เข้าสู่ระบบแก่นกายใหญ่สอดเข้าไปร่องแคบจนสุดทาง ร่างบางรู้สึกจุกน้อยๆ ด้วยขนาดตัวเขากับเธอช่างต่างกันเหลือเกิน ขาเรียวสวยถูกจับยกลอยขึ้นจากพื้นมาพาดที่แขนแกร่งของเขา
"ท่านี้เข้าไปลึกจริงๆ ...ซี้ด" กระซิบข้างหูของเธออย่างพอใจ สะโพกสอบเริ่มขยับในจังหวะที่เร็วในทันทีไม่มีโดยไม่มีวอร์มก่อน ร่างบางใบหน้าแนบชิดกำแพงสองมือจิกเกร็ง "อ๊ะ...อ๊ะ...คุณ...อ๊า" เสียงหวานครางลั่นจนคนด้านหลังจนจับใบหน้าสวยหันมารับจูบจากตนเอง มอร์แกนจูบปากเธอแต่ด้านล่างยังคงขยับไม่หยุด แรงสอดใส่ที่เข้าออกถี่ๆ ทำให้อีกคนแข้งขาหมดแรง มอร์แกนรับรู้ว่าอีกคนจะหมดแรงจึงจับขาเรียวอีกข้างขึ้นมาพาดแขนอีกข้างของตนเองเอาไว้ ร่างบางถูกยกลอยตามแรงยกของคนตัวโต มือเล็กรีบหาที่เกาะเกี่ยวเอาไว้ด้วยความตกใจ "อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...เสียว" มอร์แกนยกอีกคนเดินไปหน้ากระจกช่วงจังหวะที่เดินแก่นกายใหญ่ก็ยังไม่หยุดทำงานพอถึงหน้ากระจกบานใหญ่ภาพที่สะท้อนในกระจกทำเอาเธออายจนไม่กล้ามอง "อ๊า!...ซี้ด...แน่นมาก" ภาพหญิงสาวถูกยกลอยหันหน้าเข้าหากระจก จุดเชื่อมด้านล่างก็ผลุบเข้าผลุบออกอย่างรวดเร็วเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนักสำหรับเขา "อ๊ะ...อู๊ย...อ๊า!" แม้จะไม่ได้มองภาพในกระจกแต่แก่นกายใหญ่ของเขาทำเอาเธอเสียวจนหยุดครางไม่ได้ ปึก! ปึก! ภาพในกระจกที่เขาเห็นตอนนี้คือพวงไข่สองใบกำลังกระทบกับก้นงามงอนของเธอจนเกิดเสียงดัง "ไม่ไหว...อ๊ะ...อ๊า" ร่างบางครวญครางตามจังหวะกระแทกที่ถี่ยิบของเขา "แตกก่อนสิ...ซี้ด" "อ๊าย!...อ๊ะ" คนตัวเล็กไม่รอช้ากระตุกถี่ๆ ตอดรัดแก่นกายใหญ่จนแน่นก่อนจะนิ่งไป มอร์แกนปล่อยขาเธอลงทีละข้างร่างบางพยายามพยุงตัวเองให้ได้มากที่สุดแม้ขาจะสั่นเทา "ก้มลงไป แบบนั้นแหละ" มอร์แกนจับเธอกดต่ำลงไปก่อนจะเริ่มขยับแก่นกายถี่ๆ อีกครั้ง สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ก็แค่ทำตามที่เขาสั่งไปเรื่อยๆ ไม่รู้คืนนี้จะสิ้นสุดกี่ทุ่มหรืออาจจะล่วงเลยไปถึงเช้าของอีกวัน เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่าส่วนนั้นของเธอมันระบมจนบางครั้งก็รับไม่ไหวแต่ถ้าบอกไปแล้วเขาส่งเธอกลับบ้านเธอก็อดอยู่ใกล้เขาน่ะสิ "อ๊ะ" "ฟัค!...รัดอีกแรงๆ ...อ๊า" เสียงทุ้มเสียงและเสียงหวานครางแข่งกันในห้องน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน แขนเล็กถูกจับดึงไปด้านหลังโดยมือใหญ่ที่จับไว้แน่น "อ๊า...เสียว...อ๊ะ...