Home / รักโบราณ / ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์ / ห้องลับกับความบังเอิญ 2

Share

ห้องลับกับความบังเอิญ 2

last update publish date: 2026-08-12 21:24:34

“ แกร๊ก…ครื่นนน !!” เสียงกลไกประตูทางออกปิดตัวลง มันสามารถปิดจากด้านในได้ ก็น่าจะเปิดจากด้านในได้เช่นกัน หลี่เฉิงเฉียนจึงลองดันอิฐสลักรูปมังกรอีกครั้ง 

“ แกร๊ก…ครื่นนน !!” เสียงกลไกประตูทางออกเปิดออกอีกครั้ง หลีเฉิงเฉียนรีบออกจากห้องลับ เดินไปกดธรณีประตูเพื่อปิดประตูห้องลับ เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดก็สามารถหาห้องลับเจอ ลาภลอยที่ได้มาด้วยความบังเอิญ ทำให้เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ

“ จิ๊บ…จิ๊บ..จิ๊บ..!!” เสียงนกร้องยามเช้า เป็นดั่งนาฬิกาบอกเวลาให้หลี่เฉิงเฉียนลุกจากเตียงนอน อากาศหนาวเช่นนี้ หลี่เฉิงเฉียนอาลัยอาวรณ์ ผ้าห่มนุ่มๆ เตียงอุนๆ ยิ่งนัก เมื่อปัญหาห้องลับที่หนักอกมาเป็นเดือนถูกขจัดไปแล้ว ความเกียจคล้านก็เข้ามาครอบงำ 

แต่ทันใดนั้น ..!!! หลี่เฉิงเฉียนเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ กระวีกระวาด ลุกจากเตียง ตำหนักคุนหนิงสั่งชาเก๊กฮวยให้ไปส่งทุก ๆ 7 วัน หากเป็นฤดูร้านก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่นี้เป็นฤดูหนาวการอบชาจะยุ่งยากมากกว่า หลีเฉิงเฉียนรีบเข้าครัวอบชาดอกเก๊กฮวยให้ตำหนักคุนหนิงโดยเร็ว การอบชาต้องใส่ใจทุกขั้นตอน อย่างพิถีพิถัน เวลาในการอบ และความร้อนต้องสัมพันธ์กันจึงจะได้ชาทีดี 

ระหว่างอบชาดอกเก็กฮวย หลีเฉิงเฉียนวางแผนที่จะปรับปรุงห้องพักนางกำนัลด้านซ้ายที่มี 3 ห้อง ให้เป็นห้องสำหรับศึกษาค้นคว้า 1 ห้อง อีก 2 ห้องจะทำห้องเพาะปลูก

อีกเดือนครึ่งก็จะเข้าวันปีใหม่ เขามีเวลาเตรียมตัวอีก 1 ปี ก่อนที่จะถูกเนรเทศ เขาคงต้องวางแผนเพื่ออนาคตที่กำลังจะมาถึง 

ว่ากันว่า แดนเนรเทศจะเป็นชายแดนติดกับสนามรบ ผู้ที่ถูกเนรเทศบางส่วนจะตายกลางทาง บางส่วนไปถึงต้องไปเป็นเบี้ยล่างให้เจ้าถิ่น มังกรกล้าแกร่งไม่อาจโค้นงูเจ้าถิ่น หากจะต้องอาศัยอยู่ที่นั้นคงต้องทำอะไรสักอย่าง

ขันทีเกาใช้เวลาไม่กี่วัน ก็สามารถหา เมล็ดพันธุ์พืช ตามที่หลีเฉิงเฉียนต้องการได้ เมื่อได้เมล็ดพันธุ์มาแล้ว จึงตรวจดูว่าได้ครบหรือไม่ 

“ เมล็ดผักกาด  เมล็ดผักกวางตุ้ง เมล็ดผักบุ้ง เมล็ดข้าวสาลี เมล็ดข้าวเหนียวดำ เมล็กข้าวหอม ”

