวัดจนเธอกรีดร้องลั่น พอสุขไปถึงสวรรค์ถึงกับเด้งตัวซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ถึงคราวนี้ทิวเขาถึงได้ปลอบโยน หอมเรือนผมด้วยความชอบใจ“พี่ทิวบ้าที่สุด” เธอด่าเสียงแหบพร่าจากในครัวมาต่อบนโซฟา คิดจะอัดชั่วโมงเรียนมาราธอนหรืออย่างไร“เอยไม่มีแรงทำอาหารแล้ว” เธอค้อน“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ต้มมาม่าให้ แต่ไว้ก่อน” เขาตอบหน้านัยน์ตายิ้ม ช่างน่าตีเหลือเกิน “ถ้าน้องเอยบอกไม่ชอบ พี่หยุดเลย”“ชอบ...แต่ก็ ว้าย!” เขาอุ้มเธอมานั่งบนตักตัวเอง ก้นน้อย ๆ ทับแท่งลำที่แข็งรอแต่แรก เธอสงสัยว่าเขามีอารมณ์ได้ทั้งวันเลยหรือ“ใช่แ
“ฮึก” แต่มันไม่เจ็บเท่าไหร่นักหากเทียบกับครั้งแรก แน่นขนัดเพียงนิดเดียวกลับเสียวมากกว่า ร่างกายของเธอปรับคุ้นกับมันไม่ยากเพราะความอุ่นร้อนที่ตอดรัดความใหญ่โตของเขา บทรักยามเที่ยงวันจึงค่อนข้างเปิดเผย เร่งเร้ากว่าครั้งแรก ทิวเขาค่อนข้างจดจ่อกับช่วงล่างไม่น้อย เขาโยกเอวกระแทกแท่งลำตอกตรึงให้ถึงจุดกระสัน ต้องการให้เธอมีความสุขที่สุด ชนิดที่ว่าไม่ต้องนึกถึงใคร เสพติดแต่กับเขาดังเช่นที่เขาอยากทำกับเธอคนร่างหนาฝังจูบลงขณะร่อนเอวส่ายโยกบดคลึงเจ้าเอยจนอ่อนปวกเปียก สั่นเสียวจนระทวยไร้เรี่ยวแรง เรียวขาของเธอกอดรัดเอวของเขา สองแขนโอบรอบคอ ฝ่ามือหยาบกร้านของผู้เป็นสามีนวดคลึงหน้าอกหน้าใจ บำเรอให้ทั้งกายและใจสองร่างผสานกลมเกลียว จังหวะร้อนรักของชายหนุ่มที่มอบให้ ทุกตอกทุกซอยถอกครูดให้เธอครางเสียงหวานฉ่ำ และความหวานร้อนที่เธอมอบให้เขาก็เร่งไฟราคะเสียร้อนแรง ความแน่น หอม เต่งตึงก็พาให้เขาครางซี้ด เสียวสุขร่วมกันเมื่อเธอเริ่มใกล้ถึง เขาดึงต้นขาเธอข้างหนึ่งขึ้นมาก่อนจะดันให้มิด ยามเธอกรีดร้องเสียงหวานพร่า เผยอปากอ้าเบา ๆ เย้ายวนเกินว่าจะพรรณนา ดวงตาเธอที่ช้อนมองเจือ
“คุณพ่อ ตอนนี้พวกเราอยู่บ้านค่ะ”เจ้าเอยหมุนมือ ให้กล้องในมือถือถ่ายเห็นทิวเขา ทั้งสองนั่งบนโซฟา เปิดโทรทัศน์ที่ฝ่ายชายสั่งซื้อมาใหม่เอี่ยมแทนของเดชคุณที่ขนออกไป พวกเขาแต่งตัวสบาย ๆเจ้าเหนือที่อยู่น่านมองน้องสาวผ่านวิดีโอคอล สังเกตว่าปฏิกิริยาของคู่อีกฝั่งใกล้ชิดขึ้น“อืม ดีแล้ว” ศรโบกมือ ก่อนจะละสายตาไปดูงานกรอบรูปต่อ เจ้าเหนือเลยเดินออกมา เพื่อคุยกับน้องสาวให้ห่างจากพ่อ“อยู่ด้วยกันตั้งแต่วันนั้นเลยใช่ไหม”“อื้อ” น้องสาวพยักหน้า ทิวเขาหันไปดูโทรทัศน์แต่แล้ว แต่สายตายังเหลือบมองในสาย“นี่คืออยู่ด้วยกันจริง”“ใช่แล้ว พี่เหนือ” เจ้าเอยยอมรับ“โอเค ถ้าเอยโอเค พี่ก็วางใจ”เธอยิ้ม โบกมือแล้วบอกลา จากนั้นวางสาย เธอนึกขึ้นได้ว่าครบเจ็ดวันพอดี แต่สภาพของเธอกลับยังดีอยู่ ไม่ได้ตายจากข้างใน ต้องขอบคุณคนข้างกายที่ช่วยเธอแบบปัจจุบันทันด่วนไม่ใช่ว่าเจ้าเอยลืมเดชคุณกับอรพลินไปเสียสนิท หลายครั้งที่เธอนึกถึงงานแต่งงานก็ยังน้ำตารื้นอยู่ แต่ความใส่ใจของทิวเขาทำให้เธอไม่ยึดติดกับวันนั้น หากแต่เป็นวันข้างหน้าหนัง
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี







