เข้าสู่ระบบร่างบอบบางตื่นเช้าเพื่อมาทำอาหารให้กับเขาก่อนไปทำงาน แม่ครัวคนสวยสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารที่เคยร่ำเรียนมาจากหลักสูตรการศึกษาและจากที่ค้นคว้าหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเอง
"วันนี้ทำโจ๊กทรงเครื่องดีกว่า" เปิดตู้เย็นดูของสดที่ซื้อไว้เมื่อวานก็ยิ้มออกมา ในช่วงที่เธออยู่ที่นี่เธออยากให้เขาได้กินของดีๆ อร่อยๆ ที่ไม่ใช่แค่สั่งจากร้านอาหารมาเทใส่จาน "ต้องไม่ใส่ขิง" ย้ำเตือนกับตัวเองว่าห้ามใส่อะไรที่เขาไม่ชอบ ตอนที่มาอยู่ใหม่ๆ เขาไม่พูดไม่จากับเธอเวลาทำอาหารให้เขาเธอจึงไม่รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรแต่พอเวลาผ่านไปเธอก็สังเกตเขาทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว "คุณมอร์แกนไม่กินเครื่องในด้วยนี่นา" พูดกับตัวเองคนเดียวแล้วหยิบนู้นหยิบนี่ใส่ลงในชามที่วางไว้ ทางด้านมอร์แกนเมื่อลุกจากที่นอนเข้าห้องน้ำที่มีน้ำอุ่นเตรียมพร้อมไว้แล้วทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวันกุลธิดาไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่แม้แต่น้อย ร่างกายกำยำยืนอาบน้ำใต้สายน้ำที่ไหลลงมา พอออกมาจากห้องน้ำก็มีเสื้อผ้าชุดทำงานแขวนรอไว้อยู่แล้ว "วันนี้กุลทำโจ๊กค่ะ" เมื่อเห็นเขาก็หันไปบอกด้วยน้ำเสียงสดใส "อืม" ตอบกลับแค่สั้นๆ แต่ทำอีกคนยิ้มได้ "นั่งรอก่อนนะคะจะเสร็จแล้วค่ะ" ร่างบางรีบตักโจ๊กที่ทำใส่ชามให้เขาก่อนจะรีบยกมาวางตรงหน้าของเขา "กุลไม่ได้ใส่ขิงค่ะเพราะรู้ว่าคุณไม่ชอบ" มอร์แกนทำหน้างงๆ เขาไม่เคยบอกเธอว่าเขาไม่ชอบกินขิง "รู้ดีจังเลยนะ" "ก็ครั้งก่อนกุลเคยทำโจ๊กแล้วใส่ขิงแต่คุณก็เขี่ยมันออกกุลเลยรู้ค่ะว่าคุณไม่ชอบ" "ไม่ใช่ไม่ชอบ ฉันแพ้มันต่างหาก" ชายหนุ่มเอ่ยเรื่องที่เธอไม่รู้ออกมา เขาแค่กินมันไม่ได้เพราะจะรู้สึกคันตามตัวทุกครั้งที่กินแต่ใส่ในอาหารได้แค่ห้ามกินมันเท่านั้น "มีอะไรอีกไหมคะที่คุณกินไม่ได้" กุลธิดาถามเพื่อเก็บไว้เวลาทำอาหารให้เขา "ฉันแพ้แค่ถั่วลิสงกับขิงแค่นั้นแหละ" "กุลจะจำเอาไว้นะคะ" กุลธิดาได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้จากเขา ตลอดสองปีที่ผ่านมาเขากับเธอไม่ค่อยคุยกันแบบนี้สักเท่าไหร่ กลางคืนเธอก็ทำหน้าที่นางบำเรอของเธอส่วนตอนเช้าเขาก็ไปทำงานไม่ได้มานั่งคุยกันตอนกินอาหารแบบตอนนี้ "อร่อยดีนะ" "ขอบคุณค่ะ" ร่างบางยิ้มออกมา พักๆ หลังเธอรู้สึกไม่ค่อยห่างเหินกับเขาเท่าไหร่อาจจะเพราะอยู่ด้วยกันจนชินนึกภาพตอนคนรักของเขากลับมาไม่ได้เลยว่าเธอจะเป็นยังไง "ฉันจะไปทำงานแล้ว" ร่างหนาลุกขึ้นจัดสูทของตัวเองให้เข้ารูปกุลธิดาลุกขึ้นช่วยเขาจัดแจงเสื้อผ้าก่อนจะออกจากห้อง "ขับรถดีๆ นะคะ" "อืม" "เย็นนี้กุลจะทำอาหารไว้รอนะคะ" บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงสดใส "อืม ฉันไปนะ" เมื่อเขาเดินพ้นประตูห้องออกไปทั้งห้องก็เงียบสงบลง ความเหงาเข้ามาปกคลุมเธออีกแล้ว "วันนี้จะทำอะไรดีนะ" ถามตัวเองเพราะไม่รู้จะทำอะไรแล้วเธอทำทุกอย่างไปหมดแล้ว ครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นอยู่ที่ห้องครัวเจ้าของเครื่องรีบวิ่งมารับทันทีเพราะกลัวจะเป็นสายของมอร์แกน "คุณอริส" ตาโตตกใจกับสายที่โทรมา ตลอดสองปีอริสาไม่เคยโทรมาหาเธอเลยทำไมวันนี้ถึงได้โทรมานะ "สวัสดีค่ะคุณอริส" 'ชักช้าจริงๆ ฉันถือสายรอตั้งนาน' ปลายสายบ่งบอกเสียง ไม่สบอารมณ์ "ขอโทษค่ะ คุณอริสโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ" 'ฉันแค่โทรมาให้แน่ใจว่าแกยังเป็นนางบำเรอให้พี่มอร์แกนอยู่หรือเปล่า' "เป็นค่ะ กุลยังทำตามหน้าที่เหมือนเดิมค่ะ" ตอบอย่างสลดใจหน้าที่อันใหญ่หลวงของเธอคือนางบำเรอน่าขำสิ้นดี 'ก็ดี ทำหน้าที่ของแกไปซะอย่าลืมแล้วกันว่าทำให้เขามีความสุขตอนฉันไม่อยู่' ปลายสายสั่งเธอเสร็จก็วางสายไปทันทีโดยไม่กล่าวลา กุลธิดาวางโทรศัพท์ลงแล้วได้นั่งกลุ้มใจเธอจะทำให้เขามีความสุขได้ยังไงเขาไม่ได้รักเธอการที่อยู่กับคนที่ไม่ได้รักจะไปมีความสุขได้จริงงั้นหรือ เซ็กซ์ไม่สามารถทำให้เขามีความสุขได้ตลอดหรอกนะมันก็แค่ความสุขชั่วข้ามคืนเท่านั้นและเธอก็ทำให้เขามีความสุขได้แค่ช่วงเวลาที่มีเซ็กซ์สินะเวลาอื่นนอกจากนี้เธอก็ไม่มีความหมายอะไรในตัวเขา มอร์แกนเลิกงานก็ตรงกลับห้องทันทีไม่เถลไถลไปที่อื่นต่อเพราะเขาทำตามความต้องการของคนรักที่ไม่อยากให้เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากกุลธิดาคนเดียว พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เจอหญิงสาวหน้าตาสะสวยยืนถือแก้วน้ำรอเขาเหมือนเดิมทุกวัน "กุลเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้วคุณจะอาบน้ำก่อนไหมคะ" "อืม" "วันนี้กุลทำพาสตานะคะ" "อืม" ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ตอบแค่สั้นๆ แต่ก็ทำให้อีกคนยิ้มได้ ถึงจะตอบสั้นแต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่อากาศธาตุ "เดี๋ยวกุลไปเก็บสูทให้ค่ะ" ร่างบางทำหน้าที่ทุกอย่างเหมือนคนรักซึ่งบางครั้งมันมากเกินที่อริสาเคยทำให้เขาด้วยซ้ำ มอร์แกนคบกับอริสาตั้งแต่เธออยู่มัธยมปลายและเขาอยู่มหาวิทยาลัยทั้งคู่คบหากันและอยู่ด้วยกันแบบคู่รักแต่ยังไม่ได้แต่งงานซึ่งพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก็รับรู้และเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะการที่สองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกันเป็นเรื่องที่ดี "ฉันเมื่อยไปนวดให้ฉันหน่อยสิ" มอร์แกนถอดเสื้อผ้าออกจนร่างกายเปลือยเปล่าแล้วเดินเข้าห้องน้ำยังไม่วายหันมาสั่งเธออีกด้วย "ค่ะ เดี๋ยวกุลตามเข้าไปนะคะ" กุลธิดารับหน้าที่ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำมันเพื่อมานวดให้เขา พอเข้ามาในห้องน้ำก็เจอชายหนุ่มร่างกายกำยำ ช่วงลำตัวมีรอยสักมากมาย ถ้ามองจากนอกเสื้อสูทคงไม่มีทางเห็นรอยสักเหล่านี้เพราะมอร์แกนตั้งใจสักแค่ภายในร่มผ้าเท่านั้นเขาเป็นนักธุรกิจการที่มีรอยสักนอกร่มผ้ามากมายคงไม่ใช่เรื่องดีมากนัก "ลงมาสิ" "แต่กุลอาบน้ำแล้วค่ะ" "ฉันบอกว่าให้ลงมา" ร่างบางเริ่มรับรู้ชะตากรรมของตนเอง พาสตาที่ทำวันนี้คงเป็นหม้ายอีกตามเคย เธอชอบการกินข้าวกับเขามากกว่าการร่วมเพศแต่เขาคงตรงข้ามกับเธอทุกอย่าง แต่จะไปออกสิทธิ์ออกเสียงอะไรได้ล่ะเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรเธอรู้ดี ร่างกายขาวที่มีรอยแดงเป็นจ้ำตามร่างกายประจักษ์ต่อสายตาคนตัวโตทำเอาแก่นกายใหญ่เริ่มลุกชันผงาดขึ้น "คุณบอกว่าคุณเมื่อยนี่คะ" "ใช่ มันปวดหนึบไปหมดเลย" มอร์แกมมองต่ำลงไปที่แก่นกายใหญ่ของตนเองที่แข็งขืนกระตุกหงึกๆ อยู่ตรงหน้า กุลธิดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะใช้สองมือลูบแก่นกายใหญ่เบาๆ "อื้ม...เร็วๆ” มือเล็กชักรูดแก่นกายใหญ่ช้าๆ ปลายนิ้ววนที่หัวปลายมนจนมีน้ำซึมออกมาจากรูเล็กที่ปลายโคน "อมมันซะ...อ๊า!" กดหัวเธอให้ก้มต่ำลงมา ปากเล็กอ้างับอย่างจำใจก่อนจะผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะอย่างชำนาญ "อื้อ...อึก...อ๊อก!" ในโพรงปากที่มีน้ำขาวๆ จากโคนใหญ่ทำเอาอีกคนแทบสำลักแต่ก็ต้องก้มหน้าทำต่อไป เธอหยุดไม่ได้ถ้าเขาไม่สั่ง "ดูดมันด้วย...ซี้ด!" ปากเล็กดูดแก่นกายใหญ่จนแก้มตอบทำเอาอีกคนเสียวจนครางลั่น มอร์แกนเริ่มหักห้ามตัวเองไม่อยู่ความต้องการของเขาถึงขีดสุดแล้ว ผมยาวสวยถูกจับขยุ้มโดยมือใหญ่เขาดึงผมเธอแรงๆ จนเธอต้องทำตามไม่อย่างนั้นเธอจะต้องเจ็บมากกว่าเดิม เธอไม่โกรธเขาหรอกที่เขาทำเธอเจ็บเพราะเขามีความต้องการทางเพศสูงเขาห้ามตัวเองไม่ได้ "จะแตก...