จะออก" "ซี้ด...แตกเลย...อ๊า...เยส" "อ๊า...อู๊ย...อ๊าย!" เสียงหวานครางลั่นอีกครั้งก่อนจะกระตุกถี่ๆ เป็นรอบที่สอง "อ๊า...ฟัค!...โอ๊ว" ร่างหนาโยกโหมกระแทกจนเธอแทบกระเด็นไปข้างหน้า รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แก่นกายใหญ่ฉีดพ่นน้ำกามเข้ามาจนเต็มท้องของเธอ แก่นกายใหญ่ยังไม่ทันได้ถอดออกก็เริ่มขยับอีกครั้งและอีกครั้งต่อไปอีกเรื่อยๆ "อ๊า!" เสียงทุ้มครางอย่างรู้สึกโล่งเมื่อได้ปลดปล่อย พื้นห้องน้ำเต็มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นที่หยดเต็มพื้น "คุณยังหิวอยู่ไหมคะกุลจะไปอุ่นอาหารให้" แม้กายจะเหนื่อยจนอยากจะทิ้งตัวลงนอนแต่ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ อาหารที่เธอทำคงจะเย็นชืดไปหมดแล้ว "อืม กินหน่อยก็ดี" มอร์แกนคนเดิมกลับมาแล้วเขาไม่น่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว กุลธิดายิ้มบางๆ ให้เขาก่อนจะอุ่นอาหารในส่วนของเขาเพียงจานเดียวแต่ของเธอเก็บเข้าตู้เย็น เวลากว่าสามชั่วโมงที่อยู่ในห้องน้ำกับเขาทำให้เธอหิวจนหายหิวไปแล้ว เธอรู้สึกอิ่มกับอย่างอื่นมากกว่า "อุ่นอาหารแล้วนะคะ" "แล้วของเธอล่ะ?" "กุลไม่ค่อยหิว คุณกินเถอะค่ะกุลขอไปทำความสะอาดห้องน้ำก่อน" ร่างบางเดินด้วยความยากลำบากเพราะยังเคืองๆ ที่ส่วนนั้นอยู่ "เลอะเทอะไปหมดเลย" มองสภาพห้องน้ำที่เพิ่งสมรภูมิสวาทเมื่อสักครู่แล้วได้แต่ถอนหายใจ ร่างบางมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่บานเดิมอย่างท้อใจถ้าเธออยู่ในฐานะคนรักของเขาเธอจะไม่รู้สึกเศร้าเท่านี้อย่างน้อยๆ การได้มีอะไรกับคนที่รักมันก็ดีกว่าคนที่ไม่ได้รักอยู่แล้ว สำหรับเธอเขาคือคนที่เธอรักแต่สำหรับเขาเธอคงไม่ใช่และไม่มีทางใช่แน่นอน เช้าวันใหม่ของทั้งคู่กุลธิดาตื่นแต่เช้าทำอาหารให้เขาจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน มอร์แกนลืมตาตื่นขึ้นวงแขนแกร่งตวัดพาดหวังจะได้กอดคนที่นอนด้วยกันเมื่อคืนแต่ก็คว้าได้แค่ความว่างเปล่าพบเพียงหมอนข้างที่วางเอาไว้ "จะรีบตื่นไปไหนกันนะ" บ่นอุบอิบก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว "กุลทำข้าวผัดนะคะเช้านี้" เมื่อเห็นเขาเดินออกมาคนตัวเล็กก็ส่งยิ้มให้เขาทันที "อืม ทำข้าวกลางวันให้ฉันด้วยนะวันนี้" "ค่ะ" รับคำก่อนจะรีบเข้าครัวไปทำอาหารเตรียมไว้ให้เขา มอร์แกนติดใจรสมือของเธอจนไม่อยากไปกินอาหารที่อื่น "เย็นนี้คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ" "อะไรก็ได้" "ค่ะ งั้นกุลทำไก่บาบีคิวนะคะ" "อืมก็เอาสิ" กุลธิดาพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มให้เขา มอร์แกนเผลอยิ้มตอบจึงรีบหุบยิ้มในเสี้ยววินาที "ขับรถดีๆ นะคะ" ส่งกล่องอาหารให้เขาก่อนจะโบกมือลาคนที่เดิมห่างออกไปจนลับสายตา เมื่อเขาไปกุลธิดาก็กลับมาหน้าเศร้าเช่นเดิม เธอเหงา อยากมีคนคอยปรึกษาข้างกายบ้าง "คุณมอร์แกนลืมหรือเปล่านะ?" ร่างบางหันไปเห็นเอกสารที่จะเขาเตรียมจะใช้ประชุมวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ครืน~ เสียงโทรศัพท์สั่นกุลธิดามองชื่อแล้วรีบรับทันที 'เห็นเอกสารฉันหรือเปล่า' "ค่ะ คุณลืมเอาไว้ที่โต๊ะอาหารค่ะ" กุลธิดาถือซองเอกสารขึ้นมาแต่ไม่ได้เปิดดูเพราะคิดว่าคงเป็นของสำคัญเธอไม่ควรรู้จะดีกว่า 'ค่อยยังชั่วคิดว่าลืมไว้ที่ไหน' มอร์แกนถอนหายใจอย่างโล่งอก เอกสารที่ลืมดันเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการประชุมกับหุ้นส่วนวันนี้ถ้าหายคงแย่เพราะข้อมูลของบริษัทอาจจะรั่วไหลได้ "คุณจะให้เลขามารับที่ห้องไหมคะ" 'ไม่! เธอนั่นแหละเอามาให้ฉันที่บริษัท' เอกสารนี่สำคัญมากจนมอร์แกนไม่กล้าไว้ใจใครแม้แต่เลขาของตัวเอง "คะ?" 'ฉันบอกให้เธอเอามาให้ฉันที่บริษัท ตอนนี้เลย' "ค่ะ กุลจะรีบนำไปให้นะคะ" กุลธิดารีบคว้าเอกสารและกระเป๋าสตางค์ออกจากห้องอย่างเร็ว ร่างบางยืนโบกรถแท็กซี่พอรถจอดสนิทก็รีบขึ้นแล้วบอกทางไปบริษัทของเขาทันที มือเล็กถือเอกสารไว้มั่นดูแลมันเท่าชีวิตเพราะถ้าเอกสารนี้หายไปชีวิตเธอก็อาจจะหายไปด้วยเพราะน่าจะเป็นเอกสารที่สำคัญมากแน่ๆ เขาถึงได้กังวลขนาดนั้น "ไม่ต้องทอนค่ะ" เมื่อถึงหน้าบริษัทกุลธิดารีบส่งเงินให้คนขับก่อนจะลงจากรถค่อยเดินเข้าบริษัทของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาที่นี่ "สวัสดีค่ะ คือคุณมอร์แกนให้ฉันนำเอกสารมาให้น่ะค่ะ" เดินไปจุดประชาสัมพันธ์เพราะเธอไม่รู้ว่าห้องเขาอยู่ที่ไหน "รอสักครู่นะคะ" พนักงานที่ยกหูโทรศัพท์ติดต่อไปยังห้องของท่านประธาน "ค่ะ เดินตรงไปแล้วขึ้นไปชั้นบนสุดค่ะ" วางหูโทรศัพท์แล้วบอกทางคนที่ไม่เคยมา "ขอบคุณค่ะ" กุลธิดายิ้มรับก่อนจะเดินไปตามที่พนักงานบอก เมื่อเดินมาถึงลิฟต์ก็กดชั้นที่อยู่บนสุดตามที่ได้ยิน ติ๊ง! ลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นชั้นของผู้บริหารและกรรมการบริษัทระดับสูง "ฉันมาพบคุณมอร์แกนค่ะ" "เชิญ" เลขาสาวหน้าห้องที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอสักเท่าไหร่ผายมือให้เธอเข้าไปในห้องทำงานของเขา "ขออนุญาตค่ะ" ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องเบาๆ คิดว่าเขาทำงานอยู่ มอร์แกนเห็นเธอเดินถือเอกสารเข้ามาก็ใจชื้น "กุลเอาเอกสารมาให้ค่ะ" "ขอบใจนะ" ร่างบางยิ้มรับก่อนจะวางเอกสารที่โต๊ะของเขา "ขอตัวกลับก่อนนะคะ" "เดี๋ยวก่อน" เขาเรียกเธอเอาไว้ก่อน "คะ?" "วันนี้อยู่กินข้าวกลางวันกับฉันหน่อยสิ" "คือ..." "ก็เธอทำให้ฉันมาเยอะไป ช่วยกันกินจะได้ไม่เหลือ" ร่างหนาเอ่ยกับเธอแต่ไม่ยอมมองหน้าเธอ "ถ้าคุณกินไม่หมดก็ไม่เป็นไรค่ะ" "ฉันไปประชุมไม่นานหวังว่ากลับมาคงจะเจอเธออยู่ในห้องนี้นะ" ชายหนุ่มไม่ฟังคำเธอเขาลุกขึ้นจัดสูทแล้วถือเอกสารออกไปจากห้อง กุลธิดาได้แต่ยืนงงอาหารที่เธอทำให้เขาไม่ได้มากมายอะไรเลยก็เท่ากับทุกวันที่ทำให้ ร่างบางเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนจะเดินไปหาที่นั่งเพื่อรอเขาประชุมเสร็จ เธอไม่กล้าขัดคำสั่งเขาหรอกเช้าวันต่อมามิลินพาลูกสาวที่แต่งตัวเหมือนกับตนเองออกไปหาเจสซี่แต่เช้า มิลินกับเจสซี่มักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสามีของทั้งคู่ต่างไปทำงานหาเงินมาให้ภรรยาและลูก "เจสซี่" "มิลิน" สองเพื่อนสาวโผล่กอดกันด้วยความคิดถึง เจสซี่ตามฮันเตอร์ไปทำงานที่ต่างประเทศเพิ่งจะกลับมาทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน "คิดถึงจังเลย" "คิดถึงเหมือนกันเราซื้อของมาฝากมิลินกับหนูลีน่าด้วยนะ" เจสซี่กับมิลินอุ้มลูกนั่งที่เก้าอี้สำหรับเด็กก่อนที่จะนั่งตาม "จีเซลโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย" มิลินมองลูกสาวของเจสซี่แล้วได้แต่ตะลึง หนูน้อยจีเซลดูโตมากทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าหนูน้อยลีน่าเกือบสองเดือน "ลีน่ายิ่งโตก็ยิ่งน่ารักนะเนี่ย" เจสซี่เอ่ยชมลูกสาวของมิลินที่น่ารักเหมือนมิลินไม่ผิดเพี้ยนแถมยังมีความขี้อ้อนซึ่งต่างกับลูกสาวของเธอมากที่ไม่ค่อยอ้อนแถมมีความโตเป็นผู้ใหญ่ในบางครั้งด้วย "ปีหน้าก็เข้าโรงเรียนแล้วเราว่าจะให้ลีน่าเรียนที่เดียวกับจีเซลน่ะ" "ดีเลยทั้งสองคนจะได้ไม่เหงา" มิลิและเจสซี่สนทนากันในเรื่อง
