LOGINหลี่เฉิงเฉียนเดินเข้าไปตบไหล่ปลอบใจชายปริศนา
&ldq
ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินในมือถือรายงานจากซานโจว พระองค์ทรงทอดพระเนตรทุกตัวอักษร หลี่ซื่อหมินรับรู้ได้ถึงความยากลำบากของชาวซานโจวผ่านจดหมายโลหินฉบับนี้ หลี่ซื่อหมินทรงพิโรธยิ่งนักเมื่อได้รู้ความจริงว่า ซานโจวประสบอุทกภัยมาแล้ว 2-3 เดือน และแอบชื่นชมหลี่เฉิงเฉียนที่สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ดี หลี่ซื่อหมินมีรับสั่งให้จับตัวเจ้าเมืองซานโจวให้ได้ แล้วนำไปประหารชีวิตต่อหน้าชาวเมืองซานโจว เพื่อเป็นการระบายความเจ็บแค้นของชาวประชาขณะเดียวกัน หลี่เฉิงเฉียนติดตามจิ้นฟู่ เดินทางออกสำรวจแนวกั้นแม่น้ำเหลือง จิ้นฟู่ทำให้หลี่เฉิงเฉียนเลื่อมใสเป็นอย่างมาก เขาอธิบายถึงวิธีการรับมือกับภัยน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากจะแก้ที่ต้นเหตุจำเป็นที่จะต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำ และปรับผนังตลิ่งให้สูงขึ้น จิ้นฟู่เห็นด้วยกับแนวคิดของหลี่เฉิงเฉียนตอนนี้ทั้งสองได้มายืนอยู่แนวโค้งของแม่น้ำแล้ว จุดนี้คาดว่าจะเป็นจุดที่อ่อนไหวต่อการพังทลายที่สุด หากจะเปรียบที่นี้เป็นสมรภูมิรบก็ไม่เกินเลย หากแต่ข้าศึกที่หลี่เฉิงเฉียนต้องโรมรันด้วยในครั้งนี้ กับเป็นความพิโรธจากธรรม
หวังฉีพาหลี่เฉิงเฉียนเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านที่สร้างด้วยดินหลังหนึ่ง สภาพซอมซ่อท้ายหมู่บ้าน พวกเขากำลังจะเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีสตรีนางหนึ่งกำลังเปิดประตูออกมา เมื่อนางเห็นหวังฉีนางจึงรีบเข้ามาทักทายพร้อมกับทำความเคารพทั้งสองคุยกันสักพัก หวังฉีแนะนำสุ่ยอันให้หลี่เฉิงเฉียนรู้จัก นางคือคู่หมั้นคู่หมายของหวังฉีปีหน้ามีกำหนดจะแต่งงานกัน หลี่เฉิงเฉียนแสดงความยินดีต่อทั้งสองคนล่วงหน้า สุ่ยอันพาหวังฉีและหลี่เฉิงเฉียน เข้าเยี่ยมแม่เฒ่าหวังมารดาของหวังฉี ซึ่งตอนนี้ป่วยหนักทำได้แค่นอนอยู่บนเตียงเดินเหินไม่สะดวกหวังฉีเมื่อเห็นมารดาของตนก็โผเข้ากอดทั้งน้ำตา เขานั้นรู้สึกผิดต่อมารดายิ่งนักที่ไม่สามารถดูแลมารดายามเจ็บป่วยได้ หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกเวทนาหวังฉียิ่งนัก มารดาของหวังฉีเห็นแขกมาเยื่อนก็รีบให้หวังฉีเตรียมเก้าอี้พร้อมชาที่ดีที่สุดในบ้านให้หลี่เฉิงเฉียนดื่มหลี่เฉิงเฉียนให้หมอมารักษาอาการมารดาของหวังฉี หมอตรวจดูแล้วอาการไม่หนักมากหากกินยาตามที่หมอจัดให้ภายใน 1 เดือนก็หายเป็นปกติ หวังฉีได้ยินดังนั้นจึงก้มลงกราบหลี่เฉิงเฉียนอยู่
หลี่เฉิงเฉียนเดินเข้าไปตบไหล่ปลอบใจชายปริศนา“ เจ้ามีนามว่าอะไร ” ชายปริศนาเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฉิงเฉียนก่อนที่จะตอบเขาด้วยเสียงสะอื้น“ ข้าน้อยมีนามว่า หวังฉี ”“ มารดาของเจ้าอยู่เมืองใด ? ”“ หลานโจวขอรับ ”“ รุ่งเช้าข้าและสหายจะมุ่งหน้าสู่หลานโจว เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่ ? ”คำถามที่ได้รับดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ หวังฉีพยักหน้ารัวเหมือนลูกไก่จิกข้าวเปลือก หลี่เฉิงเฉียนพยักให้หลี่นาจาปล่อยหวังฉีไปชั่วคราว หลี่นาจาก็ยอมทำตามแต่โดยดี หลี่เฉิงเฉียนเดินเข้าไปหาหัวหน้ามือปราบ ก่อนจะยื่นป้ายหยกอันหนึ่งให้ดูหัวหน้ามือปราบเมื่อตรวจดูป้ายหยก ร่างเขาสั่นสะท้านเหงื่อรินไหลอาบสองแก้ม กลืนน้ำลายฝืดคอ เขากำลังจะทำความเคารพเต็มรูปแบบหลี่เฉิงเฉียนพยุงร่างเขาไว้ทัน หลี่เฉิงเฉียนไม่ต้องการให้เกิดความแตกตื่น เขาจะหาหัวขโ