อ๊า" มือใหญ่กดหัวของเธอจนมิดลำโคนยาว แก่นกายใหญ่พ้นน้ำสีขาวเต็มโพรงปากของเธอร่างบางทำได้แต่รีบกลืนเพื่อรับน้ำที่ออกมาเรื่อยๆ จนท่วมปาก เธอกลายเป็นคนที่ชำนาญในเรื่องแบบนี้โดยไม่ต้องมีใครสอนแค่ฝึกจากเขาทุกวันเท่านั้น "อึก..." ผมสวยถูกดึงจนปากเล็กหลุดออกจากแก่นกายใหญ่ น้ำสีขาวบางส่วนไหลออกจากสวยเพราะกลืนไม่ไหวมือเล็กๆ รีบปาดน้ำออกอย่างเร็ว น้ำสีขาวที่ทั้งคาวและไม่หอมหวานแบบที่ใครๆ พูด เป็นน้ำที่เธอต้องกลืนมันเกือบทุกคืน "เก่งมากสาวน้อย" เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆ เธอ ทำใจแล้วแหละว่าวันนี้คงไม่ได้กินข้าวเย็นแน่นอนคนอย่างเขาไม่มีทางหยุดแค่ครั้งเดียว "เริ่มของจริงกันเลยดีกว่า" ว่าจบก็จับคนตัวเล็กลุกขึ้นยืนแล้วพาเธอเดินไปชิดกำแพงห้องน้ำ ขาเรียวสวยกางออกอย่างรู้งาน ช่องสวาทเยิ้มพร้อมใช้งานทำเอาอีกคนยิ้มอย่างพอใจ "รู้งานจริงๆ เลยนะ" แก่นกายใหญ่ถูไถเบาๆ ที่ช่องสวาทก่อนจะค่อยๆ จับกดเข้าไปช้าๆเช้าวันต่อมามิลินพาลูกสาวที่แต่งตัวเหมือนกับตนเองออกไปหาเจสซี่แต่เช้า มิลินกับเจสซี่มักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสามีของทั้งคู่ต่างไปทำงานหาเงินมาให้ภรรยาและลูก "เจสซี่" "มิลิน" สองเพื่อนสาวโผล่กอดกันด้วยความคิดถึง เจสซี่ตามฮันเตอร์ไปทำงานที่ต่างประเทศเพิ่งจะกลับมาทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน "คิดถึงจังเลย" "คิดถึงเหมือนกันเราซื้อของมาฝากมิลินกับหนูลีน่าด้วยนะ" เจสซี่กับมิลินอุ้มลูกนั่งที่เก้าอี้สำหรับเด็กก่อนที่จะนั่งตาม "จีเซลโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย" มิลินมองลูกสาวของเจสซี่แล้วได้แต่ตะลึง หนูน้อยจีเซลดูโตมากทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าหนูน้อยลีน่าเกือบสองเดือน "ลีน่ายิ่งโตก็ยิ่งน่ารักนะเนี่ย" เจสซี่เอ่ยชมลูกสาวของมิลินที่น่ารักเหมือนมิลินไม่ผิดเพี้ยนแถมยังมีความขี้อ้อนซึ่งต่างกับลูกสาวของเธอมากที่ไม่ค่อยอ้อนแถมมีความโตเป็นผู้ใหญ่ในบางครั้งด้วย "ปีหน้าก็เข้าโรงเรียนแล้วเราว่าจะให้ลีน่าเรียนที่เดียวกับจีเซลน่ะ" "ดีเลยทั้งสองคนจะได้ไม่เหงา" มิลิและเจสซี่สนทนากันในเรื่อง
