Mag-log in“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”
ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก
“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”
“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก
“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”
“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”
ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี
“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”
สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย
“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิด
เย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวของเดชคุณมาดึกกันหมด เลยไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยกัน
บรรยากาศราบรื่น ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แม้ศรผู้เป็นพ่อของเจ้าสาวจะใช้วาจากดดูแคลนลูกสาวตัวเองบ้าง สลับกับอวยชมตามอาการป่วยที่ทำให้บุคลิกเปลี่ยนไปมา แต่เนื่องจากฝั่งเดชคุณพอรู้ปม ว่าตั้งแต่ทราบข่าวภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมกับชายชู้ จากพ่อที่น่ารักก็มาลงกับลูกสาวที่หน้าละม้ายคล้ายมารดาทั้งคู่ พวกเขาเลยไม่ใส่ใจนัก
เจ้าเอยกับเจ้านางมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะพ่อเคยรักและดูแลพวกเธอดีมาก เมื่อคุณพ่อเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงเสียใจถึงที่สุด พอโตขึ้น พี่ชายได้พาคุณพ่อไปพบจิตแพทย์ ซึ่งคุณหมอได้บอกว่าศรคงสะเทือนใจมาก ความผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรงส่งผลให้มีอาการทรอม่า บิดเบือนความจริง หนทางระบายความโกรธแค้นเกลียดชังภรรยาที่จากไปจึงไปลงที่ลูกสาว
พอนึกขึ้นได้ก็จะกลายเป็นพ่อคนเดิม เป็นปมในใจที่ขจัดยาก หากเจ้าตัวไม่แก้เอง ทางออกที่ดีคือ พวกเธอควรดูแลพ่อห่าง ๆ นั่นทำให้พี่ชายดูแลใกล้ชิดที่สุด ตั้งแต่นั้นสองสาวลงมาเรียนที่กรุงเทพ
“ถึงแม้จะเป็นลูกสาว แต่ก็มีเชื้อของนังผู้หญิงคนนั้น หากลูกสาวผมทำอะไรผิด พวกคุณจะดุด่าต่อว่าสั่งสอนอย่างไรก็ได้เลยครับ” ศรกล่าวไปเคี้ยวไป เจ้าเอยที่นั่งฟังได้แต่ก้มหน้า อีกนาทีต่อมา เขาก็เอ่ยชม “เอยเป็นเด็กดีมาตลอด เธอจะไม่ทำให้พวกคุณอับอายแน่”
สามพี่น้องต่างมองหน้ากัน ปลงกับอาการของคุณพ่อ ตอนนั้นเอง เดชคุณแอบจับมือเธอใต้โต๊ะ เขาพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เอยเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ผมคิดว่าคุณพ่อเลี้ยงน้องเอยมาดีมากเลยนะครับ”
ศรได้ยินแล้วพยักหน้า มุมปากกระตุกยิ้มคล้ายภูมิใจ
“พ่อกับแม่ก็ดีใจ กลัวเหลือเกินว่าจะลูกคุณจะไม่แต่งงาน พอเห็นหนูเอย พ่อค่อยโล่งใจที่ลูกชายตาถึง” บิดาของเจ้าบ่าวกล่าว “สุภาพเรียบร้อย กิริยามารยาทน่ารัก พอเห็นทั้งครอบครัวพานไปยังเพื่อนฝูง อ้อ เข้าใจเลย”
บรรยากาศเลยกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง เหล่าสองสาวที่มานั่งรับประทานด้วยต่างยิ้มเขิน ถึงอย่างนั้น เดชคุณปรายตามองไปยังอรพลินที่นั่งริมสุด น่าแปลกนัก ทั้งโต๊ะกลับไม่มีผู้ใดสังเกต
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เดชคุณหลบมาสูบบุหรี่ริมสระน้ำของโรงแรม เนื่องจากดึกแล้ว ไม่มีแขก จึงไม่มีใครต่อว่า
“เฮ้ย เลิกแล้วไม่ใช่เหรอวะ”
“อ้าว ไอ้ทิว” เขาหันไปโอบไหล่เพื่อนที่เดินมา “คนอื่นล่ะ”
“ถึงแล้ว กูถึงเดินตามหามึงเนี่ย” ทิวเขาคว้าบุหรี่ในมือไปดับเอง “มึงจะแต่งงาน ทำไมมาหลบแล้วทำหน้าแบบนั้นวะ สูบบุหรี่อีก”
“เปล่า ก็จะสละโสดไง มันเลยหวิว ๆ” เขายังคงโกหกเพื่อน ทั้งที่ในใจคิดถึงอีกคน
จุดเริ่มต้นของเขากับเจ้าเอยเกิดจากความรัก เขาชอบพอหน้าตาของเธอก่อน หลงรักมากขึ้นที่นิสัย ด้วยความที่เปิดร้านเหล้า เจอแต่ผู้คนยามราตรี เจ้าเอยจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างอันอบอุ่น ตัวแทนของชีวิตยามกลางวันเช่นคนปกติ แม้เธอไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงจำพวกพึ่งพาแต่ผู้ชาย พอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านก็ไม่เคยขอเงินขอให้ซื้ออะไรให้เลย สำหรับเดชคุณ เขาเชื่อว่าผู้ชายควรเป็นช้างเท้าหน้า เมื่อตัดสินใจขอเธอแต่งงาน หวังสร้างครอบครัวเสียที จึงใจป้ำให้ชื่อเรือนหอเป็นชื่อของว่าที่ภรรยา
แต่ความฝันที่วางไว้เสียดิบดีกลับพลิกผันเมื่อเขาเพิ่งมารู้ใจตัวเองเมื่อตอนสาย หลังจากเขาขอแต่งงานเจ้าเอย ทั้งสองวางแผนหลายอย่าง และใช้เวลานานกว่าจะหาฤกษ์ได้ ช่วงนั้นเองเหมือนจุดทดสอบในชีวิต
เขาเคยเจอเพื่อนของเธออยู่หลายครั้ง แต่สองสามเดือนมานี้ อรพลินกลายเป็นลูกค้าประจำร้าน ทุกคืนวันศุกร์กับวันเสาร์ เธอจะมาที่บาร์แล้วนั่งดื่มเงียบ ๆ มีผู้ชายเข้าหาเธอเยอะ ทั้งดีและไม่ดี เขาเห็นว่าเป็นเพื่อนของเจ้าเอยเลยคอยมองคอยดูแลให้
ต้องยอมรับว่าสวยของอรพลินนั้นดึงดูดสายตาด้วย ภายหลังเขาทำตัวประหนึ่งเป็นบาร์เทนเดอร์เฉพาะกับเธอ เป็นที่ปรึกษาพ่วงไปอีก ทั้งชงเครื่องดื่มและพูดคุย ใจก็เตลิดกันทั้งสองคน
ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่นับวัน อรพลินกลับแย่งที่เจ้าเอยในใจเรื่อยมา ยิ่งจวนวันจะแต่งงาน เดชคุณยิ่งรู้สึกขัดแย้งในใจ แฟนสาวไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คนที่ผิดคือเขา ทั้งสองพยายามหักห้ามใจเพื่อเจ้าเอย แต่หัวใจเจ้ากรรมไม่ได้คล้อยตาม
“มึงเป็นอะไรกันแน่” ทิวเขาถาม “มีอะไรก็บอกได้”
เขามองหน้าเพื่อนสนิทของตัวเอง กระดากอายเกินกว่าจะสารภาพ
แม้แต่กลุ่มเพื่อนของคนทั้งสองยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยระบายความผิดของตัวเองให้ใครฟังเลย พอคิดว่าจะสารภาพ ก็คิดว่าพวกเพื่อนไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะในสายตาของพวกเขา เจ้าเอยเป็นแฟนที่ดีตลอดมา ความเขลาขลาดพาให้เขาเลือกตกนรก นั่นคือปล่อยไปตามยถากรรม เขาต้องรับผิดชอบสิ ตัวเขาที่ขอเจ้าเอยแต่งงานเอง แล้วพรุ่งนี้ก็จะแต่งแล้ว จะให้ทำอย่างไร
เธอเป็นผู้หญิงที่เขาอยากได้มาเป็นแม่ของลูก เขาต้องยอมรับ
“ไม่มีอะไร เขาเรียกว่า ความตื่นกลัวของผู้ชาย” เดชคุณเฉไฉ
ทิวเขาตบบ่าแรง ๆ “เออ จะแต่งงานแล้ว จะสร้างครอบครัว มึงเลือกแล้วต้องรับผิดชอบให้ดี แฟนมึงเป็นผู้หญิงที่ดีนะ”
“เออ กูรู้” เขาเหลือบตามองทิวเขาที่ก้มหน้ามองวิวข้างล่าง รู้แก่ใจว่าทิวเขาชอบเจ้าเอย แม้ไม่เคยสารภาพ แต่พอมองออก “แก...ถ้าแก...”
