LOGINเช้าวันใหม่มาเยือนร่างบางลุกขึ้นทำอาหารเช้าให้เขาด้วยสภาพที่เหมือนคนผ่านสงครามมา ขาเรียวค่อยๆ ก้าวช้าๆ หยิบวัตถุดิบมาปรุงอาหารเมื่อเสร็จก็ไปอาบน้ำและเตรียมน้ำอุ่นและเสื้อผ้าสำหรับทำงานให้เขาแบบที่เคยทำทุกวัน
"เช้านี้มีข้าวต้มกุ้งค่ะ" คนตัวเล็กค่อยๆ เดินยกชามข้าวต้มออกมาให้เขาที่โต๊ะอาหาร ทุกครั้งที่ก้าวเดินเธอรู้สึกเจ็บน้อยๆ ที่ส่วนนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าส่วนนั้นของเธอมันเริ่มบอบช้ำแล้วจากการที่ต้องรองรับอารมณ์จากเขาในทุกๆ คืนและเป็นเวลานานหลายชั่วโมง "วันนี้ไม่ต้องทำมื้อกลางวัน ฉันมีนัดกับหุ้นส่วน" "ค่ะ แล้วเย็นนี้ล่ะคะอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ" "ทำมาเถอะฉันกินได้หมด" มอร์แกนตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะลงมือกินมื้อเช้าของตัวเอง กุลธิดามองเขาแล้วได้แต่แอบยิ้มอย่างเศร้าๆ เขาจะรู้ไหมว่าเธออยากพักจากเรื่องแบบนั้นบ้างสักคืนหนึ่งก็ยังดีเธอไม่อยากต้องเป็นแบบนี้อีกแล้ว การมีอะไรกับคนที่รักมันมีความสุขก็จริงแต่เธอไม่ต้องการแบบนี้ "ฉันอิ่มแล้ว" เมื่อได้ยินเขาบอกเธอรีบลุกขึ้นผูกเนกไทของเขาให้เข้าที่ก่อนจะยิ้มให้เขา "เรียบร้อยแล้วค่ะ" "ฉันไปก่อนนะ" "ขับรถดีๆ นะคะ" ปากสวยยังคงยิ้มให้เขาทั้งๆ ที่ในใจอยากร้องไห้เธออยากให้เขาหันมาสนใจเธอบ้างสักนิดก็ยังดี "กุลรักคุณนะคะ" พูดเบาๆ เมื่อเขาเดินไปจนลับสายตา เธอทำได้แค่บอกรักเขาในตอนที่เขาไม่ได้ยินเธอทำได้แค่นี้จริงๆ เธอไม่มีสิทธิ์บอกรักเขาโต้งๆ แบบที่อริสาบอกกับเขา...เธอไม่มีสิทธิ์ ช่วงสายกุลธิดามาซื้อของที่ห้างตามที่ตั้งใจเอาไว้ใจจริงเธออยากจะนอนพักไม่อยากไปไหนแต่เธอขออนุญาตเขาแล้วถ้าไม่ไปวันนี้ก็ไม่รู้จะได้ไปวันไหน "ทั้งหมดสองพันห้าร้อยบาทค่ะ" เมื่อซื้อของเสร็จก็มาชำระเงิน บัตรเครดิตที่เขาให้เธอไว้ถูกส่งให้พนักงาน ร่างบางซื้อของเสร็จแล้วกว่าที่คิด "ยังเหลือเวลาอีกเยอะ" มองนาฬิกาข้อมือก็แอบดีใจที่ยังเหลือเวลาอีกเยอะแต่เธอยังไม่อยากกลับห้องตอนนี้เพราะกลับไปก็ต้องอยู่คนเดียว กุลธิดาตัดสินใจนั่งรถไปยังสถานที่ที่ไม่ควรมาเพราะเป็นคำสั่งของผู้เป็นพ่อเมื่อสองปีที่แล้วนั่นก็คือบ้านที่เธออยู่ "สองปีแล้วสินะ" สองปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้อีกเลย เธอคิดถึงผู้เป็นพ่ออยากเห็นหน้าท่านสักนิดก็ยังดีแต่เธอทำได้แต่ยืนมองจากหน้ารั้วบ้านไกลๆ แอ๊ด! ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกเลื่อนเปิดโดยแม่บ้านอาวุโสของบ้าน "ป้าเดือน!" แม่บ้านอาวุโสคนนี้คือคนที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กแทนแม่ที่เสียไป เธอรักและเคารพเหมือนแม่แท้ๆ ของตัวเอง "หนูกุล? หนูกุลจริงๆ ด้วย" แม่บ้านสูงวัยเห็นเธอก็รีบเข้ามากอดด้วยความคิดถึง "กุลคิดถึงป้าเดือนจังเลยค่ะ" "หนูกุลมาทำอะไรที่นี่ถ้าคุณท่านรู้จะโดนว่านะคะ" ทุกคนในบ้านรู้เรื่องที่เธอไปเป็นนางบำเรอและถูกห้ามไม่ให้ติดต่อกับเธอ "กุลแค่เป็นห่วงคุณพะ...เออคุณท่านน่ะค่ะ" ป้าเดือนทำหน้าเศร้าสงสารกุลธิดาที่ไม่สามารถเรียกพ่อแท้ๆ ของตนเองว่าพ่อได้ "โถ่! หนูกุลของป้า" "กุลไม่เป็นไรหรอกค่ะอย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะป้าเดือน" กุลธิดายิ้มอย่างอ่อนโยนให้ป้าเดือนบ่งบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร "อดทนนะลูก" "ค่ะ กุลจะอดทนว่าแค่คุณท่านเป็นยังไงบ้างคะสบายดีหรือเปล่า" เธอถูกตัดขาดกับทุกคนในบ้านหลังนี้จึงไม่รู้เลยว่าคนในบ้านเป็นยังไงบ้าง "ป่วยออดๆ แอดๆ ต้องกินยาตลอดเลยจ้ะ" "คุณพะ...เออคุณท่านเป็นอะไรมากไหมคะ" เธอเป็นห่วงท่านเหลือเกิน "ก็โรคหัวใจตามเดิมนั่นแหละจ้ะ ยิ่งช่วงนี้ทะเลาะกับคุณผู้หญิงบ่อยๆ ป้าเองก็กลัวอาการของคุณท่านจะกำเริบ" กุลธิดาได้ฟังแล้วเริ่มใจไม่ดีอยากจะกลับมาดูแลท่านแต่คงทำไม่ได้ "กุลเป็นห่วงท่านจังเลยค่ะ" "ไม่ต้องห่วงนะลูกทุกคนดูแลคุณท่านอยู่ หนูนั่นแหละต้องดูแลตัวเองให้มากๆ นะดูสิผอมลงไปเยอะเลย" ป้าเดือนจับตัวเธอหมุนซ้ายหมุนขวา ร่างบางผอมจนผิดหูผิดตาแต่ความน่ารักของเธอก็ยังคงอยู่ "กุลกินอะไรไม่ค่อยลงน่ะค่ะ คิดถึงฝีมือทำอาหารของป้าเดือนไงคะ" กุลธิดาแกล้งโกหกให้อีกคนสบายใจทั้งที่จริงๆ แล้วเธอแค่เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง "โถ่! หนูกุลอดทนหน่อยนะคะถ้ากลับมาแล้วป้าจะทำให้กินทุกวันเลยค่ะ" ป้าเดือนกอดเธอเอาไว้แน่นเพราะรู้ว่ากุลธิดาคงเหนื่อยมากและต้องเจอกับอะไรบ้างแต่ตัวเธอเองก็เป็นแค่คนรับใช้จะไปช่วยอะไรได้ทุกวันนี้ก็ทำงานเพื่อแลกเงินรักษาปากท้องของตัวเองและครอบครัว "หนูมานานแล้ว กลับก่อนดีกว่าเดี๋ยวคุณมอร์แกนจะว่าเอาน่ะค่ะ" กุลธิดากอดป้าเดือนแน่นก่อนจะลากลับแต่ก่อนจะเดินไปสายตาพลันหันไปมองบ้านหลังใหญ่ที่เธอเคยอยู่อาศัย อีกแค่สองปีเธอก็จะได้กลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิมแล้ว ร่างเพรียวบางกลับบ้านก่อนเวลาที่เขาตั้งไว้ เมื่อกลับมาไม่ทันได้พักก็ต้องทำอาหารเตรียมไว้ให้เขาสำหรับเย็นนี้ คนทำอาหารมีความสุขที่ได้อยู่ในครัวมีความสุขที่ได้ทำให้คนที่เธอรักได้กินฝีมือของเธอ "วันนี้ทำน้ำมะตูมด้วยดีกว่า" พูดอยู่คนเดียวในครัวอย่างอารมณ์ดี เธอแค่ทำตัวให้มีความสุขกับวันนี้ก็พอพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ช่างมัน