Share

บทที่ 7

Author: อาร์เธอร์
เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่จวนหลักอันเงียบเหงา

มีเพียงอวิ๋นหลิงที่ตาบวมแดงเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นเธอฟื้นขึ้นมา อีกฝ่ายก็ดีใจปนประหลาดใจ รีบประคองป้อนน้ำอุ่นให้

หร่วนเหยากวงไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้อวิ๋นหลิงป้อนน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเปลี่ยนยาให้ด้วยความรู้สึกชินชา

อวิ๋นหลิงร้องไห้พลางกระซิบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้ฟังว่า ท่านอ๋องมีรับสั่งให้ปิดปากเงียบ ไม่ยอมให้เรื่องในคืนนั้นแพร่งพรายออกไป พระชายารองชุยแท้งลูกจำเป็นต้องพักผ่อน ท่านอ๋องกับซื่อจื่อแวะเไปเยี่ยมเยียนดูแลทุกวัน มอบรางวัลให้ไม่ขาดสาย

ข้างนอกร่ำลือกันว่าพระชายาใจอำมหิตขี้หึง คิดมุ่งร้ายต่อทายาท จนถูกท่านอ๋องรังเกียจทอดทิ้งไปแล้ว...

หร่วนเหยากวงฟังแล้วก็ได้แต่ทอดสายตาที่ว่างเปล่าจ้องมองลายดอกบัวเถาที่ปักอยู่บนเพดานกระโจม เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ

รังเกียจ? รังเกียจมานานแล้วต่างหาก

เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ไม่คิดจะแย่งชิง แม้แต่จะเคียดแค้นก็ยังขี้เกียจเลย

เธอเพียงแค่พักรักษาตัวเงียบ ๆ นับวันรอคอยเวลาที่จะได้กลับบ้าน

ในที่สุด วันที่ปรากฏการณ์เจ็ดดาวเรียงตัวก็มาถึง

หร่วนเหยากวงเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ เป็นชุดที่เธอใส่ตอนทะลุมิติมา เธอนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องฟ้า รอคอยช่วงเวลาที่เธอทั้งเฝ้าฝันทั้งสิ้นหวังหามาตลอดเจ็ดปี

เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วยามก็จะถึงยามจื่อ

ทันใดนั้น อวิ๋นหลิงก็วิ่งโซซัดโซเซเข้ามา นางหน้าซีดไร้เลือดฝาด พูดเสียงสั่นเครือจนฟังไม่ได้ศัพท์ "พระ พระชายา! แย่แล้วเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ช่วงหลายวันนี้มานี้พระชายารองชุยไข้ขึ้นสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ หมอหลวงตรวจหลายครั้งแล้ว ยาดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ ไข้ไม่ลดเลย! เมื่อครู่...เมื่อครู่ท่านอ๋องเชิญไต้ซือจากวัดฮู่กว๋อมา ท่านไต้ซือกล่าวว่า...พระชายารองชุยถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง! และต้นตอของวิญญาณร้ายนั้น...ก็คือ...ก็คือวิญญาณอาฆาตของบุตรที่เคยถูกมือสังหารทำร้ายจนเสียชีวิตไปตอนนั้นของพระชายาเพคะ!"

หร่วนเหยากวงหันขวับ ดวงตาที่เคยสงบนิ่งไร้คลื่นพลันเกิดพายุโหมกระหน่ำ!

"ท่านไต้ซือบอกว่า ต้องขุดโครงกระดูกของเด็กคนนั้นขึ้นมา โบยลงโทษ แล้วค่อยทำพิธีสะกดวิญญาณ ถึงจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายและช่วยชีวิตพระชายารองชุยได้เพคะ!" อวิ๋นหลิงร้องไห้ "ท่านอ๋อง...มีรับสั่งให้คน...ป่านนี้คง...เกรงว่า..."

ยังไม่ทันพูดจบ หร่วนเหยากวงก็พุ่งตัวออกไปราวกับสายลม!

