ログイン“ผมไม่หย่าครับ และจะไม่มีวันหย่าด้วย ผมยอมให้น้องไปเรียนต่อก็ได้ แต่ระหว่างที่น้องไปเรียน ผมจะทำงานรอที่เมืองไทย และจะปรับตัวเป็นผู้ชายที่ดีและเพียบพร้อมสำหรับน้อง แต่ขออย่างเดียว อย่าบังคับผมหย่ากับหัวใจของผมเลย หากไม่มีน้องต่อ ผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเป็นเช่นไร”
พอลเองก็ยืนยันความต้องการ เขาเพิ่งจะรู้ใจตัวเองเมื่อเดือนที่แล้วเองว่ารักรัตนามากเพียงใด
รัตนาที่แอบฟังอยู่ถึงกับไม่อยากเชื่อว่าพอลบอกรักตัวเอง บอกว่าตัวเองคือหัวใจของเขา แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร ทำไมชายหนุ่มถึงทำกับเธอเหมือนกับว่าไม่มีตัวตนในสายตา ทำเหมือนเธอเป็นเพียงแค่อากาศธาตุในคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาเท่านั้น พอจะไปก็มารั้ง ไม่มีวัน เธอเจ็บแล้วจำ ในเมื่อตัดสินใจจะไปแล้วก็คือไป จะไม่หวนกลับมาอีกแล้ว หากไม่หย่าให้ก็ไม่เป็นไร หวังว่าเรียนจบกลับมา เขาจะยอมหย่าให้
“วันเวลาจะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หากวันใดพอลรู้ใจตัวเอง และน้องให้อภัยพอลหรือไม่ให้อภัย อนาคตข้างหน้า พ่ออยากให้พอลยิ้มรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น ส่วนเรื่องหย่ากันนั้น หากไม่หย่าตอนนี้ก็รอตอนลูกของพ่อเรียนจบกลับมาค่อยคุยกันอีกที และพ่อคงให้พอลเจอกับน้องไม่ได้หรอก พ่อไม่อยากเห็นน้ำตาของลูกพ่ออีก กลับไปเสียเถอะพอล อย่าได้ตามหาน้องและตามตื๊อน้องอีกเลย ขอให้จบกันเพียงเท่านี้เถอะนะ”
‘เขาต้องยอมรับแล้วสินะ ยอมรับว่าวันนี้คือวันที่หัวใจจะโบยบินไปไกลแสนไกล ไม่รู้เมื่อไหร่จะโบยบินกลับรัง ถึงจะนานเพียงไรเขาก็จะรอ จะทำตัวให้ดี เพื่อขอโอกาสจากน้องต่อของเขาอีกครั้ง’ ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำในใจ ก่อนจะเอ่ยกับพ่อตาด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ขอบคุณครับคุณพ่อ ขอบคุณที่ให้โอกาสผม ผมจะพยายามทำให้น้องต่อกลับมาอยู่กับผมให้ได้ จะรอจนกว่าน้องจะเรียนจบกลับมาหาผม”
ชายหนุ่มเอ่ยทั้งน้ำตา นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มร้องไห้ เสียน้ำตาให้กับผู้หญิงที่รัก
ในที่สุดวันที่รัตนาเดินทางไปต่างประเทศก็มาถึง ชายหนุ่มอย่างพอลที่แปรสภาพจากสามีมาเป็นแค่อดีตก็ทำได้เพียงเฝ้ามองหญิงสาวที่ตนรักสุดหัวใจเดินจากไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำล่ำลา สุดท้ายก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริงกับผลของการกระทำที่ได้ก่อขึ้นกับเธอด้วยความเจ็บปวดในใจ
5 ปีต่อมา...
