เข้าสู่ระบบเขมจิราคือยายของภาม และจงเกลียดจงชังหล่อนเป็นที่หนึ่ง แม้แต่เหลนหล่อนยังมองว่าท่านอาจจะไม่รัก เพราะสายตาที่ไร้ซึ่งความเอ็นดู ท่านเคยเจอกับเธอและลักษณ์นาราเพียงสองครั้งที่เมืองหลวง ท่านไม่เคยมาที่นี่
มีเพียงคนเดียวที่มาเยี่ยมหล่อนและลูกอย่างสม่ำเสมอนั่นก็คือขวัญเกล้า คุณย่าของภาม และท่านก็คือบุคคลที่ให้กำลังใจและทำให้ลูกของเธอมีพ่อก่อนหญิงสาวจะหลุดจากภวังค์ความคิด เพราะหูทั้งสองข้างก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องของสรัลชนา ซึ่งสิ่งที่ได้ยินตามมาก็คือเสียงสนทนาของภามและเจ้าหล่อน
แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเสียงนั้นก็เงียบไป หัวใจดวงน้อยพลันสะท้านไหว เพราะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาตรงมายังห้องนี้ มันหมายความว่าอย่างไร เขาเข้าไปในห้องของสรัลชนาหรือ
อกเล็กร้อนรุ่มดังไฟลน รู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะเขาต้องการจะแก้แค้น เธอรู้ว่าต้องชดใช้แต่มันต้องไม่ใช่วิธีนี้
หากเขาต้องการสรัลชนา เธอก็พร้อมจะไป แต่ต้องไม่ใช่ในตอนที่เธอยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา ยังมีพันธะมัดแน่นด้วยทะเบียนสมรส ไม่เช่นนั้นมันก็ไม่ต่างจากการกระทำของมารดาของหล่อนและบิดาของเขาสักนิด
หยดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หน่วยตา กีรกานรู้สึกถึงรสชาติขมเฝื่อนที่ล้นทะลักอก ตลอดเกือบสามปีไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาสักครั้ง เพราะรู้ว่าไม่มีสิทธิ์และไม่คิดจะทำ เพียงสิ่งที่มารดาทำไว้ หล่อนก็ไม่มีทางชดใช้ให้เขาได้หมดอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องการก็คือให้เขารักและเมตตาลูก
ความชอกช้ำใจมันไหลถาโถมเข้ามาในอกจนเจ็บปวด แต่ทว่าอีกหนึ่งนาทีต่อมา กีรกานก็ต้องหันไปมองหน้าประตูห้อง เพราะมันถูกเปิดออกและภามก็เดินเข้ามาเมื่อเข้ามาในห้องชายหนุ่มก็ชะงักไปเพราะเห็นว่าคนบนเตียงมีน้ำตาและมันก็ไหลลงมาอาบแก้ม แต่ต่อมาสีหน้าของภามกลับเรียบเฉยเสมือนไม่ได้ทุกข์ใจกับน้ำตาเม็ดโตนี้ ทั้งที่ลึก ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย น้ำตาของกีรกานมีผลกับเขาเสมอ ก่อนจะพูดบางสิ่ง
“ไร้สาระ ฉันไม่คิดจะทำเหมือนพ่อของฉันและแม่ของเธอ แม้ใจฉันอยากจะทำบ้าง ให้เธอรู้สึกเหมือนที่ฉันเป็น” เขาเค้นเสียงว่า ก่อนจะเดินไปที่เตียงนอน แต่เป็นฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว ภามไม่ได้ก้าวขึ้นเตียงแต่ทำบางสิ่งนั่นก็คือก้มลงไปหอมแก้มของลูกสาว
“ปิดไฟ ฉันจะนอนแล้ว” เขาสั่งและล้มตัวลงนอนแต่ไม่ใช่บนเตียง กลับเป็นที่พื้นข้างเตียง
เมื่อเห็นหน้าเขากีรกานกลับไม่ได้มีความดีใจหรือสุขใจ เพราะมันร้าวรานในประโยคต่อท้ายที่เขาเอ่ยจนอยากจะปล่อยสะอื้น แต่กีรกานก็ไม่ทำมัน อย่างน้อยก็ขอบคุณเขาที่เห็นแก่ลูก เธอรู้ว่าทั้งหมดเขาไม่ได้ทำเพื่อเธอ แต่ภามคงทำเพื่อลักษณ์นารา
บทที่ 3 ขาดสะบั้น