ฉินหวายอวี เกิดข้อสงสัยในเมื่อหวังอี้ป๋อตัวจริงเดินทางไปด้วย แล้วหลี่เฉิงเฉียนจะต้องทำอย่างไร ทุกคนต่างหันไปทางหลี่เฉิงเฉียน ซึ่งตอนนี้เข้าก็ยังฉงน อยู่ว่าจะแก้ปัญหาข้อนี้อย่างไรดีหวังอี้ป๋อ จึงหาทางออกที่ง่ายที่สุดให้ในเมื่อเขาเป็นอาจารย์สอนวรยุทธให้แก่บิดาของรุ่นเยาว์ทั้ง 3 ก็เท่ากับว่าเขาคืออาจารย์ปู่ของทั้ง 3 คนโดยปริยาย หลี่เฉิงเฉียนเห็นว่าเป็นดังคำของหวังอี้ป๋อ ก็ไม่ปฎิเสธอันใด ส่วนหลี่นาจาเขานั้นไม่มีความคิดเห็นประการใด จะมีปัญหาก็คงจะมีแต่ฉินหวายอวีที่ไม่ชอบการฝึกยุทธเอาเสียเลยเช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เฉิงเฉียน และคณะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนตั้งแต่ฟ้าสางจุดหมายปลายทาง คืออำเภอเทียนสุ่ย ก่อนอาทิตย์ตกดิน เทียนสุ่ยเป็นอำเภอใหญ่ผู้คนคึกคัก เป็นหนึ่งในเส้นทางสายไหม ที่นี้น้ำจากแม่น้ำเหลืองยังคงไหลปกติยังไม่ปรากฎความผิดปกติแต่ประการใดหลี่เฉิงเฉียนเดินทางมาถึงเทียนสุ่ยก็ใกล้ยามเซินแล้ว ( 15.00 - 16.59 น.) หลี่นาจาแนะนำให้พักที่ว่าการนายอำเภอ แต่หวังอี้ป๋อต้องการให้หาโรงเตี๊ยมพักมากกว่
ณ ห้องพักสถานพักม้า แสงไฟสลัวจากเทียนไขกลางห้อง หลี่เฉิงเฉียนที่ยังคงปลอมตัวเป็นหวังอี้ป๋อนั่งหารือกับ หลี่นาจา ฉินหวายอวี และหมอหลวงจาง อยู่ในห้อง เขาใช้นิ้วชีลงที่โต๊ะพร้อมอธิบายแผนการเดินทางในวันรุ่งขึ้นหลี่เฉิงเฉียน จะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยมี หลี่นาจา และองครักษ์อีก 20 นายตามไปด้วย เขาต้องการหมอรักษา 3 คน ในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งหมดจะต้องนำเงินติดตัวไปด้วย เขาอาจจะต้องซื้อข้าวสารจากอำเภอต่าง ๆ ที่ยังไม่ประสบภัยและอาจต้องจ้างสำนักคุ้มภัยขนข้าวสาร และยาไปส่งให้ที่ซานโจว ทุกคนต่างเห็นด้วยหลี่นาจามีหน้าที่ สืบสวนหากพบการฉ้อโกงของขุนนางท้องถิ่น และส่งข่าวสารให้แก่ฝ่าบาท หลี่จิ้งให้นกพิราบสื่อสารแก่หลี่นาจาสำหรับรายงานการทำงานทุก ๆ วัน ระหว่างการเดินทางหลี่เฉิงเฉียนจะส่งข่าวคราวให้ฉินหวายอวีที่อยู่แนวหลังหากพบเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการเดินทางขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้น พวกเขาหารู้ไม่ว่ามีผู้เฒ่าชุดดำท่านหนึ่งกำลังนอนไขว่ห้างแอบฟังอยู่บนหลังคา จะบอกว่าแอบฟังก็คงไม่ได้
หากขั้นร้ายแรงมีผู้คนล้มตายจากน้ำท่วมใหญ่ อาจทำให้เกิดโรคระบาดตามมาอาจต้องเผาอำเภอทั้งทำเภอทิ้งเพื่อกันไม่ให้โรคระบาดลามไปที่อื่นแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ราชสำนักจะต้องเข้มงวดเรื่องราคาสินค้า ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องนุ่งหม่ ไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินความจำเป็น อีกทั้งยังต้องจัดสรรหมอจำนวนมากเพื่อออกช่วยรักษาชาวบ้านตามหัวเมืองที่เกิดภัยน้ำท่วม ทางด้านการทหารในแต่ละเมืองให้ทหารออกมาคอยดูแลความปลอดภัยทั้งยามกลางวัน และยามกลางคืน หาที่พักและโรงหมอสำหรับคนเร่ร่อน ในการก่อสร้างเขื่อนนั้นให้ใช้งบประมาณจ้างชาวบ้านมาสร้างเขื่อนโดยให้มีข้าวกินทั้งสามมื้อ มีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากงานก่อสร้าง ประกาศรับเฉพาะผู้ชายวัยทำงาน ส่วนผู้หญิงประกาศรับเพื่อเป็นคนงานโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้แรงงานเพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะมีรายได้ มีที่พักมีอาหารการกิน หากคนงานไม่พอสามารถนำทหารมาใช้ในงานก่อสร้างเขื่อนได้เพราะราชสำนักให้เบี้ยหวัดรายเดือนแก่ทหารอยู่แล้วหลี่ซื่อหมินเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเช่นนี้ แต่ยังติดที่งบประมาณที่ต้องใช้ในการสร้างเขื่อนนั้นจะเอามาจากที่ไหน ในเมื่อการเยียวยาชาวบ้านจำเป็นต้อ







