Home / โรแมนติก / ตราบาปมลทิน / บทที่ 2 หัวใจที่ทรมาน 03

Share

บทที่ 2 หัวใจที่ทรมาน 03

Author: r.mustang
last update publish date: 2026-07-14 01:05:52

ด้านภามก็กำลังไล่ดูบัญชีของไร่และหาจุดที่จะสามารถลดทอนค่าใช้จ่ายลงได้ หนูน้อยลักษณ์นารานั่งอยู่บนตักของบิดาได้สักพักก็เริ่มง่วงนอน หนูน้อยหาว ตาก็ปรือ

                ส่วนด้านนอกอยู่ ๆ ฟ้าที่สดใสสว่างกลับดำเหมือนฝนจะตั้งเค้า ซึ่งอีกเพียงไม่กี่นาทีต่อมาฝนเม็ดใหญ่ก็โปรยปรายลงมา ทำให้คนงานต่างรีบวิ่งหาที่หลบฝนกันยกใหญ่ บางคนก็วิ่งกลับบ้านพักของตน และบางคนก็ใช้ชายคาของออฟฟิศในการหลบฝน

                กีรกานเองก็เปียกปอนเพราะอยู่ไกลจากออฟฟิศ หญิงสาวรีบวิ่งแต่ก็ยังเปียกไปทั้งตัว ก่อนผลักประตูเข้าไปและหวังจะใช้ผ้าขนหนูซับตัวให้แห้ง แต่ก็มาฉุกคิดได้ว่าเมื่อสองวันก่อน หล่อนนำมันกลับไปซักที่บ้านและยังไม่ได้นำกลับมาด้วย

                ก่อนจะมองหาลักษณ์นาราที่นอนอยู่แนบอกบิดา โดยภามนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา

                กีรกานเดินย่องเข้าไปอย่างแผ่วเบาและอยากจะมองภาพนี้ให้ชัด ๆ แก่สายตา เวลาเขาหลับมันดูไม่มีพิษมีภัยเลย ไม่เหมือนยามตื่นที่เอาแต่ทำหน้าดุและเย็นชาทำให้หัวใจหล่อนอ่อนแอ

                กีรกานย่อตัวลงแล้วแอบมองสามีใกล้ ๆ นานแล้วสินะที่ไม่ได้มองใบหน้าเขาใกล้ขนาดนี้ ผู้ชายที่เคยเอ็นดูเธอและชอบพูดจาหวานนุ่มนวลในเวลานี้กลับเปลี่ยนไปทุกอย่าง

                มือบางยื่นออกไปหวังจะจับใบหน้าคร้ามคม และเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรเธอก็จะได้จับใบหน้าของเขาแล้ว แต่มือของหญิงสาวก็ถูกภามปัดทิ้งเสียก่อน

                “จะทำอะไร” เขาถามเสียงเข้ม ด้านคนถูกถามก็อ้ำอึ้งตอบไม่ถูก

                “กั้ง....”

                ภามขมวดคิ้วและเปิดผ้าม่านซึ่งอยู่ตรงจุดที่เขานอนอยู่ดู ทำให้คลายสงสัยไปได้ว่าทำไมกีรกานถึงตัวเปียกโชก เพราะฝนตกนี่เอง

                ด้านลักษณ์นาราก็ขยับตัวเพราะถูกรบกวน ภามเอนตัวขึ้นและประคองลูกสาวไว้ก่อนจะวางลูกลงที่โซฟาและจัดให้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น แล้วเขาก็หันหน้ากลับมาหากีรกาน ฟากหญิงสาวก็กลืนน้ำลายก้อนเหนียวแทบไม่ลงคอ พร้อมเดินถอยเท้าหนีเมื่อเห็นว่าเขากำลังเดินรุกเข้ามาหา 

                “กั้งแค่…จะ…”      

                คนถูกรุกพยายามหาข้อมาอ้างแต่ก็คิดไม่ออก หล่อนสมควรตอบไปว่าอย่างไร ในเมื่อเขาก็เห็นอยู่ตำตาว่าหล่อนกำลังจะยื่นมือไปจับหน้าของเขา จนสุดท้ายหญิงสาวก็เอื้อนเอ่ยบางประโยคออกมา