แก๊ก! เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับร่างหนาที่เธอรอคอย "ทำไมวันนี้กลับเร็วจังคะ" มองนาฬิกาแล้วสงสัยวันนี้เขากลับเร็วกว่าทุกวัน "ไม่มีเอกสารน่ะเลยกลับเร็ว" "รอก่อนนะคะกุลกำลังทำอาหารอยู่" "อืมทำไปเถอะไม่ต้องรีบฉันยังไม่หิว" มอร์แกนถอดเสื้อสูทส่งให้เธอแล้วไปนั่งรอที่โซฟา "วันนี้กุลทำต้มยำปลากับทอดมันกุ้ง คุณอยากทานอะไรเพิ่มไหมคะ" "ไม่ล่ะ แค่นั้นก็พอ" กุลธิดาพยักหน้ารับก่อนจะเอาเสื้อเขาไปเก็บแล้วมาทำอาหารต่อ ครืน~ "ครับอริส" โทรศัพท์ดังได้ไม่ถึงสองวินาทีเขาก็รีบหยิบมารับพร้อมกับทำเสียงหวานตอบกลับคนในสาย "พี่เพิ่งถึงห้องครับแล้วอริสล่ะ" ร่างบางอยู่ในครัวแอบฟังเขากำลังคุยโทรศัพท์กับคนรักอย่างหวานแหวว "ครับตั้งใจสอบนะครับคนเก่ง" "อากาศที่นั่นคงหนาวแล้ว อริสต้องดูแลตัวเองดีๆ นะครับ" มอร์แกนบอกกับคนรักอย่างเป็นห่วง กุลธิดายืนมองเขายิ้มและหัวเราะจนเพลินตา "ปิดเทอมไม่คิดจะกลับมาหาพี่บ้างเหรอครับ" มอร์แกนถามคนรักแต่คำตอบก็คือไม่ "งั้นให้พี่ไปหาอริสนะแค่หนึ่งวันก็ยังดี" และคำตอบก็ยังคงเป็นไม่เหมือนเดิม อริสาให้ข้ออ้างกับเขาว่านี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่ามอร์แกนจะยังรักและรอเธอจริงๆ หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วเธอแอบคบกับผู้ชายที่เรียนด้วยกันหากมอร์แกนไปเจอคงเป็นเรื่องแน่ๆ แต่เธอแค่คบเล่นๆ ระหว่างที่อยู่ที่อเมริกาถ้าเรียนจบคงต้องเลิกราแล้วกลับมาหามอร์แกน "ก็ได้ครับพี่จะรอนะครับ" มอร์แกนรู้สึกถอดใจที่จะตื๊อเธอ เขารอเธอเสมอแต่บางครั้งการรอก็มีผลกับใจเขาเหมือนกันเขาอยากเจอเธอสักวันก็ยังดีอยากเห็นหน้าเธออยากรู้ว่าคนรักของเขาสบายดีจริงหรือเปล่า "เฮ้อ!" เมื่อวางสายแล้วได้แต่ถอนหายใจ อริสาปฏิเสธเขาทุกช่องทาง ทุกวันนี้ทำได้แค่โทรหาได้ยินแค่เสียงวิดีโอคอลไปเธอก็ไม่รับ "น้ำมะตูมเย็นๆ ค่ะ" กุลธิดาเห็นเขาทำหน้าเครียดเลยยกน้ำมะตูมที่ทำมาให้เขา มอร์แกนรับแล้วดื่มหมดแก้ว "เธอว่าอริสจะมีแฟนใหม่หรือเปล่า" ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เขาคิดแบบนั้น "ไม่หรอกค่ะคุณอริสรักคุณนะคะคุณมอร์แกน" ฉันเองก็รักคุณ คำที่พูดได้แค่ในใจ "ฉันคงคิดมากไปเอง" "อย่าคิดมากเลยนะคะ อีกไม่ถึงสองปีคุณอริสก็กลับมาแล้ว ถึงเวลานั้นกุลคงต้องไป" กุลธิดาเอ่ยกับเขาอย่างยิ้มๆ แต่ในใจเศร้าเหลือเกิน "แล้วเธอล่ะจะทำอะไรต่อจากนั้น" "ไม่รู้สิคะ ก็คงกลับไปทำงานของตนเองแหละค่ะ" "ฉันมีเพื่อนที่เปิดร้านอาหารฉันฝากเธอไปทำงานได้นะ" มอร์แกนเสนอความคิดให้เธอด้วยความหวังดี "ขอบคุณนะคะ ถ้าวันนั้นมาถึงแล้วกุลสนใจกุลจะให้คุณช่วยนะคะ" เธอก็แค่ตอบไปอย่างมีมารยาท เธอก็อยากทำแต่คงไม่ได้ถึงเวลานั้นจริงๆ เธอก็ต้องกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมทำหน้าที่คนรับใช้อย่างเดิมจนกว่าคุณท่านจะเอ่ยปากไล่เธอ "เธอสวยนะกุลธิดา เธอน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้" มอร์แกนมองใบหน้าสวยของเธอ อยู่ด้วยกันมาตั้งสองปีแต่วันนี้เธอดูสวยเป็นพิเศษ "ทางเลือกของกุลหมดไปตั้งแต่ที่แม่ของกุลเป็นเมียน้อยแล้วค่ะ" ร่างบางยิ้มอ่อนๆ ให้เขา เธอไม่มีทางเลือกหรอกถ้าเธอเลือกได้เธออยากให้พ่อแท้ๆ รักเธอบ้าง "เพราะแบบนี้เธอถึงปฏิเสธสถานะนี้ไม่ได้สินะ" มอร์แกนเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเธอ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากปฏิเสธแต่เธอคงทำไม่ได้เพราะคำว่าลูกเมียน้อยมันค้ำคอ "ไม่หรอกค่ะ กุลแค่อยากทำให้คุณท่านสบายใจ" "ถ้าฉันมีลูกแบบเธอคงจะไม่ทำแบบนี้" มอร์แกนรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาพ่อแท้ๆ ทำกับลูกตัวเองได้ลงคอเลยเหรอ ถึงจะเป็นลูกเมียน้อยก็เถอะแต่ยังไงก็คือลูกในสายเลือด "อย่าใส่ใจหรือสงสารกุลเลยค่ะ กุลแค่ทำไปตามหน้าที่" ร่างบอกกับเขาแต่ในใจแอบยิ้มที่เขาสนใจเรื่องของเธอ มือหนาคว้าใบหน้าสวยมารับจูบอย่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาทำแบบนั้น "อื้อ..." "จ๊วบ" ลิ้นหนาสอดเข้าโพรงปากเล็กช้าๆ สองลิ้นหนาบางเกี่ยวกระหวัดกันอย่างเพลิดเพลินร่างบางนั่งหลับตารับจูบของเขา เธอไม่เคยได้รับจูบแสนอ่อนโยนแบบนี้มาก่อนเลยตั้งแต่อยู่กับเขามาเช้าวันต่อมามิลินพาลูกสาวที่แต่งตัวเหมือนกับตนเองออกไปหาเจสซี่แต่เช้า มิลินกับเจสซี่มักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสามีของทั้งคู่ต่างไปทำงานหาเงินมาให้ภรรยาและลูก "เจสซี่" "มิลิน" สองเพื่อนสาวโผล่กอดกันด้วยความคิดถึง เจสซี่ตามฮันเตอร์ไปทำงานที่ต่างประเทศเพิ่งจะกลับมาทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน "คิดถึงจังเลย" "คิดถึงเหมือนกันเราซื้อของมาฝากมิลินกับหนูลีน่าด้วยนะ" เจสซี่กับมิลินอุ้มลูกนั่งที่เก้าอี้สำหรับเด็กก่อนที่จะนั่งตาม "จีเซลโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย" มิลินมองลูกสาวของเจสซี่แล้วได้แต่ตะลึง หนูน้อยจีเซลดูโตมากทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าหนูน้อยลีน่าเกือบสองเดือน "ลีน่ายิ่งโตก็ยิ่งน่ารักนะเนี่ย" เจสซี่เอ่ยชมลูกสาวของมิลินที่น่ารักเหมือนมิลินไม่ผิดเพี้ยนแถมยังมีความขี้อ้อนซึ่งต่างกับลูกสาวของเธอมากที่ไม่ค่อยอ้อนแถมมีความโตเป็นผู้ใหญ่ในบางครั้งด้วย "ปีหน้าก็เข้าโรงเรียนแล้วเราว่าจะให้ลีน่าเรียนที่เดียวกับจีเซลน่ะ" "ดีเลยทั้งสองคนจะได้ไม่เหงา" มิลิและเจสซี่สนทนากันในเรื่อง