สี่ปีต่อมา... มิเกลจากเด็กหนุ่มตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้วอีกไม่กี่เดือนเขาก็จะอายุสิบเก้ามิเกลกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยในไม่ช้า เขากลายเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวตามกรี๊ดแทบทุกวันแต่เขากลับไม่สนใจใครเลย "น้าเกลๆ” หนูน้อยลีน่าวัยสามขวบที่กำลังเริ่มพูดเก่งเรียกผู้เป็นน้าที่แต่งตัวหล่อกำลังเดินออกจากบ้าน "ว่าไงคะสุดสวย" มิเกลหยุดแวะเล่นกับหลาน ชายหนุ่มอุ้มหนูน้อยลีน่าลูกสาวของมิลินกับโรมันขึ้นมาก่อนจะกดจมูกหอมแก้มนิ่มๆ ของหนูน้อย "ไปเที่ยวๆ” เด็กน้อยวัยสามขวบที่ได้ความน่ารักจากคนเป็นแม่มาเยอะ ยังพูดได้คำยาวๆ ไม่ค่อยได้ ลีน่ามีใบหน้าที่ออกไปทางเอเชียเหมือนมิลินไม่มีส่วนไหนคล้ายคลึงกับผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย "ไม่ได้ค่ะวันนี้น้าเกลไม่ว่าง" มิเกลพูดคุยกับหลานอย่างอ่อนโยนผิดกับมิเกลที่พูดกับเพื่อน "เสียใจจัง" หนูน้อยลีน่าทำหน้าเสียใจทำแก้มป่องๆ เหมือนคนเป็นแม่ไม่มีผิด "ลีน่าไม่เอาลูกไม่กวนน้ามิเกลสิลูก" มิลินกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่ยังคงความน่ารักไม่เปลี่ยนเดินมาอุ้มลูกสาวที่กำลังงอนๆ มิเกล
ว่าที่คุณพ่อนั่งยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อได้ยินจากปากของคุณหมอว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว โรมันไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่เขาไม่บอกใครเลยแต่เขาถ่ายรูปผลตรวจของภรรยาลงโซเชียลของตนเองจนมีหลายคนเข้ามาแสดงความดีใจกับเขาด้วย"ไม่ค่อยจะเห่อเลยนะไอ้โรม" ฮันเตอร์พาภรรยามาหามิลินที่บ้านเขาจึงมานั่งคุยกับโรมัน"ก็ไม่ได้เห่ออะไรสักหน่อย""เหรอ! เล่นถ่ายรูปลงโซเชียลแบบนี้เรียกว่าไม่เห่อเลยเนอะ" ฮันเตอร์ว่าตัวเองเห่อลูกแล้วนะแต่ดูเหมือนว่าโรมันจะเป็นเอามากกว่าเขาอีก"ลูกฉันโตกว่าลูกแกนะไอ้ฮาน เตรียมสอนลูกแกให้เรียกลูกฉันพี่ได้เลย""โทษนะที่แกบอกว่าโตว่านี่แค่เดือนเดียวเองไหมวะ" ฮันเตอร์ถามกลับจนโรมันไปต่อไม่ถูก"ก็โตกว่าแล้วกัน""เดือนเดียวใครเขานับกันวะไอ้นี่ชักจะบ้าใหญ่ล่ะ" สองเพื่อนซี้นั่งเถียงกันเรื่องลูกจนภรรยาเดินเข้ามาก็ยังไม่หยุดเถียงกัน"อะไรกันคะเนี่ย" เจสซี่ถามสามีเมื่อเห็นสามีกำลังเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย"ไม่มีอะไรครับที่รักเรากลับกันเถอะนะ""เรากลับก่อนนะมิลินแล้วจะมาหาใหม่" เจสซี่กล่าวล
