Masukก็อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องนอนทำให้มือที่กำลังเช็ดผมเปียกชื้นอยู่หยุดชะงัก ตะวันขมวดคิ้วนิดหน่อยที่มีคนมารบกวนเขาเวลานี้ ไม่รู้ว่ามันเพื่อนตัวดีอย่างองศากับสกายที่ไม่ยอมหลับยอมนอนแล้วมาป่วนอีกหรือเปล่า วันนี้เพราะทุกคนอยู่ช่วยเขาเคลียบางเรื่องจนดึกก็เลยนอนที่นี่กันหมด เขาจัดห้องขององศากับสกายเอาไว้ห่างไกล เพื่อกันไม่ให้สองคนนั้นอยู่ใกล้น้องมากเกินไป แล้วยังให้ดาริินอยู่พักห้องเดียวกับน้องด้วย ตะวันเดินไปที่บานประตูอย่างไม่คิดอะไร เขาพันผ้าขนหนูเอาไว้รอบเอว ช่วงบนเปลือยเปล่าโชว์มัดกล้ามที่ใญ่กำลังดี แขนข้างหนึ่งยังคงจับผ้าขนหนูที่พาดคอเช็ดผมระหว่างเดินไปด้วย ผมของเขาที่เปียกชื้นอยู่นิดหน่อยทำให้ดูมีสเน่มากขึ้นไม่น้อย "พวกมึง......แสนรัก!" "ว้าย!!" คนน้องร้องอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะหันหลังหนีเขา ตะวันรีบดึงผ้าที่พาดอยู่ที่คอลงมาปิดช่วงหน้าอกของเขา แต่พอมองแสนรักที่เอาแต่หันหลังหนี กับแอบเห็นพวงแก้มกลมที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเขากับยิ้ทออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "โทษที พี่นึกว่าพวกไอ้องศากับสกายน่ะ" "พี่ตะวัน....ไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ" "ทำไมละ? เขินหรอ?" เขาขยับไปมกล้จนอกแกร่งแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังเล็ก เสียงแผ่วเบากับลมที่รินรดตรงข้างหูทำให้แสนรักขนลุกซู่ "เปล่า เขิน......" ทันทีที่น้องหันหน้ามาอย่างกะทันหันใบหน้าเราก็เหลือระยะห่างแค่ไม่กี่เซนจะแนบชิด ตะวันรู้สึกราวกับตัวเองติดเขาไปในภวังค์ ดวงตากลมโตแล้วขนตาแพรทั้งงอนเรียงเส้นสวย ปากนิด จมูกหน่อย กับแก้มกลมไของคนน้องมันชวนมองจนเขาไม่สามาถละสายตาได้เลย ตะวัันขยับใบหน้าเข้าใกล้อย่างเผลอตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่น้องดันอกเขาไว้และน้องผละถอยหลังไป "ขอโทษที...พี่ไม่..." "ไม่เป็นไรค่ะ พี่ตะวันไม่ได้ตั้งใจ แสนรักรู้" เขากลืนสิ่งที่จะพูดลงไปในคอ ตะวันแทบอยากจะตะโกนใส่คนตรงหน้าว่าเขาตั้งใจ สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบ แต่เขาอยากครอบครองปากกระจับของเธอจริงๆ แต่ก็ได้แต่ข่มใจไว้ "มาหาพี่มีอะไร? หรือว่ากังวล?" "ค่ะ มีเรื่องกังวล แต่พี่ตะวันไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ? เราจะคุยกันแบบนี้หรอคะ?" เขาก้มมองตัวเองก้อนจะแอบยิ้มเมื่อแสนรักพูดแล้วเอาแต่พยายามกวาดตาไปทางอื่น ตะวันจับข้อมือของแสนรักแล้วดึงให้คนน้องมานั่งลงตรงปลายเตียง เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนแสนรักล่นคอหนี "รอแปปนึงนะ พี่ใส่เสื้อผ้าก่อน" เขามองเธอที่พยักหน้ารับ ก่อนจะหายไปสักพักแล้วกลับออกมาพร้อมกางเกงขายาว แต่ช่วงบนก็ยังไม่ใส่เสื้ออยู่ดี "พะ พี่ตะวันทำไมไม่ใส่เสื้อละคะ?" "ก็พี่นอนแบบนี้ไง" "แต่...