สี่ปีต่อมา... มิเกลจากเด็กหนุ่มตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้วอีกไม่กี่เดือนเขาก็จะอายุสิบเก้ามิเกลกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยในไม่ช้า เขากลายเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวตามกรี๊ดแทบทุกวันแต่เขากลับไม่สนใจใครเลย "น้าเกลๆ” หนูน้อยลีน่าวัยสามขวบที่กำลังเริ่มพูดเก่งเรียกผู้เป็นน้าที่แต่งตัวหล่อกำลังเดินออกจากบ้าน "ว่าไงคะสุดสวย" มิเกลหยุดแวะเล่นกับหลาน ชายหนุ่มอุ้มหนูน้อยลีน่าลูกสาวของมิลินกับโรมันขึ้นมาก่อนจะกดจมูกหอมแก้มนิ่มๆ ของหนูน้อย "ไปเที่ยวๆ” เด็กน้อยวัยสามขวบที่ได้ความน่ารักจากคนเป็นแม่มาเยอะ ยังพูดได้คำยาวๆ ไม่ค่อยได้ ลีน่ามีใบหน้าที่ออกไปทางเอเชียเหมือนมิลินไม่มีส่วนไหนคล้ายคลึงกับผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย "ไม่ได้ค่ะวันนี้น้าเกลไม่ว่าง" มิเกลพูดคุยกับหลานอย่างอ่อนโยนผิดกับมิเกลที่พูดกับเพื่อน "เสียใจจัง" หนูน้อยลีน่าทำหน้าเสียใจทำแก้มป่องๆ เหมือนคนเป็นแม่ไม่มีผิด "ลีน่าไม่เอาลูกไม่กวนน้ามิเกลสิลูก" มิลินกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่ยังคงความน่ารักไม่เปลี่ยนเดินมาอุ้มลูกสาวที่กำลังงอนๆ มิเกล
ว่าที่คุณพ่อนั่งยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อได้ยินจากปากของคุณหมอว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว โรมันไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่เขาไม่บอกใครเลยแต่เขาถ่ายรูปผลตรวจของภรรยาลงโซเชียลของตนเองจนมีหลายคนเข้ามาแสดงความดีใจกับเขาด้วย"ไม่ค่อยจะเห่อเลยนะไอ้โรม" ฮันเตอร์พาภรรยามาหามิลินที่บ้านเขาจึงมานั่งคุยกับโรมัน"ก็ไม่ได้เห่ออะไรสักหน่อย""เหรอ! เล่นถ่ายรูปลงโซเชียลแบบนี้เรียกว่าไม่เห่อเลยเนอะ" ฮันเตอร์ว่าตัวเองเห่อลูกแล้วนะแต่ดูเหมือนว่าโรมันจะเป็นเอามากกว่าเขาอีก"ลูกฉันโตกว่าลูกแกนะไอ้ฮาน เตรียมสอนลูกแกให้เรียกลูกฉันพี่ได้เลย""โทษนะที่แกบอกว่าโตว่านี่แค่เดือนเดียวเองไหมวะ" ฮันเตอร์ถามกลับจนโรมันไปต่อไม่ถูก"ก็โตกว่าแล้วกัน""เดือนเดียวใครเขานับกันวะไอ้นี่ชักจะบ้าใหญ่ล่ะ" สองเพื่อนซี้นั่งเถียงกันเรื่องลูกจนภรรยาเดินเข้ามาก็ยังไม่หยุดเถียงกัน"อะไรกันคะเนี่ย" เจสซี่ถามสามีเมื่อเห็นสามีกำลังเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย"ไม่มีอะไรครับที่รักเรากลับกันเถอะนะ""เรากลับก่อนนะมิลินแล้วจะมาหาใหม่" เจสซี่กล่าวล