“อะไร” เพื่อนถาม “พูดมาเลย กูพร้อมฟัง”
ลำคอของเขาแห้งผาก
“ไม่มีอะไร”
“อ้าว ไอ้นี่ เดี๋ยวปั๊ด” ทิวเขายกกำปั้นแล้วเดินออกไป “รีบนอนด้วยล่ะ”
“เออ ไอ้พ่อ”
ถึงอย่างนั้น ได้แต่มองตามหลังเพื่อน
กลิ่นหอมจากสบู่และโลชั่นที่เธอทาไปทั่วตัวหอมละมุนฟุ้งไปทั่ว ทุกจังหวะที่ริมฝีปากของเขาจูบไปตามซอกคอ วนมาจูบริมฝีปาก จูบหน้าผาก สันจมูก สองข้างแก้ม ทุกอย่างที่เป็นที่ว่างให้ได้จูบ ทิวเขาแตะหมดทุกอย่าง ราวกับจับจองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของตัวเองทั้งตัว ทุกสัดส่วน ทุกพื้นที่ ไม่เว้นว่างให้ผู้ใดอีก เสียงลมหายใจของเธอขาดหายเป็นห้วง ริมฝีปากเผยออ้าส่งเสียงครางหวานไปกับบทเล้าโลม ไม่มีห้าม ไม่มีรั้งเขารู้ว่าค่ำคืนนี้จะดำเนินไปอย่างหวานฉ่ำโคมไฟข้างหัวเตียงยังเปิดอยู่ ทำให้เขามองเห็นใบหน้าและเรือนร่างของเธอชัดเจน กระดุมที่ถูกดึงแยกออกเผยให้เห็นเนินอกฟู เจ้าเอยของเขาซ่อนรูปไม่น้อย ทั้งนิ่มทั้งหอมเธอเป็นของเขาทิวเขาลุกขึ้นนั่งคร่อมเพื่อถอดเสื้อยืดตัวบางออก อวดแผงกล้ามแน่น จากนั้นก้มตัวลง ฝ่ามือร้อนลูบข้างเอวของเธอก่อนช้อนพยุงยามเธอแอ่นตัวขึ้นมา บทเกริ่นก่อนเริงรักนั้นอ้อยอิ่ง เพราะเขารู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเจ้าเอย ฝ่ามือของเขาไล้ไปตามผิวนุ่มนิ่ม เนียนละเอียด เมื่อเขาดึงเปิดให้ชุดท่อนบนแหกออก ทิวเขาใช้มือขวากอบกุมหน้าอกข้างหนึ่ง จากนั้นเขยิบตัวเลื่อนลงไปจูบครอบ
สายน้ำบนฝักบัวไหลผ่านเรือนร่าง แม้ถูสบู่ขัดเนื้อตัวจนสะอาด แต่เจ้าเอยกลับยังยืนแช่อยู่แบบนั้น เพราะกำลังคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา สองเดือนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปจากก่อนแต่งงานมากเพียงใดอย่างแรก เธอได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้คบกันมาก่อน แม้ทะเบียนจะยังไม่ได้รับการรับรองก็ตามอย่างที่สอง เจ้าบ่าวตัวแทนกลายเป็นสามีที่เยียวยาหัวใจมากถึงที่สุด แต่ลึก ๆ เธอยังคงหวาดกลัวการสาดเทความรักมากมายแล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเหมือนกันอย่างสุดท้าย เธอกำลังจะได้แต่งงานใหม่อีกครั้งแม้แต่เพื่อนและคนรอบกายแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าเธอใช้ชีวิตกับเจ้าบ่าวที่มาสวมรอยแต่งแทนมาถึงตอนนี้ แล้วยังเข้าประตูวิวาห์อีกรอบในเวลาใกล้กันเพราะเอาแต่จมอยู่กับกระแสความคิด จึงไม่ได้ฟังเสียงประตูห้องน้ำถูกใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ทิวเขาเห็นเจ้าเอยอาบน้ำนานจึงเป็นห่วง แต่ความเจ้าเล่ห์กว่านั้นคือ เขาไม่เรียกเข้ามาเลยพอเห็นเรือนร่างคุณภรรยาผ่านกระจกราง ๆ เขาก็ถอดเสื้อทีละชิ้นจนเปลือยหมด กว่าเจ้าเอยจะรู้ตัวกว่ามีคนตัวสูงใหญ่มาโอบอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างวางเท้ากับฝาผนัง
ภายในห้องวีไอพีแบบส่วนตัวจะจัดบนชั้นลอย เห็นวิวตอนกลางคืน โดยเฉพาะแสงไฟในสวนด้านข้างที่เดชคุณตั้งใจจัดเพื่อสร้างทัศนียภาพ สองเดือนหลังจากวันงานแต่งงานสุดวินาศสันตะโร ดูเหมือนชีวิตแต่ละคนจะกลับมาเป็นปกติ เสียงนินทา เรื่องเล่าปากต่อปากก็ยังคงมีอยู่บ้างหนุ่มหน้าฝรั่งหัวใจไทยแท้อย่างริชาร์ดนั่งจิบบรั่นดีเงียบ ๆ เขามีเสี้ยวไทยนิดเดียว หน้าตาจึงออกไปทางตะวันตกมากกว่า เป็นถึงทายาทเจ้าของโรงเรียนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานผู้บริหารตอนเรียนเมืองนอก ทิวเขากับภีมอยู่เมืองเดียวกัน ส่วนเขาอยู่เมืองเดียวกับเดชคุณ เลยจับคู่กันเช่าอพาร์ตเมนต์ ดังนั้นหากเป็นเรื่องลับมาก ๆ เดชคุณจะเปิดใจกับเขามากกว่า แต่ครั้งนี้เขาผิดหวังที่ตัวเองไม่รู้เรื่องนอกใจเลย หากเขารู้ก่อน หรือเดชคุณแง้มให้สงสัยบ้าง เขาคงจะห้ามเพื่อนได้ทัน“รอนานไหม” เจ้าของบาร์เดินเข้ามา“ไม่นาน” ริชาร์ดชูมือถือ เปิดภาพพี่สาวสุดสวยทั้งสามคนของทิวเขาถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกับเจ้าเอย ดูท่าหญิงสาวจะถูกลากไปเป็นตุ๊กตา โดนจับแต่งตัวเสียแล้ว “เหลือครอบครัวทั้งหมดแล้วล่ะ”เขาเห็นเพื่อนรักกลืนน้ำลาย “งั้
หลังจากกลับจากงานวัด ทิวเขากับเจ้าเอยแยกย้ายไปจัดการตัวเอง ถึงแม้เธอจะร้องไห้วันนี้ แต่เขามีความสุขที่เป็นคนปลอบ และยังทำให้เธอยิ้มได้หลังจากนั้นทิวเขาอาบน้ำล้างหน้าจนเสร็จก็มานั่งอยู่บนโซฟาที่เป็นเตียงของตัวเองชั่วคราว ถึงเดชคุณขนของออกไปแล้ว แต่เขายังไม่ได้ขนย้ายของตัวเองเข้ามา ไม่เป็นไรหรอก ชายหนุ่มคิดอย่างใจเย็น แค่นี้ก็ถือว่ารุกจีบแบบขึ้นทางด่วนแล้วเขานั่งดูรูปที่ถ่ายกับเจ้าเอยในงานวัดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว นั่งมองคนที่ตัวเองแอบรักไม่มีเบื่อ ดวงตาแสนเศร้าแต่ยังยิ้มได้ของเจ้าเอยงดงาม รอยยิ้มน่ารักที่หวังจะกลบความเศร้าลงไป เมื่อไรเขาจะทำให้ไอเศร้าโศกหายไปได้ทั้งหมดพลันมีข้อความโผล่ขึ้นบนหน้าจอพาแม่บ้านของพี่ไปดูแลสาวหรือยะเขารีบเปิดอ่านแล้วตอบวันเดียวเองใครยะ แกมีสาวใหม่ตอนไหนมีคนเดียว เจ้าเอยเล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ ทีกับพี่ดินยังเล่าให้ฟัง ทำไมไม่เล่าให้พี่ฟังบ้างถามป้าสายดิ!จากนั้นกลับมาดูรูปงานวัดใหม่ ไม่สนข้อความ
หลังฉากโต๊ะของทั้งสองจะเห็นพระปรางค์สีออกส้มอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่าทางพูดคุยกะหนุงกะหนิงสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปมาก ใบหน้าของทิวเขาผ่อนคลายถึงที่สุดผู้ที่มองคนทั้งสองอยู่ห่าง ๆ อมยิ้ม ต่างถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ส่งให้พ่อแม่พวกเธอมีกันถึงสามคน เมื่อหันหน้ามาสบตากัน สามสาวสุดเปรี้ยว ที่แม้ต่างแต่งตัวคนละแนว แต่ดูดีเหมาะกับบุคลิกต่างลุกขึ้น เดินสับส้นสูงตรงไปหาคนทั้งสองทิวเขาที่กำลังรอเจ้าเอยแกะเนื้อปูให้สังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงหันไปแวบหนึ่ง แล้วต้องหันหน้าไปอีกรอบ “เฮ้ย!”เพราะเขาร้องลั่นตกใจนิสัย เจ้าเอยเลยมองตามผู้หญิงทั้งสามคนเดินมาหยุดที่โต๊ะคนทั้งสอง คนหนึ่งตัดผมซอยสั้นสวมชุดเกาะอกจัมป์ซูตเท้าแขนลงกับโต๊ะ หุ่นแต่ละคนสวยเซ็กซี่เหมือนดูแลตัวเองมาอย่างดี“ไอ้น้องเล็ก เมื่อไรจะพาสาวมาแนะนำยะ ต้องให้พวกเราแนะนำตัวเองใช่ไหม”เสียงของเธอคล้ายเย็นชา แต่ดูจะปั้นแต่งมากกว่า เจ้าเอยมองหญิงสาวทั้งสามแล้วนึกออกทันทีเพราะเธอเคยเห็นทั้งสามควงแขนทิวเขาจนเข้าใจผิดว่าเขาคบซ้อนสามพี่สาวทั้งสามคน!“มาทำไม” ทิวเขาตอบ
อรพลินกลับถึงบ้าน จึงรีบขึ้นห้องเพื่อทิ้งตัวลงบนเตียงทันที จากที่สะกดกลั้นมาทั้งวัน สุดท้ายมีอันร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา แม้ทีแรกเดชคุณจะมารับ เธอห้ามไม่ให้เขามา ให้มาเจอกันที่บ้านนี้แทนพอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอถอนหายใจหันไป แม่ของเธอเข้ามา มองแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า“ถ้าแม่จะซ้ำเติมอร