“หม่ามี๊...พอลี่จะได้เจอคุณตาจริงๆ เหรอคะ”
เด็กน้อยผมสีน้ำตาลถามแม่ด้วยความตื่นเต้น ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเหยียบเมืองไทย และจะได้มาเจอคุณตาที่ไม่ได้เจอกันเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากคุณตากลับมาเมืองไทย ก็ไม่ได้ไปหาหนูน้อยพอลี่ เทพเจริญ วัย 4 ขวบ
รัตนา เวย์เลอร์ หรือต่อ หรืออีกชื่อที่เพื่อนๆ ที่ฝรั่งเศสเรียกกันว่าเตร่า วัย 25 ปี ก้มมองหน้าของลูกสาวตัวน้อยในอ้อมกอดด้วยความรัก ตั้งแต่ตัดสินใจในครั้งนั้นว่าจะไปเรียนต่อ แต่พอไปได้ไม่ถึงเดือนก็รู้สึกว่าตัวเองมีอาการแปลกๆ จึงไปหาหมอ และก็ได้รู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้ไงเล่า หญิงสาวถึงอยู่ฝรั่งเศสนาน ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะไปเรียนต่อแค่ 2 ปี แต่ก็ต้องขอบคุณหนูน้อยในอ้อมกอดนี้ ที่คอยเป็นกำลังใจ และเหตุผลที่กลับมาเมืองไทย เพราะอยากพาลูกสาวมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดของตน ดีที่ตลอดเวลา 5 ปี ตั้งแต่พอลี่หัดพูด หญิงสาวก็สอนให้พูดภาษาไทยตลอด จึงไม่แปลกใจที่ลูกสาวตัวน้อยพูดไทยได้
“จ้า...มี๊เตร่าจะพามาอยู่กับคุณตาและจะไม่ไปฝรั่งเศสอีก พอลี่เข้าใจที่คุณแม่พูดไหมจ๊ะ”
ยิ่งมองหน้าลูกสาวยิ่งทำให้คิดถึงผู้เป็นพ่อ ทำไมพอลี่ถึงถอดแบบชายหนุ่มมาเช่นนี้นะ จะมีแค่สีผิวเท่านั้นที่เหมือนเธอ ตา ปาก จมูก เหมือนผู้เป็นพ่อไม่มีผิด แล้วแบบนี้จะให้ลืมเขาได้ยังไงเล่า
“พอลี่รักหม่ามี๊ รักคุณตา รักป้าอ้อ ลุงไบรอัน พี่เซน และลุงเคอีกคนค่ะ” พอลี่เอ่ยเสียงใส
รัตนาดีใจที่เด็กน้อยในอ้อมกอดไม่เคยถามถึงพ่อผู้ให้กำเนิดเลย แต่ก็อดสงสารลูกสาวไม่ได้ เมื่อเซนลูกชายของเพื่อนรักมีพ่อที่แสนดีอย่างไบรอันคอยดูแลเอาใจใส่เป็นห่วงตลอดเวลา แต่หนูน้อยพอลี่ก็ไม่เคยเอ่ยถึงพ่อเลย หากลูกสาวถามถึงผู้ให้กำเนิดขึ้นมา หญิงสาวก็ยังไม่รู้เลยว่าจะตอบลูกสาวเช่นไร
“อีกสองอาทิตย์ ป้าอ้อ ลุงไบรอันก็จะพาพี่เซนกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วจ้า”
“มี๊เตร่า...อย่า...หลอกพอลี่ดีจาย...เล่นน๊า...”
สาวน้อยเอ่ยอย่างตื่นเต้น ที่ครอบครัวของป้าดอกอ้อจะกลับมาเมืองไทยด้วย
“แล้วลุงเคมาไหมคะมี๊...”
พอลี่ชอบพายุ เพื่อนสนิทของแม่มากๆ เพราะเวลาพายุไปติดต่องานที่ฝรั่งเศสชอบไปหาหนูน้อยเสมอ
“มี๊ไม่หลอกพอลี่หรอกจ้า ส่วนลุงเคของลูกนั่นไงจ๊ะ มารอรับเรากับคุณตาของลูกไง”
รัตนาบุ้ยปากไปทางช่องผู้โดยสารขาออก ที่กำลังมีพ่อกับเพื่อนสนิทอย่างพายุมารอรับอยู่ก่อนแล้ว ตอนแรกหญิงสาวจะเลือกมากับสายการบินอื่น แต่ที่เลือกมากับสายการบินเวย์เลอร์เพราะว่าพ่อของหญิงสาวก็เป็นหุ้นส่วนของสายการบินเช่นกัน หากไม่สนับสนุนสายการบินของตนจะสนับสนุนสายการบินไหนเล่า
“คุณ...ตา...ลุง...เค...พอลี่คิดตึงจาง...”
