Home / วาย / ตำนานรัก ตำหนักเทพ / บทที่ 4 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 1

Share

บทที่ 4 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 1

last update Last Updated: 2026-01-21 19:23:02

ณ  ลานประลองกลางเมือง

"ผู้อาวุโสข้ามาสมัครประลองขอรับ" ร่างบางเอ่ยแก่ชายชราตรงหน้า

"เจ้ามีสำนักหรือไม่ "

"ไม่มีขอรับ ข้าเป็นผู้ฝึกตนพเนจร "เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราตรงหน้าก็หยิบกระดาษแผ่นนึงมาให้กรอกชื่อ

"ค่าสมัคร 10 เหรียญเงิน แล้วเจ้าก็จงเขียนชื่อตรงนี้ แล้วตามเข้ามาเพื่อที่จะวัดระดับพลังว่าผ่านหรือไม่ "

"เสร็จแล้วขอรับ" เมื่อกล่าวจบเด็กน้อยก็หยิบเงินให้ชายชราจำนวน 10 เหรียญเงิน

"งั้นตามข้าเข้ามา" เมื่อกล่าวจบชายชราได้เดินนำร่างบางเข้าไปข้างใน เมื่อเข้ามาถึงก็ได้พบลูกแก้วสีดำลูกนึง

"เจ้าเอามือวางบนลูกแก้วแล้วถ่ายพลังเข้าไป เมื่อลูกแก้วขึ้นสีเขียวแปลว่าผ่าน "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้วางมือบนลูกแก้วพร้อมถ่ายพลังเข้าไปทันทีแล้วลูกแก้วปรากฏแสงสีเขียวขึ้นเป็นอันจบขั้นตอน

"นี่ ป้ายหมายเลขของเจ้า อีก 2 วันให้เจ้ามาที่นี่ในยามเฉิน(7.00-8.59) ถ้าเจ้ามาไม่ทันถือว่าเจ้าสละสิทธิ์เข้าใจหรือไม่ "

"เข้าใจขอรับ "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้รับป้ายหมายเลขแล้วเดินออกจากห้องทดสอบทันที

"โห เหตุใดคนถึงมากขนาดนี้ ขนาดข้ามาถึงก่อนวันงานประลองตั้ง 2 วันข้ายังได้หมายเลขที่ 2,002 ก่อนจะถึงวันประลองนี่คนจะขึ้นไปถึงขนาดไหน" เมื่อร่างบางกล่าวจบก็ได้ออกนอกเมือง ไปอยู่ที่ริมแม่น้ำพร้อมเรียกเรือนไผ่หยกออกมาแล้ววางไว้ที่ริมแม่น้ำ พร้อมกับฝึกฝนตนเอง

2 วันผ่านไป เมื่อถึงยามเหมา ( 05.00-6.59) ร่างบางได้ลืมตาตื่นแล้วเก็บเรือนไผ่หยกเข้ากำไลมิติ พร้อมทั้งเดินไปอาบน้ำล้างหน้าที่แม่น้ำ

เมื่อเสร็จทั้งหมดก็มุ่งตรงเข้าเมืองทันที เมื่อถึงลานประลองร่างบางได้นำป้ายหมายเลขให้กับผู้ดูแลดู

เมื่อผู้ดูแลเห็นก็อนุญาตให้เข้าไปได้ เมื่อมาถึงข้างใน ร่างบางก็พบเห็นผู้คนจำนวนมากต่างนั่งกันอยู่ข้างล่าง

โดยลานประลองแห่งนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นของเหล่าราชวงศ์ ชั้นที่ 2 เป็นของตระกูลใหญ่และเหล่าสำนักใหญ่ ชั้นที่ 3 เป็นของขุนนางและสำนักขนาดกลาง ส่วนชั้นสุดท้ายที่ร่างบางยืนอยู่คือชั้นที่ 4 เป็นของคนทั่วไปและสำนักขนาดเล็ก เมื่อมาถึงร่างบางก็ได้ไปหาที่นั่งเพื่อรอเวลาประลอง เวลาผ่านไปไม่นานเหล่าราชวงศ์ของแคว้นก็มาถึง ผู้ที่มานั้นคือ ฮ่องเต้ฮองเฮา เหล่าองค์ชายองค์หญิง หล่อบุคคลทั้งหลายก็ได้ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด

เมื่อฮ่องเต้ได้เห็นเหล่าราชวงศ์เข้านั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้เอ่ยเปิดพิธีเล็กๆน้อยๆก่อนจะกลับไปนั่งยังตำแหน่งของตน

"เอาล่ะได้เวลาแล้ว ก่อนเริ่มงานประลองมีกฎต้องแจ้งให้แก่พวกเจ้าทั้งหมดทราบทั้งหมด 3 ข้อ"

"ข้อที่ 1 ห้ามทำให้ผู้ประลองตาย ข้อที่ 2 ห้ามทำลายแหล่งพลังของการฝึกตน ข้อที่ 3 ห้ามเรียกสัตว์อสูรออกมาช่วยต่อสู้ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่!!!!"" ผู้เป็นกรรมการตะโกนถามเสียงดัง

"เข้าใจขอรับ/เจ้าค่ะ "ผู้ร่วมประลองทั้งหมดตะโกนตอบ

"การประลองครั้งนี้จะประลองทั้งหมด 3 วันวันแรกให้ประลองจนเหลือ 510 คนวันที่ 2 ประลองให้เหลือแค่ 10 คน ส่วน 10 คนสุดท้ายประลองในวันที่ 3 เพื่อตัดสินที่ 1 เข้าใจหรือไม่"

และสนามประลองแห่งนี้มีมิติพิเศษเชื่อมอยู่สามารถประลองได้พร้อมกัน 100 คู่ ถ้าเข้าใจแล้วเริ่มประลองได้"

"หมายเลขที่ 1 ถึงหมายเลขที่ 200 ลงสนามประลอง"  เมื่อร่างบางได้ยินเช่นนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตามองคู่แข่งของตนทั้งหมดว่าแต่ละคนมีวิชาอะไรบ้าง

เมื่อมองไปได้สักพักเด็กน้อยได้สบตากับชายผู้หนึ่งบนชั้นที่ 2 ชายผู้นั้นก็คือบุตรชายคนที่ 2 ของแม่ทัพ ชายผู้นั้นมองลงมาที่ร่างบางด้วยแววตาที่เย่อหยิ่ง แล้วมองเหยียดทุกคนที่อยู่ชั้นล่าง ทำตัวสูงส่งราวกับตนเป็นเทพ

"หึ ท่านแม่ทัพช่างสั่งสอนบุตรได้ดีจริงๆ "ร่างบางเอ่ออย่างแค้นใจ เมื่อเวลาผ่านไปได้ครึ่งวันก็ถึงหมายเลขของร่างบาง

"หมายเลขที่ 2,001 ถึง 2,200ลงประลองได้"

เมื่อได้ยินดังนั้นร่างบางก็ได้พุ่งตรงไปที่ลานประลองทันที เมื่อมาถึงลานประลองร่างบางก็ได้เห็นคู่ต่อสู้ของตนเป็นชายร่างใหญ่ ที่มาจากสำนัก เทวะอสูร ที่เป็น1ใน 7 สำนักใหญ่ เมื่อฝั่งตรงข้ามเห็นร่างบางจึงยิ้มเยาะเย้ย

''คนงาม เจ้าบอบบางถึงเพียงนี้ยอมแพ้ไปเถิดข้าไม่อยากรังแกคนที่อ่อนแอกว่า" ชายร่างใหญ่กล่าวอย่างดูถูก เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างบางก็ได้โจมตีทันที

ตัวเขาได้สะบัดมือหนึ่งทีก็ปรากฏเข็มอากาศสิบล่มพุ่งตรงไปที่ชายร่างใหญ่ทันที

เมื่อชายร่างใหญ่เห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างดูถูกแล้วยืนเฉยๆ ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงโลหะสัมผัสเนื้อดังขึ้น

ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก

เสียงทิ่มแทงเข้าที่เนื้อของชายร่างใหญ่ แล้วชายร่างใหญ่ก็ล้มลงหมดสติทันที ผู้คนที่ได้เห็นเช่นนั้นต่างก็เงียบไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา เนื่องด้วยไม่รู้ว่าร่างบางโจมตีตั้งแต่เมื่อไหร่