                “กั้งขอโทษ” กีรกานกล่าวและสีหน้าก็พลอยเศร้า ความน้อยใจมันก็กลับเข้ามาในอกอีกระลอกหนึ่ง เธอไม่อยากจะโกหกจึงเลือกที่จะกล่าวขอโทษ ทว่าภามกลับยังไม่ยอมหยุดเดินไล่ จนตอนนี้หล่อนไม่มีที่จะถอยหนีแล้ว เพราะชนกับกำแพง

                “จะทำอะไรคะ” ดวงตาคู่กลมโตของกีรกานต้องตระหนกแล้วร้องถามน้ำเสียงตื่น เพราะภามทำบางสิ่งนั่นก็คือมือหนาจับชายเสื้อของหล่อนและจะเลิกมันขึ้น กีรกานก็คว้ามันไว้และยื้อแรงไว้ไม่ให้เขาทำมันสำเร็จ

                ภามไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วรวบมันไว้เหนือศีรษะ กีรกานก็อยากจะต่อต้านทว่าก็ไม่สามารถทำได้

                “คุณภามคิดจะทำอะไร ปล่อยกั้งนะ กั้งก็แค่อยากจะจับหน้าสามีตัวเอง มันผิดหรือไง”  

                ความน้อยใจมันทำให้หญิงสาวพูดออกมาและดวงตาก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อ เพราะคิดไปว่าเขาคิดจะลงโทษที่บังอาจคิดจะไปจับเนื้อต้องตัวเขา และคำตอบมันก็ยิ่งทำให้กีรกานหัวใจช้ำ ริมฝีปากบางทั้งบนและล่างเม้มเข้าหากัน

                “ฉันไม่ได้อนุญาต ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันไม่ต้องการให้เธอมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน” แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้จริงจังนัก

                “แต่คุณสองแตะได้หรือคะ เธอเป็นอะไรกับคุณ” ถามริมฝีปากสั่น  หล่อนเป็นเมียแต่แตะเนื้อต้องตัวเขาไม่ได้ แต่ทำไมกับสรัลชนาที่เป็นแค่เพื่อนกลับทำมันได้ เขาจะรู้ไหมว่าหล่อนเจ็บที่หัวใจไปทั่วพื้นที่จนอยากจะควักมันออกมาแล้วปาทิ้งไป

                “ยังจะมาถามอีกหรือ ว่าสองเป็นอะไรกับฉัน”    

                เขาตอบเสียงคล้ายจะหัวเราะและใบหน้าก็ดูร้าย แต่ใครจะไปรู้ว่าภายใต้ใบหน้านี้มันกลับมีความชอบใจที่ได้เห็นอารมณ์หึงหวงของกีรกาน ฟากกีรกานน้ำตาแทบร่วง เพราะท่าทางของเขาดูเหมือนกำลังหัวเราะเยาะเธอที่โง่ตั้งคำถามนี้ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าเขาแคร์สรัลชนามากแค่ไหน

                “แล้วจะทำอะไรกั้ง ปล่อยกั้งสิ คุณก็ห้ามมาถูกเนื้อต้องตัวกั้งเหมือนกัน”         

                เขาไม่ให้หล่อนทำ หล่อนก็จะไม่ให้เขาทำเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่หญิงสาวได้รับกลับมามีแต่รอยยิ้มหยันๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กีรกานจึงออกแรงดิ้นและพยายามต่อต้านเพื่อให้หลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่สำเร็จ

                ภามไม่ได้ใส่ใจกับการต่อต้านของหญิงสาวสักนิด เขาทำบางสิ่งที่ทำให้กีรกานถึงกับใจสั่นและเนื้อตัวชา เพราะภามเลื่อนมือแกร่งลงมาจับที่ชายเสื้อของเธอแล้วรวบมันขึ้นเหนือหัวก่อนจะถอดมันออกจากลำตัวของเธอ ตอนนี้ด้านบนของกีรกานเหลือเพียงชั้นในลูกไม้ตัวสวยที่ปกปิดอกตูมทั้งสองข้างอยู่

