Share

บทที่ 6

Penulis: อาร์เธอร์
กลางดึก หร่วนเหยากวงกำลังนอนหลับอย่างสนิท จู่ ๆ ก็ถูกเสียงรัวเคาะประตูกับเสียงตะโกนอันตื่นตระหนกของอวิ๋นหลิงปลุกให้สะดุ้งตื่น

"พระชายา! พระชายา แย่แล้วเพคะ! เรือนหล่านเยว่เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!"

หร่วนเหยากวงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสียงดัง เธอปวดหัวเล็กน้อย "เกิดเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้"

อวิ๋นหลิงหน้าซีดเผือด พูดจาจับต้นชนปลายไม่ถูก "พระชายารองชุย... นางตื่นมาถ่ายเบาตอนกลางคืน แล้วลื่นตกบันไดเพคะ! หัวแตกเลือดอาบ! หมอหลวงเพิ่งตรวจพบ...พบว่านางตั้งครรภ์ได้เพียงเดือนเดียว แต่ตอนนี้...ตอนนี้เด็กไม่อยู่แล้วเพคะ!"

หร่วนเหยากวงขมวดคิ้ว

ชุยหลิงหว่านตั้งครรภ์? แล้วก็แท้งไปแล้ว?

"ท่านอ๋องโกรธมาก กำลังสอบสวนเรื่องนี้จนถึงที่สุด! ผลการสอบสวนออกมาว่า มีคนไปราดน้ำมันไว้บนบันไดเพคะ! ใครจะไปคิดว่าพอจับตัวคนที่ทำได้ คนผู้นั้นกลับบอกว่า...บอกว่าเป็นคำสั่งของพระชายาเพคะ! ท่านอ๋องสั่งให้ท่านรีบไปเดี๋ยวนี้!" อวิ๋นหลิงร้อนใจจนน้ำตาไหลพราก "พระชายา นี่เป็นการใส่ร้ายแน่ ๆ เพคะ! ท่านรีบไปอธิบายให้ท่านอ๋องฟังให้กระจ่างเถิด!"

หร่วนเหยากวงหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ตาสว่างแล้ว ถึงขั้นเผยให้เห็นความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยด้วย

เมื่อเดินไปถึงหน้าเรือนหล่านเยว่ เธอผลักประตูเปิดออก

ในชั่วพริบตานั้น ทุกสายตาต่างมารวมอยู่ที่ตัวเธอ ทั้งสายตาจับผิด โกรธแค้น สงสัยและสมเพชเวทนา

เซียวเยี่ยนเฟิงเงยหน้ามองเธอ แววตาเยียบเย็นคมกริบ ราวกับจะทิ่มแทงเธอให้ทะลุ "หร่วนเหยากวง อธิบายมา"

หร่วนเหยากวงยืนอยู่ที่หน้าประตู สบตากับเขาแล้วถามอย่างใจเย็น "อธิบายอะไรเพคะ"

"อธิบายว่าเหตุใดเจ้าถึงสั่งให้คนไปราดน้ำมันบนบันไดที่หลิงหว่านต้องเดินผ่าน! ทำให้นางลื่นล้มจนเสียลูกไป!" เซียวเยี่ยนเฟิงลุกพรวด อกกระเพื่อมขึ้นลงขณะเอ่ย "หลายวันนี้เจ้าทำตัวประชดประชัน บีบให้ข้ากับเหิงเอ๋อร์ต้องก้มหัวให้ ข้าถือว่าเจ้าน้อยใจจึงตามใจเจ้า! แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะใช้วิธีการชั้นต่ำเช่นนี้! นั่นคือสายเลือดของข้านะ! นั่นคือหนึ่งชีวิตเลยนะ!"

เซียวเหิงก็ถลึงตาแดงก่ำมองเธอ พร้อมกล่าวปนเสียงสะอื้น "เสด็จแม่! เหตุใดท่านถึงใจคออำมหิตนัก! แม่เล็กชุยดีกับท่านขนาดนั้น! นางยังคอยบอกให้ข้ามาเยี่ยมท่านบ่อย ๆ อยู่เลย!"

หร่วนเหยากวงพลันรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมา เป็นความเหนื่อยล้าที่สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ

"หากหม่อมฉันอธิบาย" เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย็นสงัดยามราตรี "ว่าหม่อมฉันไม่ได้ทำ ท่านจะเชื่อหรือไม่"

ท่าทีที่ดูไม่สนใจใยดีจนถึงขั้นประชดประชันของเธอทำให้เซียวเยี่ยนเฟิงโกรธถึงขีดสุด "หลักฐานมัดตัวแน่นหนา! เจ้ายังจะกล้าแก้ตัวอีกหรือ หร่วนเหยากวง เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าเพียงแค่เอาแต่ใจนิดหน่อย แต่ลึก ๆ จิตใจดี! ดูท่าแล้วข้าคงคิดผิด! เจ้ามันจิตใจโหดเหี้ยมเหมือนงูพิษแท้ ๆ !"

