LOGINเสียงรองเท้าผ้าใบกระทบไปตามพื้นคอนกรีต บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมและเสียงหายใจของเพนนีเท่านั้นที่ดังให้ได้ยินระหว่างที่ร่างบางกำลังเดินกลับบ้าน
หญิงสาวยังเพ่งหนังสือในมืออยู่ตลอดด้วยความฉงน เธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองตามเก็บนิยายของนักเขียนคนนี้ครบหมดทุกเล่มเพราะเป็นแฟนคลับตัวยง แต่ทำไมมันถึงมีหนังสือหน้าตาแปลก ๆ ไร้ชื่อเรื่องที่ถูกเขียนในนามปากกาของเขาโผล่มาเสียได้
สงสัยช่วงนั้นคงทำงานหนักไปจนไม่มีเวลาติดตามผลงานเขาล่ะมั้ง…
ร่างเพรียวบางหยุดยืนหน้ารั้วเหล็กหน้าบ้านไม้ของตัวเองอีกครั้ง เธอปล่อยแขนข้างที่ถือหนังสือตกลงข้างตัวแล้วใช้มืออีกข้างควานหากุญแจบ้านเพื่อไขมันเข้าไป
แอดดด…
เสียงของเหล็กขึ้นสนิมดังขึ้น เพนนีก้าวขาเข้าไปในเขตบ้านโดยไม่ลืมหันกลับมาปิดล็อกรั้วให้เรียบร้อย เธอเดินผ่านต้นปีบขนาดกลางที่พ่อและแม่ได้ปลูกเอาไว้ กลิ่นของมันยังโชยเข้าจมูกคอยสร้างความหอมตราตรึงอยู่เสมอ ตั้งแต่วันแรกที่เธอย้ายเข้ามาตอนอายุหกขวบ กระทั่งตอนนี้ที่ผ่านไปยี่สิบปี
เพนนีไขกุญแจอีกดอกเพื่อเข้าไปในบ้าน หญิงสาวคลำมือกดเปิดไฟให้สว่างทั่วทั้งหลังแล้วเดินเอากระเป๋าไปวางไว้บนโต๊ะทานข้าวกลางบ้านโล่ง ๆ ที่เธออยู่เพียงคนเดียว
“…”
ในบ้านไม้มีเพียงความเงียบสงัดกับสาวสวยเจ้าของบ้านที่กำลังย่อตัวลงนั่งยอง ๆ อยู่หน้าตู้เย็น นัยน์ตาดำสนิทว่างเปล่าเมื่อภายในตู้ของเธอไม่เหลืออาหารอยู่เลย
ร่างบางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วก่นด่าตัวเองอยู่ในใจหลายร้อยประโยคที่ลืมแวะซื้อของกินมาเติมกระเพาะที่กำลังร้องโครกครากอยู่ตอนนี้ เธอดันประตูตู้เย็นปิดแล้วหมุนตัวเดินไปหยิบเอาซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่สดสองฟองติดมือมาแทน
หญิงสาวหาอะไรใส่กระเพาะตัวเองอย่างคนไม่คิดเยอะแล้วนั่งกินมื้อค่ำกลางบ้านโดยใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึงยี่สิบนาทีทุกอย่างก็เรียบร้อย
เพนนีลุกขึ้นไปล้างจานหลังกินเสร็จ เธอเมินแชตกลุ่มที่ทำงานที่กำลังวุ่นวายเพราะมีแขกเรื่องมากเข้ามาใช้บริการ หญิงสาวกดปิดเครื่องมือสื่อสารแล้วเดินกลับมาหยิบกระเป๋า เธอเดินไปปิดไฟในบ้านแล้วขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนชั้นบน
ซู่ ซู่ ซ่าา…
น้ำประปาชำระล้างความอ่อนล้าออกจากรูปร่างเย้ายวนชวนมอง เพนนีเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนแขนยาวขายาว เธอเอาผ้าเช็ดผมซับผมยาว ๆ ของตัวเองให้หมาดแล้ววางพาดมันทิ้งไว้กับเก้าอี้ภายในห้อง
ปลายเท้าเรียวหยุดการก้าวเดิน เธอหมุนตัวกลับไปหาโต๊ะทำงานภายในห้องอีกครั้งแล้วเดินไปหยิบเอาหนังสือที่เพิ่งซื้อติดมือไปที่เตียงนอนของตนด้วย
ร่างเล็กหย่อนตัวลงนั่ง เธอยื่นมือไปถกผ้าห่มผืนใหญ่ออกเพื่อที่จะได้แทรกตัวเข้าไปขลุกอยู่ด้านใน พอจัดที่นอนและส่งตัวเองเข้าไปแล้ว หญิงสาวก็คว้าหนังสือหน้าตาแปลก ๆ ขึ้นมาเปิดอ่านทันที
“…”
นัยน์ตากลมโตไล่มองตัวหนังสือที่เธอเปิดผ่าน ๆ ทุกหน้าก่อนจะพลิกกลับมาหน้าแรกเพื่อเริ่มอ่านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวันก่อนนอน ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา เธอกำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องราวตรงหน้าที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…
‘เรื่องราวของหนังสือไร้ชื่อ’
อาณาจักรตระกูลเคลตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในเขตพื้นที่กว่าร้อยไร่ ‘เคล’ คือตระกูลร่ำรวยเก่าแก่ที่มี ‘เอ็ดมันด์’ ชายสูงวัยอายุ 79ปี เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในตอนนี้
ชายชราแต่ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจและบารมี ได้รับเด็กกำพร้าทั้งสองคนมาชุบเลี้ยงเพื่อให้เป็นผู้สืบทอดธุรกิจกิจการทั้งหมดต่อจากผู้มีอิทธิพลอย่างเขา
“เป็นยังไงบ้าง งานของพวกแก…ทั้งสองคน”
เสียงแหบเข้มตามอายุถามขึ้น ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะชำเลืองตามอง ‘วาดิม’ กับ ‘เอเธนส์’ เด็กผู้ชายสองคนที่เขารับเลี้ยงมาตั้งแต่ไม่ถึงห้าขวบ จนตอนนี้อายุก็ใกล้จะแตะเลขสามกันแล้ว
“บริษัทผมทำกำไรสองพันล้านเดือนที่ผ่านมา ผมกำลังหาแนวทางต่อยอดธุรกิจอื่นอยู่”
ชายหนุ่มผมบลอนด์รับไปกับใบหน้าหล่อร้ายพูดขึ้น เขาหันไปสบตากับปู่เอ็ดมันด์ก่อนจะปรายหางตาไปมองไอ้เอเธนส์เพียงนิดแล้วตักอาหารตรงหน้าเข้าปากด้วยท่าทางสบายอารมณ์
“…เดือนนี้เท่าที่คาดการณ์ไว้ กำไรสุทธิน่าจะราว ๆ สองพันห้าร้อยล้านครับ ไม่ต่ำกว่านี้ ผมเพิ่งลงทุนก่อตั้งบริษัทกับวิศวกรชั้นนำของประเทศด้วย”
ผู้ชายผมสีดำสนิทกับใบหน้าหล่อเนี๊ยบพูดเกทับขึ้นมา เขามองไปที่ชายสูงวัยตรงหัวโต๊ะ และไม่คิดปรายตามองคู่แข่งในคราบทายาทของตระกูลเคลแม้แต่น้อย
“หึ มันต้องแบบนี้ ฉันล่ะชอบจริง ๆ เวลาพวกแกแข่งกันหาเงิน…ดี ทำต่อไปเพราะฉันไม่ได้รับพวกแกมาเลี้ยงให้เปลืองข้าวเฉย ๆ แน่นอน”
“…”
มีเพียงความเงียบตอบกลับชายสูงวัย ชายหนุ่มอีกสองคนต่างปิดปากเงียบไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเมื่อได้ยินประโยคเมื่อสักครู่
“จริงสิ ฉันมีเรื่องให้พวกแกพิสูจน์ศักยภาพกันอีกแล้ว…อีกไม่กี่วันฟรานซิสจะประกาศแผนดำเนินงานสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง พวกแกคนใดคนนึงต้องดีลสัมปทานนั้นมาให้ได้ เข้าใจไหม?”
