Partager

บทที่ 14

last update Date de publication: 2025-06-06 07:37:08

บทที่ 14

ร่างสูงถูกกันตัวเอาไว้แค่หน้าห้องฉุกเฉิน ขณะที่ร่างของศศิประภาถูกเข็นเข้าไปข้างใน เวลาผ่านไปแต่ละนาทีอย่างเชื่องช้าและบีบหัวใจเหลือเกิน รังสิมันต์ที่ตอนนี้เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเกรอะกรังไปด้วยเลือดของภรรยาได้แต่นั่งรออย่างกระวนกระวาย บางครั้งก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนกลับไปกลับมา สมองตื้อและหยุดคิดเรื่องอื่นไปชั่วขณะ ความจดจ่อของเขาตอนนี้อยู่แค่ที่หน้าประตูเท่านั้น

                เวลาผ่านไปเนิ่นนานเกือบสองชั่วโมง ประตูห้องที่รังสิมันต์เฝ้ารอคอยก็ถูกเปิดออกมาพร้อมด้วยบุรุษที่แต่งตัวด้วยชุดสีเขียว บนศีรษะสวมหมวกสีเดียวกับชุด บนใบหน้ามีแว่นสีใสครอบอยู่หนึ่งอัน ทำให้เดาได้ทันทีว่าคนที่ออกมานั้นคงเป็นหมอที่ช่วยรักษาภรรยาของเขา

                “คุณเป็นญาติคนไข้หรือเปล่าครับ” หมอเป็นคนถามขึ้นก่อน หลังจากที่รังสิมันต์ลุกพรวดพราดแล้วก้าวเข้ามาหา

                “ครับ ผมเป็นสามีของศศิ เธอเป็นยังไงบ้างครับหมอ ภรรยาผมปลอดภัยดีใช่ไหมครับ แล้วลูกผมล่ะครับเป็นยังไงบ้าง หมอช่วยชีวิตลูกผมได้ใช่ไหมครับ” รังสิมันต์รัวคำถามใส่อย่างคาดหวัง ทั้งที่ลึกๆ ก็กลัวเหลือเกิน แต่ก็เชื่อว่าหมอจะช่วยให้ภรรยาและลูกของเขาเอาไว้ได้

                “ผมเสียใจด้วยนะครับ เราไม่สามารถช่วยชีวิตของทั้งคู่ไว้ได้ ภรรยาของคุณเสียเลือดไปมาก ตอนที่มาถึงโรงพยาบาลจึงเกิดภาวะช็อก เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่ทันเวลา ผมขอแสดงความเสียใจด้วยอีกครั้ง”

                แม้น้ำเสียงของหมอจะเต็มไปด้วยการปลอบโยนและเห็นใจ แต่ก็พูดได้อย่างคล่องแคล่วคล้ายดั่งว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องรับหน้าที่บอกข่าวร้ายแก่ญาติคนไข้

                รังสิมันต์ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบเหมือนกับโดนแช่แข็ง อยากจะคิดว่าตัวเองกำลังฝันร้ายอยู่…มันเป็นความฝันที่ร้ายแรงเป็นครั้งที่สองของชีวิต ฝันร้ายครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่พ่อกับแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเขาอายุได้แค่สิบสองขวบ คงเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้เขาเห็นใจศศิประภากับจันทริกามาก เขารู้ซึ้งดีว่าการสูญเสียบุพการีเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเจียนจะขาดใจแค่ไหน ความสูญเสียครั้งนั้นเขาไม่ได้ตั้งตัว เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มันกะทันหันเสียจนเขายอมรับไม่ได้

                เมื่อเช้านี้ศศิประภาและลูกยังอยู่กับเขา เสียงออดอ้อนอ่อนหวานของศศิประภายังดังก้องอยู่ในหัว สัมผัสอันอบอุ่นเมื่อเขาแนบหน้าลงบนท้องของเธอหลังจากลูกน้อยก่อตัวขึ้น มันช่างเป็นความรู้สึกพิเศษ ราวกับได้ของขวัญจากฟ้ามาชดเชย หลังจากที่ฟ้าใจร้ายพรากพ่อกับแม่เขาไปเกือบยี่สิบปี

