Masukก็อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องนอนทำให้มือที่กำลังเช็ดผมเปียกชื้นอยู่หยุดชะงัก ตะวันขมวดคิ้วนิดหน่อยที่มีคนมารบกวนเขาเวลานี้ ไม่รู้ว่ามันเพื่อนตัวดีอย่างองศากับสกายที่ไม่ยอมหลับยอมนอนแล้วมาป่วนอีกหรือเปล่า วันนี้เพราะทุกคนอยู่ช่วยเขาเคลียบางเรื่องจนดึกก็เลยนอนที่นี่กันหมด เขาจัดห้องขององศากับสกายเอาไว้ห่างไกล เพื่อกันไม่ให้สองคนนั้นอยู่ใกล้น้องมากเกินไป แล้วยังให้ดาริินอยู่พักห้องเดียวกับน้องด้วย ตะวันเดินไปที่บานประตูอย่างไม่คิดอะไร เขาพันผ้าขนหนูเอาไว้รอบเอว ช่วงบนเปลือยเปล่าโชว์มัดกล้ามที่ใญ่กำลังดี แขนข้างหนึ่งยังคงจับผ้าขนหนูที่พาดคอเช็ดผมระหว่างเดินไปด้วย ผมของเขาที่เปียกชื้นอยู่นิดหน่อยทำให้ดูมีสเน่มากขึ้นไม่น้อย "พวกมึง......แสนรัก!" "ว้าย!!" คนน้องร้องอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะหันหลังหนีเขา ตะวันรีบดึงผ้าที่พาดอยู่ที่คอลงมาปิดช่วงหน้าอกของเขา แต่พอมองแสนรักที่เอาแต่หันหลังหนี กับแอบเห็นพวงแก้มกลมที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเขากับยิ้ทออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "โทษที พี่นึกว่าพวกไอ้องศากับสกายน่ะ" "พี่ตะวัน....ไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ" "ทำไมละ? เขินหรอ?" เขาขยับไปมกล้จนอกแกร่งแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังเล็ก เสียงแผ่วเบากับลมที่รินรดตรงข้างหูทำให้แสนรักขนลุกซู่ "เปล่า เขิน......" ทันทีที่น้องหันหน้ามาอย่างกะทันหันใบหน้าเราก็เหลือระยะห่างแค่ไม่กี่เซนจะแนบชิด ตะวันรู้สึกราวกับตัวเองติดเขาไปในภวังค์ ดวงตากลมโตแล้วขนตาแพรทั้งงอนเรียงเส้นสวย ปากนิด จมูกหน่อย กับแก้มกลมไของคนน้องมันชวนมองจนเขาไม่สามาถละสายตาได้เลย ตะวัันขยับใบหน้าเข้าใกล้อย่างเผลอตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่น้องดันอกเขาไว้และน้องผละถอยหลังไป "ขอโทษที...พี่ไม่..." "ไม่เป็นไรค่ะ พี่ตะวันไม่ได้ตั้งใจ แสนรักรู้" เขากลืนสิ่งที่จะพูดลงไปในคอ ตะวันแทบอยากจะตะโกนใส่คนตรงหน้าว่าเขาตั้งใจ สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบ แต่เขาอยากครอบครองปากกระจับของเธอจริงๆ แต่ก็ได้แต่ข่มใจไว้ "มาหาพี่มีอะไร? หรือว่ากังวล?" "ค่ะ มีเรื่องกังวล แต่พี่ตะวันไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ? เราจะคุยกันแบบนี้หรอคะ?" เขาก้มมองตัวเองก้อนจะแอบยิ้มเมื่อแสนรักพูดแล้วเอาแต่พยายามกวาดตาไปทางอื่น ตะวันจับข้อมือของแสนรักแล้วดึงให้คนน้องมานั่งลงตรงปลายเตียง เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนแสนรักล่นคอหนี "รอแปปนึงนะ พี่ใส่เสื้อผ้าก่อน" เขามองเธอที่พยักหน้ารับ ก่อนจะหายไปสักพักแล้วกลับออกมาพร้อมกางเกงขายาว แต่ช่วงบนก็ยังไม่ใส่เสื้ออยู่ดี "พะ พี่ตะวันทำไมไม่ใส่เสื้อละคะ?" "ก็พี่นอนแบบนี้ไง" "แต่...