ได้ครบตามต้องการ เขาจัดแจงปรับปรุงห้องพักนางกำนัล ก่อนจะเริ่มปลูกผักแต่ละชนิดในตะกร้าหวาย ในห้องเพาะปลูกไม่มีดินจำต้องใช้ตะกร้าหวายเป็นภาชนะแทนกระถาง ห้องพักนางกำนันในตำหนักตงกงทุกห้องจะมีเตียงเตาให้ความอบอุ่น หากจะปลูกผักเพื่อคงอุณหภูมิที่เหมาะสมจำต้องใช้เตียงเตาช่วย ห้องค้นคว้าเขาจะปลูกข้าวสาลี ข้าวหอม ข้าวเหนียวดำ อีกสองห้องแบ่งเป็น ห้องปลูกผักบุ้ง ผักกวางต้ง ผักกาด และถั่วงอก ห้องสุดท้ายปลูกยู่หมี่(ข้าวโพด)

หลีเฉิงเฉียน ในโลกปัจจุบัน ช่วงปริญญาโท เขาเคยทำวิจัยเกี่ยวกับข้าวสาลี และ ข้าวหอมนิลจักรพรรดิ์ การเพิ่มอัตราการเติบโตและปริมาณข้าวที่ได้มากขึ้น พื้นที่ 1 ไร่ เขาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากถึง 6 ตัน โดยปกติแล้วจะได้ประมาณ 700 - 900 กิโล/ไร่ 

แต่ถ้าเป็นตอนนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สามารถเก็บเกี่ยวได้มาน้อยเท่าไร เพราะบันทึกของบรรพบรุษ สมัยราชวงศ์ถังสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ ไร่ละประมาณ 500 - 600 จิน ก็ประมาณ 250-300 กิโล/ไร่ หากเขาทำสำเร็จอาจจะเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ข้าวต้าถัง หรือ อาจส่งผลให้เขาไม่ต้องถูกเนรเทศก็เป็นได้

เงินรางวัล ช่วยให้หลี่เฉิงเฉียนมีอาหารการกินที่ดีขึ้น ห้องครัวของตำหนักอุดมไปด้วยเครื่องปรุงนานาชนิด ไม่เว้นแม้แต่เนื้อสัตว์ บางครั้งเขายังได้ลิ้มรส ฤดูหนาวของต้าถัง สามารถหาได้แค่ เนื้อไก่ เนื้อแกะ และ เนื้อหมู 

เนื้อแกะมีราคาแพงเป็นเนื้อสำหรับชนชั้นสูง ชาวบ้านตาดำๆ หนึ่งปีอาจจะได้ลิ้มรสเนื้อไก่สักครั้ง บางบ้านแม้แต่กลิ่นของไก่ก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัส เนื้อหมูไม่เป็นที่นิยมเพราะมีกลิ่นสาบรุนแรง ชนชั้นสูงมองว่ามันสกปรก คนส่วนใหญ่ถ้ามีเงินพอซื้อเนื้อเขาจะมองเนื้อหมูเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะซื้อ

ระหว่างที่ก้มหน้าก้มตา ดูแลแปลงผักของตนอยู่นั้น 

“ โครกคราก ..!!! ” เสียงประท้วงขอความเป็นธรรม ของกระเพาะอาหารกำลังยื่นฟ้องต่อหลี่เฉิงเฉียนข้อหาทารุณกรรม ทำให้เขาต้องหยุดงานในมือ อาหารของขันทีเกายังคงเป็นของเดิมๆ ข้าวต้มผักดอง หลี่เฉิงเฉียนอยากกินเนื้อหมู ในโลกที่เขาจากมา เนื้อหมูคือเนื้อสวรรค์อันโอชาสำหรับเขา หมูตุ๋นยาจีนเมนูโปรด กลิ่นหอมรัญจวน เนื้อนุ่มๆ มันเยิ้ม ๆ ละลายในปาก ยิ่งคิดยิ่งโหยหา

“ ขันทีเกาพรุ่งนี้เจ้าหา เนื้อหมูให้ข้า 2 ชั่ง เต้าหู้เหลือง และสมุนไพรมาให้ข้าได้หรือไม่ ? ”

“ เนื้อหมูหรือขอรับ ? ” ขันทีเกาทวนรายการด้วยความประหลาดใจ เนื้อหมูไม่ค่อยมีคนทานกันนะขอรับ กลิ่นสาบมันแรงมากขอรับ 

“ เอาเถอะน่าข้ามีวิธีทำให้มันอร่อยได้แน่ ๆ ” หลี่เฉิงเฉียน กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ 