สี่ปีต่อมา... มิเกลจากเด็กหนุ่มตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้วอีกไม่กี่เดือนเขาก็จะอายุสิบเก้ามิเกลกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยในไม่ช้า เขากลายเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวตามกรี๊ดแทบทุกวันแต่เขากลับไม่สนใจใครเลย "น้าเกลๆ” หนูน้อยลีน่าวัยสามขวบที่กำลังเริ่มพูดเก่งเรียกผู้เป็นน้าที่แต่งตัวหล่อกำลังเดินออกจากบ้าน "ว่าไงคะสุดสวย" มิเกลหยุดแวะเล่นกับหลาน ชายหนุ่มอุ้มหนูน้อยลีน่าลูกสาวของมิลินกับโรมันขึ้นมาก่อนจะกดจมูกหอมแก้มนิ่มๆ ของหนูน้อย "ไปเที่ยวๆ” เด็กน้อยวัยสามขวบที่ได้ความน่ารักจากคนเป็นแม่มาเยอะ ยังพูดได้คำยาวๆ ไม่ค่อยได้ ลีน่ามีใบหน้าที่ออกไปทางเอเชียเหมือนมิลินไม่มีส่วนไหนคล้ายคลึงกับผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย "ไม่ได้ค่ะวันนี้น้าเกลไม่ว่าง" มิเกลพูดคุยกับหลานอย่างอ่อนโยนผิดกับมิเกลที่พูดกับเพื่อน "เสียใจจัง" หนูน้อยลีน่าทำหน้าเสียใจทำแก้มป่องๆ เหมือนคนเป็นแม่ไม่มีผิด "ลีน่าไม่เอาลูกไม่กวนน้ามิเกลสิลูก" มิลินกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่ยังคงความน่ารักไม่เปลี่ยนเดินมาอุ้มลูกสาวที่กำลังงอนๆ มิเกล
ว่าที่คุณพ่อนั่งยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อได้ยินจากปากของคุณหมอว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว โรมันไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่เขาไม่บอกใครเลยแต่เขาถ่ายรูปผลตรวจของภรรยาลงโซเชียลของตนเองจนมีหลายคนเข้ามาแสดงความดีใจกับเขาด้วย"ไม่ค่อยจะเห่อเลยนะไอ้โรม" ฮันเตอร์พาภรรยามาหามิลินที่บ้านเขาจึงมานั่งคุยกับโรมัน"ก็ไม่ได้เห่ออะไรสักหน่อย""เหรอ! เล่นถ่ายรูปลงโซเชียลแบบนี้เรียกว่าไม่เห่อเลยเนอะ" ฮันเตอร์ว่าตัวเองเห่อลูกแล้วนะแต่ดูเหมือนว่าโรมันจะเป็นเอามากกว่าเขาอีก"ลูกฉันโตกว่าลูกแกนะไอ้ฮาน เตรียมสอนลูกแกให้เรียกลูกฉันพี่ได้เลย""โทษนะที่แกบอกว่าโตว่านี่แค่เดือนเดียวเองไหมวะ" ฮันเตอร์ถามกลับจนโรมันไปต่อไม่ถูก"ก็โตกว่าแล้วกัน""เดือนเดียวใครเขานับกันวะไอ้นี่ชักจะบ้าใหญ่ล่ะ" สองเพื่อนซี้นั่งเถียงกันเรื่องลูกจนภรรยาเดินเข้ามาก็ยังไม่หยุดเถียงกัน"อะไรกันคะเนี่ย" เจสซี่ถามสามีเมื่อเห็นสามีกำลังเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย"ไม่มีอะไรครับที่รักเรากลับกันเถอะนะ""เรากลับก่อนนะมิลินแล้วจะมาหาใหม่" เจสซี่กล่าวล
