FAZER LOGINวิ้ววว ~
เสียงของลมพัดผ่านใบหูบางดังวี้ดวิ้วจนร่างแบบบางที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมากลางดึก เพนนีลืมตาขึ้นในความมืด เธอหรี่ตาลงอีกครั้งเมื่อดวงตายังพร่ามัวจับสังเกตอะไรไม่ได้
แปะ แปะ…
มือเล็กควานหาผ้าห่มที่เคยปกคลุมตัวเอาไว้ แต่มือกลับสัมผัสเจอแต่ชุดนอนของตัวเองเพียงเท่านั้น
ผ้าห่มฉันไปไหน? หนาวก็หนาว แล้วทำไมที่นอนแข็งขนาดนี้
คนตัวเล็กนึกคิดอยู่ในใจเมื่อร่างกายสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอพลิกตัวหันกลับไปอีกทางหนึ่งแต่กลับรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวยิ่งกว่าเดิม
“ทำไมมันแข็งแบบนี้เนี่ย…”
เพนนียันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่ปากเล็กก็ต้องชะงักค้างการบ่นของตัวเองไปเมื่อเธอตื่นเต็มตาแล้วเห็นว่าตัวเองนั่งกองอยู่กับพื้นหิน แปลว่าก่อนหน้านั้นเธอพลิกตัวนอนเถือกไถไปมากับพื้นแข็ง ๆ นี่สินะ…เจ็บหลังชะมัด
ดวงตากลมโตไล่มองสถานที่โดยรอบด้วยความงุนงง ใบหน้าสวยหันไปมองจนครบสามร้อยหกสิบองศา เธอถึงมั่นใจได้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออย่างแน่นอน
ฝันสินะ
เมื่อคิดได้ดังนั้นแขนเรียวก็ยันตัวเองลุกขึ้นยืน เพนนีพยักหน้าเข้าใจได้โดยง่ายแล้วมองปราสาทหินที่เต็มไปด้วยกระจกอีกครั้ง หญิงสาวชำเลืองตามองชั้นหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายหลายร้อยเล่มก่อนจะหลุบตาลงมองโซฟาหนังสีดำที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
ฝันว่าเข้ามาในบ้านใครกันล่ะ ดูโอ่อ่า แต่ก็ให้ความรู้สึกขนลุกไม่น้อยเลย…
ร่างแบบบางเงยหน้าขึ้นถึงได้เห็นว่าภายในห้องหนังสือขนาดใหญ่ไม่มีหลังคาปกคลุม มันเปิดโล่งและมีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บดบังแสงจันทร์เอาไว้
ไม่มีคนงั้นเหรอ คงไม่ได้ฝันแล้วเข้ามาในนิยายผีหรอกใช่ไหม!?
แม้จะคิดและแอบกังวลอยู่ในใจ แต่เพนนีก็เลือกที่จะเดินออกไปจากห้องสมุดที่เธอไม่คุ้นตา หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามทางเดินกับบรรยากาศเงียบสงัดที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงนก หรือเสียงแมลง
ปวดฉี่…
ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นที่สุดในความฝันก็เกิดขึ้นกับสาวสวยจนได้ เมื่อร่างกายของเธอกำลังบอกให้เธอไปหาห้องน้ำให้เร็วที่สุดเพื่อจัดการธุระส่วนตัว
“…ถ้าปวดฉี่ในฝัน มันหมายความว่าฉันจะฉี่แตกไม่ใช่เหรอ”
เพนนีพูดออกมาพลันในหัวก็นึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเธอตอนเด็ก
เพี๊ยะ!
“…ทำไมยังไม่ตื่น”
น้ำเสียงเย็นเรียบของเพนนีแฝงความงุนงงเอาไว้ เมื่อเธอลองฟาดมือใส่แขนตัวเองเต็มแรงแต่กลับยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่เห็นตื่นขึ้นอย่างที่คิด
ฝันอะไรลึกขนาดนั้นนะฉัน เอาก็เอาวะ ฉี่ก็ฉี่ ไม่ไหวละ!
ขาเรียวก้าวฉับ ๆ อย่างไม่รีรอ เพนนีรีบเดินหาห้องน้ำ เธอก้าวขาเดินขึ้นบันไดวนไปที่ชั้นสองของปราสาทหินก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
ปึง!