เช้าวันรุ่งขึ้น ขันทีเการีบมาหาหลี่เฉิงเฉียนตั้งแต่ยามเฉิน เขากำลังนั่งเพลิดเพลินกับเวลาน้ำชายามเช้า กลิ่นชวนอ้วกลอยมาเตะจมูก หลี่เฉิงเฉียนเห็นขันทีเกาเดินมาแต่ไกล ตัวมาไม่ถึง แต่ส่งกลิ่นมาทักทายเขาก่อนแล้ว ตลอดทางเดินมาตำหนักตงกง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ขันทีเกาเลยสักคน กลิ่นสาบอันเป็นเอกลักษณ์แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าขันทีเกาถืออะไรมา

“ คารวะคุณชาย เนื้อหมูและของที่สั่งไว้ข้าน้อยนำมาให้แล้วขอรับ ” ขันทีเกาทำความเคารพก่อนจะวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะ หลี่เฉิงเฉียนตกอยู่ในภวังค์เหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ 

“ ความอยากรู้ฆ่าแมว.!! ” ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีคำคำนี้ก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ เพราะความอยากรู้อยากลองของเขาทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้  แต่เขาอาจจะสามารถทำให้กลิ่นสาบของหมูหายไปก็ได้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ากลิ่นสาบของหมู เกิดจากอะไร หากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ก็ไม่สามารถขจัดปัญหาให้หมดไปได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   เดินทางล่วงหน้า 1

    ณ ห้องพักสถานพักม้า แสงไฟสลัวจากเทียนไขกลางห้อง หลี่เฉิงเฉียนที่ยังคงปลอมตัวเป็นหวังอี้ป๋อนั่งหารือกับ หลี่นาจา ฉินหวายอวี และหมอหลวงจาง อยู่ในห้อง เขาใช้นิ้วชีลงที่โต๊ะพร้อมอธิบายแผนการเดินทางในวันรุ่งขึ้นหลี่เฉิงเฉียน จะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยมี หลี่นาจา และองครักษ์อีก 20 นายตามไปด้วย เขาต้องการหมอรักษา 3 คน ในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งหมดจะต้องนำเงินติดตัวไปด้วย เขาอาจจะต้องซื้อข้าวสารจากอำเภอต่าง ๆ ที่ยังไม่ประสบภัยและอาจต้องจ้างสำนักคุ้มภัยขนข้าวสาร และยาไปส่งให้ที่ซานโจว ทุกคนต่างเห็นด้วยหลี่นาจามีหน้าที่ สืบสวนหากพบการฉ้อโกงของขุนนางท้องถิ่น และส่งข่าวสารให้แก่ฝ่าบาท หลี่จิ้งให้นกพิราบสื่อสารแก่หลี่นาจาสำหรับรายงานการทำงานทุก ๆ วัน ระหว่างการเดินทางหลี่เฉิงเฉียนจะส่งข่าวคราวให้ฉินหวายอวีที่อยู่แนวหลังหากพบเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการเดินทางขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้น พวกเขาหารู้ไม่ว่ามีผู้เฒ่าชุดดำท่านหนึ่งกำลังนอนไขว่ห้างแอบฟังอยู่บนหลังคา จะบอกว่าแอบฟังก็คงไม่ได้

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 2

    หากขั้นร้ายแรงมีผู้คนล้มตายจากน้ำท่วมใหญ่ อาจทำให้เกิดโรคระบาดตามมาอาจต้องเผาอำเภอทั้งทำเภอทิ้งเพื่อกันไม่ให้โรคระบาดลามไปที่อื่นแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ราชสำนักจะต้องเข้มงวดเรื่องราคาสินค้า ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องนุ่งหม่ ไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินความจำเป็น อีกทั้งยังต้องจัดสรรหมอจำนวนมากเพื่อออกช่วยรักษาชาวบ้านตามหัวเมืองที่เกิดภัยน้ำท่วม ทางด้านการทหารในแต่ละเมืองให้ทหารออกมาคอยดูแลความปลอดภัยทั้งยามกลางวัน และยามกลางคืน หาที่พักและโรงหมอสำหรับคนเร่ร่อน ในการก่อสร้างเขื่อนนั้นให้ใช้งบประมาณจ้างชาวบ้านมาสร้างเขื่อนโดยให้มีข้าวกินทั้งสามมื้อ มีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากงานก่อสร้าง ประกาศรับเฉพาะผู้ชายวัยทำงาน ส่วนผู้หญิงประกาศรับเพื่อเป็นคนงานโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้แรงงานเพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะมีรายได้ มีที่พักมีอาหารการกิน หากคนงานไม่พอสามารถนำทหารมาใช้ในงานก่อสร้างเขื่อนได้เพราะราชสำนักให้เบี้ยหวัดรายเดือนแก่ทหารอยู่แล้วหลี่ซื่อหมินเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเช่นนี้ แต่ยังติดที่งบประมาณที่ต้องใช้ในการสร้างเขื่อนนั้นจะเอามาจากที่ไหน ในเมื่อการเยียวยาชาวบ้านจำเป็นต้อ

