Mag-log inดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย
“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”
เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน
“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”
“จ้ะ ฉันเชื่อ”
“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
พวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด
8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงาน
ตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชคุณกับอรพลินหลบมาคุยกันทั้งน้ำตา เขาสวมกอดแล้วบอกขอโทษที่ไม่กล้าสารภาพความจริงกับเจ้าเอย
ว่าคนทั้งสองมีอะไรกันแล้วหลายครั้ง
“ให้มันจบเหอะพี่” เธอยอมรับ ว่าหลงรักว่าที่สามีของเพื่อน เพราะเขาอบอุ่นและอ่อนโยนมาก จากเป็นที่ปรึกษาจนเลื่อนขั้นมาดามหัวใจ พูดคุยดื่มกินจนเลยเถิดโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นไฟรักกับคุในอกจนห้ามใจไม่ได้อีก ทว่ายิ่งใกล้วันแต่งงาน อรพลินพยายามหักห้ามใจตีตัวออกห่าง เพราะเธอรู้สึกผิดกับเพื่อน ในทีแรก เธอลังเลว่าจะสารภาพดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นเจ้าเอยตื่นเต้นดีใจขนาดนี้ เธอไม่กล้าทำลายวันดี เลยเหมือนรูดซิปปากตัวเอง
คบกันมาเกินสิบปี จะให้มิตรภาพพังเพราะความใจไม่นิ่งหรือ ส่วนเดชคุณเป็นคนขอเจ้าเอยแต่งงาน ทั้งยังไม่เคยแตะต้องตัวแฟนสาวเลย เรื่องนี้อรพลินรู้ดี
“ให้มันเป็นอดีตไป สำหรับพี่ ฉันก็แค่ผู้หญิงอย่างนั้น พี่ถนอมเอยมาตั้งนานนะ”
กระนั้น ในคำพูดกลับประชดแดกดันน้อยใจ ราวกับความเห็นแก่ตัวกับสำนึกผิดต่อสู้แย่งชิงอยู่ภายใน
“แต่ใจมันไม่เหมือนเดิมแล้ว พี่ทำผิดกับเอย แต่พี่ก็ทำผิดกับอรด้วย วัน ๆ พี่เอาแต่คิดถึงอร จะให้ทำอย่างไร” เขาทุบกำปั้นกับกำแพง โหยหาสัมผัสของเธอ หากได้ลิ้มลองรสชาติเผ็ดร้อนร่วมกันแล้ว ยิ่งกระหายอยาก
เจ้าเอยเปรียบเสมือนอาหารทิพย์ที่เขายังไม่เคยลองชิม พอได้กินจนอิ่มท้องของจริงไปก่อนจึงไม่ได้คะนึงหา
“อร...อรว่ามันเป็นความผิดพลาดของพวกเราทั้งคู่” ตอนแรกจะบอกว่าเต็มใจ แต่กระดากปากเพราะทำเรื่องผิด “เราต้องฝังมันลงไปเพื่อเอยนะคะ”
“แล้วอรจะทำยังไง” เขาถาม “สายตาของอรมันไม่ได้บอกว่าโอเคเลย พี่ก็ไม่โอเค”
“พี่คุณ อีกไม่ถึงวันแล้ว พี่ล้มเลิกงานแต่งไม่ได้”
“แต่พี่ไม่อยากหลอกเอย สิ่งสำคัญก็คือ พี่หลอกหัวใจตัวเองไม่ได้ อร ถ้าแต่งแล้วหย่า มันยิ่งแย่กับเอย”
“แล้วจะมายกเลิกตอนนี้หรือพี่” เธอถาม
“อรยินดีกับพี่กับเอยจริงหรือเปล่า” เขาประคองใบหน้าเธอ สบตาจดจ้องดวงตาคู่งามของหญิงสาว แม้แต่ยามร้องไห้ยังงดงามจนเจ็บไปถึงหัวใจ ความรักที่เขามีให้เจ้าเอยในเวลานี้ไม่ต่างจากพี่ชายมีให้น้องสาวไปแล้ว แต่ความรักที่มีให้อร มันคือความรักบริสุทธิ์
นั่นคือความคิดของเขา ณ ตอนนั้น
เขาอยากปลอบโยนเธอ อยากอยู่ข้างเธอ ความรู้สึกที่เคยมีให้เจ้าเอย ไปอยู่กับอรพลิน แม้แต่ยามนี้ ก็ยังอยากจะจรดริมฝีปากลง
“อร...อร”
หยาดน้ำตาไหลรดมือชายหนุ่ม เธอมันชั่วช้าสิ้นดี ทั้งที่พลาดไปแล้วก็ควรจบ แต่ทั้งสองไม่อาจห้ามใจก็ยังรั้นมาเจอกัน จนแม้แต่วันพรุ่งนี้ ไม่สิ อีกไม่กี่ชั่วโมงที่เขาจะกลายเป็นสามีของเพื่อน แค่เพียงสบตามองกัน ใจถวิลหาจนร่างกายพามาเจอกัน หลบอยู่ตรงบันไดหนีไฟ
เดชคุณเห็นเธอไม่อาจตอบได้ก็น้ำตาไหล จึงจูบที่หน้าผากหญิงสาว “พี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะชดใช้ให้เอยทีหลัง เราไปด้วยกันเถอะ”
“พี่...” อรพลินตกตะลึง “ไม่ได้”
“ไปเถอะ ถ้าเราโกหกหัวใจตัวเอง เราทำร้ายเอยยิ่งกว่า ไปกับพี่”
“จะไปไหน”
“ไปจดทะเบียนกัน”
“แต่...”