"เจ้าเห็นหรือไม่ว่า คนนั้นโจมตีเมื่อไหร่ "ชาวบ้านคนหนึ่งถาม

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันข้าก็ยืนอยู่ข้างๆเจ้า" ชาวบ้านอีกคนเอ่ยตอบ

ทางด้านเหล่าสำนักใหญ่เมื่อเห็นดังนั้นจึงแสดงท่าทีสนใจร่างบาง

"ท่านเจ้าสำนักท่านสนใจเด็กคนนั้นรึ "

"ใช่ข้าคิดว่าเขามีความสามารถดีถ้าได้เข้าพวกกับเราย่อมดีแน่" เจ้าสำนักใหญ่ท่านหนึ่งเอ่ยบอกกับผู้อาวุโสของสำนัก

"ถ้าเช่นนั้นเมื่อจบการประลองเราไปชวนเขาเข้าสำนักดีหรือไม่ "หนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยถาม

"ยังก่อนรอดูก่อนว่าเขาจะเข้าไปถึงรอบ 10 คนสุดท้ายหรือไม่ "

"ขอรับท่านเจ้าสำนัก "เหล่าผู้อาวุโสเอ่ยตอบ

กลับมาที่ร่างบาง ที่ตอนนี้ยืนอยู่บนสนามประลองด้วยท่าที่สงบนิ่ง

"กรรมการท่านจะประกาศผลแพ้ชนะได้หรือยัง "เมื่อกรรมการได้ยินเช่นนั้นก็คืนสติ

"การประลองรอบนี้ผู้เข้าประลองหมายเลข 2,002 เป็นฝ่ายชนะ" เมื่อกล่าวจบร่างบางก็ได้ออกจากสนามประลองทันทีส่วนชายร่างใหญ่นั้นถูกหน่วยพยาบาลหามไปรักษา

เมื่อการประลองรอบแรกจบร่างบางก็ได้ออกจากรางประลองทันทีเพื่อไปหาอะไรกินแล้วกลับไปที่ริมแม่น้ำเดิม เพื่อพักผ่อน

ในวันที่ 2 ของงานประลอง

ผู้เข้าประลองนั้น บางตาเป็นอย่างมากด้วยผู้เข้าประลองนั้นเหลือเพียง 510 คนและส่วนใหญ่เป็นคนของสำนักใหญ่กับตระกูลใหญ่ ผู้ฝึกตนพเนจรนั้นมีเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือร่างบาง

"การประลองในวันที่ 2 นั้น มีกฎพิเศษ 1 อย่างนั่นก็คือผู้เข้าร่วมประลองสามารถใช้อาวุธได้ และเพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาการประลองรอบที่ 2 เริ่มได้!! "กรรมการตะโกนบอกเสียงดัง

"การประลองคู่แรกในวันนี้ หมายเลข 114 กับหมายเลข 216 ลงสนามประลองได้ ''เมื่อได้ยินหมายเลขของการประลองทั้ง 2 คนก็ขึ้นมายืนอยู่บนลานประลอง ฝ่ายที่ 1 คือบุตรชายของแม่ทัพส่วนฝ่ายที่ 2 เป็นบุตรชายของขุนนางใหญ่คนนึงเมื่อได้เห็นทั้งสองคนอยู่บนรางประลอง ร่างบางก็ได้จับตามองทันที

"หึ ไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าเร็วขนาดนี้นะ  อู่หมิง" บุตรชายท่านแม่ทัพเอ่ยบอก

"ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะเจอเจ้าในรอบนี้  หลี่จินกัง "อู่หมิง เอ่ยบอก

"ถ้าเช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ" เมื่อกล่าวจบ  อู่หมิงก็ได้เรียกจิตวิญญาณของตนออกมา จิตวิญญาณของเขาเป็นกระบี่เล่มนึง

ทันทีที่กระบี่ปรากฏออกมามันก็พุ่งตรงเข้าไปหาหลี่จินกังทันที

ทางด้านของหลี่จินกังนั้น ได้เรียกอาวุธออกมา ซึ่งอาวุธชิ้นนั้นก็คือกระบี่ระดับปลุกจิตเล่มนึง

เมื่ออาวุธทั้งสองถูกเรียกออกมาพวกมันก็เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด

เคร้ง  เคร้ง

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมทั้งประกายแสงโลหะกระจายไปทั่ว

ก่อนที่การแข่งขันจะรู้ผลแพ้ชนะในเวลาอันสั้น โดยผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ก็คือคนจากตระกูลหลี่

"เจ้าเก่งขึ้นอีกแล้ว" ฝ่ายที่แพ้เอ่ยบอก

ส่วนฝ่ายที่ชนะแค่หัวเราะหนึ่งทีแล้วเดินออกไป ร่างบางมองการประลองครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายฝีมือไม่ธรรมดา

"เช่นนั้นมารอดูกันเถอะ ว่าเจ้ากับข้าใครจะเก่งกว่ากัน "ร่างบางกล่าวออกมาอย่างหมายมั่น เวลาผ่านไปได้ไม่นานก็ถึงตาร่างบางได้ประลองรอบที่ 2

"หมายเลข 2002 กับหมายเลข 1989 ลงสนามประลองได้" เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างบางก็ไปยืนอยู่บนลานประลองทันทีโดยที่ไม่มีใครมองทัน คู่ต่อสู้ของร่างบางในครั้งนี้นั้นเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสมส่วนดั่งชายชาตรีมีใบหน้าที่หล่อเหลา

"คุณชายข้าคงต้องเสียมารยาทกับท่านแล้ว" เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้ เรียกกระบี่ออกมา พร้อมตั้งท่าาเข้าโจมตี เมื่อเห็นดังนั้นร่างบางก็ได้ เรียกกระบี่ออกมา

"คุณชายท่านเรียกกระบี่ออกมาผิดหรือเปล่า กระบี่ไผ่ไร้คมเช่นนั้นจะทำอันใดข้าได้" คุณชายท่านนั้นกล่าวยังสงสัย

"ทำได้หรือไม่ ก็ลองดูเองก็แล้วกัน" ร่างบางเอ่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นคุณชายท่านนั้นก็พุ่งกระบี่เข้ามาทันที

ในส่วนของร่างบางก็เอนกายหลบอย่างพลิ้วไหวเหมือนตัวเองนั้นไร้ซึ่งกระดูก ซึ่งนี่คือเคล็ดวิชาประโยคแรกของกระบี่ไผ่หยก

เมื่อผ่านไปได้สักพักร่างบางรู้สึกเบื่อหน่ายจึงตวัดกระบี่เข้าโจมตีทันที

ฉึก!!!

ร่างบางได้แทงกระบี่เข้าที่หัวไหล่ของคุณชายท่านนั้นทันที

อึก!!!

คุณชายท่านนั้นเสียหลักแล้วเอนกายหลบกระบี่ที่สอง ที่กำลังจะแทงซ้ำเข้ามาอย่างหวุดหวิด

"เป็นเช่นไรบ้าง ทำอันใดท่านได้หรือไม่ ''ร่างบางเอ่ยถามอย่างใคร่รู้

"เป็นข้าที่เสียมารยาทกับท่าน เช่นนั้นขออภัยด้วย ถ้าเช่นนั้นข้าจะเอาจริงแล้วขอท่านโปรดเตรียมตัวรับมือ" เมื่อกล่าวจบรอบตัวของเขานั้นเริ่มมีอากาศที่บิดเบี้ยว

แล้วในเวลาต่อมาก็ปรากฏกระบี่นับร้อยเล่มขึ้นที่ข้างหลังเขา ตอนนี้เขานั้นได้ใช้จิตวิญญาณของตนแล้ว

จิตวิญญาณของเขาก็คือหมื่นกระบี่สังหาร เมื่อร่างบางเห็นเช่นนั้น ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังเช่นกัน

เมื่อเห็นเช่นนั้นคุณชายเขาก็ได้บังคับกระบี่เข้าโจมตีทันที

เคร้ง!!!! เคร้ง!!!! เคร้ง!!!!