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   หารือรับภัย 1

    และกุนซือแห่งต้าถัง ฝ่าบาทแต่งตั้ง หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เป็นผู้ช่วยผู้แทนพระองค์ เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างแสดงความคิดเห็นกันอื้ออึง แต่ทั้งสองพึ่งสร้างผลงานให้แก่ต้าถังอีกทั้งภูมิหลังของทั้งสองก็ไม่ธรรมดา ยากนักที่ขุนนางคนอื่นจะคัดค้าน หลังจากจบการประชุม ฝ่าบาทให้ หลี่จิ้ง ขุนพลฉิน จ่างซุน อู๋จี้ และเฒ่าเว่ย เข้าหารือในห้องทรงพระอักษรโดยไม่ลืมให้ตาม หลี่นาจา และ ฉินหวายอวี เข้าหารือด้วย ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินและเหล่าขุนนาง ยืนล้อมรอบแบบจำลองแม่น้ำเหลือง การหาวิธีแก้ไขปัญหาอุทกภัยยังไม่มีการถกปัญหาใด ๆ คนในห้องกำลังรอการมาของอีกบุคคลหนึ่ง เวลาผ่านไป 1 เค่อ บุรุษผู้หนึ่งย่างก้าวผ่านพ้นประตูห้องทรงพระอักษร เมื่อเขาเห็นฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง เขารีบทำความเคารพโดยเร็ว “ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น ๆ ปี ” หลี่ซื่อหมินสบัดมือเบา ๆ เชิงอนุญาตให้ลุกขึ้นได้ บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็คือ หลี่เฉิงเฉียน ขุนนางในห้องต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนที่ฝ่าบาทรอคอยจะเป็น หลี่เฉิงเฉียนมิใช่ปราชญ์ลี้ลับ หลี่เฉิงเฉียนลุกขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสทุกท่านในห้องทรงพระอักษร“ สาส์นด่วนส่ง

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 2

    ขณะเดียวกัน นาหลุมก็ให้ผลผลิตที่มากกว่านาหว่านหลายเท่าตัว หลี่เฉิงเฉียนคำนวณแล้วว่าภายในเดือนหน้าข้าวชุดนี้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มีโอกาสเป็นไปได้มากว่าจะได้มากกว่า 6000 จินต่อไร่หลี่เฉิงเฉียนนำอ้อยที่ปอกเปลือกแล้วมาคั้นเอาน้ำได้ประมาณ 1 ไหใหญ่ กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเศษกากอ้อยออกเสร็จแล้วนำมาเคี่ยวบนไฟอ่อน ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วยาม เมื่อได้น้ำตาลอ้อยสีน้ำตาลเข้ม ยกลงจากเตากวนอีก 1 ชั่วยามจนน้ำตาลอ้อยคลายความร้อนแห้งเกาะกระทะ เสร็จแล้วขูดเอาน้ำตาลอ้อยที่ติดกระทะออกจะได้ผลึกสีน้ำตาลให้ความหวานหอมละมุนเมื่อได้น้ำตาลอ้อยแล้วหลี่เฉิงเฉียนให้ขันทีเกานำไปมอบให้อู๋กงกง ให้พ่อครัวทำอาหารสักหนึ่งอย่างโดยมีน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งขึ้นถวายแด่่ฝ่าบาท ไม่นานอาหารทานเล่นก็ถูกนำขึ้นถวายแด่ฝ่าบาท หลี่ซื่อหมินชิมอาหารว่างที่อู๋กงกงนำขึ้นถวาย เขาพยักหน้าอยู่หลายครา อาหารจานนี้ใช้น้ำตาลอ้อยแทนน้ำผึ้งได้รสหวานที่กลมกล่อม หอมเป็นพิเศษ เหมาะแก่การทำมาเป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำผึ้งที่หายาก เป็นสัญญาณอันดีที่ต้าถังและซีเซี่ยจะมีการค้าระหว่างแคว้น หลี่ซื่อหมินมีบัญชาให้ออกราชองค์การให้คณะทูตซีเซี่ยเข้า