คนตัวเล็กกลับออกมาอีกครั้งในเวลาอันสั้น และช่างโชคดีเหลือเกินเมื่อห้องที่เธอเปิดเป็นห้องแรกดันห้องน้ำแบบพอดิบพอดี
ต้องตื่นไปเช็ดฉี่ตัวเองสิแบบนี้…
เธอยังคงคิดในใจถึงเรื่องที่ต้องทำหลังตื่นนอน ตาสวยมองสำรวจสถานที่โดยรอบอีกครั้งเพราะก่อนหน้านั้นมัวแต่รีบหาห้องน้ำจนไม่ได้สังเกตอะไร
บ้านหลังนี้คล้าย ๆ กับบ้านของปู่เอ็ดมันด์อะไรนั่นเลย แต่ดูจะขลังกว่าแบบบอกไม่ถูก สงสัยจะอินเกินไปจนเก็บมาฝันล่ะมั้ง…
แล้วนี่ฉันจะฝันนานขนาดไหนกันนะ ทำไมถึงยังไม่ตื่นอีก ไม่เห็นมีอะไรให้ทำเลย
ภายในหัวของเพนนีตีกันยุ่งแต่ก็ยังก้าวขาเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ กระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากห้องอื่น ๆ เธอหยุดยืนนิ่งแล้วมองมันก่อนจะยื่นมือไปจับก้านโยกสีทองอร่ามที่ติดอยู่บนประตูสีครีมสวย หญิงสาวกดน้ำหนักมือลงแล้วดันประตูเปิดออก เธอแทรกตัวเข้าไปด้านในแบบปราศจากความกังวลเพราะตลอดการฝัน เธอก็ยังไม่เจอใครเลย
กริ๊ก!
“ห้องผู้ชายหนิ นึกว่าห้องผู้หญิงซะอีก”
ปากได้รูปพึมพำออกมาหลังจากมองสำรวจทั่วห้องแล้วเห็นแต่ของใช้ผู้ชายกับเตียงนอนขนาดใหญ่เกินหกฟุต ขาเรียวเดินไปตรงที่นอนหนานุ่มแล้วหันหลังเขย่งปลายเท้าเพื่อหย่อนก้นลงนั่งตรงปลายเตียง พลางเตะขาไปมาอย่างสบายอารมณ์
ฟึบ ฟับ
เตียงนี่นุ่มดีชะมัด ฉันล่ะอยากมีตังซื้อเตียงแพง ๆ แบบนี้จริง ๆ
ใบหน้าของเพนนียังคงไร้ซึ่งอารมณ์แม้ภายในใจจะกำลังพึงพอใจกับฟูกนุ่ม ๆ ที่เธอกำลังนั่งอยู่ก็ตาม ต้นขาขาวเตะไปมาจนที่นอนโยกขย่มทำให้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ก็อยู่ในห้องนี้ด้วยกันกับเธอเดินเข้ามาใกล้
“เธอเป็นใคร”
“…”
หล่อมาก นั่นวาดิมเหรอ เขาเห็นฉันด้วยเหรอ!?
นัยน์ตาสวยเบิกกว้างขึ้นเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายผมสีบลอนด์มาโผล่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่นานนักเพนนีก็จำได้ทันทีว่าเขาคือ ‘วาดิม’ ตัวละครในนิยายที่เธอแอบหลงเสน่ห์เขาตั้งแต่แรกด้วยสีผมที่เป็นเอกลักษณ์
“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”
ร่างสูงเปลือยท่อนบนโดยมีผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้เดินตรงเข้ามาหา ตัวของเขายังมีหยดน้ำเกาะทำให้เพนนีรู้ได้ว่าชายหนุ่มคงเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ
“…เป็นคนที่กำลังฝันถึงนาย”
“คือ?”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เขาเอียงหัวเล็กน้อยแล้วมองสำรวจผู้หญิงในชุดนอนตรงหน้าที่ยังไม่หยุดเตะขาใส่ที่นอนราคาแพงของเขา
“บอกไปนายก็ไม่เข้าใจหรอกวาดิม อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เดี๋ยวฉันก็ตื่นละ…แต่นายหล่อดีนะ หล่อกว่าที่คิดอีก”
เพนนียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่คิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้นเพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานก็คงตื่น เพราะฉะนั้นขอเสพความหล่อของผู้ชายตรงหน้าก่อนก็แล้วกัน
“รู้จักชื่อฉันด้วย? แต่ช่วยหยุดเอาขาตีที่นอนฉันก่อนได้ไหม”
วาดิมไม่พูดเปล่า เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวลงมาพร้อมคว้าหมับเข้าที่ต้นขาเธอ เขาออกแรงกดที่มือจนขาเรียวทั้งสองข้างไม่สามารถขยับได้ จากท่าทางในตอนนี้ทำให้สองสายตาสบประสานกันจัง ๆ เป็นครั้งแรก
“…หล่อ หล่อจริง”
ปากเล็กพึมพัมออกมาแบบไม่ต้องคิด ตอนนี้แววตาของเธอคงหวานเยิ้มน่าดูเมื่อผู้ชายในอุดมคติมายืนอยู่ตรงหน้าแถมเขายังอยู่ใกล้จนเริ่มรู้สึกอันตราย
ฉันล่ะชอบผมสีบลอนด์กับแววตาดุดันของวาดิมจริง ๆ
“อ๋า…หึ เธอคงเป็นผู้หญิงที่คนของฉันเรียกมาให้สินะ”
ตาคมหรี่ลงเมื่อสมองของเขาประมวลผลได้ เขามองหน้าสวยไร้ที่ติของผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่เธออยู่ในชุดนอนธรรมดาแทนชุดนอนเซ็กซี่อย่างที่ควรจะเป็น
“…”
“สงสัยพวกมันคงเห็นว่าฉันเครียด ๆ เลยเรียกเธอมาให้ระบายอารมณ์ใช่ไหม”
วาดิมพูดถึงคนของตัวเองเมื่อเขาพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ชายหนุ่มเริ่มขยับฝ่ามือที่จับต้นขาของเพนนีแล้วลูบมันขึ้นลงช้า ๆ พร้อมสังเกตปฏิกิริยาของผู้หญิงสวยแบบแปลก ๆ ตรงหน้าตัวเองไปด้วย
“ฉันชอบคาแรกเตอร์นายจนนิยายที่อ่านกำลังจะกลายเป็นนิยายอีโรติกเลยเหรอเนี่ย…”
ประโยคชวนงงที่เพนนีเพิ่งพูดไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของวาดิมได้ ชายหนุ่มยังลากมือสะเปะสะปะไปทั่ว โดยที่เพนนีเองก็ไม่คิดจะห้ามปรามเขา
เธอทำเพียงหลุบตาลงมองการกระทำของวาดิมแล้วปล่อยให้เขาได้เคลื่อนมือบีบคลึงเนื้อตัวของเธอผ่านชุดนอนผ้าบาง
สัมผัสของเขามันช่างสมจริงจนแทบไม่อยากตื่นเลยแฮะ
“อืม”
เสียงครางหึ่มในลำคอถูกเปล่งออกมาจากคนทั้งคู่เมื่อริมฝีปากทั้งสองประกบเข้าหากัน แม้เพนนีจะเงอะงะไปบ้างจนวาดิมจับสังเกตได้ แต่ไม่นานนักเธอก็ตอบรับจูบของเขาได้อย่างคนหัวไว
“หึ ทำอย่างกับว่าเธอยังเวอร์จิ้นอย่างนั้นแหละ”
ใบหน้าหล่อถอนปากออกมาเพื่อพูดในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ชายหนุ่มมองดวงตากลมโตของผู้หญิงแปลกหน้าที่ตอนนี้มันกำลังหยาดเยิ้มแค่เพราะรสจูบจากเขาเท่านั้น
“ทำต่อสิ”
เสียงเพนนีอ่อนลง เธอเอ่ยบอกเขาถึงสิ่งที่ใจอยากรู้อยากลองมานาน และก็ได้โอกาสทดลองพอดี มือเล็กถือวิสาสะอ้อมไปรั้งท้ายทอยของเขาให้โน้มเข้ามาหา เธอเป็นฝ่ายยื่นหน้าไปปิดปากเขาส่วนชายหนุ่มก็ตอบรับสัมผัสนั้นทันทีพร้อมมือหนาที่เข้ามาบีบเคล้นหน้าอกนุ่มหยุ่นตามสัญชาตญาณ
สองปากดูดดึงกันอย่างหิวกระหายจากแรงอารมณ์ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เธอถูกวาดิมผลักให้นอนราบลงกับที่นอนพร้อมตัวของเขาที่โน้มลงมาทับ
จ๊วบ! ฟึบ!