ก็ใส่มาก่อนแล้วค่อยถอดก็ได้นี่นา" ตะวันยิ้มขำแล้วส่ายหัว เขาก้าวไปใกล้แสนรักมากขึ้นเรื่อยๆก่อนจะเอาแขนสองข้างท้าวที่ปลายเตียงข้างเธอเอาไว้รางกับกลั้นไม่ให้เธอไปไหน เขาดันคนน้องช้าๆจนมือเล็กดันอกเขาไว้ เขามองแสนรักที่ทำหน้าตาเหรอหราจนเขาอดที่จะขำออกมาไม่ได้ แขนแกร่งเอื้อมไปหยิบเอาเสื้อกล้ามที่วางอยู่บนเตียงเขาแต่แรกมาใส่ "คิดไปถึงไหนแล้ว?" "เปล่าคิดนะคะ" แสนรักทั้งส่ายหัวทั้งยกมือปฏิเสธข้อกล่าวหาของเขา ตะวันส่งปลายนิ้วจิ้มที่แก้มนิ่มแล้วหรี่ตามอง เขาไม่ได้กดดัน แต่กำลังกลั่นแกล้งเธออยู่ "จริงหรอ? แต่แก้มแดงมากเลยนะ" "แสนรักแค่ร้อนค่ะ" คนน้องปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ทำเอาเขาต้องพยักหน้าแล้วทำหน้ากวน เขาเดินไปหยิบรีโมทแอร์แล้วชูให้เธอดูด้วยท่าทีจอมกวนแบบที่ใครไม่เคยได้เห็น "ห้องพี่เปิดแอร์สิบหกองศาเลยนะ" "พี่ตะวัน!" ทันทีที่ได้ยินเสียงตงาดนั้นตะวันไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด เขากับนึกสนุกที่ได้แกล้งน้องแบบนี้ ตะวันชอบเวลาที่น้องเสียอาการ มันเป็นความสุขเล็กๆที่เขาใช้ทดแทนความรู้วึกเจ็บปวดที่ว่าน้องไม่เคยรักเขาเกินคำว่าพี่ชายเลย "ฮ่าๆ โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ มาหาพี่มีอะไร?" "แสนรักขอดูแผลหน่อยได้ไหมคะ? ดีขึ้นรึยัง?" "ไม่ต้องหรอก ดีขึ้นมาแล้วละ" ตะวันรั้งมือเล็กที่จะเปิดแผลเขาดู เขารู้สึกขอบคุณในความห่วงใยเมื่อมองเห็นแววตานั้นจากอีกคน แสนรักไม่ฟังที่เขาพูด เธอดึงมือเขาออกแล้วค่อยๆเปิดแผลเขาดู แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลที่มุมห้องมาทำแผลให้เขาอย่างบรรจง "ดูเหมือนจะแห้งไปเยอะแล้ว แต่ก็ต้องล้างอีกหน่อยนะคะ" "เป็นห่วงพี่หรอ?" "เป็นห่วงสิคะ.... พี่ตะวันเป็นพี่ชายแสนรักนี่นา" เขาเกือบจะยิ้มดีใจอย่างคนบ้าถ้าแสนรักไม่ได้เอาคำว่าพี่ชายมาหยุดความสุขของเขาลงก่อน สุดท้ายไม่ว่าจะไม่มีอาทิตย์แล้ว น้องก็ไม่ได้หันมาสนใจเขาอยู่ดีสินะ "อ่า.... มาหาพี่เพราะแค่อยากดูแผลหรอ?" "เปล่าค่ะ แสนรักกังวลเรื่องที่คุณป้าพูดด้วย" ตะวัันสัมผัสได้ถึงความกังวลของเธอผ่านน้ำเสียง "กังวล?" "พี่ตะวันอย่าเก็บคำพูดของคุณป้ามาคิดเลยนะคะ พี่ตะวันเก่งที่สุด ไม่ได้เป็นตัวปัญหาเลย" เขายิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำปลอบประโลมนั้น ตะวันยกมือขึ้นลูบหัวคนน้องแล้วยิ้ม เขาดีใจที่เธอห่วงใยเขา ถึงแม้ตอนนี้มันจะแค่ในฐานะพี่ชาย แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว "พี่ไม่เก็บมาคิดหรอก" เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินไปตรงระเบียง มองรอดผ่านกระจกออกไปตามถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟสลัวแล้วรอบถอนหายใจ ถ้าเขาติดจะเอาคำพูดของแม่มาใส่ใจหรือผูกใจเจ็บ เขาคงไม่มีวันผ่านมาถึงวันนี้ได้แน่ คำครหาแสนเจ็บปวดนั้นที่แม่พูดกับเขาแล้วแสนรักได้ยิน มันแค่เศษเสี้ยวหนึ่งกับที่เขาเคยได้รับมาเท่านั้น "ถ้าพี่เก็บเอามาคิด พี่คงแตกสลายไปนานแล้ว" "พูดแบบนี้ก็แสดงว่าพี่ตะวันเจ็บปวดกับมันอยู่บ้างใช่ไหมคะ?" "ไปนอนดีกว่านะ ดึกแล้ว" เขาเลือกเบี่ยงประเด็นและไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ชอบเวลาที่ตัวเองต้องอ่อนแอหรือเจ็บปวด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าแสนรัก น้องเป็นคนที่เขาต้องปกป้องด้วยชีวิต เขาจะทำให้น้องขากความมั่นใจในตัวเขาไม่ได้เด็ดขาด "พี่ตะวันบ่ายเบี่ยงอีกแล้ว" "พี่ไม่ได้บ่ายเบี่ยง แต่ไม่เป็นไรจริง" เขาเดินกลับมาเอามือวางบนหัวน้องแผ่วเบา "ว่าแต่วันนั้นพี่ไปทำอะไรพี่อาทิตย์มาคะ?" "ทำไม? โกรธหรอ?" เขาดึงมือที่จับหัวเธออยู่ออกแล้วกอดอกถามเสียงเรียบ หรือว่าน้องจะไม่พอใจที่เขาไปทำร้ายคนที่น้องรัก "แสนรักโกรธ" "ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วแหละ" เขาพูดอย่างตัดพ้อ ทำดีไม่ได้ดีของจริง..