                “คนเลว ปล่อยกั้งนะ จะทำอะไรกั้งกันแน่” ใบหน้าของกีรกานแดงก่ำ มันมีทั้งความอายและความโกรธ ฟากใบหน้าคร้ามคมเลื่อนหน้าลงมาจนตอนนี้เขาและเธอจ้องตากันห่างไม่ถึงห้าเซนติเมตรจนลมหายใจเป่ารดกัน กีรกานเบี่ยงหน้าหลบ ภามจึงเลื่อนใบหน้าไปใกล้กับหูสะอ้านแล้วเอ่ยบางประโยค

                “ฉันแตะเธอไม่ลงเหมือนกัน ฉันก็แค่ไม่อยากจะให้ลูกป่วยเพราะเธอ” จบประโยคก็ถอยห่างจากหญิงสาวและถอดเสื้อของตัวเองออกแล้วโยนมันให้

                “ใส่ซะ”

                 กีรกานก็รีบรับมันมาและใส่ทันที แม้ว่าใจจริงจะไม่อยากรับเพราะคำพูดร้ายกาจ แต่หากป่วยซ้ำอีกมันจะแย่ไปกว่าเก่า และที่สำคัญมันจริงอย่างเขาว่า

                “ถอดกางเกงด้วย”

                เขาสั่ง เพราะหากถอดแต่เสื้อ แต่กางเกงไม่ถอดมันก็มีค่าเท่ากัน ทว่ากลับเห็นว่ากีรกานยังนิ่งเฉย

                “หรือจะให้ฉันไปถอดเอง” เขาถามเสียงเขียวและใบหน้าก็ดุกระด้าง

                “ไม่ต้อง กั้งทำเองได้ค่ะ” หล่อนรีบตอบก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา “หันไปสิคะ กั้งจะถอด”

                “ใช่ว่าไม่เคยเห็น” เขาว่าก่อนที่จะหันหลังให้แล้วเดินกลับไปยังโซฟาตัวเดิมและทิ้งตัวลงนั่งข้างโซฟาที่มีลูกสาวนอนหลับอยู่ พลางคว้าแฟ้มเอกสารมาดูอีกครั้ง ฟากหญิงสาวก็เม้มปาก เขาเคยเห็นแล้วอย่างไร เธอเป็นผู้หญิงก็ต้องมีความเหนียมอาย เธออยากจะเบ้ปากใส่เขา แต่ก็กลัวว่าสามีเห็นแล้วจะโดนลงโทษ

                 กว่าฝนจะหยุดตกก็อีกหนึ่งชั่วโมงและเวลาก็ล่วงเลยสู่สิบเจ็ดนาฬิกา โดยที่ลักษณ์นารายังคงหลับอยู่ อาจจะเป็นเพราะการเดินทางที่ยาวนาน

                “ไปใส่กางเกงซะ เราจะกลับกันแล้ว” เขาสั่งและหันไปอุ้มลูกอย่างเบามือที่สุด ไม่อยากจะให้ลูกสาวต้องตื่น ด้านกีรกานก็ทำตาม

                ฟากสรัลชนาก็มาคอยอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ที่ฝนเริ่มตกแล้ว นี่หากรู้ว่าไร่อยู่ตรงไหน หล่อนคงจะออกไปตาม ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายเมื่อเห็นว่าคนที่เธอคอยกลับมาแล้ว    

                แต่ดันมีบางสิ่งที่ทำให้หล่อนเม้มริมฝีปากแน่น ก็เพราะสภาพของทั้งกีรกานและภามต่างไปจากเดิม

                ภามไม่ได้สวมเสื้อ และเสื้อของเขากีรกานก็เป็นคนสวมใส่ คนทั้งคู่ไปทำอะไรกันมา หัวใจของสรัลชนาห่อเหี่ยวและเนื้อตัวชาราวถูกไฟช็อต  เพราะคิดไปว่าคนทั้งคู่อาจจะมีความสัมพันธ์กัน