จิตใจโหดเหี้ยมเหมือนงูพิษ

พอหร่วนเหยากวงได้ฟังประโยคนี้ หัวใจก็ราวกับถูกเข็มเล่มเล็ก ๆ ทิ่มแทง

ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่ว ทว่าไม่นานก็ถูกความด้านชาที่ลึกยิ่งกว่ากลบกลืนจนหมด

เธอกระตุกมุมปาก ไม่น่าเชื่อว่ายังจะยิ้มออกมาได้ "แล้วอย่างไรเล่า ท่านอ๋องจะจัดการหม่อมฉันอย่างไร รีบลงโทษมาเถิด ลงโทษเสร็จหม่อมฉันจะได้กลับไปนอน"

"เจ้า!" ท่าทีดื้อรั้นหัวแข็งและมองข้ามหัวของเธอ ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนขาดสติยับยั้งชั่งใจทันที

เขาเงื้อมมือขึ้นสูง แล้วตบลงมาอย่างแรง!

หร่วนเหยากวงถูกตบจนหน้าหัน แก้มบวมเป่งขึ้นมาทันตาเห็น มุมปากมีรอยเลือดซึมออกมา

เธอค่อย ๆ หันหน้ากลับมา มองเซียวเยี่ยนเฟิงด้วยแววตาไร้ความอาฆาต ไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจ มีเพียงความว่างเปล่าตายด้าน

"ลงโทษเสร็จแล้วหรือยัง" เธอใช้นิ้วเช็ดเลือดที่มุมปาก น้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเดิม "เช่นนั้น หม่อมฉันขอตัวกลับก่อน"

การตอบสนองของเธอบีบให้เซียวเยี่ยนเฟิงเสียสติ รังสีอำมหิตพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ เขาตะโกนออกมาโดยแทบไม่ต้องคิด "ใครก็ได้! ลากพระชายาออกไป! พระชายารองชุยเสียเลือดไปเท่าใด ก็ให้เอาเลือดนางคืนมาเท่านั้น!"

หลังจากตวาดออกไป เขากลับเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง เมื่อเห็นใบหน้าที่ขาวซีดราวกับกระดาษของหร่วนเหยากวง ก็รู้สึกบีบหัวใจฉับพลัน ความรู้สึกเสียใจแทบจะพุ่งทะลุแซงความโกรธ

เขาอ้าปากพะงาบ คิดจะเปลี่ยนคำสั่ง

"ท่านอ๋อง..." ชุยหลิงหว่านบนเตียงกลับส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดอย่างถูกจังหวะ "อย่าเลยเพคะ ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอร้องล่ะ ละเว้นพี่หญิงเถิด! พี่หญิงเพียงเพียงเลอะเลือนชั่ววูบ เด็กคนนั้นของเรา ก็ถือเสียว่าไม่มีวาสนาต่อกัน..."

เซียวเยี่ยนเฟิงรีบเข้าไปประคองนางไว้ เมื่อเห็นท่าทางที่อ่อนแอและน่าสงสารของนาง เมื่อนึกถึงเด็กที่จากไปโดยยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก เขาก็กลับมาใจแข็งอีกครั้ง

เขามองหร่วนเหยากวงที่ยังคงยืนยืดอก "หากเจ้ายอมคุกเข่าขอโทษหลิงหว่าน และสัญญาว่าจะไม่ทำผิดอีก ครั้งนี้ข้าจะละเว้นเจ้า!"

หร่วนเหยากวงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตามองผ่านคนทั้งสองที่กอดกันอยู่ มองเลยไปยังบุตรชายที่ถลึงตามองเธออยู่ข้าง ๆ สุดท้ายเธอก็มองเซียวเยี่ยนเฟิงด้วยสายตาที่ราวกับมองคนแปลกหน้า

จากนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก

คมมีดที่เย็นเฉียบกรีดผ่านผิวหนังบนแขนของเธอ เลือดอุ่นร้อนไหลรินหยดลงบนพื้นหิน ไม่นานก็รวมตัวกันเป็นกองเลือดสีแดงเข้ม

อวิ๋นหลิงร้องไห้โฮคิดจะพุ่งเข้ามา แต่ถูกคนกันตัวไว้อย่างแน่นหนา

เซียวเหิงวิ่งตามออกมา เมื่อเห็นเลือดสด ๆ ที่ไหลไม่หยุดจากแขนของเสด็จแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ก็เผยความปวดใจและลังเล ทว่ากลับถูกภาพลักษณ์ที่น่าสงสารของชุยหลิงหว่านกลบไว้หมด

เขานึกถึงคำที่แม่เล็กชุยแอบบอกเขา ว่าเสด็จแม่เป็นเช่นนี้เพราะมีความอาฆาตแค้นในใจ หากไม่สั่งสอนให้ดี ต่อไปจะต้องทำร้ายผู้อื่นอีก

เขาพลันหันตัววิ่งออกไป ผ่านไปครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมกับถ้วยน้ำยาสีดำสนิท เดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหร่วนเหยากวง

เนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป หร่วนเหยากวงเริ่มตาพร่าและสติเลือนลาง

"เสด็จแม่" เสียงของเซียวเหิงดังขึ้นเหนือศีรษะของเธอ "ท่านทำผิดแล้ว ก็ต้องได้รับบทเรียน การเสียเลือดคือบทเรียนที่เสด็จพ่อมอบให้ท่าน ส่วนนี่ คือบทเรียนที่ข้ามอบให้ท่าน!"