                ทว่าคนบนนั้นกลับใจดีได้ไม่นาน ก็โยนความเจ็บปวดอย่างมหันต์มาให้เขาต้องแบกรับอีกครั้ง แม้เคยผ่านความเจ็บปวดอย่างมหันต์ของการสูญเสียมาแล้ว แต่เมื่อต้องมาเผชิญอีกครั้ง มันก็ยังคงหนักอึ้งจนเขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะยืน

หมดสิ้นแล้วคนที่รัก

หมดสิ้นแล้วความหวังที่จะได้เห็นหน้าเด็กตัวเล็กๆ ที่ถอดแบบมาจากเขาครึ่งหนึ่ง

หมดสิ้นแล้วเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ที่เขารอคอย

ไม่เหลืออะไรให้หวังอีกแล้ว หมดสิ้นทุกสิ่งแล้วจริงๆ

                ทำไม ทำไมคนบนโน้นถึงไม่พาเขาไปด้วยให้มันจบๆ ไป

                ทำไมถึงยังต้องให้เขาพบกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                หากจะโหดร้ายขนาดนี้ แล้วจะปรานีให้เขามีลมหายใจอยู่เพื่ออะไร

                ...เพื่อสะสางและทวงความยุติธรรมให้กับลูกและเมียของของเขายังไงล่ะ...

                “ช่วย...ศศิด้วย...จันทร์ผลักศศิล้มค่ะ...จันทร์...จะฆ่าศศิกับลูกของเรา”

                คำพูดแผ่วๆ ก้องขึ้นในหู ใช่...การตายของศศิประภาไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่มันมีคนจงใจทำ คนที่เขาเคยเอ็นดู คนที่เขาเคยปกป้อง คนที่เขามองว่าเป็นเด็กดี คนที่เขาเคยเผลอ...มีใจให้

                มันคงไม่เจ็บปวดเท่านี้ หากว่าคนคนเดียวกันนั้นจะไม่ใช่คนที่พรากความสุขทุกอย่างไปจากเขา พร้อมกับยัดเยียดความสูญเสียให้เกิดแก่เขาอีกครั้ง

                “ผมขอโทษศศิ ผมขอโทษ...”

                เสียงที่แหบแห้งเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก เพราะลำคอขื่นไปด้วยก้อนแข็งๆ ที่เอ่อขึ้นมาจนจุก หากเขาระวังกว่านี้ หากเขาไม่ใจดีแบบนี้ หากเขาคิดจะฟังคำพูดของศศิประภาสักนิด เมียกับลูกของเขาคงไม่จากไปในสภาพอันยากแก่การทำใจเช่นนี้

                จากกันทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยลา...

งานฌาปนกิจศพของศศิประภาจัดขึ้นที่วัดใกล้บ้าน เป็นวัดเดียวกับที่เคยจัดงานศพพ่อและแม่ของจันทริกากับศศิประภาเมื่อสามเดือนก่อน หากทว่าความใหญ่โตของงานต่างกันมาก ดอกไม้หน้าโลงศพถูกจัดขึ้นอย่างสวยงามโดยเจ้าภาพไม่สนใจราคา เพราะนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่รังสิมันต์คิดว่าตัวเองจะทำให้แก่ลูกและเมียได้

งานดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและน่าหดหู่ เจ้าภาพของงานอยู่ในอิริยาบถที่นั่งนิ่งๆ และทอดสายตาไปยังรูปที่ประดับอยู่หน้าโลงศพ ปล่อยให้หน้าที่ต้อนรับแขกเป็นของจันทริกาและคนรับใช้ในบ้าน

เขาไม่มีแก่ใจแม้แต่จะรับรู้ถึงความเสียใจของญาติ ของเพื่อน ที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า สายตาทุกคู่ต่างมองมาด้วยความเห็นใจกึ่งสงสาร เมื่อต่างได้รู้ว่าเขาสูญเสียภรรยาและลูกไปพร้อมๆ กันจากการตกเลือด เพราะศศิประภาประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำ คงมีแต่เขาคนเดียวกับเด็กคนนั้นกระมังที่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร

“ป้าเสียใจด้วยนะตะวัน”

แม่เลี้ยงลักษิกาที่วันนี้รับเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพเอ่ยขึ้น ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ สายตาของคนที่มีศักดิ์เป็นป้ามองหลานชายอย่างเห็นใจ เพราะรู้ว่าในชีวิตของเขาต้องผ่านความสูญเสียอะไรมาบ้าง