แม่ออกไปเลย”“แกไปทำงานแล้วกลับมาร้องไห้ แสดงว่ามีคนนินทาใช่ไหม”เธอพยักหน้าปาดน้ำตา “มีเพื่อนรุ่นมหาลัยในนั้น พวกปากสว่างเอาไปพูดต่อ”“มันก็มาจากการกระทำของแก”“แม่!” เธอตบอกตัวเอง “อรไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครอยาก อรไม่ได้ตั้งใจ เอยเป็นเพื่อนกับอรมากี่ปี ทำไมอรถึงอยากจะทำร้ายเอย ไม่มีวัน”“ก็ใช่ไง ฉันถึงไม่เข้าใจแกไงล่ะ” แม่ของเธอชี้หน้า “ลูกก็มี ผัวก็เคยมี หย่ากันเพราะอะไรล่ะ แกน่ะ ถือว่าตัวเองสวย เก่ง พอผัวที่คบกันมานานแอบซุกกิ๊ก แกยังรับไม่ได้ ขนาดเขากอดขาอ้อนวอนไม่หย่า บอกขอโอกาส แกก็จะหย่าให้ได้ เจ็บแค้นที่สุด ไอ้เรื่องนี้แม่เข้าใจแก แต่แกเจอแบบนี้มา แล้วไปทำกับเพื่อนสนิทตัวเองได้ไง!”“แม่พอ”“ไม่พอ! วันที่แกร้องไห้ไปหาหน
เช้าวันจันทร์ เจ้าเอยตกใจมากที่เผลอหลับนานข้ามวัน ตื่นมาอีกทีตอนนาฬิกาปลุกเพราะต้องไปทำงาน เธอไม่ได้ลาไปฮันนีมูน เพราะกะว่าจะไปช่วงหยุดยาว จะได้ใช้วันลาทีเดียว แต่วันนี้กลับไม่อยากไปทำงานเลย เธอกลัวสายตาคน ทว่าวิธีที่จะรับมือได้ดีที่สุดคืออยู่กับมันให้ได้ เธอลุกขึ้นก็พบว่ามีผ้าวางบนหน้าผาก ชุดเม
หลังจากนั้น ทิวเขาออกจากบ้านเพื่อขนของมาอยู่ด้วย รวมถึงเจ้าบิ๊กไบก์คันเก่ง เขาจัดการทุกอย่างดังที่พูด โดยที่เธอไม่ได้อนุญาต และไม่ได้ค้านเจ้าเอยเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างใจลอย ไร้วิญญาณ มีหลายเรื่องให้เธอคิดจนไม่คิดอะไรเลย ทิ้งมันทุกอย่าง และนอนบนเตียง เธอหลับยาวมาก ทั้งฝันร้ายที่วนลูปไปมา ภา
บ้านเรือนหอของเจ้าเอยเป็นบ้านเดี๋ยวขนาดเล็ก อยู่กันสองคนนับว่าสบาย ที่ตั้งอยู่แถวชานเมืองแต่ใกล้รถไฟฟ้า ที่เลือกในเมืองไม่ได้เพราะราคาแพง แต่เพราะเธอกับเดชคุณลองประเมินดูแล้ว เห็นว่าสถานที่สะดวกสบายกับการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถผ่อนไหวโดยไม่ตึงมือ พวกเขาจึงเลือกที่นี่เมื่อเปิดประตูลงจาก
2 ปีก่อนเมื่อครั้งที่เดชคุณพาเจ้าเอยมาเปิดตัวให้เพื่อนในกลุ่มได้รู้จัก ทิวเขานึกเกลียดตัวเองทันทีเพราะอะไรน่ะหรือตอนเดินเข้าร้านในวันนั้น เขาเห็นหญิงสาวสวมเสื้อคอปกกับกระโปรงเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป นั่งมองบรรยากาศในบาร์เงียบเชียบ บนโต๊ะมีแต่แก้วน้ำเปล่าแม้แวบแ