เธอวิ่งเร็วขนาดนั้น เร่งร้อนขนาดนั้น ราวกับไม่รู้สึกอะไรกับแผลที่เท้าแล้ว ในใจมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น 'หยุดเขา! เซียวเยี่ยนเฟิง! นายทำแบบนั้นไม่ได้! นั่นคือลูกของนายนะ! นั่นคือลูกของฉัน!'

เธอวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปจนถึงสถานที่ฝังศพ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งลงในทันที!

ท่ามกลางลานว่าง ทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งกำลังเทกองโครงกระดูกชิ้นเล็กๆ ออกมาจากไหดินเผาใบเก่า

เซียวเยี่ยนเฟิงยืนตีหน้าขรึมอยู่ด้านข้าง ส่วนเซียวเหิงกำแขนเสื้อเขาไว้แน่น ใบหน้าน้อย ๆ ซีดเผือด

หลวงจีนที่สวมชุดจีวรรูปหนึ่งกำลังถือแส้สีดำในมือ ปากพึมพำสวดมนต์ กำลังจะฟาดลงไปบนกองโครงกระดูกนั้น!

"หยุดเดี๋ยวนี้!!!"

เสียงกรีดร้องแทบขาดใจของหร่วนเหยากวงดังสนั่นท้องฟ้ายามราตรี เธอพุ่งเข้าไปราวกับเสียสติ หวังจะปกป้องกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น

"จับนางไว้!" เซียวเยี่ยนเฟิงตวาดเสียงกร้าว

องครักษ์รีบพุ่งไปข้างหน้า จับตัวหร่วนเหยากวงไว้แน่น

"เซียวเยี่ยนเฟิง! ท่านบ้าไปแล้ว! นั่นคือลูกของท่านนะ! คือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน! ท่านทำได้อย่างไร...ทำลงได้อย่างไร..." หร่วนเหยากวงดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาไหลพราก ดวงตาแทบถลนออกมา "ต่อให้ท่านเกลียดข้า! ก็มาลงที่ข้าสิ! ปล่อยเขาไปนะ! เขาไม่รู้อะไรด้วย! เขายังไม่มีโอกาสได้เห็นโลกนี้ด้วยซ้ำ!"

เซียวเยี่ยนเฟิงมองหร่วนเหยากวงที่ดูราวกับมารคลั่งพลางขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายความลังเลใจอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ถูกเสียงครางแผ่วเบาของชุยหลิงหว่านและคำยืนยันเรื่องวิญญาณร้ายของท่านไต้ซือกลบจนมิด

เขาเอ่ยเสียงเย็น "ก็แค่ทารกที่ตายแล้ว หลิงหว่านกำลังอยู่ระหว่างความเป็นความตาย เหยากวง เจ้าเลิกพาลเสียที"

"เสด็จแม่!" เซียวเหิงตะโกนเช่นกัน "ท่านไต้ซือบอกว่าทำเช่นนี้แม่เล็กชุยถึงจะหายดี! ท่าน...ท่านถือว่าทำเพื่อช่วยแม่เล็กชุย ยอมเสียสละสักหน่อยเถิด...อย่างไร อย่างไรเสีย...น้องสาวก็ไม่อยู่แล้ว..."

"พวกเจ้า..." หร่วนเหยากวงมองดูสองพ่อลูกที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกว่าแปลกหน้ายิ่งนัก ความหนาวเหน็บแล่นพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงกระหม่อม "พวกเจ้า... ยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่?!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 24