“แกโอเคมั้ยตะวัน” ปราณต์ซึ่งมาพร้อมกับผู้เป็นแม่ก็เอ่ยถาม พร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของเขาและตบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ผมจะโอเคได้ยังไงครับพี่ปราณต์ ในเมื่อคนที่ทำให้เมียกับลูกผมตายยังเดินอยู่นั่น”

สายตาของรังสิมันต์ตวัดไปยังร่างเล็กบางที่กำลังเดินเสิร์ฟน้ำให้แขก ท่าทางของเธอดูอิดโรยไม่น้อย เพราะต้องทำเช่นนี้อยู่ซ้ำๆ เป็นเวลาเจ็ดวันมาแล้ว เขาเห็นเธอยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ หากแต่ในความรู้สึกของรังสิมันต์ยามนี้ไม่แม้แต่จะรู้สึกสงสาร เพราะรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางอันปราศจากพิษภัยนั้น แท้จริงแล้วเธอร้ายกาจเพียงใด!

“แกหมายความว่ายังไง” ปราณต์มุ่นคิ้วและมองตามคนพูด จึงรู้ว่ารังสิมันต์หมายถึงใคร

“เด็กคนนั้นทำให้เมียผมตาย”

“พี่ว่าแกคงเข้าใจผิดนะตะวัน เอาไว้ให้งานผ่านไปก่อน แล้วแกค่อยอ่านดูผลชันสูตรศพนะ”

คนที่เป็นหมออย่างปราณต์ซึ่งเพิ่งได้อ่านผลชันสูตรศพของศศิประภาจากโรงพยาบาล บอกกับคนที่มีศักดิ์เป็นน้อง แม้จะไม่ได้บอกตรงๆ ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ และเพราะตระหนักดีว่าเวลาเช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูด อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่คนตาย ที่ไม่ว่าจะยังไงเธอก็จากไปแล้ว

เสียงของปราณต์เงียบลง เช่นเดียวกับความเงียบงันในความรู้สึกของรังสิมันต์ ก่อนที่เสียงพระสวดในคืนสุดท้ายจะดังขึ้น เป็นการตอกย้ำว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้วงของฝันร้าย แต่กำลังเผชิญอยู่กับความจริงอันโหดร้ายต่างหาก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 112 จบบริบูรณ์

    บทที่ 112ร่างสูงเดินตามบันไดลงไปชั้นล่าง หลังออกจากห้องลูกชาย พยายามครุ่นคิดว่ายามดึกแบบนี้เมียเขาจะไปอยู่ที่ไหน ตอนแรกคิดว่าเธอออกไปเดินเล่น เลยไปตามหาดูที่สวนหย่อม แต่ก็ไร้เงาจันทริกาอย่างสิ้นเชิง คนตามหาเมียจึงทั้งร้อนใจและอดหัวเสียด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ กระทั่งฉุกคิดขึ้นได้ถึงห้องนอนชั้นล่างที่เขายังไม่ได้ไปดู ร่างสูงจึงก้าวตรงไปยังห้องนั้นอย่างไม่ลังเล แล้วก็ต้องแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นแสงสว่างเล็ดลอดออกมาจากข้างในเธอลงมาทำอะไรที่นี่นะมือใหญ่ผลักประตูเข้าไปเพื่อหาคำตอบให้ตัวเองในทันที ทำเอาคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งเล็กน้อย มือที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ชะงักไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เช่นกัน เมื่อความลับที่ตัวเองพยายามจะปกปิด ถูกจับได้เสียแล้ว“อยู่นี่นี่เอง พี่ตามหาซะทั่ว” เสียงทุ้มรำพึงขึ้นแบบกึ่งโล่งอกกึ่งคาดโทษ เพราะหลายวันมานี้เธอทำให้เป็นห่วงและแอบหนีเขามากลางดึกอยู่บ่อยๆ“จันทร์นึกว่าพี่ตะวันหลับไปแล้วซะอีกค่ะ” จันทริกาพูดออกไปตามที่ตัวเองจำได้ เพราะก่อนออกจากห้องมา รังสิมันต์มีอาการง่วงงุนจนเกือบจะหลับไปแล้ว“ตอนแรกก็หลับไปแล้ว แต่ก็ต้องตื่นมาเพราะเมียหาย ไม่ใช่คืนแรกน