เด็กน้อยมองตามที่ผู้เป็นแม่บอก เมื่อเห็นตากับลุงก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ พร้อมกับดิ้นให้ผู้เป็นแม่ปล่อยตัวเองลงพื้น และแม่ก็รู้ใจลูกสาวเสียจริง ยอมปล่อยลงพื้น พอเป็นอิสระสาวน้อยตาสีฟ้าก็วิ่งไปหาคุณตาที่อ้าแขนรอรับอยู่ก่อนแล้ว รัตนายิ้มให้กับความไร้เดียงสาของลูก แล้วหันกลับมาลากกระเป๋าเดินทางตามลูกสาวไป
มุมหนึ่งของสนามบิน ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้ากำลังจ้องมองหญิงสาวด้วยความคิดถึงคะนึงหา ทุกอย่าง ทุกการกระทำและคำพูดที่เธอเอ่ยกับหนูน้อยคนนั้น เขาได้ยินทุกอย่าง ไม่จริงใช่ไหม รัตนามีลูกกับใคร อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้หน้าจืดนั่น แต่คงไม่ใช่ เพราะหนูน้อยเรียกว่าลุง แล้วใครกันเล่าเป็นสามีของเธอ แถมเด็กนั่นก็ลูกครึ่งเสียด้วยสิ นัยน์ตาสีฟ้า มองดูแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง มองไปมองมาหนูน้อยช่างเหมือนคนที่เขารู้จักเสียจริง
พอลวิ่งตามรัตนาขึ้นมายังห้องนอน แต่ก็มาช้าไป เพราะตอนนี้หญิงสาวได้วิ่งหายเข้าไปในห้อง พร้อมกับล็อกห้องอย่างแน่นหนา พอลทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องโวยวายอยู่หน้าห้อง“น้องต่อเปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้นะ” ร้องสั่งคนข้างในให้เปิด“ไม่!...คนบ้าอำนาจ เผด็จการ ต่อจะไปอยู่บ้านกับคุณพ่อ ต่อจะฟ้องหย่า...ฮือๆ” หญิงสาวร้องบอกผ่านประตูหนาออกมา“โธ่เว้ย! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ!...” ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความโมโห ที่โมโหคือโมโหตัวเอง ที่ปรับตัวยังไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดว่าจะควบคุมอารมณ์ได้ แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน“ต่อไม่เปิด พี่พอลยังใจร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พี่พอลไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เลย...ฮือๆ ต่อไปนี้ไม่ว่าพี่พอลจะพูดอะไร จะทำดีแค่ไหน ต่อก็จะไม่หลงกลอีกแล้ว จะไม่รักพี่พอล จะเลิกรักพี่พอลให้ได้ จะลืมพี่พอล จะไม่มีอีกแล้วผู้ชายที่ชื่อพอล เวย์เลอร์ จะลืมทุกอย่างๆ...ฮือๆ”
“หนูพอลี่เหมือนคุณพอลของนมเมื่อตอนเด็กๆ เลยนะคะคุณต่อ” นมหอมเอ่ยถามรัตนาแบบลอยๆ จนทำให้หญิงสาวหน้าซีดลงถนัด“คะ...คือ...