Masukท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้
นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอียดคิวงานและสัญญาพรีเซนเตอร์ที่ถูกยกเลิกไปจนหมด ทำให้หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้คนที่กล้าลองดีต้องพินาศ
"ในเมื่อแกพรากทุกอย่างไปจากฉัน... ฉันก็จะพรากหัวใจของแกไปเหมือนกันไอ้ตะวัน!" สิรินาถขบกรามแน่นพลางทอดสายตามองลูกน้องของพ่อที่ส่งสัญญาณว่างานที่สั่งให้ไปทำนั้นเรียบร้อยดี
ภายในรถยนต์ยุโรปคันหรู ดารินกำลังฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมีแสนรักนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับพร้อมรอยยิ้มบางๆ ในมือของแสนรักมีถุงของใช้กระจุกกระจิกและต้นไม้เล็กๆ ที่เธอตั้งใจจะนำไปอวดตะวันเย็นนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ตะวันยอมให้เธอออกมากับดารินสองคนดดยที่ไม่มีเขาตามมาด้วย
"วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะพี่ดารินที่พามาซื้อของ รบกวนเวลาแย่เลย" แสนรักกล่าวอย่างเกรงใจ
"รบกวนอะไรกันน้องแสนรัก ตะวันกำชับนักกำชับหนาว่าให้ดูแลน้องแสนรักให้ดี ถ้าน้องแสนรักเป็นอะไรไป มีหวังไอ้เพื่อนตัวดีมันถลกหนังพี่แน่เลย"
ดารินหัวเราะร่วนพลางเหยียบคันเร่งเพื่อทำเวลา เพราะเม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบนกระจกหน้า รถพุ่งทะยานไปบนถนนเส้นหลักที่เริ่มชื้นแฉะ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางเริ่มสว่างวาบสลับกับความมืด เมื่อถึงทางโค้งลาดชัน ดารินที่ต้องการชะลอความเร็วกลับพบกับความผิดปกติบางอย่าง
"เอ๊ะ..." ดารินอุทานพลางกดเท้าลงบนแป้นเบรก มันว่างเปล่า... แป้นเบรกจมลึกไปจนสุดแรงต้านแต่กลับไม่มีการตอบสนอง รถยังคงพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสวนทางกับใจที่หล่นวูบ
"มีอะไรเหรอคะพี่ดาริน?" แสนรักถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเมื่อเธอเห็นสีหน้าซีดเผือดของอีกคน
"เบรก... แสนรักรัก เบรกมันใช้ไม่ได้! มันใช้ไม่ได้จริงๆ!" ดารินตะโกนสุดเสียง มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด ก่อนที่รถเริ่มเสียการทรงตัวบนถนนที่ลื่นไถลและปัดซ้ายปัดขวาอย่างคุมไม่อยู่
รถคันหรูหมุนเคว้งท่ามกลางเสียงของยางที่เสียดสีกับพื้นถนน แสนรักมองทางเบื้องหน้า เธอเห็นเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทาง พร้อมกับทิศทางของรถที่กำลังจะพุ่งเข้าชนในตำแหน่งฝั่งคนขับซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตของดาริน แสนรักในวินาทีนั้นไม่ได้คิดถึงตัวเอง ภาพใบหน้าของตะวันที่ยิ้มให้เธอเมื่อเช้านี้ผุดขึ้นมา พร้อมกับความหวังที่จะให้ทุกคนที่เธอที่ดีกับเธอปลอดภัย
"พี่ดาริน ระวัง!"
แสนรักตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เธอเอื้อมมือไปกระชากพวงมาลัยสุดแรงเกิด หักเปลี่ยนทิศทางของรถให้เบี่ยงออกจากฝั่งคนขับ ก่อนที่แรงเหวี่ยงมหาศาลจะทำให้รถหมุนวนอีกรอบ แล้วส่วนท้ายและด้านข้างฝั่งผู้โดยสารที่เธฮนั่งอยู่นั้นฟาดเข้ากับเสาไฟอย่างรุนแรง!