ไอ้ตะวันเอ้ย "ฟังก่อนสิคะ แสนรักโกรธที่พี่เอาตัวเองไปเสี่ยง ไม่ได้โกรธที่พี่ทำร้ายพี่อาทิตย์" ตะวันหันมามองอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ที่แสนรักพูดถ้าตีความหมายอีกอย่างคือเป็นห่วงเขาใช่ไหม แต่ว่ามันก็แค่การเป็นห่วงของน้องสาวคนหนึ่งที่มีต่อพี่ชายใช่ไหมนะ "จริงหรอ?" "จริงค่ะ แสนรักไม่อยากให้พี่เดือดร้อนเพราะแสนรักนะคะ" "พี่ไม่กลัวเดือดร้อนหรอก แสนรักก็รู้นี่ว่าพี่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแสนรัก ไม่ส่าใครหรืออะไรที่ทำร้ายใจแสนรัก พี่กำจัดได้ทั้งนั้น" เขาพูดอย่างมั่นคงแล้วนั่งลงข้างน้องที่ปลายเตียง มือหนาของเขาจับมือน้องบีบเบาไหวังเพียงให้น้องคลายกังวล "แสนรักรู้ค่ะ... แล้วก็รู้ด้วยว่าทำไม" ตะวันหันมองแสนรักที่มองเขาระหว่างพูด เขารู้ว่าสิ่งที่น้องพูดว่ารู้คืออะไร และเขาก็รู้ดีมาตลอดว่าน้องรับรู้ความรู้สึกของเขา เพียงแต่น้องแค่รับรู้แต่ไม่รับรักเขาก็เท่านั้น "รู้แล้วจะพูดให้พี่เลิกทำแบบนี้ทำไม แสนรักก็รู้ว่าพี่ไม่มีวันหยุดทำแบบนี้" "ก็เพราะว่ารู้นั่นแหละค่ะ แสนรักถึงได้ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก" เขาสบดวงตาวูบไหวของน้อง มันเป็นคำปฏิเสธที่ไม่ต้องพูดปฏิเสธตรงๆหรือเปล่านะ ที่น้องรู้สึกผิดคงเป็นเพราะไม่สามารถรับความรักของเขาไปำได้ใช่ไหม "แสนรักไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด พี่ไม่เคยอยากได้อะไรตอบแทนจากแสนรักเลย แม้แต่...ความรัก" เขาพูดออกมาอย่างรู้ดีว่าไม่ซื่อตรงกับใจตัวเองนัก จะมีใครที่ไหนที่ไม่อยากรับความรักจากคยที่ตัวเองรัก เพียงแต่เขาแร่อดทนได้ก็เท่านั้น ถ้าต้องปล่อยให้น้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ลำพัง เขายอมเป็นคนเจ็บเองเพื่อได้อยู่เคียงข้างน้องดีกว่า "พี่รู้ไหมคะว่าพี่ใจดีเกินไปแล้ว" "แล้วแสนรักรู้ไหมว่าพี่ใจดีกับแสนรักคนเดียว" มันคือสิ่งหนึ่งที่เขาอยากบอกให้เธอเข้าใจ เธอเป็นคนเดียวที่เขายอมมากขนาดนี้ ต่อให้ปลายทางของแสนรักจะยังไม่ใช่เขาอีกครั้ง เขาก็ยังจะเป็นพี่ตะวันที่อยู่เคียงข้างเธอไม่ห่างไปไหน "พี่ตะวัน...." เธอเรียกชื่อเขาราวกับเรียกให้เขามีสติกับสิ่งที่พูด "แสนรัก ..." ตะวัันเรียกชื่อเธอตอบกลับอย่างมั่นคง เธอควรรู้ดีที่สุดว่าการห้ามเขาไม่ให้สนใจเธอมันเป็นเรื่องยากพอกลับให้พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตกนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องให้เขาอธิบายอะไรให้มากความ "เฮ่อ พี่ตะวันดื้อจังเลย "แสนรักนั้นแหละที่ดื้อ โอ๊ย!" เขาถูกแสนรักหยอกที่เอวแลเวแสร้งร้องออกมา ขนาดโดนปืนยิงหรือโดนแทงยังไม่มีเสียงร้องสักนิด ตอนนี้ที่ส่งเสียงก็แค่เพราะอยากกวนแสนรักเท่านั้นเอง "แสนรักเบื่อจะคุยแล้ว" "งั้นก็ไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว เพราะต่อให้วันนี้แสนรักคุยเรื่องนี้ทั้งคืน พี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนความคิดหรอก" "เอาแต่ใจ" "ใช่ พี่เอาแต่ใจ ก็เหมือนกับที่พี่ไม่เคยเปลี่ยนความรู้สึกที่มีตอนแสนรักเลยสักครั้งนั้นแหละ"กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่ง