                มันไม่ได้แปลกเลยสำหรับคู่รัก แต่คู่ของภามและกีรกานมันต่างออกไป เพราะเชื่อว่าอย่างไรภามก็ไม่มีวันรักลูกสาวของคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่ของชายหนุ่มตายได้แน่

                และสาเหตุนี้มันก็เป็นกำลังใจที่ทำให้เธอยังไม่ยอมแพ้ แม้จะผ่านมาเกือบสามปี เธอยังพยายามเข้าไปในใจของเจ้าของไร่นี้และหวังว่ามันจะสำเร็จ “ทำไม เอ่อ…เสื้อของคุณ คุณกั้งถึงสวมมาล่ะคะ เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า”

                “เธอเปียกฝนครับ ผมขอพาลูกเข้าบ้านก่อนนะครับ”          

                ภามตอบสั้น ๆ และคิดว่าสรัลชนาเป็นผู้หญิงฉลาดคงจะเข้าใจดีแม้ไม่ต้องอธิบายทั้งหมดก่อนจะเดินเข้ามาในบ้าน ด้านสรัลชนาก็เดินตามเข้าไป

                ฟากกีรกานก็ระบายยิ้มขื่นขมออกมา คนที่เขาแคร์ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร แล้วมันจะไปแปลกอะไรที่เขารีบตอบคำถามของอีกฝ่ายเสียขนาดนั้น  คงจะกลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้าใจผิด ต่างจากเธอที่เขาไม่เคยจะอธิบายความสัมพันธ์กับสรัลชนาที่ก่อให้เกิดคลางแคลงในใจให้เธอได้ฟัง            กีรกานต้องทำใจให้เข้มแข็ง ระงับอารมณ์เศร้าและเจ็บปวดที่ปะทุในอกไว้ แต่ก็ทำอยู่หลายนาทีกว่าจะก้าวตามเข้าไปในบ้าน เพราะในเวลานี้สมควรต้องรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า         

                ไม่เช่นนั้นไข้หวัดอาจจะมาเยือนอีก และมันคงไม่ดีแน่ หล่อนไม่อยากจะแยกกับลูกสาวอีกแล้ว และที่สำคัญต้องทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็น

                การทานข้าวมื้อนี้ของกีรกานเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ เพราะแทนที่จะได้ทานข้าวฉันพ่อแม่และลูก แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนมานั่งข้างสามีด้วย และก็ไม่รู้ว่าเธอสำคัญเท่าผู้หญิงคนนั้นบ้างหรือไม่ หรือแม้แต่เศษของหัวใจเขาก็ไม่มีให้เธอ

                เสียงหวานหยดของสรัลชนาเอ่ยพูดกับภามตลอด และบางครั้งก็หันมาส่งยิ้มให้เธอ เจ้าหล่อนยิ้มหวานทว่ากีรกานได้แต่ยิ้มหม่นหมอง

                หลังจากทานข้าวเสร็จ หล่อนก็พาลูกสาวขึ้นมาบนห้องเพื่ออาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน หัวใจดวงนี้มีเต้นแรงขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นว่ากระเป๋าเสื้อผ้าของเขาอยู่ในห้อง ไม่ใช่ห้องของสรัลชนา

                ทว่าแม้เวลานี้จะเข้าสู่สองทุ่มตรงจนเธอกล่อมลูกสาวหลับไปแล้ว เขาก็ยังไม่ได้มาที่ห้อง กีรกานมองที่ประตูห้องตลอด ที่ผ่านมารู้เสมอว่าสรัลชนาอยู่ข้างกายของภามมาตลอด            

                 แต่ก็รู้ว่าคนทั้งคู่ไร้ความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ไม่เช่นนั้นเขมจิราก็คงมาหาและป่าวประกาศเรื่องนี้ให้เธอทราบด้วยความสะใจไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตราบาปมลทิน   บทพิเศษ

    ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 06

    “ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 05

    “ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 04

    ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 03

    แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb

  • ตราบาปมลทิน   บทที่ 14 ความจริงที่ทำให้เสียน้ำตา 02

    แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status