“…”
ชายผมบลอนด์หน้าฟุบคะมำลงไปกับที่นอน เขาเพิ่งใช้ปากดูดเม้มซอกคอของผู้หญิงคนนั้น แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อเธอก็หายไป…
คนตัวสูงนั่งทำงานอยู่ในห้องอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน เขามุดหน้าอ่านเอกสารสำคัญต่าง ๆ ที่ต้องจัดการก่อนไปทำภารกิจสำคัญในคืนนี้ วาดิมกรีดนิ้วพลิกหน้ากระดาษไปทีละแผ่น กระทั่งมาถึงแผ่นสุดท้ายชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบจรดปลายปากกาเซ็นลายเซ็นของตนเองลงไป แกก! นิ้วหนาปล่อยสิ่งที่ถืออยู่ทิ้งลงบนโต๊ะทันที เขาเอนตัวไปพิงกับพนักพิงแล้วยืดเหยียดแขนคลายความเมื่อยล้า ก๊อก ก๊อก… กายแกร่งเด้งพรวดขึ้นมานั่งหลังตรงเขาปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมแล้วจับปากกาขึ้นมาถือไว้ตามเดิมแล้วถึงได้เอ่ยอนุญาตคนหน้าประตู “เข้ามา” “ชาร้อนค่ะคุณวาดิม” “วางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วไม่ต้องเข้ามาอีก ฉันจะเคลียร์งานต้องใช้สมาธิ” วาดิมมองป้าแม่บ้านคนใหม่ที่เขาเพิ่งรับเข้ามาทำงานเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำร้อนในมือ เขาพยักเพยิดหน้าเพื่อให้แม่บ้านวางมันทิ้งไว้ตรงโต๊ะกลางห้อง “ค่ะ รับทราบค่ะ” เมื่อเห็นว่าหญิงมีอายุไม่ได้ขัดอะไรเขาก็ทำทีก้มหน้าลงอ่านเอกสารแล้วรอให้แม่บ้านคนนั้นเดินพ้นออกไปจากห้องของตน ชายหนุ่มรอจนกระทั่งเสียงประตูปิดสนิทลงแล้วถึงได้ถอนหายใจออกม
ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ชายหนุ่มได้ยินผ่านหู ได้อ่านผ่านตาจากสื่อสังคม และคนรอบตัวถึงความโดดเดี่ยวในชีวิตที่ตัวร้ายอย่างเขาต้องเจอ แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่าเสียงนินทาเหล่านั้นไม่เคยมีผลกระทบกับวาดิม เพราะหูของเขาเปิดรับแต่เสียงครางหวานชวนฟังเพียงเท่านั้น “ซี้ดดด อะ อ่าา…อืม ฉันคิดถึงร่างกายนายจะแย่” เพนนีเผยอปากพร่ำบอกกับคนที่กำลังสอดลำกายเข้ามาในตัวเธอ ร่างเล็กเปลือยเปล่าอยู่บนที่นอนขนาดใหญ่แสนคุ้นเคย เธอเปิดปากรับปากร้อนที่โน้มลงมาจูบ แล้วไม่รอช้ารีบจูบตอบกลับไปด้วยความคิดถึง วาดิมดันแก่นกายเข้าไปช้า ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความคับแน่นภายในกายสาวทั้ง ๆ ที่เธอก็เพิ่งโดนเขาจับกินไปเมื่อวาน แต่มันกลับบีบรัดตัวตนของเขาแน่นเสียจนกายแกร่งอยากจะปลดปล่อยออกมาตั้งแต่ตอนนี้ “คิดถึงแค่ร่างกายฉัน แค่นั้นเลยเหรอ อ่าา” เสียงทุ้มกระเส่าไม่ต่าง เขากดกายเข้าไปสุดลำโคนแล้วหลุบตาลงมองใบหน้าสวยที่กำลังเคลิบเคลิ้ม เพนนีปรือตาขึ้นแววตาของเธอเป็นประกายเย้ายวนก่อนที่หญิงสาวจะส่งยิ้มบาง ๆ กลับมาให้ “หึ คิดถึงทั้งนาย อ๊ะ! คะ คิดถึงไอ้นั่นด้วย” ปากเล็ก
“…ขอบคุณนะเพนนี ขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนเธอ” “คิดมากน่า ไปโรงพยาบาลเถอะไม่ต้องห่วง ฝากสวัสดีแม่ด้วยนะ” “อื้ม” เพนนียื่นมือไปลูบต้นแขนปอยก่อนที่ปอยจะพยักหน้าแล้วอมยิ้มส่งกลับมาให้ แววตาของเพื่อนร่วมงานมีแต่ความกังวลฉายชัด แต่ก็ยังไม่วายมาเกรงอกเกรงใจเธออยู่ดี คนตัวเล็กมองตามปอยไปสุดสายตาเธอสะบัดมือไล่เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานยังหันกลับมามอง ใบหน้าสวยส่ายช้า ๆ กับความขี้กังวลของเพื่อน เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อ ขาเรียวก้าวฉับไปตามโถงทางเดินภายในอาคารสูง ความจริงแล้วเวลานี้คือเวลาเลิกงานของเธอแต่แม่ของปอยเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำเสียก่อน ทำให้ปอยที่เข้างานช่วงเย็นต้องมาขอให้เธออยู่ทำงานแทนอย่างไม่มีทางเลือก เพนนีสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าด้านหลังกางเกง คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าร้านอาหารแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเมื่อเห็นแขกกำลังหลั่งไหลเข้ามา อดทนไว้เพนนี อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เธอคิดในใจแล้วก้าวขาเข้าไปข้างใน แม้จะยินดีให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานแต่ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายของเธออ่อนล้าเต็มทน
พิงค์ไดมอนด์ หรือเพชรเม็ดงามสีชมพูถูกตั้งไว้กลางห้องสี่เหลี่ยม มันได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่มีแม้แต่ลมจะพัดผ่านไปโดนได้ ประกายสีชมพูส่องระยิบระยับออกมาเมื่อแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้ามากระทบตัวเพชรผ่านหน้าต่างบานใหญ่ภายในห้องนอนของเอ็ดมันด์ ห้องสี่เหลี่ยมที่ว่าเป็นห้องพักของชายชราผู้มีอำนาจสูงสุดในตระกูลเคล เคียงข้างเพชรเม็ดงามในกล่องสีใสใบนั้น มีรูปของเจ้าของห้องวางเคียงข้างกัน… เอ็ดมันด์ เคล ผู้ที่ไม่มีครอบครัวของตัวเองอย่างแท้จริง ได้สิ้นใจลงเมื่อสามวันก่อนหลังจากที่ชายชราได้ครอบครองพิงค์ไดมอนด์แค่เพียงหนึ่งวันเท่านั้น บรรยากาศภายในห้องที่เคยตึงเครียดดูเบาบางลงเมื่อเจ้าของห้องได้จากไป แต่ยังคงทิ้งไว้ซึ่งกลิ่นอายของความดุดันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นมาตามขั้นบันไดก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกเปิดออกพร้อมเจย์ก้าวเข้ามาในห้องเป็นคนแรก “เชิญครับ” ชายใส่แว่นคนสนิทของเอ็ดมันด์ผายมือเชิญให้บุตรบุญธรรมทั้งสองคนเข้ามาในห้อง เขาจับประตูค้างไว้เพื่อรอให้ร่างสูงทั้งสองคนก้าวเข้าไปด้านใน เจย์มองวาดิมกับเอเธนส์เข้าไปยืนหน้ากรอบรูปแล
“…” ดวงตากลมโตจ้องผู้ชายตรงหน้าตาไม่กระพริบ เอเธนส์หันมองรอบห้องก่อนจะหันหลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง เขาก้าวเข้ามาใกล้แล้ววางแขนทั้งสองข้างเท้ากับชั้นวางตู้เซฟ ตอนนี้เพนนีเลยเหมือนถูกร่างสูงตรงหน้ากักตัวไว้ไม่มีผิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจให้แรงเกินไป ต่อให้รู้ว่าเอเธนส์มองไม่เห็น แต่มันก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าเขาจะไม่สัมผัสถูกตัวเธอ คนตัวเล็กเขยิบตัวถอยหลังเมื่อเขาโน้มตัวลงมาหา เอเธนส์กำลังก้มหน้ามองตู้เซฟที่เรียงรายอยู่ข้างหลัง แต่เขากลับไม่รู้เลยว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ด้วยกัน ชั้นวางสั่นเบา ๆ เพราะเพนนีดันหลังไปชิดกับมัน ทำให้คนที่ยันแขนอยู่รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหว คิ้วของเขาผูกเป็นโบว์แน่นกว่าเดิมพลางจมูกโด่งเป็นสันก็ก้มลงมาดมฟุดฟิดอยู่ใกล้กับซอกคอของเพนนี “…” ใจดวงเล็กเต้นระส่ำ เธอเบี่ยงหน้าหลบพลันจมูกก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ตนเองฉีดลอยคลุ้งขึ้นมา อย่าบอกนะว่าเขาได้กลิ่น… “…ไม่ใช่ของราเชล” เอเธนส์พึมพำ สีหน้าของเขากลับมาเรียบตึงพลันนัยน์ตาที่เคยฉงนก็แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจ กึก กึก! เพนนีสะดุ้งอีกค