เด็กๆ ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะนม กินข้าวกันเถอะค่ะ” รัตนาเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันที“นั่นสิ นมพูดอะไรให้งง กินข้าวกันเถอะ พอลหิวแล้ว” พอลก็เห็นด้วยกับรัตนา เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พอลี่จะใช่ลูกของตน เด็กอะไรแสบขนาดนี้ ห่วงแม่ขนาดนี้ ไม่ได้อยากได้มาเป็นลูกเลยสักนิด‘หรือว่านมหอมจะเห็นอะไรในตัวพอลี่กันแน่ แต่พอลี่เล่นถอดแบบเขามาแบบนี้ มีหวังสักวันเขาต้องรู้ความจริงๆ แน่ๆ ว่าพอลี่คือลูกของเขา’ รัตนาถามตัวเองในใจในขณะทานข้าว“นั่นไง นมร้อนมาพอดีเลยหนูพอลี่” นมหอมเอ่ยเมื่อเห็นเด็กถือนมเข้ามา“เย้!...พอลี่จาได้กินนมแย้ว!...” หนูน้อยรับนมจากสาวใช้มาไว้ในมือด้วยความดีใจ“กินให้หมดนะ วันนี้ลุงพอลจะพาไปทำงานด้วย”
“ม่าย...แด๊ดอาบก่อนเลย เซนจาอาบกับมัม”เอ่ยจบก็กระโดดลงจากโซฟาเข้าไปในห้องนอน โดยไม่สนใจพ่อกับแม่อีก“แด๊ดไปอาบก่อนนะ อ้อ!...พี่เกือบลืม พรุ่งนี้เราจะนัดเตร่ากับหนูพอลี่มากินข้าวด้วยใช่ไหมจ๊ะที่รัก”“ค่ะที่รัก พรุ่งนี้เรานัดต่อไปกินข้าวด้วยกัน เซนจะได้หายคิดถึงพอลี่ด้วยไง อีกอย่างจะคุยเรื่องโรงเรียนของลูกกับต่อด้วย”“จ้า งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะที่รัก แต่ขาดคนถูหลัง พอมีตัวป่วนอ้อก็ไม่เคยมาอาบน้ำกับพี่เลย พี่อยากอาบน้ำพร้อมอ้อนะ จุ๊บ!...” เอ่ยพร้อมกับจุ๊บหน้าผากมนของภรรยา“พี่ไบรอันเดี๋ยวลูกก็เห็นหรอก เดี๋ยวเซนไปโรงเรียน อ้อจะอาบน้ำให้ทุกเช้าเลยค่ะ”“จริงๆ นะ อย่าโกหกพี่นะที่รัก”“ไม่โกหกหรอกค่ะ พี่รีบไปอาบน้ำเถอะ พี่อาบเสร็จ อ้อก็จะบังคับตัวป่วนของเราอาบน้ำเหมือนกัน”
พอลกับรัตนาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เป็นใครจะไม่ขำ ก็ดูหนูน้อยพอลี่สิ ทำอย่างกับตัวเองเก่ง มีหรือจะห้ามได้หากคนอย่างพอลจะมานอนบนเตียง...หึๆ “นอนก็นอน แต่พี่พอลต้องนอนที่โซฟาตัวนั้นนะ ห้ามมายุ่งกับเตียงนี้” รัตนาขี้เกียจจะเถียงแล้ว วันนี้ไปข้างนอกทั้งวันเหนื่อยก็เหนื่อย อยากอาบน้ำพักผ่อนแล้ว “ค๊าบ!...พอลี่ไปอาบน้ำกับแด๊ดดี้ไหม”“ลุงพอลตาง...หาก...ไม่ช่าย...แด๊ดดี้...คนที่จะเปน...แด๊ดดี้พอลี่มีลุงเคเท่าน้าน...”พอลลืมว่าสาวน้อยไม่ชอบให้ตัวเองแทนตัวเองว่าแด๊ดดี้ พอลี่ก็รีบปฏิเสธทันที เมื่อพอลเอ่ยจบ‘ทำไมถึงรู้สึกเจ็บอย่างนี้ ทำไมแค่เด็กแสบไม่ยอมให้เป็นพ่อ เขาถึงเจ็บอกซ้ายแบบนี้ แล้วลุงเคของเด็กนี้ดีกว่าเขาตรงไหน ทำไมเขาถึงสู้ไม่ได้’ พอลเอ่ยถามตัวเองในใจ“ลุงพอลก็ลุงพอลจ้า...” เอ่ยลากเสียงอย่างไม่พอใจรัตนาเห็นลูกสาวพูดแบบนี้กับชายหนุ่มถึงกับน้ำตาตกใน แต่มันก็สมควรแล้วกับการกระทำที่ผ่านมาของชายหนุ่ม พอลไม่เหมาะสมจะเป็นพ่อของพอลี่อย่างที่หนูน้อยไม่ต้องการ ความลับก็จะเป็นความลับต่อไปย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน หญิงสาวจำห้องนอนห้องนี้ได้ และ