ร่างบางก็ได้ ตวัดกระบี่ในมือรับการโจมตีจากกระบี่ร้อยเล่มที่พุ่งมา อย่างไม่หยุดหย่อน ผ่านไปได้สักพักร่างบางก็ได้ เปลี่ยนกระบี่ในมือให้กายเป็นใบไผ่นับร้อยใบเข้ารับการโจมตีจากกระบี่ทั้งหมด

ใบไผ่หยกนั้น ยิ่งถูกฟันเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากเท่านั้น จากตอนแรกมีแค่ร้อยใบตอนนี้มีนับพันใบแล้ว เมื่อร่างบางเห็นดังนั้นก็บังคับใบไผ่ทั้งหมดให้เป็นวงกลมรอบตัวตนแล้วพุ่งกระจายออกไปรอบด้านด้วยความรุนแรง แล้วหนึ่งในทั้งหมดนั้นก็พุ่งตรงไปที่คุณชายท่านนั้นทันที

อึก!!!

คุณชายท่านนั้นกะอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บที่หน้าอกจากการถูกใบไผ่โจมตี เมื่อเป็นเช่นนั้นกระบี่ทั้งหมดที่คุณชายเรียกออกมาก็หายไป เมื่อร่างบางเห็นเช่นนั้นก็ได้รวมใบไผ่ให้กลับคืนเป็นกระบี่ทันที

"เป็นเช่นไรบ้างท่านจะยอมหรือไม่ ''ร่างบางเอ่ยถามกับบุรุษตรงหน้า เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ได้หัวเราะอย่างสมเพชตตนแล้วเอ่ยว่า

"ข้ายอมแพ้" เมื่อได้ยินเช่นนั้นกรรมการก็ประกาศว่าผู้ใดชนะ เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองฝ่ายก็ได้ลงจากลานประลองแล้วกลับไปนั่งที่ของตน

แท้จริงแล้วคุณชายท่านนั้น ก็เป็นคนที่มาจากตระกูลชาง 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของแคว้น การประลองครึ่งวันเช้ารอบแรกผ่านไป ครึ่งวันบ่ายก็ได้ทำการประลองหาผู้ชนะเพียง 10 คนเพื่อที่จะไปประลองในวันพรุ่งนี้ ครึ่งวันบ่าย ร่างบางได้ประลองอีก 2 รอบ ผู้ที่มาประลองด้วยนั้น 1 เป็นตระกูลขุนนางใหญ่ แล้วอีก 1 เป็นคนจากสำนักใหญ่ ร่างบางก็เอาชนะมาได้อย่างสบาย

เมื่อการประลองทั้งหมดจบลงก็ได้ผู้เข้าประลองรอบสุดท้ายทั้ง 10 คนแล้ว คนที่ 1มาจากสำนักพยัคฆ์ขาว คนที่ 2 มาจากสำนักกระบี่วายุ คนที่ 3 มาจากสำนักเมฆา คนที่ 4 มาจากสำนักเทวะอสูร คนที่ 5 มาจากตระกูลชาง คนที่ 6 มาจากตระกูลขุนนาง คนที่ 7 มาจากสำนักบุปผา คนที่ 8 คือหลี่จินกัง คนที่ 9 คือป๋ายเฉียนเจิน และคนที่ 10 เป็นผู้ฝึกตนพเนจร

เช้าวันที่ 3 ในงานประลองตอนนี้นั้นหนาแน่นเต็มไปด้วยผู้คนที่มาดู ว่าใครจะได้เป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ เมื่อถึงเวลากรรมการได้งประกาศเรียกคนขึ้นมาประลอง

"คู่ประลองคู่แรกในวันนี้คือหมายเลข 2002 กับหมายเลข114 ขึ้นมาประลองได้" เมื่อร่างบางได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจเป็นอย่างมากเนื่องด้วยตนจะได้สู้กับคนที่ตนแค้น

"ได้เวลาเปิดม่านการแก้แค้นแล้วสินะ หึ หึ หึ ........"

