ANMELDENเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบ
ทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่งานวิวาห์ครั้งแรกล่มสลายลงอย่างไม่เป็นท่าด้วยฝีมือของตะวัน ครั้งนั้นสิรินาถอับอายมาก ดังนั้นครั้งนี้จำเป็นที่จะต้องจัดยิ่งใหญ่ให้มากกว่าเก่า
อาทิตย์ชุดเจ้าบ่าวสีขาวสะอาดตากำลังยืนกุมมือ สิรินาถเจ้าสาวที่อยู่ในชุดลูกไม้ฝรั่งเศสราคาเหยียบแสน ทั้งคู่พยายามยิ้มแย้มให้แขกเหรื่อ แต่แววตาของอาทิตย์กลับเต็มไปด้วยความระแวง เขามักจะหันไปมองที่ประตูทางเข้าทุกๆห้านาที ช่วงที่ผ่านมาเขาใช้เวลาไปกับการเตรียมงานแต่งเลยยังไม่ได้สะสางเรื่องของตะวัน
แต่สำหรับอาทิตย์แล้วการที่ตะวันหายไปสักระยะแบบนี้มันทำให้เขาอยู๋ไม่สุข เพราะเขารู้นิสัยของตะวันดี ไม่มีทางที่ตะวันจะจบเรื่องที่เขาทำร้ายใจแสนรักผู้หญิงที่ตะวันรักนักรักหนาลงง่ายๆ
"ทำใจให้สบายเถอะค่ะพี่อาทิตย์ ครั้งนี้สิให้คนของคุณพ่อคอยดูอยู่ทั่วไปหมด ไม่มีใครมาขวางงานของเราได้หรอกค่ะ"
สิรินาถกระซิบปลอบใจพลางลูบหลังมือชายหนุ่ม ประโยคแสนมั่นออกมั่นใจนั้นหากตะวันมาได้ยินด้วยหูตัวเองก็คงจะหัวเราะร่า แต่หลังจากคำพูดของเธอยังไม่ทันขาดคำ ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ที่ก็ถูกกระแทกเข้ามาอย่างแรง!
ปัง! เสียงนั้นดังสนั่นจนดนตรีหยุดชะงัก แขกนับร้อยในงานต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ที่หน้าประตูนั้น ร่างสูงสง่าของตะวันในชุดสูทสีดำสนิทราวกับมัจจุราชปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาเหมือนกับอาทิตย์ราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่นัยน์ตากลับคมกริบและดุดันกว่าหลายเท่า และข้างกายของเขาคือแสนรักหญิงสาวที่ดูบอบบางในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับเน้นความงามปนโศกเศร้าของเธอให้เด่นชัด
“ไม่ต้องประหม่านะ จับมือพี่” ตะวันแบมือออกให้แสนรักที่ยังคงเกร็งเล็กน้อยจับมือเขาก้าวเดินเข้าไปในงานอย่างสง่า ตะวันชอบแววตาแสนเสียดายยามที่อาทิตย์มองมาที่แสนรักมากที่สุก
"ดูเหมือนว่า... กูจะมาทันเวลาตัดเค้กพอดีนะ" ตะวันเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวานไปทั่วงาน อาทิตย์หน้าซีดเผือดและตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและนึกไม่ถึง หากตะวันทำลายงานแต่งครั้งนี้อีกครั้ง เห็นทีอัครบวรคงจบลงไม่เป็นท่า
"ตะวัน! มึงมาที่นี่ทำไม! รปภ. ทำอะไรกันอยู่ ไล่มันออกไป!"
ตะวันหัวเราะในลำคอพลางก้าวเดินเข้ามาในงานอย่างช้าๆ โดยที่มือหนึ่งยังโอบไหล่แสนรักไว้แน่น แสนรักตัวสั่นเล็กน้อยเธอจ้องมองอาทิตย์ ผู้ชายที่เคยสัญญารักกับเธออย่างดิบดีแต่กลับทิ้งเธอไปหาลูกสาวมหาเศรษฐีอย่างสิรินาถเพียงเพราะเงินและอำนาจที่หมดไปของเธอ ไม่ว่าจะมองหน้าเขากี่ครั้งก็มีแต่คำถามมากมายว่าที่ผ่านมาเธอยังดีต่อเขาไม่พออีกหรือ
"รปภ. ของมึงนอนพักผ่อนกันอยู่ข้างนอกน่ะ พวกลูกน้องกูเล่นกันสนุกเลย” ตะวันแสยะยิ้มก่อนจะเอามือข้างที่ไม่ได้โอบเอวแสนรักล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เขาไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของแม่เขา ปล่อยมันไปราวกับว่าต่อให้ฟังยังไงก็ไร้ประโยชน์
“ไอ้อาทิตย์... มึงคิดจริงๆ เหรอว่าดอกไม้สวยๆกับห้องแอร์เย็นๆจะลบความผิดที่มึงทำไว้กับแสนรักได้?"