สามปีต่อมา...มิลินกับโรมันเข้าประตูวิวาห์กันไปเมื่อสามเดือนก่อน มอร์แกนแกล้งโรมันด้วยการเสนอสินสอดงานแต่งไป หนึ่งร้อยล้านยูโรถ้าตีเป็นเงินไทยก็หลายพันล้าน ซึ่งจำนวนเงินนั้นไม่ได้ทำให้โรมันลำบากใจอะไรเลยเมื่อแลกกับผู้เป็นที่รัก ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีสินสอดก็ได้แต่ก็เพราะพ่อตาอยากจะแกล้งลูกเขยเล่นเท่านั้นจึงตั้งค่าสินสอดขึ้นมา"ห๊า! เมียแกท้องแล้ว?" โรมันตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจเมื่อฮันเตอร์เดินมาโอ้อวดว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานทีหลังเขาสองเดือนกำลังตั้งครรภ์"ใช่ ได้เดือนกว่าๆ แล้ว" ฮันเตอร์ยังคงโอ้อวดไม่เลิกราภูมิใจในผลงานของตนเอง"ท้องก่อนแล้วไงไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย" โรมันทำเป็นไม่ตื่นเต้นแต่จริงในใจเขาอิจฉาฮันเตอร์ที่ได้ลูกก่อนเขา"ทำไม่ได้อย่าพูดเลยไอ้โรม แกน่ะฝ่อหรือเปล่าไปตรวจบ้างไหม""ไม่ฝ่อเว้ย ฉันไม่ทำหรอกลูกคนเดียวอย่างฉันต้องแฝดสามเลยทีเดียว" เอ่ยอย่างมั่นใจ"มีคนเดียวให้มันได้ก่อนเถอะ""ไอ้ฮาน! ไปไหนก็ไปเลยไป" โรมันไล่เพื่อนสนิททันทีเมื่อเพื่อนพูดแทงใจดำ"ไปก็ได้ต้องไปซื้อของเตรียมรับขว
[ห้องทำงาน]โรมันนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับมอร์แกน เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำและก็กลัวจะโดนฆ่าโดนไม่ได้ร่ำลาคนรัก"นานแค่ไหนแล้ว?" มอร์แกนเปิดประเด็นถามขึ้นเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่สะดุ้งตัวโยน"เมื่อตอนที่ไปเที่ยวชายหาดครับ" โรมันตอบในทันทีเขาเข้าใจในสิ่งที่มอร์แกนถาม"มิลินเด็กกว่าแกตั้งสิบห้านะไอ้โรม""ครับผมทราบ แต่ผมรักมิลินจริงๆ นะครับนาย...ผมรักมิลินมานานแล้วด้วย" บอกรักเธออย่างมั่นใจแต่ก็ต้องพูดเบาๆ ในประโยคหลังเพราะกลัวอีกคนจะหัวร้อนขึ้นมาอีก"ที่ว่านานน่ะกี่ปี?""ถามว่ากี่ปี?" มอร์แกนถามย้ำอีกครั้งเมื่อโรมันไม่ยอมตอบ"เจ็ดปีครับ""เจ็ดปี! แก! ตอนนั้นมิลินเพิ่งจะสิบสามเนี่ยนะ" มอร์แกนลองนั่งคำนวณอายุลูกสาวก็ถึงกับหัวร้อน ไอ้ที่ว่านานเขาก็คิดว่าแค่ปีสองปีที่ไหนได้ตั้งเจ็ดปีแถมตอนนั้นมิลินอายุแค่สิบสาม"แต่ผมไม่ได้ทำอะไรมิลินเลยนะครับนายสาบานได้" เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยๆ เขาเองก็เพิ่งมาแตะต้องตัวเธอเมื่อไม่นานนี่เอง"ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะไอ้โรมทำไมแกไม่ไปรักไปชอบวะ ทำไมต้องเป็นมิลิน