ชายหนุ่มพาหญิงสาวกลับมาอยู่ยังคฤหาสน์เวย์เลอร์ด้วยกัน ต่อไปนี้คฤหาสน์จะไม่เงียบเหงาอีกแล้ว เมื่อมีหนูน้อยพอลี่มาอยู่ด้วย สาวใช้ในบ้านต่างดีใจเมื่อเห็นนายหญิงกลับมาอยู่บ้านด้วย หลังจากที่ไปอยู่เมืองนอกมาตั้ง 5 ปี พอลให้คนรับใช้นำกระเป๋าของรัตนาและลูกสาวไปไว้ที่ห้องนอนของตนที่เคยเป็นของเขาและหญิงสาว เวลานี้เจ้าของห้องได้กลับมาอยู่แล้ว “พอลไปไหนมาคะ”เสียงแหลมดังออกมาเมื่อได้ยินเสียงรถของเจ้าของบ้านเข้ามาจอด รัตนาและพอลี่มองตามเสียงแหลมที่วิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มที่หล่อนเรียก พอลพยายามแกะมือปลาหมึกของหล่อนออก แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ออก จนเขาต้องปล่อยให้เลยตามเลย แต่พอหันมามองทางรัตนา เขากลับเห็นน้ำตาของหญิงสาวไหลออกมา ชายหนุ่มจึงผลักคนที่วิ่งมากอดตัวเองออก ‘บอกว่าปรับตัวเอง แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร โกหกทั้งเพ’ รัตนาเอ่ยว่าชายที่รักในใจ “เอมมี่...คุณมาทำอะไรที่บ้านผม และกรุณาอย่าตามตื๊อผม ลูกเมียผมกลับมาแล้ว อีกอย่างเราจบกันนานแล้ว ไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันอีก ผมไม่ได้รักคุณ คนที่ผมรักคือน้องต่อและลูกของ
หญิงสาวรู้ว่าผู้เป็นพ่อหมายถึงอะไร จะทำเพื่อลูกหรือทำเพื่อตัวเองดีกันแน่ แต่ทุกวันนี้พอลี่ก็ไม่เคยถามหาผู้เป็นพ่อเลยสักครั้ง แบบนี้ขออยู่กันสองแม่ลูกดีกว่า เพราะตลอดเวลา 5 ปี เธอก็เลี้ยงลูกของเธอได้ ไม่เห็นจะเหนื่อยยากอะไรเลย“พี่พอลกลับไปเถอะค่ะ เรื่องของเรามันจบไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว ในเมื่อพี่มักมาก ไม่รู้จักพอ ก็สมควรแล้วที่จะอยู่โดยไม่มีต่อ”หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงเครือ ใช่...ตอนนี้เธอกำลังร้องไห้ เพราะตลอดเวลาที่ห่างกัน ไม่เคยมีวันไหนจะลืมชายหนุ่มได้เลย ยิ่งห่างยิ่งคิดถึง ยิ่งห่างยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน มันจึงยากที่จะตัดใจจากพ่อของลูก“ไม่!...พี่จะไม่กลับไปตัวคนเดียวเหมือนเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว พี่จะกลับก็ต่อเมื่อน้องต่อกลับไปกับพี่เท่านั้น น้องต่อไม่รู้หรอกว่าบ้านที่ไม่มีต่อ มันเหงาทรมานเพียงไร บ้านหลังใหญ่แต่ไร้คนที่อยากให้อยู่ ไร้หัวใจของตัวเอง มันเหน็บหนาวเพียงไร พี่ทำทุกอย่าง เลิกเล่น เลิกเที่ยว ตั้งใจทำงานตลอดห้าปี ไม่สนใจหญิงอื่น เพราะผู้ชายคนนี้ต้องการมีเพียงน้องต่อคนเดียว พี่ยังยืนยันคำเดิมเหมือนเมื่อห้าปีที่พี่มาตามต่อกลับบ้าน พี่รักต่อนะ ต่อเป็นทุกอย่าง เป็นลมหายใจของพี