สามปีต่อมา...มิลินกับโรมันเข้าประตูวิวาห์กันไปเมื่อสามเดือนก่อน มอร์แกนแกล้งโรมันด้วยการเสนอสินสอดงานแต่งไป หนึ่งร้อยล้านยูโรถ้าตีเป็นเงินไทยก็หลายพันล้าน ซึ่งจำนวนเงินนั้นไม่ได้ทำให้โรมันลำบากใจอะไรเลยเมื่อแลกกับผู้เป็นที่รัก ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีสินสอดก็ได้แต่ก็เพราะพ่อตาอยากจะแกล้งลูกเขยเล่นเท่านั้นจึงตั้งค่าสินสอดขึ้นมา"ห๊า! เมียแกท้องแล้ว?" โรมันตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจเมื่อฮันเตอร์เดินมาโอ้อวดว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานทีหลังเขาสองเดือนกำลังตั้งครรภ์"ใช่ ได้เดือนกว่าๆ แล้ว" ฮันเตอร์ยังคงโอ้อวดไม่เลิกราภูมิใจในผลงานของตนเอง"ท้องก่อนแล้วไงไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย" โรมันทำเป็นไม่ตื่นเต้นแต่จริงในใจเขาอิจฉาฮันเตอร์ที่ได้ลูกก่อนเขา"ทำไม่ได้อย่าพูดเลยไอ้โรม แกน่ะฝ่อหรือเปล่าไปตรวจบ้างไหม""ไม่ฝ่อเว้ย ฉันไม่ทำหรอกลูกคนเดียวอย่างฉันต้องแฝดสามเลยทีเดียว" เอ่ยอย่างมั่นใจ"มีคนเดียวให้มันได้ก่อนเถอะ""ไอ้ฮาน! ไปไหนก็ไปเลยไป" โรมันไล่เพื่อนสนิททันทีเมื่อเพื่อนพูดแทงใจดำ"ไปก็ได้ต้องไปซื้อของเตรียมรับขว
[ห้องทำงาน]โรมันนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับมอร์แกน เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำและก็กลัวจะโดนฆ่าโดนไม่ได้ร่ำลาคนรัก"นานแค่ไหนแล้ว?" มอร์แกนเปิดประเด็นถามขึ้นเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่สะดุ้งตัวโยน"เมื่อตอนที่ไปเที่ยวชายหาดครับ" โรมันตอบในทันทีเขาเข้าใจในสิ่งที่มอร์แกนถาม"มิลินเด็กกว่าแกตั้งสิบห้านะไอ้โรม""ครับผมทราบ แต่ผมรักมิลินจริงๆ นะครับนาย...ผมรักมิลินมานานแล้วด้วย" บอกรักเธออย่างมั่นใจแต่ก็ต้องพูดเบาๆ ในประโยคหลังเพราะกลัวอีกคนจะหัวร้อนขึ้นมาอีก"ที่ว่านานน่ะกี่ปี?""ถามว่ากี่ปี?" มอร์แกนถามย้ำอีกครั้งเมื่อโรมันไม่ยอมตอบ"เจ็ดปีครับ""เจ็ดปี! แก! ตอนนั้นมิลินเพิ่งจะสิบสามเนี่ยนะ" มอร์แกนลองนั่งคำนวณอายุลูกสาวก็ถึงกับหัวร้อน ไอ้ที่ว่านานเขาก็คิดว่าแค่ปีสองปีที่ไหนได้ตั้งเจ็ดปีแถมตอนนั้นมิลินอายุแค่สิบสาม"แต่ผมไม่ได้ทำอะไรมิลินเลยนะครับนายสาบานได้" เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยๆ เขาเองก็เพิ่งมาแตะต้องตัวเธอเมื่อไม่นานนี่เอง"ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะไอ้โรมทำไมแกไม่ไปรักไปชอบวะ ทำไมต้องเป็นมิลิน