    หร่วนเหยากวงเงยหน้าขึ้นมองเฉินซวี่แววตาของเขาดูใสสะอาด แฝงไปด้วยความจริงใจและความประหม่าเล็กน้อยอันเป็นลักษณะเฉพาะของคนหนุ่มสาว แก้มของเขาแดงเรื่อจากไอความร้อนของหม้อไฟเขาเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง ชาติตระกูลดี นิสัยนุ่มนวลและมีอนาคตดีการได้คบหากับเขา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายและ...ปกติสุขมากไม่มีการชิงดีชิงเด่นในบ้านตระกูลใหญ่ ไม่มีความยุ่งยากเรื่องสามภรรยาสี่อนุ ไม่มีความรักความแค้นที่หนักอึ้งและข้ามภพข้ามชาติพวกนั้นมีเพียงความรักในวัยเรียนที่เรียบง่ายและสดใส เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก เหมือนกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ เรียบง่าย มั่นคง ดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็นนี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอโหยหาหลังจาก 'กลับมา' หรอกเหรอลืม 'ความฝัน' อันเพ้อเจ้อพวกนั้นไป ลืมผู้คนและเหตุการณ์ที่ไม่ควรจดจำ แล้วเริ่มต้นใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เป็นคนธรรมดาและมีความสุขมือของหร่วนเหยากวงที่วางอยู่ใต้โต๊ะคลายออกอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้งปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ชัดเจนเธอมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเฉินซวี

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 23

    เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงชัตเตอร์รอบข้าง เขาเพียงเฝ้าถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างดื้อรั้น ดวงตาที่ทั้งว่างเปล่าทั้งเอาแต่ใจคอยจ้องมองสำรวจใบหน้าของแต่ละคนอย่างละเอียดจากนั้นก็ผิดหวัง แล้วก็เปลี่ยนคนถามใหม่เหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่กลับทำงานผิดพลาดอยู่ตลอด ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ เขากำลังเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเองไปหร่วนเหยากวงยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แก้วชานมในมือถูกเธอบีบจนเสียรูปไปโดยไม่รู้ตัว ของเหลวเย็นเฉียบทะลักออกมาเปื้อนนิ้วมือเธอจ้องมองเขามองดูเขาถูกคนเดินถนนผลักไส มองดูเขามองซ้ายมองขวาอย่างเลื่อนลอย มองดูประกายในดวงตาเขาที่ค่อย ๆ หม่นลง และจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพราะเห็นเด็กสาวที่มีแผ่นหลังคล้ายคลึงกัน จึงรีบวิ่งตามไป แต่พอพบว่าไม่ใช่ ตาก็หม่นแสงลงอีกครั้งที่ตำแหน่งของหัวใจ ความเจ็บปวดที่ละเอียดอ่อนและแหลมคมแล่นพล่านขึ้นมาไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความแค้นแต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่า จนแม้แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเรียบเรียงได้ชัดเจนราวกับได้เห็นของเก่าที่ควรจะถูกเก็บรักษาไ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 22

    เมื่อหร่วนเหยากวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนระเบียงบ้านตัวเอง ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับวันที่ทะลุมิติไปโทรศัพท์มือถือข้างกายสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบ เป็นข้อความที่แม่ส่งมาว่า"เหยากวง ดูดาวเจ็ดดวงเรียงตัวเสร็จแล้วก็นอนเร็ว ๆ นะ พรุ่งนี้ต้องไปเอาหนังสือตอบรับเข้าศึกษาที่โรงเรียนอีก"หร่วนเหยากวงมองเพดานที่คุ้นเคย มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของศตวรรษที่ 21 นอกหน้าต่าง มองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ นับตั้งแต่ที่เธอทะลุมิติไป เวลาผ่านไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้นเธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ แล้วใช้ความเย็นของน้ำล้างหน้าอย่างแรงในกระจกสะท้อนใบหน้าที่อ่อนเยาว์วัยสิบแปดปี ดวงตาและคิ้วใสกระจ่าง ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากการแต่งงานเจ็ดปี ไม่ผ่านการทรยศหักหลังและทำให้หัวใจสลายเธอจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ "หร่วนเหยากวง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ชีวิตกลับเข้าสู่ครรลองปกติสักทีหร่วนเหยากวงไปรายงานตัวในวันถัดมา เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเข้าเรียน จดบันทึก ไปห้องสมุด เบียดเสียดในโรงอาหารกับรูมเมท บ่นเรื่องอาหารรสชาติแย่ อู้งานในงานกลุ่ม และหัวหม