"มันจบไปแล้วตะวัน! กูเลือกสิ มึงเลิกสร้างปัญหาให้กู ให้ครอบครัวตัวเองเพราะแสนรักสักทีได้ไหมว่ะ!!! กลับออกไปซะ”
ตะวันไม่ฟังที่อาทิตย์พูด เขาลากแสนรักเดินตรงไปที่หน้าเวที แขกเหรื่อต่างพากันถอยร่น สิรินาถที่โกรธจนตัวสั่นก้าวออกมาข้างหน้าและมองแสนรักความแค้นที่เป็นสาเหตุของเรื่อวุ่นวายทั้งหมดนี้
“ผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้อีกแล้วเหรอ? คราวก่อนแกก็ทำให้ตะวันมาพังงานฉันจนป่นปี้ไปรอบหนึ่งแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือไง!"
"คำก็ชั้นต่ำ สองคำก็ชั้นต่ำ... มึงรู้ไหมว่าสิ่งที่ต่ำที่สุดในงานนี้ไม่ใช่แสนรัก แต่มันคือสันดานของเจ้าบ่าวมึงต่างหาก" ตะวันต่อปากต่อคำอย่างไม่ลังเล ยิ่งแสนรักถูกรังแกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตอกกลับแรงขึ้นเท่านั้น
"แก!" สิรินาถเงื้อมือจะตบตะวัน แต่แสนรักที่นิ่งเงียบมานานกลับคว้าข้อมือเธอไว้
"อย่านะคะ ที่แสนรักมาวันนี้ไม่ได้มาเพื่อแย่งผู้ชายเลวๆ แบบนี้คืน แต่แสนรักมาเพื่อดู... ว่าคนที่หักหลังคนอื่นอย่างพวกคุณ จะมีความสุขกันได้จริงๆ หรือเปล่า" แสนรักพูดเสียงสั่นแต่ยังคงความหนักแน่น ภายในใจเธอตอนนี้ใช่การเสียดายผู้ชายตรงหน้าอีกแล้ว แต่เป็นความโกรธแค้นที่รอวันเอาคืนเท่านั้น ตะวันมองแสนรักด้วยความประหลาดใจนิดหน่อย แต่เขาชอบที่เห็นเธอสู้คนอย่างที่เขาสอน
ตะวันหันไปส่งสัญญาณให้บางอย่างกับคนคุมหลังงานที่เขาจ่ายงานจ้างไว้แล้ว ทันใดนั้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวทีที่เดิมทีต้องเปิดพรีเซนเทชันความรักของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ก็เปลี่ยนไปเป็นภาพวิดีโอวงจรปิดและคลิปเสียง
‘พี่ไม่เคยรักแสนรักหรอก ที่พี่คบกับมันก็แค่อยากแก้เหงา แล้วก่อนหน้านี้แสนรักเองก็มีทุกอย่าง แต่ตอนนี้ไม่เหลืออะไร ใครจะโง่กลับไปหามันล่ะ’
เสียงของอาทิตย์ดังชัดเจนไปทั่วลำโพงแขกในงานเริ่มซุบซิบนินทา พ่อแม่ของสิรินาถที่นั่งอยู่แถวหน้าถึงกับหน้าถอดสี อาทิตย์พยายามจะวิ่งไปปิดสวิตช์เครื่องเสียง แต่ตะวันขัดขาเขาไว้จนอาทิตย์ล้มคว่ำลงกับพื้นท่ามกลางสายตาผู้คน
"เป็นไงอาทิตย์? รสชาติของการถูกประจานท่ามกลางความหรูหรา มันอร่อยดีใช่ไหม?" ตะวันหยิบแก้วไวน์จากถาดบริกรที่ยืนอึ้งอยู่ใกล้ๆมากระดกจิบหนึ่งอกใหญ่แล้วทำหน้าไม่ชอบใจกับไวน์ที่ราคาถูกเกินไปสำหรับเขา ก่อนเขาจะค่อยๆ เทไวน์สีแดงลงบนศีรษะของน้องชายตัวเอง
"มึง! มึงทำเกินไปแล้วนะ!"