เป็นยังไงบ้าง นี่เป็นฉากการต่อสู้ครั้งแรกของผมเลยนะครับถ้ามีความคิดเห็นอะไรที่ไม่ชอบใจก็บอกได้นะครับผมจะพยายามปรับปรุงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ

แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากนะครับทุกคนที่เข้ามาอ่านเป็นกำลังใจให้ผมอย่างมากครับ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 7 จิตวิญญาณและอาวุธประจำตัว

    เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เด็กน้อยทั้งหลายได้เดินมาพร้อมกับเทียนเอ๋อ แล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบัลลังก์เทพเพื่อรอผู้เป็นอาจารย์เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก ผู้เป็นอาจารย์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอยู่ที่หน้าบัลลังก์พร้อมรูปโฉมที่เปลี่ยนไป "พวกเจ้าแปลกใจใช่หรือไม่ ว่าเหตุใดรูปลักษณ์ข้าถึงเปลี่ยนไป นั่นเพราะข้าแปลงโฉมเพื่อลงไปที่โลกมนุษย์ ถ้าข้าลงไปทั้งรูปลักษณ์นี้ ชาวเมืองคงแตกตื่นน่าดู " ร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง ราวกลับเป็นเรื่องสนุก "เอาล่ะอย่าได้เสียเวลาเลย พวกเรามาเริ่มปลุกพลังจิตกันเถอะ" ร่างบางเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบโอสถปลุกพลังจิตออกมา แล้วเรียกลูกศิษย์มาทีละคน "เอาล่ะเริ่มจากเจ้าก่อนเลยแล้วกัน ในฐานะที่เจ้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่" ร่างบางเอ่ยกับป๋ายเป้าซานเมื่อผู้ที่ถูกเรียกได้ยินก็ได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้า พร้อมรับโอสถที่อาจารย์มอบให้ "เจ้าจงหยดเลือดลงไป 1 หยด แล้วกลืนโอสถทันที" เมื่อป๋ายเป้าซานได้ยินเช่นนั้นก็ทำตามวิธีของอาจารย์ทันทีเมื่อผ่านไปได้ 1 เค่อ ด้านหลังของป๋ายเป้าซานก็ได้ปรากฏ จิตวิญญาณออกมา จิตวิญญาณตนนั้นมีชื่อว่า จักรพรรดิแห่งแสงพลังของจักรพรรดิแห่งแสงคือ สามารถใช้แสงจากทุกสรรพส

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 6 ลงเขา

    เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักร่างบางก็ได้ตื่นขึ้น และได้นั่งทำการเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดอย่างช้าๆ "โอ้โหชีวิตนี้ผ่านอะไรมานักหนา อยู่มานานถึง 6,000 ปี แต่ไม่ได้ไปไหนเลยน่าเบื่อตาย "ร่างบางกล่าวอย่างเสียดายเวลา"ถ้าเช่นนั้นข้าลงเขาดีกว่าไปหาอะไรทำบนโลกมนุษย์บ้าง ให้สมกับชีวิตนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้ง" แต่ทันใดนั้นได้มีเสียงประหลาดดังออกมาจากข้างนอก ร่างบางจึงเดินออกไปดูพร้อมถือไม้เท้าไปด้วย เมื่อออกมานั้นร่างบางได้เห็นบางสิ่งลอยอยู่บนอากาศ เมื่อร่างบางเดินเข้าไปใกล้จะยกมือสัมผัสก็ได้มีเสียงดังขึ้นมา "เทพป๋ายเฉียนเจิน รับบัญชา" มีเสียงปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเสียงนั้นชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิง "ไม่ทราบว่าเป็นเสียงผู้ใด "ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างสงสัย "ข้าคือเจตจำนงแห่งสามโลกเป็นผู้เลื่อนระดับเจ้าจากมนุษย์กลายเป็นเทพ ข้ามี 2 ทางให้เจ้าเลือก 1 ไปอยู่สวรรค์พร้อมรับตำแหน่งมหาเทพ 2 อยู่บนโลกมนุษย์เป็นมหาเทพแห่งธาตุ เจ้าจะเลือกทางใด" เจตจำนงแห่งสามโลกเอ่ยถาม "แต่ละเส้นทางต่างกันเช่นไรขอรับ "ร่างบางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ "ถ้าเจ้าเลือกเส้นทางที่ 1 เจ้าจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ได้อีกเลย เพราะตัวเจ

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 5 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 2