ระหว่างที่พูดเขาก็ย่อตัวลง บีบปากหร่วนเหยากวง แล้วบังคับกรอกน้ำยานั้นเข้าไป!

หร่วนเหยากวงไม่มีแรงขัดขืน สำลักจนไออย่างรุนแรง น้ำยาผสมกับเลือดไหลล้นออกมาจากมุมปาก

แทบจะในชั่วพริบตาที่น้ำยาตกถึงท้อง ความรู้สึกปวดบิดก็แล่นมาจากกระเพาะอาหาร ตามมาด้วยอาการผื่นแดงประหลาดปรากฏขึ้นทั่วร่างกาย คันคะเยออย่างรุนแรง เริ่มหายใจลำบากด้วย...

ในนี้ใส่ต้นอ้ายเฉ่าไว้เหรอ?!

เธอแพ้ต้นอ้ายเฉ่า เซียวเยี่ยนเฟิงและเซียวเหิงต่างก็รู้ดี!

นี่คือลูกชายที่เธอตั้งครรภ์มาสิบเดือน และยอมสละชีวิตไปครึ่งหนึ่งเพื่อคลอดออกมา

นี่คือลูกชายที่เธอรักและทะนุถนอมมาห้าปี

เพื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขาถึงกับกรอกสิ่งที่ทำให้เธอต้องทรมานเจียนตายด้วยมือของเขาเอง

ช่าง...กตัญญูเหลือเกิน

อาการมึนงงเพราะเสียเลือดผสมกับความเจ็บปวด อาการคันและความรู้สึกขาดอากาศหายใจ ถาโถมใส่จนเธอจมมิดราวกับกระแสน้ำ

ในเสี้ยววินาทีก่อนหมดสติ ในสายตาที่พร่ามัวของเธอ สิ่งที่เห็นคือแววตาที่เจือไปด้วยความสะใจของเซียวเหิง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 4

    เซียวเยี่ยนเฟิงจ้องมองใบหน้าด้านข้างอันสงบนิ่งของหร่วนเหยากวงอย่างไม่ละสายตา ไฟโทสะในอกพลุ่งพล่าน ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงสะบัดตัวหันหลังกลับ แล้วกล่าวเสียงต่ำว่า "หลิงหว่าน ไปเถิด ข้าจะพาเจ้าไปล่าสัตว์"เขาพาชุยหลิงหว่านขี่ม้าพุ่งเข้าไปในลานล่าสัตว์เซียวเหิงเหลือบมองหร่วนเหยากวงแว

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 3

    สองวันต่อมา หร่วนเหยากวงยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหนไข้สูงที่เล่นงานเซียวเหิงอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็ลดลงแล้วเมื่อรู้ว่าหร่วนเหยากวงไม่ได้แวะมาดูอาการเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เจ้าตัวเล็กก็โกรธจัดจนพังทำลายเครื่องเคลือบแตกพังทั้งห้องหร่วนเหยากวงไม่ได้ใส่ใจเซียวเยี่ยนเฟิงและบุตรชายเริ่มเอาอกเอาใจช

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 2

    นางไม่ใช่คนของโลกใบนี้แต่แรกเจ็ดปีก่อน เธอเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ได้ไปตั้งแคมป์บนยอดเขากับเพื่อนสนิทเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวเจ็ดดวงที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง วินาทีที่แสงดาวร้อยเรียงเป็นเส้น ภาพตรงหน้าเธอก็ดำมืด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็มายืนอยู่บนถนนโบราณที่ไม่คุ้นตาแล้วไม่มีเงินต

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 1

    ท่าทางที่ดูเป็นผู้บริสุทธิ์และห่างเหินเช่นนี้ จุดไฟโทสะที่อัดอั้นมาหลายวันในอกของเซียวเยี่ยนเฟิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที"ช่วงนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าห้องเจ้า กลับผลักไสข้าไปหาหลิงหว่านทุกวัน! ตอนนี้เหิงเอ๋อร์ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ไข้ขึ้นสูงไม่ลด เอาแต่เรียกหาแม่ เจ้าเป็นแม่แต่ไม่ไปดูแล กลับมานั่งอ่านนิยา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status