“อยากได้อะไรอีกไหม? อิ่มรึเปล่า? ขนมหวานล่ะเอาเลยไหม…ฉันจะได้บอกให้คนเอาขึ้นมาเสิร์ฟ” เพนนีหันมองผู้ชายที่นั่งกินอาหารมื้อค่ำด้วยกัน เธอหรี่ตาลงแล้วจ้องหน้าเขา เพราะตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้วาดิมดูแลเธออย่างดีชนิดที่ว่าแทบไม่ต้องทำอะไรเอง…มันดูแปลก ๆ ยังไงชอบกล “นายดีกับฉันจนผิดปกตินะวาดิม ต้องการอะไรกันแน่” คนตัวเล็กถาม และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวันนี้ที่เธอถามเขาไปแบบนั้น “กินให้อิ่มก่อนสิ เรื่องที่ฉันจะให้เธอทำมันไม่ยากหรอก กินเข้าไปให้อิ่มท้องจะได้มีแรงย่อง” “…มีแรงย่อง!?” คิ้วเรียวขมวดเป็นปม เธอทวนประโยคที่เขาเพิ่งพูดก่อนที่วาดิมจะพยักหน้ารับแล้วตักอาหารในจานเข้าปากไป “นายหมา…” ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” ร่างสูงปรายตามองเพนนีที่กำลังจะอ้าปากถามอะไรสักอย่างแต่ต้องหุบปากของตัวเองไปก่อนเมื่อมีเสียงดังมาจากประตูห้อง ทันทีที่วาดิมเอ่ยอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามาชายใส่สูทที่เห็นหน้ากันเป็นประจำก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกระดาษพับในมือ เขาเดินตรงเข้ามาหาผู้เป็นนายแล้วคลี่กระดาษแผ่นนั้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก… สองหนุ่มสาวงัวเงียแล้วค่อย ๆ ปรือตาขึ้นเมื่อหูได้ยินเสียงรบกวน ร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่นอนก่ายกันตลอดคืนโดยมีผ้าห่มช่วยปกคลุมภาพสุดสยิวเอาไว้ “…” “…” เพนนีมองสบตากับผู้ชายที่เธอนอนกอดเขาตลอดคืน ใบหน้าสวยยังคงไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา แต่กลับเบี่ย
อึก! เพนนีกลืนของเหลวรสขมลงคอไป เธอตั้งชื่อให้มันเป็นน้ำย้อมใจเพราะหลังจากนี้ร่างบางจะสลัดคราบสาวหน้าไร้อารมณ์เป็นหญิงจอมยั่วแทน เข่าทั้งสองข้างทิ้งลงบนพื้น เธอจับขาของวาดิมแยกออกจากกันแล้วแทรกตัวเองเข้าไปคั่นกลาง มือเล็กวางลงบนหน้าขาของชายหนุ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาคมอีกคู่ที่กำลัง
“เฮ้อออ!” เพนนีถอนหายใจเสียงดังก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งตรงโต๊ะอาหารกลางบ้าน เธอเพิ่งเลิกงานแล้วกลับถึงบ้านตอนสามทุ่มเพราะแวะไปซื้อของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือมาด้วย มือเล็กคลี่ถุงพลาสติกแล้วหยิบเอามันฝรั่งเกลียวชุบแป้งทอดออกมากินไปพร้อมกับการดูซีรีส์ที่ดูค้างไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
“…” สองร่างเปลือยเปล่ายังนอนเงียบมีเพียงแค่เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่เท่านั้นที่ดังออกมา เพนนีนอนอ้าซ่าแหกขากว้างโดยมีลำตัวหนาของวาดิมแทรกอยู่ตรงกลางพร้อมแก่นกายของเขาที่ยังไม่ถอนออกไป เธอปรือตาขึ้นช้า ๆ เมื่อลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ และทันทีที่สายตาปรับการมองเห็นได้ เพนนีก็ต้องตก