โครม!!! เสียงโลหะปะทะกับคอนกรีตดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เศษกระจกแตกละเอียดกระจายว่อนดั่งหิมะสีเลือด ทุกอย่างหยุดนิ่งลงพร้อมกับกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่อง ดารินฟุบคาพวงมาลัยสลบไปจากแรงกระแทก ในขณะที่แสนรักถูกอัดติดอยู่กับซากรถ ร่างบางของเธออาบไปด้วยเลือดและลมหายใจที่รวยริน
ไม่นานนักเสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับรถสปอร์ตคันคุ้นตาที่เบรกลากล้อจนเกิดเสียงแสบแก้วหู ตะวันก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับคนไร้วิญญาณ ทั้งมีสกายและองศาวิ่งตามมาติดๆ
"แสนรัก! แสนรัก!" ตะวันร้องเรียกชื่อเธออย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามจะฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปหาซากรถของดารินในทันที ภาพรอยยิ้มเมื่อเช้าของเธอผุดขึ้นมา ถ้าเขาเอ่ยห้ามเธอ ภ้าเขาไม่ใจอ่อนให้เธอออกมาทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้
"ใจเย็นก่อนตะวัน! ให้เจ้าหน้าที่เขาทำหน้าที่ก่อน!" องศาพยายามล็อคตัวเพื่อนไว้ ในขณะที่สกายรีบประสานงานกับทีมแพทย์อย่างเร่งด่วน
ภาพที่ตะวันเห็นคือร่างของแสนรักที่ถูกลำเลียงออกมาจากซากรถ ใบหน้าหวานที่เขาเคยเช็ดรอยดินให้อย่างเอ็นดู บัดนี้เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดดวงตาที่เคยส่องประกายปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้
"ไม่... ไม่จริง..." ตะวันทรุดตัวลงบนพื้นถนนที่เปียกปอน น้ำฝนผสมปนเปกับน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
หน้าห้อง ICU ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน ตะวันนั่งกุมขมับอยู่บนม้านั่งเหล็ก ตัวเขาเปียกโชกและสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความหวาดกลัวที่จะต้องเสียเธอไป
ดารินถูกส่งตัวออกมาจากห้องปฐมพยาบาล เธอฟื้นคืนสติด้วยอาการบาดเจ็บไม่สาหัสมากนัก มีเพียงรอยฟกช้ำและแผลหัวแตกเล็กน้อย แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ตะวัน... เราขอโทษ..." ดารินพูดด้วยเสียงสั่นเครือขณะที่องศาช่วยพยุงลงมานั่ง
"เบรกมัน... มันหายไปเฉยๆ เราพยายามเหยียบแล้วแต่มันไม่อยู่จริงๆ และแสนรัก... น้องหักพวงมาลัยเอาฝั่งตัวเองเข้าชนเพื่อช่วยเรา" คำบอกเล่าของดารินทำให้ตะวันเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยโศกเศร้าพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวด้วยเพลิงโทสะ
"รถของเธอส่งเช็คตลอดไม่ใช่เหรอริน มันไม่มีทางที่เบรกจะหายไปเฉยๆ บนถนนแบบนี้ นอกจากจะมีคนจงใจให้มันหาย" สกายถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ใช่สิ ตอนเราขับออกมาจากบ้านตะวัน ทุกอย่างยังปกติอยู่เลยนะ ไม่มีทีท่าว่าจะเบรคมีปัญหาเลยสักนิด” ตะวันขบกรามจนเป็นสันนูน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาแมนลูกน้องคนสนิทของเขาในทันที
"แมน มึงไปที่ห้าง... ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถทุกตัว ใครก็ตามที่เข้าใกล้รถของริน กูต้องการรู้ชื่อมันภายในวันนี้" เสียงของตะวันเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง เวลาผ่านไปเพียงสองชั่วโมงที่ยาวนานมากสำหรับตะวันที่ต้องการรู้ความจริง แมนเดินเข้ามาในโรงพยาบาลพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ สีหน้าของอีกเคร่งขรึมและมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ได้เรื่องแล้วครับนาย" แมนยื่นหน้าจอให้ดู
"กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ชายสองคน ใส่หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า แต่มือของหนึ่งในนั้นมีรอยสักรูปนกอินทรี... ผมสืบมาแล้ว มันเป็นคนของพ่อคุณสิรินาถครับ และนี่คือคลิปตอนที่พวกมันมุดลงไปใต้ท้องรถก่อนที่คุณแสนรักและคุณดารินจะกลับมา"
ตะวันจ้องมองภาพในจอ มือหนาสั่นระริกด้วยความโกรธจัดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด สิรินาถ... ผู้หญิงที่เขาเคยเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่ามายุ่งกับคนของเขา แต่มันยังกลับกล้าแตะต้องดวงใจของเขาด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้
"พวกมันอยู่ที่ไหน?" ตะวันถามสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยรังสีความโกรธแค้น
"ผมให้คนตามรอยไปแล้วครับ ตอนนี้พวกมันซ่อนตัวอยู่ที่โกดังร้างแถวชานเมือง... รวมถึงคุณสิรินาถเองก็นัดพวกมันไปจ่ายเงินที่นั่นด้วยครับ" แมนรายงาน
ตะวันลุกขึ้นยืนช้าๆ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สกายและองศามองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าเมื่อตะวันเข้าสู่โหมดนี้จะไม่มีใครหยุดยั้งอีกคนได้
เขาเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ของห้อง ICU มองดูร่างของแสนรักที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางผ่านกระจกบานนั้น มือหนาแตะลงบนกระจกอย่างแผ่วเบาราวกับอยากจะส่งผ่านพลังไปให้เธอ
"รอพี่นะแสนรัก... ใครที่มันทำกับแสนรักแบบนี้ พี่จะทำให้มันรู้ว่าการตายยังง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกใบเดียวกับพี่" ตะวันเอ่ยผ่านบานกระจกนั้นไป เขาคาดหวังให้แสนรักได้ยินในสิ่งที่เขาต้องการจะบอก มือหนากำแน่น เขาพรูลมหายใจไล่อารมณ์ร้อนออกไป เพื่อที่เขาจะได้ใช้ความคิดให้ดีก่อน
"แมน มึงเตรียมรถ... ไม่ต้องแจ้งตำรวจ กูจะไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
"ตะวันมึงจะทำอะไร?" องศาที่เดินตามมาถามด้วยความเป็นห่วง ตะวันหยุดฝีเท้าที่หน้าประตูโรงพยาบาล แสงไฟจากโคมไฟสะท้อนในดวงตาคมกริบที่บัดนี้ไร้ซึ่งความปรานีมีเพียงความแค้นที่ฝังลึกอยุ่ในใจ
"ในเมื่อมันอยากเล่นกับความตายนัก กูก็จะจัดงานศพที่อลังการที่สุดให้มัน... งานศพที่มันและไอ้อาทิตย์จะไม่มีวันลืม”
ตะวันเดินนำลูกน้องออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก ราวกับฟ้าจะช่วยชะล้างคราบเลือดในคืนนี้... คืนที่จะเป็นจุดจบของใครบางคน และเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่ไม่มีทางจบสิ้นจนกว่าความแค้นจะมอดไหม้ไปพร้อมกับความตาย
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