    ณ ที่กลางลานประลอง มีบุรุษ 2 คนยืนอยู่คนนึงเป็นชายร่างบาง ส่วนอีกคนนึงเป็นชายร่างหนาสมส่วนดั่งชาตรี ยืนจ้องหน้ากันไม่มีใครขยับตัว คนดูที่อยู่นอกลานประลอง ต่างก็เกร็งด้วยลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน "เจ้าเป็นผู้ใดกันเหตุใดจึงกล้าจ้องหน้าข้า เจ้าช่างอาจหาญไม่กลัวตายนัก "หลี่จินกัง เอ่ยบอกอย่างไม่ชอบใจ ที่ใครก็ไม่รู้มาจ้องตน ''เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดข้าจะจ้องหน้าเจ้าไม่ได้" ร่างบางเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์ "ผู้ที่กล้าเอ่ยกับข้าเช่นนี้ล้วนไม่เคยมีใครตายดีสักคน" หลี่จินกัง เอ่ยย่างโมโห "หึ เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าจะมีความสามารถหรือไม่" ร่างบางกล่าวยั่วยุบุรุษตรงหน้า เมื่อได้ยินเช่นนั้นลี่จินกัง ก็โมโหอย่างที่สุด"เจ้า!!! ช่างบังอาจนักไม่รู้จักประมาณตน วันนี้แหละข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตจากข้า" เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาทันที ตรงหน้าของร่างบางนั้นตอนนี้ปรากฏ พยัคฆ์อัคคีขนาดใหญ่ เมื่อผู้ชมงานประลองได้เห็นเช่นนั้นต่าง ตะโกนออกมาด้วยความชื่นชม "ช่างยิ่งใหญ่อาจหาญนัก สมแล้วที่เป็นบุตรชายของแม่ทัพใหญ่" ชาวบ้านคนหนึ่งเคยบอก"เป็นเช่นนั้นข้าเห็นด้วยกับเจ้

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 4 การแก้แค้นตระกูลหลี่ 1

    ณ ลานประลองกลางเมือง "ผู้อาวุโสข้ามาสมัครประลองขอรับ" ร่างบางเอ่ยแก่ชายชราตรงหน้า"เจ้ามีสำนักหรือไม่ ""ไม่มีขอรับ ข้าเป็นผู้ฝึกตนพเนจร "เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราตรงหน้าก็หยิบกระดาษแผ่นนึงมาให้กรอกชื่อ"ค่าสมัคร 10 เหรียญเงิน แล้วเจ้าก็จงเขียนชื่อตรงนี้ แล้วตามเข้ามาเพื่อที่จะวัดระดับพลังว่าผ่านหรือไม่ ""เสร็จแล้วขอรับ" เมื่อกล่าวจบเด็กน้อยก็หยิบเงินให้ชายชราจำนวน 10 เหรียญเงิน"งั้นตามข้าเข้ามา" เมื่อกล่าวจบชายชราได้เดินนำร่างบางเข้าไปข้างใน เมื่อเข้ามาถึงก็ได้พบลูกแก้วสีดำลูกนึง"เจ้าเอามือวางบนลูกแก้วแล้วถ่ายพลังเข้าไป เมื่อลูกแก้วขึ้นสีเขียวแปลว่าผ่าน "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้วางมือบนลูกแก้วพร้อมถ่ายพลังเข้าไปทันทีแล้วลูกแก้วปรากฏแสงสีเขียวขึ้นเป็นอันจบขั้นตอน "นี่ ป้ายหมายเลขของเจ้า อีก 2 วันให้เจ้ามาที่นี่ในยามเฉิน(7.00-8.59) ถ้าเจ้ามาไม่ทันถือว่าเจ้าสละสิทธิ์เข้าใจหรือไม่ ""เข้าใจขอรับ "เมื่อกล่าวจบร่างบางได้รับป้ายหมายเลขแล้วเดินออกจากห้องทดสอบทันที"โห เหตุใดคนถึงมากขนาดนี้ ขนาดข้ามาถึงก่อนวันงานประลองตั้ง 2 วันข้ายังได้หมายเลขที่ 2,002 ก่อนจะถึงวันประลองนี่คนจะขึ้นไปถึงข