เช้าวันอาทิตย์แสนสดใสมิลินตื่นแต่เช้ารีบลงมาออดอ้อนผู้เป็นพ่อ วันนี้โรมันตัดสินใจจะเข้ามาสู่ขอเธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว"อ้อนแบบนี้อยากได้อะไรคนสวยของพ่อ" มอร์แกนถามลูกสาวเมื่อวันนี้ลูกสาวอ้อนเขามากกว่าทุกวัน"วันนี้หนูอยากให้พ่อใจเย็นน่ะค่ะ""พ่อก็ใจเย็นอยู่แล้วไงลูก" มอร์แกนมั่นใจว่าตัวเองใจเย็นแต่ที่จริงไม่ใช่เลยเขาน่ะอารมณ์ขึ้นง่ายที่สุดแล้ว มิเกลเดินลงมาจากห้องเดินมานั่งข้างๆ ผู้เป็นพ่อพร้อมกับมองพี่สาวด้วยสีหน้าเฉยเมยเพราะเขาเห็นพี่สาวอ้อนจนชินตาเสียแล้ว"ใจเย็นกว่านี้อีกค่ะแบบเย็นสุดๆ ไปเลยค่ะทำได้ไหมคะ""มีอะไรหรือเปล่าลูก" มอร์แกนเริ่มสงสัยเลยถามลูกสาว"ไม่มี๊! หนูแค่อยากให้พ่อใจเย็นเฉยๆ ค่ะ" คนตัวเล็กตอบเสียงสูงเหมือนไม่มีพิรุธเลยแต่ใครๆ ก็ดูออกทั้งนั้น"เดี๋ยวนี้มีความลับกับพ่อเหรอลูก""เปล่าค่ะ ไม่ได้มีความลับนะคะ" มิลินปฏิเสธเสียงแข็งเธอไม่ได้มีความลับแต่แค่บอกพ่อกับแม่ไม่ได้เท่านั้นเอง สองพ่อลูกหยอกล้อกันไปมาจนไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาในบ้านของตนเอง"อรุณสวัสดิ์ครับนาย"
ร่างบางเร่งรีบฝีเท้าของตัวเองให้ถึงห้องเร็วๆ เธอเลยเวลาที่เขาสั่งให้เธอกลับมามากแล้วเพราะมัวแต่คุยกับเพื่อนเพลินไปหน่อย กุลธิดาถอนหายใจก่อนจะแตะคีย์การ์ดเข้าห้องเธอรับรู้ได้ทันทีว่าเขากลับมาถึงก่อนเธอนานแล้ว"ไปอาบน้ำ" เสียงเข้มจากบุคคลที่นั่งรออยู่บนโซฟาดังขึ้นเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา
กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลของโปรดประจำตัวของเขาถูกจัดวางบนโต๊ะพร้อมกับขนมปังปิ้งทาเนย ร่างสูงเดินออกจากห้องด้วยชุดสูทพร้อมไปทำงานกุลธิดาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปผูกเนกไทให้เขาแบบที่ทำทุกวัน"อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ" ยิ้มหวานให้เขาแต่ได้คำตอบกลับมาเป็นสีหน้านิ่งเฉย ร่างบางมองเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหา
พอตกเย็นดวงอาทิตย์ตกดินถึงเวลาเลิกงานของใครหลายคนแต่สำหรับเธอคือต้องเตรียมตัวเข้างาน ทุกคืนเธอต้องปรนเปรอเขาจนกว่าเขาจะพอใจในหนึ่งเดือนเธอจะได้พักแค่ห้าถึงเจ็ดวันคือช่วงที่เธอเป็นประจำเดือนแต่ก็ใช่ว่าไม่ต้องทำเลยเพราะเขาก็ต้องสรรหาวิธีให้เธอทำให้เขาปลดปล่อยจนได้ไม่ด้วยมือก็ด้วยปากของเธอ
...ปัจจุบัน...ในห้องนอนสุดหรูหรากายหนาโหมใส่ร่างเล็กที่บัดนี้อ่อนปวกเปียกเพราะผ่านสมรภูมิบทรักมายาวนานหลายชั่วโมงเธอแทบไม่มีแรงที่จะส่งเสียงครางให้เขาได้"ครางดังๆ ...สิ...อ๊า! ร้องดังๆ” คนตัวโตที่ร่างกายเต็มไปด้วยหมัดกล้ามกระแทกใส่ร่างบางที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงทำได้แค่นอนนิ่งๆ