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 21

    ปลายฤดูใบไม้ร่วง เจ้ากรมโหรหลวงขอเข้าเฝ้ากะทันหันกลางดึกโหรเฒ่าผู้มีเส้นผมขาวโพลน บนใบหน้าฉายแววฉงนใจ เป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น"ท่านอ๋อง! ท้องฟ้าปรากฏนิมิตประหลาด! คืนนี้ยามจื่อ ดาวห้าดวงจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง! แม้จะไม่ได้หายากเหมือนดาวเจ็ดดวง แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ในรอบร้อยปีพ่ะย่ะค่ะ!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเหมือนท่อนไม้แห้งตายมานาน ตอนนี้แววตาค่อย ๆ กลอกไปมาเล็กน้อยในดวงตาที่ตายซากมาเนิ่นนานคู่นั้น จู่ ๆ ก็ฉายประกายที่น่าตกตะลึงขึ้นมา!"ดาวห้าดวง...เรียงตัวงั้นหรือ" เขาทวนซ้ำเสียงต่ำ ริมฝีปากที่แห้งแตกสั่นระริก"พ่ะย่ะค่ะ! ดาวห้าดวงเรียงตัว! แสงดาวบรรจบกัน อาจสามารถดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินได้!" โหรเฒ่ารีบกล่าว "เพียงแต่... ท่านอ๋อง พลังของดาวห้าดวงยังห่างไกลจากดาวเจ็ดดวงนัก ไม่อาจทราบได้ว่าจะสามารถเปิดช่องทางได้หรือไม่ อีกทั้งหากฝืนดึงดูดพลัง ก็เกิดความสี่ยงมาก เกรงว่าจะถูกพลังย้อนกลับเข้าตัว..."เซียวเยี่ยนเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำเตือนหลังจากนั้นแม้แต่น้อยเขาลุกพรวด แต่เพราะเคลื่อนไหวเร่งด่วนเกินไป ทำให้หน้ามืดจนเซถลาไป ผ่านไปพักใหญ

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 20

    เลือดฝาดบนใบหน้าของเซียวเหิงจางหายไปจนหมดสิ้นในพริบตาเขาอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าตนเพียงแค่อยากให้เสด็จพ่อมีความสุขขึ้นบ้างสักหน่อย แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีทว่าเมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ตรงปาก เห็นความโศกเศร้าและความตายซากที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในแววตาของบิดา คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ กลายเป็นหยาดน้ำตาร้อนผ่าวที่เอ่อล้นออกมา"เสด็จพ่อ..." เขาปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ แต่เป็นเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างสิ้นหวังราวกับลูกสัตว์ที่จนตรอก "ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านมีความสุขขึ้นบ้าง...แค่นิดเดียวก็ยังดี... เสด็จแม่จากไปแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าฝันเห็นภาพที่นางกระโดดลงบ่อน้ำทุกคืน ข้าอยากจะตายตามนางไป...แต่ข้าทำไม่ได้!"เขาโผเข้าที่ข้างขาของเซียวเยี่ยนเฟิง กุมมือที่เย็นเยียบของบิดาไว้ พร้อมเงยหน้าเล็ก ๆ ที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง"เพราะท่านเป็นเช่นนี้แล้ว...เสด็จพ่อ ท่านกำลังจะตาย...หากข้าเป็นบ้าไปอีกคน หากข้าล้มลงไปอีกคน จวนอ๋องจะทำอย่างไร แล้วข้าจะทำอย่างไร เสด็จพ่อ ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกิน..."เซียวเยี่ยนเฟิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาก้มหน้าลง มองใบหน้าบุตรชายที