ก็ใส่มาก่อนแล้วค่อยถอดก็ได้นี่นา" ตะวันยิ้มขำแล้วส่ายหัว เขาก้าวไปใกล้แสนรักมากขึ้นเรื่อยๆก่อนจะเอาแขนสองข้างท้าวที่ปลายเตียงข้างเธอเอาไว้รางกับกลั้นไม่ให้เธอไปไหน เขาดันคนน้องช้าๆจนมือเล็กดันอกเขาไว้ เขามองแสนรักที่ทำหน้าตาเหรอหราจนเขาอดที่จะขำออกมาไม่ได้ แขนแกร่งเอื้อมไปหยิบเอาเสื้อกล้ามที่วางอยู่บนเตียงเขาแต่แรกมาใส่ "คิดไปถึงไหนแล้ว?" "เปล่าคิดนะคะ" แสนรักทั้งส่ายหัวทั้งยกมือปฏิเสธข้อกล่าวหาของเขา ตะวันส่งปลายนิ้วจิ้มที่แก้มนิ่มแล้วหรี่ตามอง เขาไม่ได้กดดัน แต่กำลังกลั่นแกล้งเธออยู่ "จริงหรอ? แต่แก้มแดงมากเลยนะ" "แสนรักแค่ร้อนค่ะ" คนน้องปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ทำเอาเขาต้องพยักหน้าแล้วทำหน้ากวน เขาเดินไปหยิบรีโมทแอร์แล้วชูให้เธอดูด้วยท่าทีจอมกวนแบบที่ใครไม่เคยได้เห็น "ห้องพี่เปิดแอร์สิบหกองศาเลยนะ" "พี่ตะวัน!" ทันทีที่ได้ยินเสียงตงาดนั้นตะวันไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด เขากับนึกสนุกที่ได้แกล้งน้องแบบนี้ ตะวันชอบเวลาที่น้องเสียอาการ มันเป็นความสุขเล็กๆที่เขาใช้ทดแทนความรู้วึกเจ็บปวดที่ว่าน้องไม่เคยรักเขาเกินคำว่าพี่ชายเลย "ฮ่าๆ โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ มาหาพี่มีอะไร?" "แสนรักขอดูแผลหน่อยได้ไหมคะ? ดีขึ้นรึยัง?" "ไม่ต้องหรอก ดีขึ้นมาแล้วละ" ตะวันรั้งมือเล็กที่จะเปิดแผลเขาดู เขารู้สึกขอบคุณในความห่วงใยเมื่อมองเห็นแววตานั้นจากอีกคน แสนรักไม่ฟังที่เขาพูด เธอดึงมือเขาออกแล้วค่อยๆเปิดแผลเขาดู แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลที่มุมห้องมาทำแผลให้เขาอย่างบรรจง "ดูเหมือนจะแห้งไปเยอะแล้ว แต่ก็ต้องล้างอีกหน่อยนะคะ" "เป็นห่วงพี่หรอ?" "เป็นห่วงสิคะ.... พี่ตะวันเป็นพี่ชายแสนรักนี่นา" เขาเกือบจะยิ้มดีใจอย่างคนบ้าถ้าแสนรักไม่ได้เอาคำว่าพี่ชายมาหยุดความสุขของเขาลงก่อน สุดท้ายไม่ว่าจะไม่มีอาทิตย์แล้ว น้องก็ไม่ได้หันมาสนใจเขาอยู่ดีสินะ "อ่า.... มาหาพี่เพราะแค่อยากดูแผลหรอ?" "เปล่าค่ะ แสนรักกังวลเรื่องที่คุณป้าพูดด้วย" ตะวัันสัมผัสได้ถึงความกังวลของเธอผ่านน้ำเสียง "กังวล?" "พี่ตะวันอย่าเก็บคำพูดของคุณป้ามาคิดเลยนะคะ พี่ตะวันเก่งที่สุด ไม่ได้เป็นตัวปัญหาเลย" เขายิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำปลอบประโลมนั้น ตะวันยกมือขึ้นลูบหัวคนน้องแล้วยิ้ม เขาดีใจที่เธอห่วงใยเขา ถึงแม้ตอนนี้มันจะแค่ในฐานะพี่ชาย แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว "พี่ไม่เก็บมาคิดหรอก" เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินไปตรงระเบียง มองรอดผ่านกระจกออกไปตามถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟสลัวแล้วรอบถอนหายใจ ถ้าเขาติดจะเอาคำพูดของแม่มาใส่ใจหรือผูกใจเจ็บ เขาคงไม่มีวันผ่านมาถึงวันนี้ได้แน่ คำครหาแสนเจ็บปวดนั้นที่แม่พูดกับเขาแล้วแสนรักได้ยิน มันแค่เศษเสี้ยวหนึ่งกับที่เขาเคยได้รับมาเท่านั้น "ถ้าพี่เก็บเอามาคิด พี่คงแตกสลายไปนานแล้ว" "พูดแบบนี้ก็แสดงว่าพี่ตะวันเจ็บปวดกับมันอยู่บ้างใช่ไหมคะ?" "ไปนอนดีกว่านะ ดึกแล้ว" เขาเลือกเบี่ยงประเด็นและไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ชอบเวลาที่ตัวเองต้องอ่อนแอหรือเจ็บปวด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าแสนรัก น้องเป็นคนที่เขาต้องปกป้องด้วยชีวิต เขาจะทำให้น้องขากความมั่นใจในตัวเขาไม่ได้เด็ดขาด "พี่ตะวันบ่ายเบี่ยงอีกแล้ว" "พี่ไม่ได้บ่ายเบี่ยง แต่ไม่เป็นไรจริง" เขาเดินกลับมาเอามือวางบนหัวน้องแผ่วเบา "ว่าแต่วันนั้นพี่ไปทำอะไรพี่อาทิตย์มาคะ?" "ทำไม? โกรธหรอ?" เขาดึงมือที่จับหัวเธออยู่ออกแล้วกอดอกถามเสียงเรียบ หรือว่าน้องจะไม่พอใจที่เขาไปทำร้ายคนที่น้องรัก "แสนรักโกรธ" "ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วแหละ" เขาพูดอย่างตัดพ้อ ทำดีไม่ได้ดีของจริง..