เสียงมีอำนาจดังก้องทั่วห้องโถงสูง นัยน์ตาของชายชราแข็งกร้าวและหนักแน่น เขามองเห็นถึงจำนวนเงินมหาศาลที่จะเข้ามาหากบุตรบุญธรรมที่เขาชุบเลี้ยงทำการต่อรองกับผู้นำประเทศอย่างฟรานซิสได้สำเร็จ
ชายแก่ที่หนวดเคราและผมแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวไปทั่วบริเวณกระตุกยิ้มมุมปาก เขามองหลานไม่แท้ของตัวเองแล้วยิ่งรู้สึกชอบใจกว่าเดิมเมื่อเห็นทั้งสองคนดูจะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่เพราะต้องแข่งขันกันมาตั้งแต่เด็ก
บรรยากาศภายในห้องอาหารอึดอัดไปตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้งที่วาดิมและเอเธนส์มารวมตัวอยู่ในสถานที่เดียวกัน
ไม่มีบทสนทนาอื่นนอกจากเรื่องธุรกิจเกิดขึ้น และอย่าได้หวังว่าจะมีความห่วงใยหรือการไถ่ถามชีวิตส่วนตัวออกมาจากปาดเอ็ดมันด์ เพราะเรื่องไร้สาระพวกนั้นคงไม่ออกมาจากปากชายชราผู้เห็นเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตอย่างแน่นอน…
ฟึบ!
‘วาดิม กับ เอเธนส์’
เลือกตัวละครที่คุณสนใจ
ระหว่างคิ้วของเพนนีย่นเข้าหากันเมื่อเธอไล่อ่านมาตั้งแต่หน้าแรก กระทั่งตอนนี้ที่กระดาษหน้าถัดไปมีเพียงประโยคคำถามให้เลือกตัวละคร
อะไรกัน อยากให้นักอ่านมีส่วนร่วมอย่างนั้นเหรอ?
แม้ใจจะยังสับสน แต่สมองของหญิงสาวกลับนึกคิด ถึงรายละเอียดของผู้ชายสองคนที่เธอเพิ่งอ่านผ่านมา
“…วาดิม ฮึ!?”
ปากเล็กพ่นชื่อหนึ่งในตัวละครที่เธอสนใจและทันใดนั้นก็เหมือนมีแสงขาวสว่างวาบออกมาจากกระดาษ แต่มันก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ทำให้เพนนียิ่งมึนงงกว่าเดิม
“อ้าว”
เพนนีอ้าปากร้องเมื่อเธอพลิกหน้ากระดาษไปหน้าถัดไปแต่มันกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งตัวหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น
หญิงสาวเปิดไปอีกหลายสิบหน้าแต่มันก็เหมือนกันหมด ว่างเปล่า ว่างเปล่า และว่างเปล่า
“อะไร!? หลุดคิวซีเหรอ…เฮ้อ ค่อยเอาไปเปลี่ยนที่ร้านพรุ่งนี้ละกัน”
เธอบ่นออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แล้วปิดหนังสือในมือทันที เพนนีหันไปวางมันไว้ข้างหัวนอนแล้วเอื้อมแขนกดปิดโคมไฟสีเหลืองอ่อน ภายในห้องก็ตกอยู่ในความมืดสนิทยามค่ำคืน
“นะ นี่นาย พอแล้ว…ซี้ดดด” เพนนีผวาตัวตามร่างสูงที่สุดท้ายเขาก็ยอมถอนกายออกไปจากช่วงล่างของเธอในที่สุด นัยน์ตาสวยฉ่ำปรือหยาดเยิ้มไปด้วยพิษใคร่ เธอถูกเขาจ้วงแทงหลายรอบติดกัน จนร่างกายไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถพยุงตัวเองขึ้นนั่งแม้กายหนาจะลุกขึ้นยืนและกำลังมองเธอนอนอ้าซ่าอยู่ก็ตาม ร่างขาวนวลเนียนเปิดเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขายืนมองผลงานชิ้นเอกของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ นัยน์ตาคมไล่สำรวจไปทั่วเรือนร่างของเพนนีที่ตอนนี้มีร่องรอยดูดเม้ม และรอยบีบเคล้นจาง ๆ ตรงหน้าอกที่เกิดจากฝีมือของเขา ทำได้ดี วาดิมคิดในใจพลันมุมปากหนาก็ยกขึ้นเองอัตโนมัติ แม้ชายหนุ่มจะอยากมองร่างสวยนั่นต่ออีกสักหน่อยแต่จิตสำนึกที่เขายังพอมีเลยเลือกจะเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเพนนีไว้แทน ไม่ใช่เพราะความเป็นห่วง แต่ใช้คำว่าสงสารจะดีกว่า เพราะรายนั้นยังนอนหอบหายใจแหกขาโชว์กลีบดอกไม้ช้ำ ๆ อยู่เลย “แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กเผยอปากเล็กน้อยเพื่อช่วยจมูกรั้นสูดลมหายใจเข้าไป ตอนนี้แค่จมูกของเธอคงไม่สามารถทำงานได้มากพอจากความเหน็ดเหนื่อยราวกับคนไปวิ่งมาสามสิบสี่สิบกิโลติด ๆ กัน