“อร มองตาพี่”
เมื่อสบตากัน ริมฝีปากทั้งสองกลับเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้แนบชิดสนิท รักที่เกิดผิดที่ผิดเวลา กลับมอบรสหวานรัญจวนปนขมพาให้เสพติดยิ่งนัก เดชคุณกอดร่างม่ายสาวไว้แนบตัว ไออุ่นและกลิ่นหอมจากตัวเธอพาให้ทั้งตัวของเขาร้อนผ่าว อยากอยู่ใกล้ อยากครอบครองตลอดไป
ถ้าหากเขายังรู้สึกกับเจ้าเอย มันคงง่ายกว่านี้ แต่ค่ำคืนที่เขาลูบไล้สัมผัสกายงดงามของอรพลิน สองร่างนอนกอดผสานราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ท่ามกลางแสงไฟสลัวในร้าน บรรยากาศร้างลูกค้าเมื่อร้านปิด แต่เสียงเพลงแจซคลอยังเปิดอยู่ เขากลับจดจำมันยิ่งกว่าตอนริมฝีปากตัวเองแตะกับของเจ้าเอย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองของอรพลินงดงาม และพาให้เขาลืมความน่ารักใสบริสุทธิ์ในดวงตาของคนรักตัวจริง
“อร...” เขากอดร่างอ่อนระทวยของอรพลินที่ไม่อาจต้านทานรสจูบไปได้
อรพลินเองพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง เธอเคยมีสามีที่ให้กอดได้สัมผัส แต่เขาทำตัวสกปรกจนเธอขยาด ทว่ากับเดชคุณ ยามเธอซบไหล่ของเขา ยามฝ่ามือร้อนสัมผัสลูบไล้ร่างเธอ โหยหาที่จะได้กอดก่ายกัน หัวใจม่ายสาวเต้นแรง แรงจนพรากเอาสามัญสำนึกออกไปจนหมด
ราวกับทั้งคู่เสพติดรสรักของกันและกัน เดชคุณหมุนร่างเธอมาแนบกับกำแพง ฝังจูบดูดดื่ม เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ผิดขนาดนี้มาก่อน แต่ไอ้ความระทึกใจนี้ พาให้การลอบพบกอดรัดกันยิ่งส่งอารมณ์แรงกล้า เขาเลิกกระโปรงเธอขึ้น จากนั้นสอดตัวตนเข้าไป สองร่างผสานริมกำแพงราวกับเป็นเตียงในที่ลับ แต่กลับอยู่ตรงบันไดหนีไฟ...
ขณะที่เจ้าสาวของเขากำลังจมลงอยู่ในนิทรา ผจญอยู่ในความฝันที่เต็มไปด้วยอนาคตที่วาดไว้และความกังวลว่างานจะมีข้อบกพร่อง
ขณะที่ครอบครัวของทั้งสองรอตื่นมาเป็นบ้านเดียวกัน
ขณะที่เพื่อนฝูงของพวกเขารอร่วมฉลองจุดเริ่มต้นของความรัก
ชู้รักทั้งสองกับพลอดรักแลกเปลี่ยนไออุ่นอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อเสร็จกิจยังไม่อาจกลับมามีสติ ดันจับมือกันหนีความรับผิดชอบทั้งหมด เดชคุณพาอรพลินขับรถหนีออกไปจากโรงแรมในยามวิกาล
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือนทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิดเย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียดพอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมากเดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”“ค่ะ” เธอพ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้