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 111

    บทที่ 111เมื่อภรรยาเอาแต่ยืนหน้าแดง รังสิมันต์จึงยื่นแขนมาเกี่ยวเอวเล็ก รั้งร่างบางให้นั่งลงบนตัก ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้ม“ตกลงนะ”“ก็ได้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยรับปากอายๆ ทำให้คนที่ได้ดั่งใจประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่มทันที และจันทริกาก็อดไม่ได้ที่จะจูบตอบเขาด้วยความดูดดื่มอ่อนหวานเช่นกันรังสิมันต์ครางออกมาในลำคออย่างพอใจ มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามลอนสะโพกผาย ต่ำลงไปยังชายกระโปรงแล้วรุกคืบเข้าไปข้างใน สัมผัสกับความเนียนละมุนของขาอ่อน เช่นเดียวกับปากและจมูกโด่ง ที่ตอนนี้ผละออกจากการประกบจูบ แต่กลับเริ่มซุกไซ้ไปตามพวงแก้ม ใบหู เลื่อนต่ำไปถึงซอกคอ แล้วระดมจูบไซ้ปลุกเร้า อย่างรู้ดีว่าทำอย่างไรจันทริกาจึงจะยอมตามใจ“พอแล้วค่ะพี่ตะวัน ไหนว่าคืนนี้ไงคะ” เสียงหวานเอ่ยประท้วงออกมาหอบๆ พยายามจะผลักใบหน้าสามีออกห่างแต่เขาไม่ยอม“ขอมัดจำก่อนไงจ๊ะ”“ไม่เอาค่ะ จันทร์ต้องลงไปหาอาทิตย์นะคะ”“ฟองคำเลี้ยงให้อยู่ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้อยู่กับพี่ก่อนเถอะนะ”“จันทร์คิดถึงลูกนี่คะ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายชั่วโมง”“แล้วไม่คิดถึงผัวบ้างเหรอคนดี พี่กับจันทร์ก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายชั่วโมงเหมือนกันนะ”“คิดถึงค่ะ คิดถึงทั้งลูก

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 110

    บทที่ 110‘น้องอาทิตย์’ ลูกชายวัยหกเดือนนั่งรถมากับพ่อบนเบาะหลัง ในตอนบ่ายช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยมีอุ้ยคำเป็นคนขับ รถคันหรูแล่นมาหยุดที่ลานจอดรถของคณะซึ่งแม่น้องอาทิตย์เรียนอยู่ แม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ทว่าลานจอดรถกลับแน่นขนัดไปด้วยพาหนะของนักศึกษาภาคพิเศษในระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่ต่างต้องมาเรียนในวันเสาร์อาทิตย์ ร่างบางออกมาจากตึกช้ากว่าเวลาเดิมเกือบสิบห้านาที ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มก่อนหน้านี้บึ้งตึงลงโดยพลัน ไม่ใช่เพราะต้องรอเมียนาน แต่เป็นเพราะมีหนุ่มหล่อหน้าตาดีเดินเคียงคู่ออกมาด้วยต่างหากเห็นเช่นนั้นลมเพชรหึงก็กำเริบทันที ร่างสูงเอียงตัวไปอุ้มลูกน้อยขึ้นมาบนวงแขน ก่อนจะผลักประตูรถลงไป แล้วก้าวยาวๆ ตรงไปหาภรรยาสาวอย่างไม่ลังเลทันที“ทำไมวันนี้มาช้าจังครับที่รัก พี่กับลูกมารอตั้งนาน” ไม่แค่ถามแต่รังสิมันต์ยังส่งน้องอาทิตย์ให้ผู้เป็นภรรยาอุ้ม พร้อมกับส่งสายตาดุๆ ไปยังไอ้หน้าหล่อคนนั้น เป็นเชิงบอกว่านี่เมียเขาและเธอก็มีลูกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามันไม่อยากเดือดร้อนก็อย่าทำตัวสนิทสนมกับเมียเขาเกินเหตุ“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีจันทร์มีงานกลุ่มที่ต้องแบ่งกันทำกับเพื่อ