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 3 กราบอาจารย์พร้อมฝึกวิชา

    ทางด้านจวนแม่ทัพเมื่อครบกำหนดที่บุตรชายคนที่ 2 ของแม่ทัพได้ทำการปลุกจิตวิญญาณและเมื่อท่านแม่ทัพได้เห็นจิตวิญญาณเขาก็มีอาการดีใจเป็นอย่างมาก เพราะจิตวิญญาณของเด็กคนนี้ทรงพลังไม่ใช่น้อย"บุตรของข้าคนนี้ ช่างเป็นบุตรที่สวรรค์ส่งมานัก "แม่ทัพกล่าวอย่างดีใจ"แน่นอนเจ้าค่ะท่านพี่ ลูกของเรานั้นย่อมต้องแข็งแกร่งเหมือนท่านพี่" ฮูหยินรองกล่าวอย่างเอาใจ"ดี เจ้ากล่าวได้ถูกใจข้านัก พ่อบ้านไปเอาศิลาปราณอัคคีมา ข้าจะให้ลูกข้าดูดซัพพลังของมัน จิตวิญญาณเขานั้นคือ 'พยัคฆ์อัคคี 'เป็นธาตุไฟยิ่งดูดซัพย์ศิลาธาตุไฟมากเท่าใด เขาก็ยิ่งเลือนระดับเร็ว เท่านั้น"แม่ทัพเอ่ยบอกกับพ่อบ้าน เมื่อได้ยินเช่นนั้นพ่อบ้านก็ได้นำศิลาปราณอัคคี มาให้นายท่านจำนวน 10 ก้อน"เอาไปลูกพ่อ พ่อให้เจ้าเป็นของขวัญที่เจ้ามีจิตวิญญาณที่ทรงพลัง" เมื่อได้ยินเช่นนั้น 2 คนแม่ลูกก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจและตื่นเต้น"ขอบคุณขอรับท่านพ่อลูกจะเร่งฝึก เพื่อให้ท่านพ่อไม่ผิดหวัง" เด็กน้อยกล่าวอย่างเอาใจพ่อของตน"ดี เจ้าช่างเป็นเด็กดีจริงๆไปเถอะ อย่าได้เสียเวลาเลย" แม่ทัพกล่าวกับลูกของตน"ขอรับท่านพ่อ "เมื่อพูดจบเด็กน้อยได้คารวะท่านพ่อแล้วเดินจูงมือแ

  • ตำนานรัก ตำหนักเทพ    บทที่ 2 ระลึกถึงอดีต

    ทางด้านจวนแม่ทัพเมื่อเรื่องราวจบต่างคนต่างเดินกับเรือนนอนของตัวเองด้วยสีหน้าและแววตาที่ต่างกัน "ลูกแม่ แม่ได้กำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางลูกออกให้แล้ว นับแต่นี้ไปลูกจงเข้าไปหา พ่อของเจ้าให้มากๆ ให้พ่อเจ้าเอ็นดูเจ้า เจ้าจะได้เป็นประมุขตระกูลคนต่อไปเข้าใจหรือไม่ "ฮูหยินรองเอ่ยบอกกับลูกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข "ท่านแม่ทำเช่นนี้ ท่านไม่กลัวท่านพ่อจะจับได้รึ "แม้ลูกชายจะยินดีที่กำจัดเสี้ยนหนามออกไปได้แล้ว แต่เขาก็มีความหวาดกลัวอยู่ในใจไม่น้อยกลัวว่าท่านพ่อจะจับได้ "พ่อของเจ้าไม่มีทางรู้หรอก เรื่องนี้มีแค่เราสองคนแม่ลูกที่รู้ถึง ถึงแม้พ่อเจ้ารู้มันก็คงจะสายเกินไปแล้ว" ผู้เป็นมารดาได้เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เป็นมิตร"แต่ท่านแม่"เด็กน้อยกล่าวอย่างกังวลใจ"เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ไปหรอก เจ้าเตรียมตัวเพื่อที่จะปลุกจิตวิญญาณเถอะ อีก 3 เดือนก็ถึงเวลาของเจ้าแล้ว" เมื่อผู้เป็นมารดาได้เห็นว่าบุตรชายจะเอ่ยเรื่องไร้สาระออกมานางก็ได้เอ่ยตัดทันที"ขอรับท่านแม่ "เมื่อกล่าวจบ 2 คนแม่ลูกก็ได้เดินจูงมือกันไปยังเรือนเรือนท่านแม่ทัพเพื่อที่จะให้ลูกไปอ้อนบิดาเมื่อสองคนแม่ลูกเดินผ่านไปได้ไม่นานก็ได้ปร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status