สามปีต่อมา...มิลินกับโรมันเข้าประตูวิวาห์กันไปเมื่อสามเดือนก่อน มอร์แกนแกล้งโรมันด้วยการเสนอสินสอดงานแต่งไป หนึ่งร้อยล้านยูโรถ้าตีเป็นเงินไทยก็หลายพันล้าน ซึ่งจำนวนเงินนั้นไม่ได้ทำให้โรมันลำบากใจอะไรเลยเมื่อแลกกับผู้เป็นที่รัก ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีสินสอดก็ได้แต่ก็เพราะพ่อตาอยากจะแกล้งลูกเขยเล่นเท่านั้นจึงตั้งค่าสินสอดขึ้นมา"ห๊า! เมียแกท้องแล้ว?" โรมันตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจเมื่อฮันเตอร์เดินมาโอ้อวดว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานทีหลังเขาสองเดือนกำลังตั้งครรภ์"ใช่ ได้เดือนกว่าๆ แล้ว" ฮันเตอร์ยังคงโอ้อวดไม่เลิกราภูมิใจในผลงานของตนเอง"ท้องก่อนแล้วไงไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย" โรมันทำเป็นไม่ตื่นเต้นแต่จริงในใจเขาอิจฉาฮันเตอร์ที่ได้ลูกก่อนเขา"ทำไม่ได้อย่าพูดเลยไอ้โรม แกน่ะฝ่อหรือเปล่าไปตรวจบ้างไหม""ไม่ฝ่อเว้ย ฉันไม่ทำหรอกลูกคนเดียวอย่างฉันต้องแฝดสามเลยทีเดียว" เอ่ยอย่างมั่นใจ"มีคนเดียวให้มันได้ก่อนเถอะ""ไอ้ฮาน! ไปไหนก็ไปเลยไป" โรมันไล่เพื่อนสนิททันทีเมื่อเพื่อนพูดแทงใจดำ"ไปก็ได้ต้องไปซื้อของเตรียมรับขว
[ห้องทำงาน]โรมันนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตากับมอร์แกน เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำและก็กลัวจะโดนฆ่าโดนไม่ได้ร่ำลาคนรัก"นานแค่ไหนแล้ว?" มอร์แกนเปิดประเด็นถามขึ้นเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่สะดุ้งตัวโยน"เมื่อตอนที่ไปเที่ยวชายหาดครับ" โรมันตอบในทันทีเขาเข้าใจในสิ่งที่มอร์แกนถาม"มิลินเด็กกว่าแกตั้งสิบห้านะไอ้โรม""ครับผมทราบ แต่ผมรักมิลินจริงๆ นะครับนาย...ผมรักมิลินมานานแล้วด้วย" บอกรักเธออย่างมั่นใจแต่ก็ต้องพูดเบาๆ ในประโยคหลังเพราะกลัวอีกคนจะหัวร้อนขึ้นมาอีก"ที่ว่านานน่ะกี่ปี?""ถามว่ากี่ปี?" มอร์แกนถามย้ำอีกครั้งเมื่อโรมันไม่ยอมตอบ"เจ็ดปีครับ""เจ็ดปี! แก! ตอนนั้นมิลินเพิ่งจะสิบสามเนี่ยนะ" มอร์แกนลองนั่งคำนวณอายุลูกสาวก็ถึงกับหัวร้อน ไอ้ที่ว่านานเขาก็คิดว่าแค่ปีสองปีที่ไหนได้ตั้งเจ็ดปีแถมตอนนั้นมิลินอายุแค่สิบสาม"แต่ผมไม่ได้ทำอะไรมิลินเลยนะครับนายสาบานได้" เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยๆ เขาเองก็เพิ่งมาแตะต้องตัวเธอเมื่อไม่นานนี่เอง"ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะไอ้โรมทำไมแกไม่ไปรักไปชอบวะ ทำไมต้องเป็นมิลิน