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 109

    บทที่ 109หลังจากงานแต่งงานระหว่างรังสิมันต์กับจันทริกาผ่านไป เสียงเปียโนแสนไพเราะก็มักจะดังขึ้นบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับคืนนี้ก็เช่นกัน คฤหาสน์หลังใหญ่ในยามค่ำคืน ยังคงสวยงามและสว่างไสวด้วยไฟหลากหลายดวง เสียงเปียโนที่ถูกบรรเลงด้วยนิ้วเรียวๆ สวยๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของราตรีกาล สมาชิกในครอบครัวที่กำลังนอนอยู่ต่างอดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อเสียงเปียโนที่กำลังถูกบรรเลงอยู่ตอนนี้นั้น เป็นท่วงทำนองอันแว่วหวานแสนไพเราะ สะท้อนอารมณ์ของคนเล่นเป็นอย่างดี ว่ากำลังมีความสุขมากแค่ไหน ความสุขนั้นส่งผ่านเสียงเพลง ขับกล่อมคนฟังให้ผล็อยหลับไปอย่างแสนสุขเช่นเดียวกับคนเล่น“อุ๊ย...พี่ตะวัน”เสียงหวานอุทานขึ้น เมื่อเพลงแสนหวานนั้นจบลง พร้อมๆ กับที่เอวเล็กถูกแขนแข็งแรงสอดเข้ามากอด พวงแก้มและซอกคอก็โดนจูบโดนไซ้จากจมูกโด่งคมของคนที่ไม่เคยยอมห่างเธอไปไหน“รางวัลสำหรับเพลงเพราะๆ”“ใครอยากได้รางวัลแบบนี้กันคะ”“ใครๆ ก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ”“ใครๆ ที่ว่านี่หมายถึงสาวๆ ของพี่ตะวันเหรอคะ” จันทริกาเอียงหน้ามาถาม สีหน้าและแววตาสะท้อนความสุขออกมา จนตอนนี้ใครต่อใครต่างก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉามากที่สุด“ถ

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 108

    บทที่ 108งานแต่งงานเล็กๆ ถูกจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ต่อมา ตอนเช้าเป็นงานแต่งแบบไทยตามประเพณี รังสิมันต์เชิญเฉพาะญาติผู้ใหญ่ฝั่งตัวเองมาเป็นสักขีพยาน และเป็นการบอกกล่าวให้รับรู้ว่าจันทริกาคือภรรยาของเขา ส่วนญาติทางฝั่งจันทริกาไม่มีใคร นอกจากตาธงกับยานนวลที่เธอถือว่าเป็นตากับยายของเธอ ส่วนงานกลางคืนเป็นงานเลี้ยงแบบอบอุ่น ที่มีเฉพาะเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แน่นอนว่าหนุ่มๆ ทั้งสี่คนซึ่งได้แก่ ปรัญช์ ปราณต์ ศาสตรา และกวินภพ มาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้กันทั่วหน้า โดยแต่ละคนต่างควงคู่ภรรยามาทั้งนั้น ยกเว้นกวินภพซึ่งยังโสดแต่ก็ยังมีคนมาด้วย คือเอมมาลินนั่นเอง เอมมาลินถูกเชิญมางานเลี้ยงคืนนี้ด้วย เพราะถึงแม้จันทริกาจะรู้จักกับเอมมาลินได้ไม่นาน แต่เอมมาลินก็เป็นผู้มีพระคุณและยังเป็นคนที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่สาวอีกคนหนึ่ง งานนี้อดีตคนเคยรักจึงจำต้องเดินทางมาเชียงใหม่ด้วยกันตามลำพังบรรยากาศของงานเลี้ยงเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจริงๆ พี่สาวที่รักทั้งสองอย่างภัคธีมาและธรินดาต่างแสดงความยินดีกับน้องสาว ที่แม้ต้องเผชิญกับความร้ายกาจของรังสิมันต์ เพราะความเข้าใจผิดมามากมาย แต่ในที่สุดเธอก็เ