"เกินไปเหรอ? แล้วที่มึงทิ้งแสนรักไว้กลางทางในวันที่น้องสูญเสียทุกอย่าง มึงไม่คิดว่ามันเกินไปบ้างเหรอว่ะ?" ตะวันกระชากคอเสื้อน้องชายขึ้นมาก่อนจะต่อยเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง ยิ่งมองยังไงอาทิตย์ก็ไม่คู่ควรจะได้รับความรักจากคนที่แสนดีอย่างแสนรักแม้สักนิด
"มึงมันก็แค่ขยะในชุดสูทราคาแพงเท่านั้นแหละ"
“แสนรัก! แกทำลายงานแต่งฉัน!" ในขณะเดียวกัน สิรินาถที่คุมอารมณ์ไม่ได้ก็พุ่งเข้าใส่แสนรัก แต่แสนรักหลบได้ทัน ทำให้สิรินาถถลาไปชนกับเค้กแต่งงานสูงหลายชั้นจนมันพังครืนลงมา ครีมสีขาวเลอะเทอะไปทั่วชุดเจ้าสาวราคาแพงของเธอ สิรินาถกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง สภาพของเธอตอนนี้ไม่ต่างจากการโดนโบกปูน
ความวุ่นวายกระจายไปทั่วงาน แขกบางส่วนเริ่มทยอยหนีออกไปเพราะกลัวโดนลูกหลง ตะวันมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เขาหันไปหาแสนรักที่มองดูอาทิตย์ด้วยความสมเพช
"พอใจหรือยัง?" ตะวันถามเสียงอ่อนโยนลง มือหนาลูบไปบนเส้นผมนุ่มแทนการบอกกับเธอว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตะวันโอบไหล่เธอเตรียมเดินออกจากงาน แต่อาทิตย์ยังไม่ยอมจบ เขาลุกขึ้นคว้ามีดตัดเค้กแล้ววิ่งตรงเข้าหาตะวัน
"ตายซะเถอะมึง!" พลั่ก! ตะวันเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็วและถีบเข้าที่ยอดอกของอาทิตย์จนกระเด็นไปกระแทกกับเปียโนเสียงดังสนั่น
"จำใส่หัวมึงเอาไว้นะอาทิตย์ นี่มันเป็นสิ่งที่มึงสมควรได้รับ ถ้ามึงคิดล้างแค้นแสนรักด้วยวิธีโง่ๆ กูจะไม่แค่พังงานแต่งอย่างวันนี้ แต่กูจะพังชีวิตมึงให้ไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน" ตะวันพาแสนรักเดินสง่าผ่าเผยออกจากโรงแรม ทิ้งไว้เพียงซากความพินาศ เสียงกรีดร้องของสิรินาถ และความอัปยศที่อาทิตย์ต้องแบกรับเอาไว้
เมื่อออกมาถึงหน้าโรงแรม ลมกลางคืนพัดผ่านทำให้อากาศเย็นลง ตะวันถอดเสื้อสูทของเขามาคลุมไหล่ให้คนน้องอย่างใส่ใจ แสนรักมองเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ตะวันก็คือคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาเสมอ คนที่คอยปกป้องเธอแม้ในวันที่เธออ่อนแอที่สุด
"ขอบคุณนะคะพี่ตะวัน ที่ทำเพื่อแสนรักขนาดนี้"
"ที่พี่ทำ เพราะพี่ไม่อยากเห็นดวงตะวันในใจของพี่ต้องมีน้ำตาอีกต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามที่มันทำร้ายแสนรัก ทำร้ายครอบครัวของแสนรัก พี่จะจัดการมันเอง” ตะวันหยุดเดินแล้วมองสบตาเธอ แสนรักส่งรอยยิ้มให้เขา มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากหัวใจจริงๆของเธอ หัวใจที่กำลังค่อยๆมีคนตรงหน้าแทรกซึมมาทีละน้อย แต่ไม่ใช่ในสถานะพี่ชายอย่างที่เธอเคยให้เขาเมื่อก่อนนี้
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