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   การค้าระหว่างแคว้น 1

    ยามพลบค่ำ ณ ค่ายทหารของหลี่จิ้ง การประลองของต้าถังและซีเซี่ยนั้นผ่านไปสามวันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในค่าย ขณะนี้หลี่เฉิงเฉียนนั่งมองผู้เข้าประลองทั้งห้าด้วยความโล่งใจ หลี่นาจาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย องค์หญิงฉางเล่อได้รับบาดเจ็บภายใน คนที่หนักที่สุดคงไม่พ้นหลี่เค่อเจ้าทึ่มร่างยักษ์ที่บัดนี้มีผ้าพันแผลเต็มตัว อีกทั้งแขนซ้ายยังหักหนึ่งข้าง นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ข้างฉินหวายอวี ส่วนเฉิงฉู่โม่นั้นไม่มีบาดแผลทางกายใด ๆแต่ทางจิตใจนั้นคงไม่แน่ เพราะหลี่เฉิงเฉียนสังเกตุเห็นเฉิงฉู่โม่ แอบมององค์หญิงฉางเล่อเป็นระยะ ๆ ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วง ค่ำคืนนี้หลี่เฉิงเฉียนลงมือทำหมูหันทั้งตัว รุ่นเยาว์ต้าถังต่างนั่งลายล้อมกองเพลิงที่ยามนี้มีหมูหันตัวใหญ่กำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมรัญจวน ยั่วยวนน้ำลายของเขาทั้งหลายหมูหันตัวใหญ่ส่งบัตรเชิญให้แก่แขกเหรื่อทั้งต้าถังและซีเซี่ย ฝ่ายต้าถังนำทีมมาโดย หลี่จิ้ง ขุนพลเฉิง อู๋กงกง ทางด้านซีเซี่ยนำทีมโดย แม่ทัพอันลู่ซาน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง และ รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง แม่ทัพอันลู่ซานเมื่อมาถึงชิ่งทำความเคารพ หลี่จิ้งก่อนเป็นคนแรก เขานับถือในควา

  • ตงกงบูรพาคืนบัลลังก์   ศึกตัดสินชี้ชะตา 2

    รอบนี้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงเตรียมตัวมาดี เขาชักหน้าไม้ยิงใส่เฉิงฉู่โม่ ที่กำลังไล่ตามเขามา เฉิงฉู่โม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ที่เป็นเลิศ เขาหลบได้ทันท่วงที เมื่อหลบได้หนึ่งครั้ง ครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็ตามมาเลื่อย ๆ รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงพยายามทิ้งระยะห่างให้มากขึ้น เมื่อปืนกลขงเบ้งอยู่ในระยะโจมตีของขวานบิน รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิงขว้างขวานบินเข้าใส่ปืนกลขงเบ้งทันที พลหอกเมื่อได้โอกาส ปาหอกพุ่งเขาหมายทำลายปืนกลขงเบ้ง“ ปั้งงงง.!!! ” ปืนกลขงเบ้งถูกทำลายไปอีกหนึ่งอัน พลทหารฝ่ายต้าถังเมื่อไม่มีปืนกลขงเบ้งจึงไม่สามารถต่อกรกับพลหอกได้รองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ไล่ทำลายปืนกลขงเบ้งอันแล้วอันเล่า เฉิงฉู่โม่ระดมยิงเกาทัณฑ์ใส่แต่กับไม่เป็นผล เขาทำได้แค่ต้อนรองแม่ทัพเซี่ยเย่เผิง ให้ไปยังจุดที่ฉินหวายอวีกำหนดไว้รองแม่ทัพทัวป๋าซือกง เมื่อมีชัยต่อหลี่เค่อแล้ว เขาและพลหอกออกไล่ล่ากำจัดปืนกลขงเบ้งทางป่าด้านบนไม่ให้เหลือแม้เพียงซาก รองแม่ทัพทั้งสองเมื่อกำจัดขวากหนามสำหรับพวกตนเสร็จแล้ว จึงออกมารวมกลุ่มกับ แม่ทัพอันลู่ซานขณะนี้การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายมาหยุดห่างจากหน้าป้อมใหญ่ฝั่งต้าถังเพียง 30 จั่ง แม่ทัพและร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status