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 107

    บทที่ 107“คนร้ายกาจ” จันทริกาต่อว่าคนเจ้าแผนการเบาๆ ไม่ใช่เพราะโกรธเคือง แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยชนะเขาเลย แต่แท้จริงแล้วเขาต่างหากล่ะที่พ่ายแพ้ต่อเธอ พ่ายแพ้แบบยอมสยบแทบเท้า ยอมแบบราบคาบหมดทุกอย่าง“ที่ต้องร้ายก็เพราะรักมาก อยากชดเชยความผิดของตัวเอง แบบนี้จันทร์ยังจะใจแข็งกับพี่ได้ลงคออีกเหรอ” เขาใช้ทั้งลูกล่อลูกชน เพื่อให้เธอยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ขณะที่รถยังคงแล่นไปเรื่อยๆ และเข้าใกล้ที่ว่าการอำเภอเข้าไปทุกที“จันทร์ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหมคะ”“ครับไม่มีแล้ว เพราะทางนี้คือทางที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคนและลูก หลังจดทะเบียนกันแล้ว พี่ก็จะจัดงานแต่งงานด้วย โอเคไหม”“ไม่จัดไม่ได้เหรอคะ จันทร์ไม่ชอบพิธีรีตรองอะไรแบบนั้นหรอก อีกอย่างจันทร์เคยอยู่ในฐานะน้องเมียมาก่อน จันทร์กลัวพี่ตะวันจะเสื่อมเสียค่ะ” คราวนี้จันทริกาพูดด้วยเหตุผล เพราะเป็นห่วงชื่อเสียงของเขาจริงๆ ไหนจะญาติๆ และคนรอบข้างอีก เธอเชื่อว่าต้องมีคนติฉินนินทาแน่ สำหรับเธอนั้นเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงมากมาย แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาเป็นนักธุรกิจ มีชื่อเสียง มีสังคม เรื่องนี้มันอาจทำให้เขามัวหมอง“จันทร์ไม่ได้มีความเก

  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 106

    บทที่ 106ฟ้าเริ่มจะสางแล้ว แม้ว่าเพิ่งได้นอนไปไม่กี่งีบ แต่จันทริกาก็รีบลุกมาตั้งแต่เช้ามืด พร้อมกับเขย่าร่างใหญ่ด้วยมือเล็กและเรียกชื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ เพื่อปลุกให้เขาตื่น“พี่ตะวันคะ พี่ตะวัน”“ครับ...” เสียงทุ้มขานรับทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น“ตื่นได้แล้วค่ะ”“ยังมืดอยู่เลยจันทร์จ๋า ทำไมรีบปลุกพี

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-04
  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 104

    บทที่ 104“ขอบคุณนะคะที่รักลูกของจันทร์มากขนาดนี้ ขนาดเป็นลูกที่คุณเคยบอกว่าไม่อยากให้เกิด คุณยังอ่อนโยนกับเขา มันคงเป็นเพราะว่าคุณเคยสูญเสียลูกคนแรกใช่ไหมคะ ก็เลยเอาความรักความหวังในครั้งนั้นมาทุ่มเทให้ลูกของจันทร์ด้วย” ถ้อยคำนั้นไม่ได้ถามเพราะประชดหรืออยากแดกดัน แต่ถามเพราะรู้สึกเห็นใจและเข้าใจต่

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 101

    บทที่ 101จันทริกายืนคิดอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้าเป็นเชิงตกลง ก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ซึ่งเป็นร้านที่คนนิยมกินมากที่สุดในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ กิตติธัชคุยอย่างออกรสออกชาติ โดยตลอดเวลาที่คุยเขามักจะจ้องหน้าสวยหวานของจันทริกาอย่างอดไม่ได้ เพราะใบหน้านั

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ตะวันพ่ายจันทร์   บทที่ 103

    บทที่ 103เป็นอีกครั้งที่จันทริกายืนอึ้ง หลังจากได้รับรู้เรื่องสร้อยเพชร คราวนี้ก็เป็นชุดราตรี กระเป๋า รองเท้า ซึ่งเขาหามาให้แทนชุดที่ปรัชญ์ซื้อไว้ให้ แท้จริงแล้วของพวกนั้นไม่ใช่ของที่เขาเช่ามา แต่เป็นของที่ซื้อและมีราคาแพงเช่นเดียวกับสร้อยเส้นนั้นหรอกหรือจันทริกาแบกคำถามและความรู้สึกบางอย่างที่เก

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status