ในเช้าวันนี้มีใครอีกคนมาเยือนไร่ธีรวานนท์ และเมื่อแขกผู้มาใหม่ขับรถเข้ามาใกล้บ้านหลังเล็ก คิ้วทั้งสองข้างก็เลิกขึ้นสูงอย่างประหลาดใจที่เห็นว่ามีรถของใครจอดอยู่หน้าบ้านก่อนหน้าเธอ ก่อนจะจอดรถแล้วลงจากรถและเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งก็พบบุคคลทั้งสองที่ต้องการจะมาหา พร้อมกับเข้าไปหอมแก้มยุ้ยของเหลนด้วยความคิดถึง
กีรกานพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม และไม่ทันที่จะได้พูดคุย ทั้งกีรกานและผู้ที่มาเยือนก็หันไปให้ความสำคัญกับบุคคลที่กำลังลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน
“รู้จักมาหาเมียตัวเองได้แล้วหรือเจ้าภาม” ขวัญเกล้าเอ่ยทักปนประชดหลานชายของตัวเอง เพราะน้อยครั้งนักที่หล่อนจะเห็นว่าภามจะมาหาลูกและภรรยาโดยที่หล่อนไม่ต้องคอยบอกหรือตามไปต่อว่า แม้ว่าหลานชายจะทำตัวเย็นชาและแข็งกระด้าง ขวัญเกล้าก็พอดูออกว่าหลานชายรักลูกมาก แต่เพราะบางเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ความรักอาจจะถูกบดบังไปด้วยความแค้นและความเจ็บปวดแต่ทว่าเพียงได้ยินเสียงของใครอีกคนและร่างนั้นก็กำลังเดินตามหลานชายลงมา สีหน้าของขวัญเกล้าก็เปลี่ยนไปฉับไว มันบึ้งตึงแสดงถึงความไม่พอใจ
“คุณย่าสวัสดีค่ะ” สรัลชนายกมือไหว้และเอ่ยเสียงหวานปานระฆังแก้วแถมยังยิ้มให้
“ที่มาได้คือแม่สองมาด้วย ?” ขวัญเกล้าหันไปถามภามน้ำเสียงห้วน และมันบอกได้ดีว่าผู้พูดกำลังไม่พึงพอใจ ก่อนจะหันไปหาสรัลชนา
“แล้วหล่อนมาทำไม” ทว่าคนที่ตอบคำถามกลับเป็นหลานชายของเธอเองและมันคล้ายการออกรับแทน ทั้งที่จริงแล้วภามมีเหตุผลสำคัญที่ทำแบบนี้“สองอยากจะมาเที่ยว ผมเลยพามา” คำตอบของภามเรียกให้กีรกานมีความน้อยใจมากกว่าเก่า เพียงผู้หญิงคนนั้นอยากจะมาเขาก็พามาหรือ โดยที่ไม่ได้คิดถึงจิตใจเธอบ้างหรืออย่างไร
“มาเที่ยวกับสามีคนอื่น เมียเขาอนุญาตแล้วหรือแม่สอง”
ผู้สูงวัยเอ่ยอย่างตำหนิทั้งทางน้ำเสียงและแววตา ตนรู้สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ปรารถนาดี แม้ตอนนั้นไม่เคยนึกรังเกียจตอนที่ทราบว่าสรัลชนาคิดอย่างไรกับหลานชาย แต่ในเมื่อทุกอย่างมันไม่สามารถเป็นไปได้อย่างที่สรัลชนาใฝ่ฝันแล้ว ภามมีครอบครัวแล้วทำไมเจ้าหล่อนถึงยังไม่ยอมหยุด ตลอดมาหล่อนไม่ได้เข้าไปยุ่งในเรื่องนี้มากนัก เพราะสรัลชนาไม่ได้ล้ำเส้นขนาดนี้“สอง...” สรัลชนาถึงกับตอบไม่ถูก ได้แต่อ้ำอึ้งก่อนจะก้มหน้างุด
“สองไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครครับ” และก็เป็นภามอีกครั้งที่ตอบคำถามและมันก็คือการออกรับแทน ภามตั้งใจทำแบบนี้เพราะคงต้องเลวและไร้ใจให้ใครบางคนเห็น
ทำให้กีรกานเงยหน้ามองเขาอย่างช้ำใจ แล้วเธอไม่ได้สำคัญกับเขาบ้างเลยหรือ ดวงตาของหญิงสาวไม่อาจจะซุกซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ได้“ตาภาม” ผู้เป็นย่าเรียกชื่อหลานชายอย่างเหลืออด พูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่ต้องขออนุญาต “แล้วเมียที่ยืนหัวโด่อยู่นี่ไม่สำคัญเลยใช่ไหมฮะ ทำไมทำอะไรไม่คิดถึงจิตใจของเมียแกบ้าง”
ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