ไอ้ตะวันเอ้ย "ฟังก่อนสิคะ แสนรักโกรธที่พี่เอาตัวเองไปเสี่ยง ไม่ได้โกรธที่พี่ทำร้ายพี่อาทิตย์" ตะวันหันมามองอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ที่แสนรักพูดถ้าตีความหมายอีกอย่างคือเป็นห่วงเขาใช่ไหม แต่ว่ามันก็แค่การเป็นห่วงของน้องสาวคนหนึ่งที่มีต่อพี่ชายใช่ไหมนะ "จริงหรอ?" "จริงค่ะ แสนรักไม่อยากให้พี่เดือดร้อนเพราะแสนรักนะคะ" "พี่ไม่กลัวเดือดร้อนหรอก แสนรักก็รู้นี่ว่าพี่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแสนรัก ไม่ส่าใครหรืออะไรที่ทำร้ายใจแสนรัก พี่กำจัดได้ทั้งนั้น" เขาพูดอย่างมั่นคงแล้วนั่งลงข้างน้องที่ปลายเตียง มือหนาของเขาจับมือน้องบีบเบาไหวังเพียงให้น้องคลายกังวล "แสนรักรู้ค่ะ... แล้วก็รู้ด้วยว่าทำไม" ตะวันหันมองแสนรักที่มองเขาระหว่างพูด เขารู้ว่าสิ่งที่น้องพูดว่ารู้คืออะไร และเขาก็รู้ดีมาตลอดว่าน้องรับรู้ความรู้สึกของเขา เพียงแต่น้องแค่รับรู้แต่ไม่รับรักเขาก็เท่านั้น "รู้แล้วจะพูดให้พี่เลิกทำแบบนี้ทำไม แสนรักก็รู้ว่าพี่ไม่มีวันหยุดทำแบบนี้" "ก็เพราะว่ารู้นั่นแหละค่ะ แสนรักถึงได้ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก" เขาสบดวงตาวูบไหวของน้อง มันเป็นคำปฏิเสธที่ไม่ต้องพูดปฏิเสธตรงๆหรือเปล่านะ ที่น้องรู้สึกผิดคงเป็นเพราะไม่สามารถรับความรักของเขาไปำได้ใช่ไหม "แสนรักไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด พี่ไม่เคยอยากได้อะไรตอบแทนจากแสนรักเลย แม้แต่...ความรัก" เขาพูดออกมาอย่างรู้ดีว่าไม่ซื่อตรงกับใจตัวเองนัก จะมีใครที่ไหนที่ไม่อยากรับความรักจากคยที่ตัวเองรัก เพียงแต่เขาแร่อดทนได้ก็เท่านั้น ถ้าต้องปล่อยให้น้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ลำพัง เขายอมเป็นคนเจ็บเองเพื่อได้อยู่เคียงข้างน้องดีกว่า "พี่รู้ไหมคะว่าพี่ใจดีเกินไปแล้ว" "แล้วแสนรักรู้ไหมว่าพี่ใจดีกับแสนรักคนเดียว" มันคือสิ่งหนึ่งที่เขาอยากบอกให้เธอเข้าใจ เธอเป็นคนเดียวที่เขายอมมากขนาดนี้ ต่อให้ปลายทางของแสนรักจะยังไม่ใช่เขาอีกครั้ง เขาก็ยังจะเป็นพี่ตะวันที่อยู่เคียงข้างเธอไม่ห่างไปไหน "พี่ตะวัน...." เธอเรียกชื่อเขาราวกับเรียกให้เขามีสติกับสิ่งที่พูด "แสนรัก ..." ตะวัันเรียกชื่อเธอตอบกลับอย่างมั่นคง เธอควรรู้ดีที่สุดว่าการห้ามเขาไม่ให้สนใจเธอมันเป็นเรื่องยากพอกลับให้พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตกนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องให้เขาอธิบายอะไรให้มากความ "เฮ่อ พี่ตะวันดื้อจังเลย "แสนรักนั้นแหละที่ดื้อ โอ๊ย!" เขาถูกแสนรักหยอกที่เอวแลเวแสร้งร้องออกมา ขนาดโดนปืนยิงหรือโดนแทงยังไม่มีเสียงร้องสักนิด ตอนนี้ที่ส่งเสียงก็แค่เพราะอยากกวนแสนรักเท่านั้นเอง "แสนรักเบื่อจะคุยแล้ว" "งั้นก็ไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว เพราะต่อให้วันนี้แสนรักคุยเรื่องนี้ทั้งคืน พี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนความคิดหรอก" "เอาแต่ใจ" "ใช่ พี่เอาแต่ใจ ก็เหมือนกับที่พี่ไม่เคยเปลี่ยนความรู้สึกที่มีตอนแสนรักเลยสักครั้งนั้นแหละ"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