เช้าวันอาทิตย์แสนสดใสมิลินตื่นแต่เช้ารีบลงมาออดอ้อนผู้เป็นพ่อ วันนี้โรมันตัดสินใจจะเข้ามาสู่ขอเธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว"อ้อนแบบนี้อยากได้อะไรคนสวยของพ่อ" มอร์แกนถามลูกสาวเมื่อวันนี้ลูกสาวอ้อนเขามากกว่าทุกวัน"วันนี้หนูอยากให้พ่อใจเย็นน่ะค่ะ""พ่อก็ใจเย็นอยู่แล้วไงลูก" มอร์แกนมั่นใจว่าตัวเองใจเย็นแต่ที่จริงไม่ใช่เลยเขาน่ะอารมณ์ขึ้นง่ายที่สุดแล้ว มิเกลเดินลงมาจากห้องเดินมานั่งข้างๆ ผู้เป็นพ่อพร้อมกับมองพี่สาวด้วยสีหน้าเฉยเมยเพราะเขาเห็นพี่สาวอ้อนจนชินตาเสียแล้ว"ใจเย็นกว่านี้อีกค่ะแบบเย็นสุดๆ ไปเลยค่ะทำได้ไหมคะ""มีอะไรหรือเปล่าลูก" มอร์แกนเริ่มสงสัยเลยถามลูกสาว"ไม่มี๊! หนูแค่อยากให้พ่อใจเย็นเฉยๆ ค่ะ" คนตัวเล็กตอบเสียงสูงเหมือนไม่มีพิรุธเลยแต่ใครๆ ก็ดูออกทั้งนั้น"เดี๋ยวนี้มีความลับกับพ่อเหรอลูก""เปล่าค่ะ ไม่ได้มีความลับนะคะ" มิลินปฏิเสธเสียงแข็งเธอไม่ได้มีความลับแต่แค่บอกพ่อกับแม่ไม่ได้เท่านั้นเอง สองพ่อลูกหยอกล้อกันไปมาจนไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาในบ้านของตนเอง"อรุณสวัสดิ์ครับนาย"
การประชุมแสนหนักหน่วงผ่านพ้นไป มอร์แกนเดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองก็เห็นร่างบางนั่งหลับอยู่บนโซฟา ปากหนาเผลอยิ้มออกมาก่อนจะรีบหุบยิ้มวันนี้เขาเผลอยิ้มให้เธอสองครั้งแล้วและมันจะไม่มีครั้งที่สามเขาจะไม่ยิ้มให้ใครนอกจากอริสาคนเดียว"นี่เธอ ตื่นได้แล้ว" สะกิดไหล่เธอเบาๆ กุลธิดาลืมตามองพอเห
แก่นกายใหญ่สอดเข้าไปร่องแคบจนสุดทาง ร่างบางรู้สึกจุกน้อยๆ ด้วยขนาดตัวเขากับเธอช่างต่างกันเหลือเกิน ขาเรียวสวยถูกจับยกลอยขึ้นจากพื้นมาพาดที่แขนแกร่งของเขา"ท่านี้เข้าไปลึกจริงๆ ...ซี้ด" กระซิบข้างหูของเธออย่างพอใจ สะโพกสอบเริ่มขยับในจังหวะที่เร็วในทันทีไม่มีโดยไม่มีวอร์มก่อน ร่างบางใบหน้า
ร่างบอบบางตื่นเช้าเพื่อมาทำอาหารให้กับเขาก่อนไปทำงาน แม่ครัวคนสวยสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารที่เคยร่ำเรียนมาจากหลักสูตรการศึกษาและจากที่ค้นคว้าหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง"วันนี้ทำโจ๊กทรงเครื่องดีกว่า" เปิดตู้เย็นดูของสดที่ซื้อไว้เมื่อวานก็ยิ้มออกมา ในช่วงที่เธออยู่ที่นี่
มอร์แกนตื่นมาในตอนเช้าด้วยสภาพที่ดูดีกว่าเมื่อคืนเขารู้ได้ทันทีว่าคงเป็นฝีมือของคนที่อยู่ด้วยกัน ร่างหนาลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานโดยมีอีกคนทำอาหารไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว"วันนี้กุลทำข้าวผัดนะคะเมื่อคืนคุณไม่ได้กินอะไรกลัวจะหิวน่ะค่ะ" ร่างบางเป็นห่วงเขาจึงทำอาหารที่หนักท้องไว้ใ