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 19

    เซียวเหิงร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้น เอามือปิดหูและหลับตาแน่น ไม่กล้ามองและไม่กล้าฟัง"เสด็จพ่อ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! ขอร้องล่ะ! อย่าเฆี่ยนอีกเลย! เสด็จแม่เห็นเข้าจะปวดใจนะ! นางจะปวดใจเอา!"เซียวเยี่ยนเฟิงที่กำลังง้างแส้ชะงักค้างเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อและเลือดไหลหยดลงมาจากคาง"ปวดใจ..."เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำไป ประกายคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ หายไป กลายเป็นความตายซากและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง"นางไม่ปวดใจอีกแล้ว""นางเกลียดข้า""นางจะไม่มีวัน...ปวดใจเพราะข้าอีก"เขาคลายมือ แส้ที่อาบเลือดร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียง 'เคร้ง'เขาโซเซเล็กน้อง พิงโต๊ะหมู่บูชาไว้จึงพอจะประคองตัวให้ยืนอยู่ได้จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาต่อหน้าป้ายวิญญาณสีดำสนิทแผ่นนั้นรอยยิ้มนั้นจืดชืดหม่นหมอง ดุจเปลวเทียนที่ใกล้ดับกลางสายลม"เหยากวง เจ้าดูสิ ข้ากำลังรับโทษแล้วเจ้ากลับมาดูหน่อยสิ ได้หรือไม่เพียงแค่แวบเดียว...มองแค่แวบเดียวเท่านั้น..."เสียงของเขาต่ำเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในอากาศอันหนาวเหน็บของศาลบรรพชนเขาล้มพับลงกับพื้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดสติไปสามเดือนผ่านไปท่

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 2

    นางไม่ใช่คนของโลกใบนี้แต่แรกเจ็ดปีก่อน เธอเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ได้ไปตั้งแคมป์บนยอดเขากับเพื่อนสนิทเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวเจ็ดดวงที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง วินาทีที่แสงดาวร้อยเรียงเป็นเส้น ภาพตรงหน้าเธอก็ดำมืด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็มายืนอยู่บนถนนโบราณที่ไม่คุ้นตาแล้วไม่มีเงินต

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 1

    ท่าทางที่ดูเป็นผู้บริสุทธิ์และห่างเหินเช่นนี้ จุดไฟโทสะที่อัดอั้นมาหลายวันในอกของเซียวเยี่ยนเฟิงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที"ช่วงนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าห้องเจ้า กลับผลักไสข้าไปหาหลิงหว่านทุกวัน! ตอนนี้เหิงเอ๋อร์ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ไข้ขึ้นสูงไม่ลด เอาแต่เรียกหาแม่ เจ้าเป็นแม่แต่ไม่ไปดูแล กลับมานั่งอ่านนิยา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 8

    ชุยหลิงหว่านกุมศีรษะไว้ได้จังหวะพอดี พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน "อา...หัวของข้า... ปวดเหลือเกิน...เหมือนหัวจะแตก..."ไต้ซือรูปนั้นรีบสวดมนต์เสียงดังทันที แล้วยกแส้ขึ้นฟาดลงบนกองกระดูกชิ้นเล็ก ๆ นั้น!เศษกระดูกขาวกระจัดกระจาย"ไม่นะ!!!"หร่วนเหยากวงกรีดร้องอย่างเศร้าสลด ไม่รู้ว่าเอา

  • ดาราจักรแต้มรัตติกาล   บทที่ 6

    กลางดึก หร่วนเหยากวงกำลังนอนหลับอย่างสนิท จู่ ๆ ก็ถูกเสียงรัวเคาะประตูกับเสียงตะโกนอันตื่นตระหนกของอวิ๋นหลิงปลุกให้สะดุ้งตื่น"พระชายา! พระชายา แย่แล้วเพคะ! เรือนหล่านเยว่เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!"หร่วนเหยากวงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสียงดัง เธอปวดหัวเล็กน้อย "เกิดเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้"อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status