นักเขียนคนที่ฉันติดตามไม่มีทางเขียนนิยายอีโรติกแน่ ๆ แล้วทำไมถึงมีพล็อตแบบนี้ได้… เพนนีมองสบสายตากับวาดิม เธอปล่อยให้ใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้ โดยที่ฝ่ามือร้อนก็กำลังบีบเคล้นรอบเอวของเธอไปด้วยในขณะนี้ ผู้ชายหล่อตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขากำลังสังเกตเธออยู่เช่นกัน เธอรู้ดี ถ้านี่ไม่ใช่ฝันแล้วฉันหลุดเข้ามาในหนังสือที่อ่าน ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องจริง แล้วฉันก็ไม่มีตัวตนในนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วล่ะก็… นัยน์ตาสวยเป็นประกายวิ้งขึ้นมาเมื่อเธอตัดสินใจอะไรได้ เพนนีหลุบตาลงมองริมฝีปากของวาดิม ผู้ชายที่เธอมองว่าเขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกินตั้งแต่ได้รู้จักกันผ่านตัวหนังสือ “ทำในสิ่งที่นายอยากทำ เพราะฉันก็อยากลองเหมือนกัน” เสียงของเพนนีเย็นเรียบไม่ได้ตื่นเต้นหรือประหม่า เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปวางบนบ่าวาดิมแล้วจ้องตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ดี ฉันไม่ชอบเล่นเกมแมวไล่จับหนูอยู่แล้ว…เพนนี” วาดิมพูดออกมาบ้าง เขาไล่ตามองกรอบหน้าสวยแล้วเคลื่อนมือไปถกชายเสื้อตัวโคร่งของเพนนีออกจากตัว ตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าที่ดูจะเปิดทางให้เขาถอดเสื้อผ้าเธอออ
“…เสียงอะไร?” เสียงทุ้มแบบผู้ชายมีอายุดังขึ้นทำให้เพนนีรีบคลานเข่าเข้าไปหลบตรงซอกกำแพงตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอลีบตัวหลบมุมอยู่ข้างในก่อนที่หูจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดจมูกกับปากตัวเองเพราะกลัวเสียงลมหายใจจะดังมากเกินไปแล้วมีคนได้ยินเข้า เธอนั่งคู้ตัวอยู่แบบนั้นกระทั่งเสียงการก้าวเดินเงียบลงแล้วค่อย ๆ ห่างออกไปในที่สุด “กรอบรูปตกครับท่าน” ท่านงั้นเหรอ… ระหว่างคิ้วของเพนนีย่นเข้าหากันยุ่งเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายรายงานใครสักคนไปแบบนั้น เธอมองตรงไปฝั่งตรงข้ามถึงได้เห็นว่ามีกรอบรูปที่เคยแขวนอยู่ตรงผนังตกลงมาจริง ๆ “เสียงอย่างกับคนล้ม ช่างมันเถอะ” เสียงเหมือนคนแก่เลย… ใบหน้าสวยโผล่ออกมาจากมุมกำแพง เธอมองผู้ชายใส่สูทโค้งตัวให้ใครสักคนที่เธอเองก็ไม่สามารถมองเห็นจากจุดนี้ได้ “เมื่อกี้แกพูดถึงไหนแล้วนะ” “…เรื่องสัมปทานที่ปู่บอก คนของผมรายงานมาว่าฟรานซิสยังไม่มีกำหนดการที่จะเปิดเผยหรือป่าวประกาศต่อสาธารณะชน ถ้าเป็น…” “เอเธนส์ ฉันรับแกมาจากบ้านเด็กกำพร้าเพื
เพนนีเดินอยู่ท่ามกลางความมืดระหว่างทางที่เธอกำลังเดินกลับบ้านของตัวเอง แม้จะยังรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยกับหลาย ๆ เรื่องในวันนี้ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่นัก แต่หญิงสาวก็ยังตีหน้าเรียบเฉยได้ราวกับปัจจัยภายนอกไม่สามารถทำให้ผู้หญิงอย่างเธอสั่นคลอนได้เลย ขาเรียวภายใต้กางเกงตัวใหญ่เดินไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟบนถนนที่กำลังกระพริบจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ ใบหน้าสวยเงยมองเสาไฟขนาดกลางที่สลับกันกระพริบไปตลอดทางเดินแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับความไม่พัฒนาแม้จะอยู่ในเมืองกรุง