เช้าวันอาทิตย์แสนสดใสมิลินตื่นแต่เช้ารีบลงมาออดอ้อนผู้เป็นพ่อ วันนี้โรมันตัดสินใจจะเข้ามาสู่ขอเธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว"อ้อนแบบนี้อยากได้อะไรคนสวยของพ่อ" มอร์แกนถามลูกสาวเมื่อวันนี้ลูกสาวอ้อนเขามากกว่าทุกวัน"วันนี้หนูอยากให้พ่อใจเย็นน่ะค่ะ""พ่อก็ใจเย็นอยู่แล้วไงลูก" มอร์แกนมั่นใจว่าตัวเองใจเย็นแต่ที่จริงไม่ใช่เลยเขาน่ะอารมณ์ขึ้นง่ายที่สุดแล้ว มิเกลเดินลงมาจากห้องเดินมานั่งข้างๆ ผู้เป็นพ่อพร้อมกับมองพี่สาวด้วยสีหน้าเฉยเมยเพราะเขาเห็นพี่สาวอ้อนจนชินตาเสียแล้ว"ใจเย็นกว่านี้อีกค่ะแบบเย็นสุดๆ ไปเลยค่ะทำได้ไหมคะ""มีอะไรหรือเปล่าลูก" มอร์แกนเริ่มสงสัยเลยถามลูกสาว"ไม่มี๊! หนูแค่อยากให้พ่อใจเย็นเฉยๆ ค่ะ" คนตัวเล็กตอบเสียงสูงเหมือนไม่มีพิรุธเลยแต่ใครๆ ก็ดูออกทั้งนั้น"เดี๋ยวนี้มีความลับกับพ่อเหรอลูก""เปล่าค่ะ ไม่ได้มีความลับนะคะ" มิลินปฏิเสธเสียงแข็งเธอไม่ได้มีความลับแต่แค่บอกพ่อกับแม่ไม่ได้เท่านั้นเอง สองพ่อลูกหยอกล้อกันไปมาจนไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาในบ้านของตนเอง"อรุณสวัสดิ์ครับนาย"
ร่างบางเร่งรีบฝีเท้าของตัวเองให้ถึงห้องเร็วๆ เธอเลยเวลาที่เขาสั่งให้เธอกลับมามากแล้วเพราะมัวแต่คุยกับเพื่อนเพลินไปหน่อย กุลธิดาถอนหายใจก่อนจะแตะคีย์การ์ดเข้าห้องเธอรับรู้ได้ทันทีว่าเขากลับมาถึงก่อนเธอนานแล้ว"ไปอาบน้ำ" เสียงเข้มจากบุคคลที่นั่งรออยู่บนโซฟาดังขึ้นเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา
กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลของโปรดประจำตัวของเขาถูกจัดวางบนโต๊ะพร้อมกับขนมปังปิ้งทาเนย ร่างสูงเดินออกจากห้องด้วยชุดสูทพร้อมไปทำงานกุลธิดาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปผูกเนกไทให้เขาแบบที่ทำทุกวัน"อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ" ยิ้มหวานให้เขาแต่ได้คำตอบกลับมาเป็นสีหน้านิ่งเฉย ร่างบางมองเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหา
พอตกเย็นดวงอาทิตย์ตกดินถึงเวลาเลิกงานของใครหลายคนแต่สำหรับเธอคือต้องเตรียมตัวเข้างาน ทุกคืนเธอต้องปรนเปรอเขาจนกว่าเขาจะพอใจในหนึ่งเดือนเธอจะได้พักแค่ห้าถึงเจ็ดวันคือช่วงที่เธอเป็นประจำเดือนแต่ก็ใช่ว่าไม่ต้องทำเลยเพราะเขาก็ต้องสรรหาวิธีให้เธอทำให้เขาปลดปล่อยจนได้ไม่ด้วยมือก็ด้วยปากของเธอ
...ปัจจุบัน...ในห้องนอนสุดหรูหรากายหนาโหมใส่ร่างเล็กที่บัดนี้อ่อนปวกเปียกเพราะผ่านสมรภูมิบทรักมายาวนานหลายชั่วโมงเธอแทบไม่มีแรงที่จะส่งเสียงครางให้เขาได้"ครางดังๆ ...สิ...อ๊า! ร้องดังๆ” คนตัวโตที่ร่างกายเต็มไปด้วยหมัดกล้ามกระแทกใส่ร่างบางที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงทำได้แค่นอนนิ่งๆ