เธอใช้เวลาเดินพอสมควรเพราะไม่ได้เร่งรีบอะไร กระทั่งพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไม้คุ้นตาในที่สุด วี้ดด วิ้ววว ~ เพนนีหยิบเอากุญแจบ้านออกมาแล้วไขรั้วเหล็กเปิดเข้าไป เธอไม่คิดสนใจบรรยากาศวังเวงรอบตัวอย่างคนปกติที่คงจะเสียวสันหลังไม่น้อยกับความเงียบสงัดชวนขนหัวลุกแบบนี้ ปึงง! เหมียววว ~ ไม่ทันที่เพนนีจะได้เดินเข้าบ้าน ก็มีแมวหง่าวสีดำกระโจนลงมาจากกำแพงแล้วดักหน้าเธอไว้เสียก่อน มันมองมาที่เธอแล้วก้าวเข้ามาหาช้า ๆ อย่างไม่เกรงกลัว “เฮอะ” เพนนีพ่นลมออกจากปากแ
05:30น. ฟึบ! “…” นัยน์ตาสวยเบิกโพลงท่ามกลางความมืด เธอเหมือนถูกผลักลงบนที่นอนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่มีวาดิม แถมกลิ่นในห้องยังคุ้นจมูกเสียจนอาการปวดวิ้งในหัวที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันยังไม่สามารถดึงความรู้สึกประหลาดใจไปจากเธอได้ “บ้านฉัน” เพนนีพูดออกมาโดยไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นนั่งเพื่อสำรวจสถานที่โดยรอบ แค่เพียงกลิ่นที่คุ้นเคยกับบรรยากาศเปล่าเปลี่ยววังเวงยามค่ำคืนแบบนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือบ้านของเธอ เมื่อกี้ฝันไปจริง ๆ ด้วย อย่างกับเรื่องจริงแหนะ ใบหน้าสวยหันมองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้ากำลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีฟ้าคราม เตรียมให้พระอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง หญิงสาวนอนนิ่งอยู่แบบนั้นไม่ได้ขยับไปไหน กระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกที่เธอตั้งไว้ดังขึ้น กริ๊งงงงงง ~ “เฮ้อ!” เธอถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเหนื่อยล้าแทบจะเข้ามาทันทีเมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวไปทำงานอีกแล้ว สาวสวยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปในห้อง เธอไม่คิดใส่ใจอะไรทั้งนั้นทำเพียงล้างหน้าแปรงฟันแล้วกล
วิ้ววว ~ เสียงของลมพัดผ่านใบหูบางดังวี้ดวิ้วจนร่างแบบบางที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมากลางดึก เพนนีลืมตาขึ้นในความมืด เธอหรี่ตาลงอีกครั้งเมื่อดวงตายังพร่ามัวจับสังเกตอะไรไม่ได้ แปะ แปะ… มือเล็กควานหาผ้าห่มที่เคยปกคลุมตัวเอาไว้ แต่มือกลับสัมผัสเจอแต่ชุดนอนของตัวเองเพียงเท่านั้น ผ้าห่มฉันไปไหน? หนาวก็หนาว แล้วทำไมที่นอนแข็งขนาดนี้ คนตัวเล็กนึกคิดอยู่ในใจเมื่อร่างกายสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอพลิกตัวหันกลับไปอีกทางหนึ่งแต่กลับรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวยิ่งกว่าเดิม “ทำไมมันแข็งแบบนี้เนี่ย…” เพนนียันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่ปากเล็กก็ต้องชะงักค้างการบ่นของตัวเองไปเมื่อเธอตื่นเต็มตาแล้วเห็นว่าตัวเองนั่งกองอยู่กับพื้นหิน แปลว่าก่อนหน้านั้นเธอพลิกตัวนอนเถือกไถไปมากับพื้นแข็ง ๆ นี่สินะ…เจ็บหลังชะมัด ดวงตากลมโตไล่มองสถานที่โดยรอบด้วยความงุนงง ใบหน้าสวยหันไปมองจนครบสามร้อยหกสิบองศา เธอถึงมั่นใจได้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออย่างแน่นอน ฝันสินะ เมื่อคิดได้ดังนั้นแขนเรียวก็







![พิศวาสรักเมียแต่ง (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 4/4]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)